*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2255
  • จำนวนผู้ชม : 6465983
  • จำนวนผู้โหวต : 11414
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11414 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 21 ธันวาคม 2562
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 811 , 09:12:14 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

ใบไม้เริงระบำ ที่คันไซ (24) ..   ศาลเจ้า คาซุงะไทฉะ (Kasuga Taista Shrine)


ศาลเจ้าคะสึกะ เป็นโบราณสถานที่สำคัญที่สุดและอยู่คู่กับนารามานานนับพันปี ..

สร้างขึ้นมาพร้อมกับการสถาปนานาราขึ้นเป็นเมืองหลวง เพื่อบูชาต่อองค์เทพเจ้า Tekemikazuchi-no-mikoto .. Himikami และเพพ Futsunushi-no-mikoto

รวมถึงเป็นศาลเจ้าประจำตระกูลฟูจิวาระ อีกด้วย

ศาลเจ้าคาสุงะ ไทฉะ เป็นศาลเจ้าในศาสนาชินโต และยังถือเป็นศาลเจ้าประจำตระกูลฟุจิวะระ ซึ่งเป็นกลุ่มขุนนางที่เคยมีอำนาจและอิทธิพลอย่างยิ่งใหญ่ต่อราชสำนักญี่ปุ่นในยุคเฮอัน

นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ของเมืองนารา ที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมภายใต้ชื่อ “อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์นาราโบราณ” ตั้งอยู่ที่เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น

ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเมิ่อปี ค.ศ. 768 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เมืองนารากลายมาเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครองของประเทศญี่ปุ่นในขณะนั้น

จักรพรรดิโชโทคุได้มีคำสั่งให้สร้างศาลเจ้าขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของเทพเจ้าจากศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ต่างๆทั่วประเทศญี่ปุ่น มารวมอยู่ในสถานที่เดียวกัน ทั้งจากศาลเจ้าคาโทริในจังหวัดชิบะ ศาลเจ้าคาชิมะในจังหวัดอิบาระกิ และศาลเจ้าฮิราโอกะในโอซาก้า

ศาลเจ้าคาสุงะไทฉะกลายมาเป็นศาลเจ้าสำคัญในยุคนั้น โดยทั้งองค์จักรพรรดิ เหล่าขุนนางและชนชั้นสูง ต่างก็เดินทางมาสักการะเทพเจ้าที่ศาลเจ้าแห่งนี้อยู่เป็นประจำ

แม้ว่าหลังจากการย้ายเมืองหลวงจากนาราไปยังกรุงเกียวโต จะทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกลดความสำคัญลงไป ... แต่ศาลเจ้าแห่งนี้ก็ยังคงความศักดิ์สิทธิ์และมีผู้ศรัทธาเดินทางแวะเวียนมาบูชาจนถึงในปัจจุบัน

ศาลเจ้า คาซุงะไทฉะ ตั้งอยู่ที่เชิงเขาคะซุงะ ทางทิศตะวันออกของนารา

มีอาณาเขตกว้างขวาง บริเวณรอบๆเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าเล็กๆอีก 15 แห่ง

การเข้าชมศาลเจ้าชั้นนอก ไม่ต้องเสียค่าผ่านทาง …

มีทางเดินและบันไดให้เดินชมโคมหิน ต้นเมเปิ้ลและต้นแปะก๊วยที่สีสันของใบไม้สวยมากเกินจะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร

เราเห็นภาพของเด็กเล็กๆในชุดประจำชาติญี่ปุ่น ที่พ่อแม่พามาไหว้พระ สวดมนต์และขอพร ดูน่ารักมาก .. ฉันเข้าไปคุยกับพ่อแม่ของเด็ก ได้ความว่า เด็กเหล่านี้อายุครบ 3 ขวบแล้ว พ่อแม่จึงพามาสวดมนต์ขอพรที่วัด

วัฒนธรรมของญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเด็กๆมาก จนมีวันของเด็กหญิงและเด็กชายด้วย

ดูเหมือนว่าใครบางคนจะรู้ใจนักท่องเที่ยวที่มายังศาสนสถานของญี่ปุ่นว่า ต้องการภาพสวยๆของสถานที่พร้อมๆกับคนญี่ปุ่นในชุดประจำชาติ ..

ป้าๆญี่ปุ่นเหล่านี้จึงพร้อมที่จะออกมายืนให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปที่มีศาลเจ้าย่อยๆและต้นไม้ที่ใบกำลังเปล่งประกายสีสวย โดยเราไม่ต้องเข้าไปขอร้องเลยค่ะ .. น่ารักมากๆ

นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังศาลเจ้าคาสุงะ ไทฉะ จะพบกับโคมไฟหินมากมายนับพัน

ที่ตั้งเรียงกันเป็นแถวเป็นแนวตลอดริมระเบียงทางเดินเข้าวัดกว่า  1,800 โคม ตั้งแต่บริเวณทางเข้า

เมื่อเดินมาถึงตัวศาลเจ้า ก็ยังพบกับตะเกียงจำนวนมากที่แขวนเรียงรายอยู่ตามจุดต่างๆโดยรอบ

ตะเกียงเหล่านี้มาจากการบริจาคของผู้คนที่มาสักการะบูชาศาลเจ้าแห่งนี้

ตามความเชื่อและสัญลักษณ์ที่สื่อถึงแสงสว่างแห่งปัญญา เป็นเรื่องที่น่าทึ่งอย่างหนึ่งของวัดแห่งนี้

เราเดินไปเก็บภาพตรงทางเข้าอีกด้านหนึ่งของศาลเจ้า ..

เดินสวนผู้คนที่ใช้เส้นทางนี้เป็นทางเข้าไปสู่ด้านใน ยังคงเห็นตะเกียงหินมากมายเรียงรายเป็นแนว

ด้านล่างมีสถานที่ พร้อมอ่างน้ำที่ทำด้วยหินก้อนใหญ่ๆ ดูคลาสสิกมากๆ

วัตถุประสงค์ก็เพื่อ ให้คนที่เข้ามาเที่ยว มาทำบุญไหว้พระทำการล้างมือ เพื่อให้ตนเองบริสุทธิ์ ก่อนจะไปปฏิบัติศาสนกิจด้านใน

ในมุมที่ศาลเจ้าถูกแต่งแต้มด้วยสีสันจัดจ้านของใบไม้สีเหลืองส้มแดงตัดกับอาคารสีเข้มของศาลเจ้า

มุมนี้มีเส้นสายที่เกิดจากอาคารศาลเจ้า และกิ่งก้านรวมถึงใบไม้สีสวย ที่ชวนให้กดชัตเตอร์กล้องรัวๆ

ความงดงามในสายตาจึงเหมือนมีใครบางคนมาประดิษฐ์ ประดอยเอาไว้ … เหมือนสาวสวยที่แต่งหน้าตาให้สดใสชวนมอง

พื้นที่ตรงกลางของศาลเจ้า ..

.. สถาปัตยกรรมสวยๆในรูปแบบญี่ปุ่นโบราณสีขรึมขลังดูโดดเด่น ตัดกับสีสันจัดจ้านเหลือง แดง ส้ม เขียวของต้นไม้และใบไม้ที่เหมอนตั้งใจจะเชิดหน้าขึ้นมาแข่งกัน ในช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล

ชั้นในของศาลเจ้า ซึ่งต้องเสียค่าเข้าชม

เป็นที่ตั้งของอาคารของศาลเจ้าหลักซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดสร้างด้วยไม้ทาสีแดงสด … ตัดกับสีสันจัดจ้านของใบไม้ สวยงามมากในสายตา

ศาลเจ้าย่อยๆมีหลายแห่ง ภายในวัด แต่ละแห่งจะมีพรที่เจาะจง

มีผู้เลื่อมใสศรัทธามาสักการะขอพรกันมากมายในแต่ละวัน

ทางดินด้านข้างศาลเจ้า มีโคมไปสำริดและโคมไฟทอง แขวนอยู่โดยรอบ ..

โคมไฟของศาลเจ้าแห่งนี้มีมากมายจริงๆ หันไปด้านไหนก็จะเจอ ...

ศาลเจ้าด้านใน มีห้องที่ไม่เปิดไฟ แต่มีการจุดตะเกียงแขวนเป็นแนวไว้ทั้งสองด้านของห้อง …

ไม่รู้วัตถุประสงค์และความหมายที่อาจจะแตกต่างจากโคมด้านนอก (หากมี) แต่เชื่อว่าคงจะเป็นปรัชญาในบางแง่มุม ตามศรัทธา ความเชื่อที่มีมาต่อเนื่องตั้งแต่สมัยโบราณ

อาคารไม้สีแดงหลังเล็กๆ พบเจออยู่รอบๆบริเวณวัด น่าจะเป็นศาลเจ้าย่อย

หากเป็นวัดในพุทธศาสนาในบ้านเรา นี่คงจะเป็นกุฎิของพระสงฆ์

ภายในบริเวณศาลเจ้าหลัก ยังมีต้นสนซีดาร์ยักษ์อายุมากกว่า 800 ปี และต้นดอกวิสทีเรีย อายุกว่า 400 ปี ซึ่งจะบานระย้าห้อยลงติดดิน งดงามมากในช่วงปลายเดือนเมษายน

เมื่อใกล้เวลาที่อาทิตย์จะจูบลาโลก ที่วัดนี้ไม่มีการแสดงแสงเสียงเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี แต่เห็นเจ้าหน้าที่ของวัดเริ่มเข้ามาจุดประทีปโคมไฟที่อยู่รายรอบวัด

และที่ลานหน้าศาลเจ้ามองเห็นมีการจัดเตรียมสถานที่ที่จะการแสดงในช่วงกลางคืน ด้วยการตั้งกลองญี่ปุ่น …

เจ้าหน้าที่บอกว่าจะมีการแสดงแบบญี่ปุ่นโบราณหลายชุด รวมถึงการตีกลองแบบโบราณ ให้คนที่ซื้อตั๋วพิเศษชม .. น่าเสียดายมากที่เราไม่มีเวลาพอที่จะชมการแสดงศิลปะแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมและบรรยากาศที่คงจะสวยงามมลังเมลืองมากระหว่างการแสดง เพราะต้องเดินทางไกลไปที่เมืองต่อไป คือ วากายามา

ศาลเจ้าแห่งนี้ยังมีเทศกาลสำคัญที่จัดขึ้นสืบต่อกันมาเป็นเวลากว่า 800 ปี นั่นคือเทศกาล Setsubun Mantoro ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ของทุกปี

และเทศกาล Chugen Mantoro ในวันที่ 14-15 สิงหาคมของทุกปี

โดยในสามวันนี้ ตะเกียงจำนวนกว่า 3,000 ดวงจะถูกจุดให้ส่องสว่างขึ้นในยามค่ำ สร้างบรรยากาศอันงดงามและเป็นเอกลักษณ์ที่หาดูได้ยาก

นักท่องเที่ยวที่สนใจร่วมเทศกาลทั้ง 2 นี้ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.jnto.go.jp/eng/spot/festival/setsubunmantoro.html


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
wullopp วันที่ : 21/12/2019 เวลา : 10.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ท่องเที่ยว ญี่ปุ่น
อยู่ในขาขึ้น

โดยเฉพาะ
5-6 ปีที่ผ่านมา

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Supawan วันที่ : 21/12/2019 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เดินชมศาลเจ้าอีกแห่งใน เมืองนารา นะคะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน