*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2276
  • จำนวนผู้ชม : 6334152
  • จำนวนผู้โหวต : 11317
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11317 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม 2563
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 918 , 06:41:57 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เที่ยวระนอง แวะเกาะสอง ท่องทะเลพม่า (2) พระราชวังรัตนรังสรรค์


พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง)

พระราชวังรัตนรังสรรค์ จังหวัดระนอง ถือเป็นพระราชวังที่มีการประกาศพระบรมราชโองการยกขึ้นเป็นพระราชวัง 1 ใน 19 แห่งของประเทศไทย

และเป็นพระราชวัง 1 ใน 6 แห่งที่สร้างขึ้นตามหัวเมืองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

"พระราชวังรัตนรังสรรค์" ถูกสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2433 โดย "พระยารัตนเศรษฐี" (คอมซิมก๊อง) เจ้าเมืองระนองในขณะนั้น

เนื่องด้วยรัชกาลที่ 5 ได้ทรงเสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายตะวันตกเป็นครั้งแรกที่จะได้เสด็จไปถึงเมืองระนองในวันที่ 23-25 เมษายน 2433 ... พระยารัตนเศรษฐีจึงได้สร้างพลับพลาที่ประทับรับเสด็จที่บนเนินควนอันอยู่ใจกลางเมือง

ว่ากันว่า .. พลับพลาที่ประทับเดิมนั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จไปทอดพระเนตรเห็น ทรงมีพระราชดำรัสว่า

“...ทำงดงามมั่นคงสมควรจะเป็นวัง ยิ่งกว่าจะเป็นพลับพลา...จึงพระราชทานนามว่า พระราชวังรัตนรังสรรค์ให้เป็นเกียรติยศแก่เมืองระนอง และสกุลของพระยารัตนเศรษฐี คือ ณ ระนอง ด้วย

แต่เนื่องด้วยนานๆครั้งจะเสด็จประพาสเมืองระนองครั้งหนึ่ง จะทิ้งวังไว้เปล่าๆก็จะชำรุดทรุดโทรม รัชกาลที่ 5 จึงพระราชทานพระบรมราชานุญาติว่า ให้ใช้พระราชวังนั้นเป็นศาลารัฐบาลและทำพิธีสำหรับบ้านเมือง หากมีการเสด็จประพาสเมื่อใดจึงให้จัดเป็นที่ประทับ

ซึ่งนอกจากรัชกาลที่ 5 แล้ว พระมหากษัตริย์อีก 2 พระองค์คือรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 ก็ได้ใช้พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับแรมเมื่อครั้งเสด็จประพาสเยี่ยมหัวเมืองปักษ์ใต้ฝั่งตะวันตกเช่นกัน

ต่อมาองค์พระที่นั่งได้ชำรุดทรุดโทรมลง ...

.. ในสมัยพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอยู่หงี่) เจ้าเมืองระนองในขณะนั้น จึงได้ร่วมกับสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ตปรับปรุงและดัดแปลงพระที่นั่งรัตนรังสรรค์ใหม่

โดยสร้างเป็นรูปเรือนตึกก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น ทาสีขาว ก่อสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2444 แล้วใช้อาคารหลังนี้เป็นศาลากลางเมืองระนองเรื่อยมา

กระทั่งเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2507 พ.ต.อ.บุญณรงค์ วัฒฑนายน ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองในขณะนั้นได้รื้อถอนองค์พระที่นั่ง เพื่อสร้างเป็นศาลากลางจังหวัดหลังปัจจุบัน

พระที่นั่งรัตนรังสรรค์จึงสูญหายไปจากจังหวัดระนองตั้งแต่บัดนั้น แต่ก็ยังคงมีร่องรอยเป็นบันไดและบริเวณให้เห็น โดยทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ.2520

ในปี พ.ศ.2545 จังหวัดระนองได้มีโครงการก่อสร้างพระที่นั่งรัตนรังสรรค์จำลองขึ้น บนเนินเขานิเวศน์คีรี ใกล้เคียงกับบริเวณเดิม

ตัวอาคารสร้างด้วยไม้ตะเคียนทองโครงสร้างคอนกรีตสูงสามชั้น ชั้นล่างโล่ง ชั้นที่สองเป็นรูปเหลี่ยมแปดด้าน

ตราครุฑไม้ที่มีอายุกว่าร้อยปี ติดตั้งอยู่ด้านนอกของอาคารพระราชวังหลังแรก

ส่วนด้านในจัดเป็นนิทรรศการเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเยือนหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายตะวันตก

พระราชหัตถเลขาของในหลวงรัชกาลที่ 5

เป็นบุญตาที่ได้มีโอกาสมาเห็น

อาคารหลังถัดไป .. ด้านบนเป็นที่ประทับทรงงาน และห้องบรรทม

ชั้นล่างของอาคารหลังถัดมา ..

จัดแสดงโมเดลของพระราชวัง ด้านหนึ่งมีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9

ปัจจุบันประดิษฐานโต๊ะทรงพระอักษรพร้อมพระเก้าอี้ทำด้วยหนังแท้ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับที่พระที่นั่งวิมานเมฆพระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร

และพระเก้าอี้ทรงพักผ่อนแกะสลักลวดลายเป็นรูปดอกกุหลาบ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคยทรงใช้เป็นที่ประทับและบรรทม

ส่วนหลังคาชั้นที่สามทรงปั้นหยา มีดั้งประดับไม้ลวดลายฉลุอย่างสวยงาม .. ชั้นที่สามของอาคารหลังนี้เป็นห้องบรรทม ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพค่ะ

ระเบียงสะพานเชื่อมอาคารทำด้วยไม้ สวยมากค่ะ

มองออกไป สามารถเห็นวิวด้านหน้าของพระราชวัง และส่วนหนึ่งของตัวเมืองระนอง

หอแปดเหลี่ยมที่มีความสูงประมาณ 17 เมตร คล้ายคลึงกับ หอวิฑูรทัศนา ที่พระราชวังบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบผสมผสาน ..

คือหลังคาทรงปั้นหยาแบบไทยประดับเชิงชายไม้ฉลุซ้อนกันอย่างพม่า

ส่วนบริเวณชั้นสองมีระเบียงไม้ประดับกันตก สามารถเดินชมทิวทัศน์ได้โดยรอบ

พื้นเฉลียงปูกระเบื้องดินเผา มีหลังคาคลุม ช่องประตูเป็นรูปโค้งทั้งแปดด้าน

จากชั้นสองถึงชั้นสาม มีบันไดเวียนภายในขึ้นไปบนชั้นสาม ซึ่งมีหน้าต่างสามารถชมทัศนียภาพบริเวณหน้าพระที่นั่ง ตัวเมืองระนองด้านทิศตะวันตก ชายแดนประเทศไทยและสหภาพพม่า

นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินบริเวณทะเลอันดามันได้อย่างสวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองระนองด้วย

 

ร้านอาหารเคียงเล .. ชมอาทิตย์อัสดง และทะเลสีทอง

เคียงเล” .. เป็นร้านอาหารที่ขึ้นชื่อที่สุดของจังหวัดระนอง

ด้วยทำเลที่ตั้งของร้านที่ติดทะเล มีหาด มีภาพชีวิตชาวเล และวิวที่สวย บรรยากาศดีๆถ่ายรูปหลายมุม

ภายในร้านกว้างขวาง สามารถเลือกนั่งทั้งบริเวณริมทะเล หรือด้านในเข้ามานิดหน่อยก็ได้

วิวและบรรยากาศในช่วงที่ดวงสุริยันกำลังจะจูบลาโลก เปลี่ยนผ่านให้จันทราและดวงดารา เข้ามาส่งแสงระยิบระยับนั้น ทั้งสวยงามและโรแมนติก

ใครหลายคนจึงกุมมือกันนั่งมองทะเลที่ฉาบไล้ด้วยสีส้มทอง ส่วนอีกหลายคนเลือกที่จะออกไปโพสท่าสวยๆถ่ายรูป เก็บความประทับใจกลับไปอวดเพื่อนๆ และดัพเดทสเตตัสกัน

อาหารที่ "เคียงเล" มีให้เลือกเยอะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเมนูอาหารทะเลรูปแบบต่างๆ บริการดี รวดเร็ว

อาหารที่เราสั่งมารับประทานในวันนั้น มีตามในภาพด้านบนค่ะ

 

ขอบคุณเนื้อความบางส่วนจาก : ผู้จัดการออนไลน์


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Chaoying วันที่ : 30/01/2020 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

เจ้าหญิงก็เคยไปกินร้าน "เคียงเล" ค่ะ วิวสวยดี ที่ร้านนี้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 26/01/2020 เวลา : 07.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอให้มีความสุขมากๆกับบทความนำเที่ยวระนองค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน