*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2255
  • จำนวนผู้ชม : 6465981
  • จำนวนผู้โหวต : 11414
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11414 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม 2562
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 757 , 07:15:00 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

ใบไม้เริงระบำ ที่คันไซ (26) ..  วัด ศาลเจ้า และน้ำตกนาชิ

Kumano Nachi Taisha & Nachi Waterfall & Nachi-san Seiganto-ji Temple


วากายามา นับเป็นหนึ่งในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญและนับถือมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เขา โคยะซัง ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ และเขา คุมาโนะ (Kumano Sanzan)

เส้นทางแสวงบุญอันเก่าแก่ที่เชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของเทพเจ้า เป็นพื้นที่ที่เคยมีอารามทางพุทธศาสนาที่สำคัญกว่า 2,000 แห่ง เปรียบเสมือนจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่น .. ปัจจุบันเหลือเพียงแค่ 17 แห่งเท่านั้น

เส้นทางแสวงบุญแห่งวากายามาทั้งสองเส้นทาง ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ

เส้นทางจาริกแสวงบุญ สำหรับผู้ที่ต้องการหลักเร้นจากความสับสนวุ่นวายภายนอก และเข้ามาพักพิงหาความสงบภายในจิตใจ ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดวากายามามี 2 เส้นทาง คือ ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ โคยะซัง (Kuyasan Sanzen)  และเขาคุมาโนะ (Kumano Sanzen)

ซึ่งอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ อากาศบริสุทธิ์ เย็นสบายตลอดปี … ทั้งสองแห่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก

ทั้งสองเส้นทางประกอบด้วยวัดวาอารามรวม 117 แห่ง

มีอยู่ถึง 52 แห่งที่เปิดให้เข้าพักกายใจ  และฝึกปฏิบัติตนตามวิถีทางเพื่อให้เข้าถึงความสุชสงบภายในที่แท้จริง

ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ โคยะซัง (Kuyasan Sanzen)  … ถือว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร ที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี

เป็นศูนย์กลางการศึกษาและปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนาลัทธิ Shingon ที่เก่าแก่ ก่อตั้งโดย ท่าน Kobo Dashi Kukai เมื่อราว 1,200 ปีที่แล้ว

ตามประวัติว่ากันว่า หลังจากที่ท่าน Kobo Dashi Kukai ได้ศึกษาพุทธศาสนามาจากประเทศจีนแล้ว ท่านต้องการจะสร้างวัด จึงได้ขว้างขักขระ (Khakkhara) หรือไม้เท้าด้ามยาวเพื่อเสี่ยงทาย และไม้เท้าของท่านตกลงมาที่บริเวณต้นสน Sanko no matsu (Three-pointed Vajra Pine Tree) ที่เมืองโคยะซัง แห่งนี้

หลังการมรณกรรมของท่าน Kobo Dashi Kukai .. คนชั้นสูง ซามไร และคนสำคัญๆของเมืองนี้นิยมใช้ที่นี่เป็นสุสานของตระกูล

เราไม่ได้ไปเยี่ยมขมที่ ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ โคยะซัง ด้วยข้อจำกัดของเวลา

 

เขาคุมาโนะ (Kumano Sanzen) … เชื่อกันว่าเป็น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้า … เส้นทางนี้มีศาลเจ้าสำคัญ 3 แห่ง คือ ศาลเจ้าคุมาโนะฮองงุ ไทชะ .. คุมาโนะ ฮายาตะมะ ไทขะ … คุมาโนะ นาชิ ไทขะ

นักแสวงบุญสามารถเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่เรียกว่า Kumano Kodo ไปยังศาลเจ้าทั้ง 3 แห่งได้

ซึ่งในระหว่างทางจะมีความสวยงามของธรรมชาติ พรรณไม้ และแหล่งน้ำพุร้อนที่มีชื่อให้นักเดินทางได้ลงไปแช่คลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางด้วย

เมื่อมาเยือนแดนพุทธที่มีวิถีปฏิบัติที่เคร่งครัด แม้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เข้าไปฝึกระงับจิตใจ … แต่สิ่งหนึ่งที่ควรทำหากมีโอกาส คือ การลองรับประทานอาหารเจ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในในวิถีปฏิบัติ

อาหารเจ ได้รับการปรุงอย่างพิถีพิถัน โดยเน้นการตกแต่งด้วย 5 สี ทั้งอาหารและจานชามที่ใช้ …

ส่วนเมนูอาหารประกอบด้วยเต้าหู้ ทั้งแบบที่ปรุงด้วยการถนอมอาหาร ผสมงา และปรุงรส ราดซอสหวานเค็ม กับเทมปุระผักตามฤดูกาล ผักภูเขากับมันมือเสือ รวมถึงหัวบุกแทนซาชิมิปลาหมึก และเหล้าที่ถือเป็นของศกดิ์สิทธิ์ ซึ่งพระในนิกายชินกงสามารถดื่มได้

 

ศาลเจ้า คุมาโนะ นาชิ ไทขะ(Kumano Nachi Taisha) …

ศาลเจ้า Kumano Nachi Taisha ตั้งอยู่ที่เมือง Katsura … ทางขึ้นมี 2 ทาง

เราเลือกที่จะเดินขึ้นทางบันได ไปไหว้พระที่วัด แล้วเก็บภาพศาลเจ้าที่มีน้ำตก นาชิ สวยๆเป็นฉากหลังอยู่ไกลๆ แล้วจะเดินลงไปยังน้ำตก

ก่อนจะขึ้นไปด้านบน เราสามารถไปเลือกเช่าชุดแบบญี่ปุ่นโบราณแบบ ชุดกิโมโนสีสันสดใสที่มีให้เลือกมากมายหลากหลายแบบ เสริมด้วย หมวกอิจิเมะ กาสะ ICHIMEGASA ซึ่งเป็นหมวกที่มีรูปร่างแปลกๆ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ที่ส่วนตรงกลางหมวกจะแหลมออกมา และบริเวณรอบๆ ที่มีผ้าขาวปิดเอาไว้ อย่าลืมถือไม้เท้าด้วยค่ะ …

.. แค่เปลี่ยนชุดเท่านั้น รับรองว่าจะเหมือนได้หลุดออกมาจากโลกเมื่อหลายร้อยปี หรือโลกแฟนตาซีของภาพยนตร์ ได้บรรยากาศมากๆ และถ่ายรูปได้สวยๆด้วยค่ะ

รวมถึงช่วยเพิ่มสีสันและบรรยากาศให้รื่นรมย์ขึ้นอีกมากมายในการเดินขึ้นเขาสู่ Kumano Nachi Taisha Grand Shrine

บันไดทางขึ้นหลายร้อยขั้น แม้จะไม่ค่อยเป็นมิตรกับ สว. อย่างเรา แต่หากใช้เวลาเดินช้าๆสู้กับแรงโน้มถ่วงของโลกที่คอยฉุดรั้งการก้าวเดินขึ้นไปในพื้นที่สูงได้

ทิวทัศน์ที่เห็นในสายตาก็สวยด้วยทิวทัศน์ที่มีภูเขาสีฟ้าเทาเป็นฉากหลัง และอาคารในสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นตามทางเดิน รวมถึงร้านรวงที่ขายสินค้าที่ระลึกแบบ Hand Made ของญี่ปุ่น ..

หากเหนื่อยก็ยกกล้องขึ้นมาเก็บภาพ หรือแวะช้อปปิ้งก่อนขึ้นไปที่วัดด้านบนได้ค่ะ

เราเดินตามทางช้าๆ เหนื่อยนักก็หยุดเก็บภาพในรายทางบ้าง เป็นการพักความเมื่อยล้าของขาไปในตัว

… ตลอดเส้นทางมีนักท่องเที่ยวทั้งหนุ่มสาว และผู้สูงอายุมาเดินกันมาก

ทำให้มีกำลังใจที่ก้าวเท้าฝืนแรงโน้มถ่วงของโลกขึ้นไปเรื่อยๆ

ประตูเสาแดงแบบโทริอิ .. อยู่ในรายทาง ณ จุดที่เกือบจะถึงสถานที่ตั้งของวัด

มีสะพานสีแดง ที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศและความสวยงาม

เมื่อเห็นโทริอิแล้วหลายคนอาจคิดว่า ถึงแล้ว แต่ที่นี่จะเป็นแค่ส่วนทางเข้าเท่านั้น

เมื่อผ่านเข้าไปอีกเรื่อยๆ ก็จะเจอโทริอิอีกหนึ่งอัน หากมาถึงจุดนี้แล้วก็แสดงว่าอีกนิดเดียวก็จะถึงยอดเขาที่มีศาลเจ้าคุมาโนะ ฮนกุ และ วัดเซงันโตะ แล้วค่ะ พยายามอีกนิดเดียว

จากนั้นก็เดินขึ้นบันไดต่อไป .. ตอนนี้เราก็อยู่กันที่ “ศาลเจ้าคุมาโนะ นะชิ”「KUMANO NACHI SHRINE」เป็นที่เรียบร้อย

ศาลเจ้าคุมาโนะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนต่างเดินทางมาเพื่อกราบไหว้สักการะขอพรให้ร่างกายแข็งแรงพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

ซึ่งเราสามารถชมวิวธรรมชาติที่ล้อมรอบบริเวณศาลเจ้า พร้อมชมความสวยงามของ "น้ำตกนะชิ NACHI NO TAKI" ได้ที่นี่

ศาลเจ้าคุมาโนะ นะชิ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในป่าลึกแห่งนี้ บริเวณโดยรอบยังมีสถานที่ต่างๆ ให้ได้เที่ยวชมอยู่อีก เช่น วัดคุมาโนะเซงันโตะ

 

จากทางเข้า เราก็เดินทางมาถึงศาลเจ้าคุมาโนะนะชิ เมื่อผ่านประตูมาแล้วก็จะเจอที่ชำระล้างร่างกายอยู่ทางขวามือ เราไปชำระล้างร่างกายกันก่อนเลย โดยมีวิธีการดังนี้

1. เริ่มด้วยการถือที่คักน้ำด้วยมือขวา และตักน้ำมาให้เต็ม เพื่อล้างมือซ้าย

2. เปลี่ยนเป็นถือกระบวยด้วยมือซ้าย เพื่อล้างมือขวา

3. และกลับมาถึงมือขวาอีกรอบ และเทน้ำใส่มือซ้าย เพื่อนำน้ำมาล้างปาก บ้วนปาก

4. และน้ำนำมาล้างมือซ้ายอีกรอบ

5. สุดท้าย ตั้งกระบวยขึ้นเพื่อล้างกระบวยด้วยน้ำที่เหลือ และวางลงที่เดิม

.. อาคารแรกที่เห็นเมื่อเราเดินเข้าสู่ทางราบ อันเป็นที่ตั้งของวัด คือ อาคารหลังเล็ก

มีรูปสุนัขจิ้งจอกอยู่ด้านข้าง เสียดายที่ไม่รู้ตำนานและความเป็นมา

ถัดไปเป็น Kumano Nachi Grand Shrine .. วันที่เราไปเยือนอยู่ในระหว่างการปรับปรุงซ่อมแซม เราจึงไม่ได้เข้าไปชมค่ะ

หน้าอาคารศาลเจ้าหลักจะมีแผ่นไม้ให้เขียนชื่อที่อยู่ (100 เยน)และวางไว้ที่จุดเก็บ ทางศาลเจ้าก็จะนำไปเป็นฟืน และเมื่อนำควันจกฟืนมาถูกตัวก็จะช่วยให้พ่นจากโรคภัยไข้เจ็บ

เมื่อเผาฟีนแผ่นไม้เรียบร้อยแล้วก็เข้าไปในอาคารศาลเจ้ากันเลย เมื่อมาถึงแล้วต่อไปก็จะต้องมากราบไหว้ศาลเจ้ากันเลย โดยมีวิธีการดังนี้

ใส่เหรียญ ลงไปในกล่องทำบุญ(ตามจิตศรัทธา โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 5-50 เยน) จากนั้น

โค้งคำนับ 2 : โค้งคำนับอาคารศาลเจ้า 2 ครั้ง

ปรบมือ 2 : ปรบมือ 2 ครั้ง

โค้งคำนับ 1 : ตั้งจิตอธิษฐานขอพร และโค้งคำนับ 1 ครั้ง

เป็นวิธีการกราบไหว้ที่ศาลเจ้า ส่วนการสักการะที่วัด จะไม่ต้องปรบมือ เพียงแค่พนมมือและโค้งคำนับหนึ่งครั้งเท่านั้น

 

Nachi-san Seiganto-ji Temple

วัด Nachi-san Seiganto-ji Temple .. อันที่จริงจะใช้บันไดอิฐทางขึ้นอีกทางขึ้นจากน้ำตก นาชิ แล้วเดินมาแวะที่ศาลเจ้า จากนั้นเดินมาที่วัดก็ได้ค่ะ

วัดเซงันโตจิ (ญี่ปุ่น: 青岸渡寺 โรมาจิ: Seiganto-ji) หรือ วัดคลื่นวารีสีคราม เป็นวัดพุทธเท็นไดในจังหวัดวากายามะ ประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2547

ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก ในฐานะส่วนหนึ่งของแหล่งศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางจาริกแสวงบุญในทิวเขาคิอิ ตามตำนาน

วัดก่อตั้งโดยภิกษุจากอินเดียนามว่า ราเงียว โชนิง ตัววัดถูกสร้างขึ้นใกล้กับน้ำตกนาจิ และวัดถือเป็นหนึ่งในหมู่ศาสนสถาน คูมาโนะ ซันซัง 

"วัดเซงันโตะ" เดิมทีแล้ววัดเซงันโตะ กับศาลเจ้าคุมาโนะ นะชิ อยู่ในพื้นที่เดียวกัน แต่มีการจัดงาน ซึ่งเมื่อก่อน 150 ปีที่แล้วได้มีการแยกศาลเจ้าและวัด ออกจากกัน

กล่าวคือศาลเจ้าคุมาโนะ นะชิ ถูกแยกออกจากวัดเซงันโตะนั่นเอง ซึ่งวัดเซงันโตะนั้นแม้แต่โชกุนก็ให้ความเคารพศาลเจ้าแห่งนี้  ภายนอกก็มีสีสันสวยงาม ส่วนด้านในก็เปิดให้เข้าชมได้ตามปกติ

ในวัด หรือศาลเจ้าในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะมุมไหนๆ กลิ่นควันธูป โชคลาง คำอธิษฐาน ความเชื่อ และความศรัทธา แผ่ซ่านแฝงตัวอยู่ในทุกอณูของวัด

วัดเซงันโตะนี้ จะมีการสวดทุกเช้าเวลาตี 5 ที่คนทั่วไปสามารถเข้าร่วมได้(หากนับถือศาสนาพุทธ)

อีกทั้งยังสามารถเข้าร่วมได้ฟรี โดยจะต้องติดต่อเพื่อขอเข้าร่วมถึงก่อนเวลา 10 นาที ใช้เวลาประมาณ​ 30 นาที

 

ระหว่างการเดินออกจากวัด เพื่อไปชมเจดีย์ สามารถมองเห็นอาคารอื่นๆของวัด

มีทิวทัศน์ที่โอบกอดวัดสวยงามแห่งนี้ ที่น่าเก็บภาพอีกมาก

Kumano Nachi Taisha

เจดีย์ Seiganto-ji ตั้งอยู่ตรงจุดสุดท้ายของทางเดินก่อนที่จะเดินลงไปที่น้ำตกนาชิ 

ตัวศาลเจ้า 3 ชั้นทาสีแดง มีผู้คนมาจุดธูปไหว้ขอพรกันมาก

เจดีย์สามชั้นวัดเซงันโตะ แห่งนี้เคยถูกเพลิงไหม้ไปหนึ่งรอบเมื่อ 400 ปีก่อน และได้ถูกปรับปรุงใหม่ขึ้นเมื่อ 45 ปีที่แล้ว

หากขึ้นไปยังชั้นที่ 3 ของเจดีย์จะมีจุดชมวิวที่สามารถชมวิวน้ำตกนะชิที่สวยงามได้

หน้าศาลเจ้ามีลานที่ตกแต่งด้วยสวนสวยในแบบของญี่ปุ่น

เป็นสถานที่ที่ผู้คนนิยมมาถ่ายรูปกันมาก เพราะมีศาลเจ้าและสวนสวยเป็นฉากหน้า และมีภาพของ“น้ำตกนะชิ" ที่มีความสูงกว่า 133 m เป็นฉากหลังที่งดงาม

หลังจากที่ได้เพลิดเพลินกับวิวเจดีย์สามชั้นแล้ว เราจะหันหน้าออกจากเจดีย์และเดินตรงไป เราจะเดินลงเนินทางเดินหินไป ในแต่ละจุดระหว่างทางเดินจะมีป้ายบอกทางไปน้ำตกนะชิเหมือนในภาพด้านขวาบน เพราะฉะนั้นไม่หลงแน่นอน

ทางเดินลงมีลักษณะเด่น คือเป็นบันไดหินธรรมชาติที่ยาวต่อเนื่องมา ซักพักก็จะเป็นทางเดินหินเหมือนไดมนซากะ ซึ่งทางเดินหินนี้มีมายาวนานเก่าแก่ อายุกว่า 800 ปี เป็นทางเดินที่ให้บรรยากาศเหมือนไดมนซากะที่มีต้นสนสูงใหญ่ตลอดข้างทั้งสองฝั่ง

เราจะเดินไปตามทางบันไดหินไปเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าบันไดหินนี้จะมีระยะทางเพียง 600m เท่านั้น แต่ทางขึ้นบันไดจะมีทั้งขั้นเล็กขั้นใหญ่สลับกันไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นแค่เดินแบบไม่พักก็ใช้เวลาไปประมาณ 30 นาทีเลยค่ะ

บันไดอิฐธรรมชาติ สุดแสนคลาสสิกนี้ ลาดชันขึ้นไปเรื่อยๆตามแนวเขา ล้อมรอบไปด้วยต้นสนที่ใหญ่มาก คาดเดาเอาเองว่าคงมีอายุหลายร้อยปี นอกจากนี้ยังมีต้นซีดาร์ การบูร และป่าไผ่ มองเห็นมอสสีเขียวชื่นตาขึ้นคลุมดินและหินเหมือนปูด้วยพรมในระหว่างทาง ได้บรรยากาศการเดินแสวงบุญในดินแดนของพระธรรมอย่างแท้จริง

การเดินแบบนี้ เป็นต้นกำเนิดของการแสดงการเคารพธรรมชาติ … มีก้อนหินใหญ่ ต้นไม้ น้ำตก และแม่น้ำ ซึ่งในอดีตจะมีลูกหานของขุนนางชั้นสูงสวมชุด เฮอันอิโช เดินไปตามทางแสวงบุญขึ้นเขาแบบนี้ เพื่อเป็นการบ่มเพาะจิตใจ

ต้นสนขนาดใหญ่มากๆ อยู่สองต้น เรียกว่า「FUUFU SUGI」แปล่า ต้นสนคู่สามีภรรยา มีอายุกว่า 800 ปี ถึงแม้ว่าต้นสนนี้จะมีอายุมากเพียงใดก็ยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

เดินไปตามทางเดินบันไดหินที่มีต้นสนขนาดใหญ่ล้อมรอบ ทางเดิน ไดมนซากะ จะต่อเนื่องไปอีกประมาณ 600m นอกจาก FUUFU SUGI ที่มีอายุกว่า 800 ปีแล้ว ต้นสนที่อยู่บริเวณรอบๆ นี้นั้นมีอายุมากกว่า 350 ปี ให้ความรู้สึกลึกลับทางเดินที่ล้อมรอบไปด้วยต้นสนที่หนาทึบแบบนี้ ได้บรรยากาศมากๆ

นักท่องเที่ยวบางคนสวมชุดแบบนักแสวงบุญสมัยโบราณ เฮอันอิโช เช่นเดียวกับในอดีต …

 

Nachi Waterfall

เดินไปตามทางโคะโด จากเจดีย์สามชั้นวัดเซงันโตะมาประมาณ 15 นาที ตอนนี้เราก็เดินทางมาถึงทางเข้าน้ำตกนะชิกันแล้ว ซึ่งน้ำตกนะชิจะเป็นศาลเจ้าฮิโร「HIROU SHRINE」

น้ำตกนาชิ ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ด้วยความสูง 133 เมตร กว้าง 13 เมตร … ด้านหน้าเป็นทางเข้าที่มีเสาโทริสีออกเทาที่ดูขรึมขลังตั้งอยู่บนทางเดินหินยกพื้น และมีป่าสนเป็นฉากหลังที่สวยงาม

เดินไปตามทางเดินที่มีต้นสนหนาแน่นไปประมาณ 3 นาที เราก็เริ่มได้ยินเสียงน้ำตกดังขึ้นเรื่อยๆ ได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของน้ำตกๆ ได้ทั้งหูและตาเลยค่ะ สามารถสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ อากาศที่บริสุทธิ์ได้

เมื่อเข้ามาภายในบริเวณศาลเจ้าแล้ว เราก็จะได้เห็นน้ำตกนะชิที่ยิ่งใหญ่กันเลย

มีข้อสังเกตว่า .. หากเป็นศาลเจ้าโดยทั่วไปแล้ว เมื่อผ่านโทริอิเข้ามา ก็จะต้องเห็นตัวอาคารศาลเจ้าหลักใช่ไหมคะ แต่ที่ศาลเจ้าฮิโรจะไม่มีอาคารศาลเจ้าหลักคะ นั่นก็เพราะว่า น้ำตกนะชินี้ ก็คือตัวแทนของศาลเจ้าหลักให้ได้กราบไหว้สักการะนั่นเอง

น้ำตกนะชิที่ศักดิ์สิทธ์นี้ การจะต้องกราบไหว้น้ำตก ก็อาจจะเป็นเรื่องที่แปลกเล็กน้อย แต่ก่อนจะไปสักการะน้ำตก ควรจะจะมาชำระร่างกายให้บริสุทธิ์กันก่อน ด้วยวิธีการเดียวกับการไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลเจ้าแห่งอื่น

 

มีสถานที่ในส่วนที่เราไม่ได้ขึ้นไป แต่อยากเล่าให้ฟัง…

หันหน้าไปทางโทริอิ และขึ้นบันไดทางฝั่งซ้ายไป ก็สามารถเข้าไปสู่จุดที่อยู่ใกล้น้ำตกมาที่สุด ถึงแม้ว่าวันนี้อากาศดีท้องฟ้าแจ่มใส และก็รู้สึกชื้นมากๆ เมื่ออยู่บริเวณนี้ ด้วยละอองน้ำของน้ำตกที่มีความสูง 133 เมตร สัมผัสกับผิวของผู้ที่มาเยี่ยมชมสักการะ

เมื่อขึ้นบันไดมาเล็กน้อย ก็จะพบกับจุดจ่ายน้ำ「ENMEI CHOUJU NO TAKISUI」อยู่ทางซ้ายมือ เป็นจุดที่สามารถดื่มน้ำจากน้ำตกได้นั่นเอง โดยจ่ายเงิน 100 เยน เพื่อนำจอกที่เรียงอยู่ข้างๆ ไปตักน้ำเพื่อดื่ม(สามารถนำจอกกลับไปได้)

ว่ากันว่า .. น้ำของน้ำตกนี้ไม่ขุ่นเลยสักนิดค่ะ ทั้งเย็น และให้ความรู้สึกหวานเล็กน้อยอีกด้วย นอกจากนี้หากเป็นขวดพลาสติกเล็กๆ ก็สามารถกรองน้ำใส่ขวดกลับไปได้อีกด้วย

เมื่อเดินเข้าไปลึกอีกหน่อย ก็สามารถชมแอ่งน้ำใต้น้ำตกได้แบบใกล้ชิด (ค่าเข้า 300 เยน) เมื่อเข้ามาใกล้แล้วก็จะรู้สึกได้ถึงละอองน้ำตกที่ตกลงมาเหมือนฝนเลยค่ะ  ซึ่งจุดนี้นอกจากจะได้เข้าใกล้แอ่งน้ำใต้น้ำตกแล้ว ยังสามารถชมปากน้ำตก(จุดที่น้ำตกลงมา)ที่กว้างถึง 26 เมตรได้อีกด้วย ณ ปากน้ำตกจะมีการประดับเชือก ชิเมะนาวะ หนักประมาณ 4 กิโล ด้วย

เชือกที่คาดประดับที่น้ำตกจะถูกเปลี่ยนทุกๆ ปี จำนวนทั้งหมด 2 ครั้ง คือ ก่อนขึ้นปีใหม่ และก่อนเทศกาล REITAISAI (NACHI NO HIMATSURI) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 14 กรกฎาคม เป็นงานที่หากก้าวพลาดไปเพียงก้าวเดียวก็อาจพลาดตกจากน้ำตกที่มีความสูงถึง 133 เมตรนี้ได้ เรียกได้ว่าเป็นการทำงานที่ต้องเสี่ยงชีวิตมากๆ … ทั้งผู้คนที่มารับชม และผู้ที่เปลี่ยนเองก็คงหวาดเสียวไม่น้อยเลย

การจัดงานเทศกาล REITAISAI ที่เรียกว่า 「NACHI NO HIMATSURI」ขึ้นในวันที่ 14 กรกฎาคม ของทุกปี อันเป็นการแห่เทพเจ้าคุมาโนะจำนวน 12 องค์จากศาลเจ้าคุมาโนะนะชิ ไปสู่น้ำตกนะชิ รวมถึงเป็นการแห่คบไฟขนาดใหญ่ 12 อันที่หนักกว่า 50-60 กิโล ไปเรื่อยๆ จนถึงน้ำตกนะชิ กับเทศกาลแห่ไฟนะชิNACHI NO HIMATSURIเป็นเทศกาลใหญ่ที่มีผู้เข้าชมกว่า 1 หมื่นคนเลยทีเดียว

หลังจากการเดินชมวัด ศาลเจ้า และเส้นทางแสวงบุญกันจนหมดแรง เราแวะทานราเมง สูตรของวากายามา ที่ได้ชื่อว่าอร่อยมาก

วากายามาเป็นแหล่งผลิตโชยุ หรือซอสถั่วเหลือง ที่มีชื่อเสียง … ราเมงของวากายามาจึงจะมีส่วนผสมของโชยุในน้ำซุป ทำให้มีรสชาติที่ไม่เหมือนที่อื่น และมีกลิ่นหอม รวมถึงเส้นราเมงก็จะเรียวเล็กเป็นเอกลักษณ์

เราสั่งทั้งเส้นราเมง และอุด้ง … ส่วนน้ำซุป เป็นแบบ ทงคัตสึ โชยุ คือซุปกระดูกหมูผสมซอสถั่วเหลือง และมี เนื้อหมูต้มสุก ลูกชิ้นปลาสไลด์บางๆ ต้นหอมหั่น และผักหั่น ใส่ในชามมาให้ด้วย

เครื่องเคียงที่มาพร้องกับเมนูที่เราสั่ง เป็นข้าวที่ห่อมาในใบผักที่นำไปนึ่งก่อนเสริฟ

 

More Attraction : (เราไม่มีเวลาพอที่จะไปชม แต่อยากจะให้เป็นข้อมูลสำหรับท่านที่มีโอกาสไปเยือนภูมิภาคนี้ค่ะ)

ไปถึงภูมิภาคคันไซ อย่าพลาดไปเมืองซะไก ในจังหวัดโอซากา … สมัยก่อน ซะไกเป็นเมืองด่านหน้า เจริญรุ่งเรืองมากในอดีต เชื่อว่าคนต่างชาติรู้จักซะไกเพราะเป็นเมืองท่าใหญ่ในการติดต่อกับนานาประเทศทั่วโลก ในเมืองนี้เป็นที่ตั้งของหลุมศพโบราณ (โคฟุน - Kofun) อายุ 1,600 ปี ซึ่งหากมองจากที่สูงลงมาโคฟุนนี้มีรูปร่างลักษณะคล้ายรูกุญแจขนาดใหญ่และล้อมรอบด้วยคูน้ำ ที่ว่ากันว่าไม่เคยเหือดแห้ง

และเป็นหนึ่งในสามหลุมศพโบราณเก่าแก่มากที่สุดในโลก รองจากพีระมิดในอียิปต์ และจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ในจีน มีความกว้าง 486 เมตร ยาว 305 เมตร เตรียมพร้อมเพื่อจะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในอีก 3 ปีข้างหน้า ว่าเป็นหลุมศพโบราณที่มีความกว้างใหญ่ที่สุดในโลก เชื่อว่า เป็นหลุมฝังศพของจักรพรรดินินโทคุ (Nintoku) ตั้งแต่ศตวรรษที่ 5 สมัยที่ญี่ปุ่นยังไม่ได้รวมกันเป็นประเทศ

 

สมัยก่อนการสร้างหลุมฝังศพโบราณ จำเป็นต้องมีความรู้ความสามารถทางด้านอุตสาหกรรมเหล็กเช่นเดียวกัน เมืองซะไกในอดีตจึงเป็นที่รวมของเหล่าช่างฝีมือทั้งหลาย อันเป็นบ่อกำเนิดงานฝีมือเหล็กโบราณ ซึ่งถูกโอนถ่ายประสบการณ์กันมาหลายชั่วอายุคน ตั้งแต่มีดดาบซามูไร อาวุธปืนที่ใช้ในช่วงสงคราม ของมีคมไปจนถึงจักรยาน

เมืองนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิต ปืน มีด กรรไกรและจักรยานที่สำคัญของประเทศ และมีพิพิธภัณฑ์จักรยานแห่งเดียวในญี่ปุ่น (Bicycle Museum Cycle Center) เป็นแหล่งสะสมจักรยานเก่าแก่ที่สุดในโลก จนถึงจักรยานรุ่นใหม่ล่าสุดที่ใช้ในการแข่งขันโอลิมปิก และจัดเป็นหนึ่งในห้าพิพิธภัณฑ์จักรยานของโลกที่มีคอลเลกชั่นจักรยานที่ดีที่สุด

จักรยานเริ่มเป็นที่นิยมสร้างในซะไกหลังยุคเอะโดะ เมืองซะไกเป็นแหล่งรวมช่างฝีมือ และถ่ายทอดกันมาหลายยุคสมัย แบ่งหน้าที่งานทำชิ้นส่วนจักรยานไปจนถึงประกอบ ทำให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองที่เด่นดังเรื่องอุตสาหกรรมจักรยานที่สุดในญี่ปุ่น

ในพิพิธภัณฑ์จักรยานนี้ เราจะได้เห็นจักรยานเสือภูเขาตัวแรกของโลก ผลิตขึ้นในปี 1878 ซึ่งมีเพียง10 คันในโลก, จักรยานสามล้อจากอังกฤษมีเพียง 2 คันในโลก มีเกียร์พร้อมพวงมาลัย รวมถึงจักรยาน Royal Salvo Tricycle ของราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษ, จักรยานของสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ และจักรยานหายากอื่นๆ ด้วย

 

อีกหนึ่งเส้นทางท่องเที่ยวเมืองซะไก คือ โคยาซาน (Koya-san) เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาพุทธนิกายชินกอน Shingon ที่ก่อตั้งโดยท่าน Kobo Daishi Kukai เมื่อกว่า 1,200 ปีมาแล้ว เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม

ปัจจุบันเป็นเส้นทางแสวงบุญบนเทือกเขาคิอิ โดยยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม 2004 ภายในโคยาซาน จะมีสุสานเก่าแก่เรียงรายโดยรอบ บางแห่งเก่าแก่อายุนับพันปี รวมถึงสุสานของต้นตระกูลซามูไร เมืองเก่าแก่อายุนับพันปี ที่ยังคงเก็บรักษาความเก่าแก่ของสถานที่และความเชื่อไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และไม่นานเมืองแห่งนี้ก็จะได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

http://www.msn.com/th-th/travel/other

https://ichigojapan.jp/roundthechi/kiipeninsula

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
wullopp วันที่ : 31/12/2019 เวลา : 08.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ชอบตรง
ความเงียบ
ความงาม
ความสงบ
ความอร่อย...

มันลงตัว ที่ ญี่ปุ่น

ขออนุญาต สวัสดีปีใหม่ ครับ... 🙏

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Supawan วันที่ : 31/12/2019 เวลา : 07.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

วันสิ้นปี ... ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน