*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2276
  • จำนวนผู้ชม : 6334109
  • จำนวนผู้โหวต : 11317
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11317 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม 2563
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 608 , 06:17:26 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , Hudjung โหวตเรื่องนี้

เที่ยวระนอง แวะเกาะสอง ท่องทะเลพม่า (3) บ้านร้อยปี เทียนสือ .. ตามรอยประวัติศาสตร์ไทย-จีน เมืองระนอง

“เสน่ห์ของบ้านเก่า” คือเรื่องราวที่สืบทอดกันมาในอดีต

ระนอง เป็นเมืองที่มีเรื่องราวที่สำคัญของคนไทย-จีน มาตั้งแต่โบราณ ด้วยเป็นเมืองที่เดิมมีการทำเหมืองแร่ อันเป็นเศรษฐกิจที่สำคัญในยุครัตนโกสินทร์ ตอนต้น ตอนกลาง

รวมถึงมีบุคคลสำคัญที่เป็นผู้ปกครองหัวเมืองปักษ์ใต้สืบทอดกันมา เช่น ท่านคอซูเจียง ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งของเอเชียในยุค กว่าร้อยปีที่ผ่านมา

“บ้านเทียนสือ” … บ้านเก่าแก่ที่มีเรื่องราวอันเป็นตำนานของคนไทย-จีน ย้อนหลังไปกว่า 120 ปี โดย ท่านเทียนสือ เป็นมือขวาของพระยารัษฎานุประดิษฐ์ เป็นเจ้าของบ้านคนแรก

“เทียนสือ” เป็นคำในภาษาจีน แปลว่า ของขวัญจากฟ้า .. บ้านหลังนี้ จึงมีความหมายว่า เป็นของขวัญจากฟ้าที่เทพเทวดาประทานให้ สร้างขึ้นในช่วงเวลาในสมัยรัชกาลที่ 5

มีผู้อยู่อาศัยในบ้านนี้เริ่มจากคนจีนรุ่นแรกๆในจังหวัดระนอง แล้วส่งต่อๆกันมาถึง 6 ชั่วอายุคนแล้วจนถึงปัจจุบัน

จังหวัดระนองในยุครัตนโกสินทร์ เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมากด้วยการทำกิจการเหมืองแร่ดีบุก เป็นเมืองที่มีการส่งส่งภาษีให้ทางการมากที่สุดในประเทศไทย

ในยุคที่แร่ดีบุกเป็นที่ต้องการของชาติตะวันตก  … “บ้านเทียนสือ” ทำธุรกิจรับซื้อแร่และกิจการหลายอย่าง การค้าของท่าน เจริญรุ่งเรืองส่งผลให้มีฐานะดี ร่ำรวยมาก

มีเรื่องเล่ากันว่าสมัยก่อน “เจ้าของบ้านเทียนสือ จะชวนลูกหลานมานั่งนับเหรียญในสวนกลางบ้าน และช่วยกันบรรจุในถุงผ้าใบที่ใช้ใส่แร่ดีบุกเก็บไว้ในบ้านมากมาย”

ดังนั้น บ้านเทียนสือในสมัยนั้นจึงเปรียบเสมือน “ห้องคลังกลางใจเมืองระนอง”

ปัจจุบัน บ้านเทียนสือ เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีตของคนจีนในจังหวัดระนองรุ่นแรกๆ ที่มาตั้งถิ่นฐาน พร้อมด้วยประวัติศาสตร์เมืองระนอง

และวิถีชีวิตภูมิปัญญาของท้องถิ่น ผ่านเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ รวมไปจนถึงภาพถ่ายเก่าแก่ที่หายากซึ่งหลายคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อน

แถมยังมีข้าวของเครื่องใช้แบบโบราณอันเปี่ยมเสน่ห์ ทั้งโคมไฟโบราณ ภาพวาดในกรอบรูปติดฝาผนัง โต๊ะและเก้าอี้ฉลุลวดลาย และเครื่องไม้โบราณ ที่เหมือนพาเราย้อนเวลาไปดูศิลปะที่ผสมผสานทั้งไทย จีน และยุโรป

“บ้านเทียนสือ” สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 .. เจ้าของบ้านคือ "ท่านเทียนสือ" ซึ่งเป็นหลานเขยของ คอซู้เจียง เจ้าเมืองระนอง โดยนายเทียนสือได้แต่งงานกับ "ฉ่ายหล่วน" ซึ่งเป็นหลานสาวของพระยารัษฎานุประดิษฐ์ (คอซินบี้ณ ระนอง) เจ้าเมืองตรัง

ท่านเทียนสือ จึงได้รับความเมตา และไว้วางใจจากทั้ง 2 ท่านเป็นอย่างมาก หลังจากแต่งงานจึงได้สร้างบ้านหลังนี้ ประมาณปี พ.ศ.2433 มีบุตรชายหญิงทั้งสิ้น 5 คน

 

 “คุณศุภพรพงศ์ชัย พรพงษ์” หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า “โกศุภ” เป็นเจ้าของบ้าน และเป็นทายาทรุ่นที่ 6 คนปัจจุบันของบ้านหลังนี้ ..

ท่านมาต้อนรับคณะของเราด้วยตัวเอง และนำชมบ้าน พร้อมการบรรยายประวัติของบ้านในแง่มุมต่างๆอย่างละเอียด

คณะของเรา ขอขอบพระคุณ "โกศุภ" อย่างสูงที่เมตตานำชม ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

บ้านเทียนสือ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างจีนและไทย สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 .. เป็นเรือน 2 ชั้น ที่ก่อสร้างอย่างมั่นคง ชั้นบนเป็นไม้ ชั้นล่างเป็นตึก

วางผังให้มีตัวบ้านด้านหน้า และด้านหลังมีลักษณะเหมือนบ้านแฝด มีสวนกลางบ้าน หน้าต่างทุกช่องเป็นไม้แผ่นหนา รูปทรงแบบหมวกทหารจีนโบราณ ... ซึ่งมีความหมายเหมือนว่ามีทหารเฝ้าล้อมรอบทั้งบ้าน

ด้วยเหตุที่ เดิมบ้านหลังนี้ ได้ทำหน้าที่เหมือนตลาดกลางซื้อขายแร่ดีบุกและเป็นที่รวบรวมเงินเก็บภาษี ส่งคลังหลวงที่กรุงเทพฯ  การสร้างบ้านจึงเน้นเรื่องความปลอดภัย 

เดิมมีการทำประตูเข้าบ้านถึง 5 ชั้นกว่าจะถึงตัวบ้านด้านใน และมีกำแพงหนาถึงฟุตครึ่ง

การออกแบบบ้านถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยทุกประการ ปัจจุบันเป็นสถานที่เก็บรวบรวมประวัติและข้าวของเครื่องใช้ของตระกูล ณ ระนอง

จุดเช๊คอินจุดแรก .. มุมเก้าอี้และลวดลายเพ้นท์กำแพง และป้ายชื่อบ้านเทียนสือ เป็นอีกมุมไฮไลท์ ทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนต้องเดินมาถ่ายภาพเช็คอิน

พื้นที่ด้านหน้านี้ ตรงกลางเป็นลานโล่ง ที่จะเปลี่ยนสภาพเป็นตลาดนัดสำหรับการซื้อขายของในช่วงวันหยุด

ป้ายชื่อบ้านเทียนสือ บนกรอบประตูทางเข้าห้องด้านใน  .. ด้านข้างของกรอบป้ายชื่อบ้านมีสัญลักษณ์ของฝ่ายบู๊ และฝ่ายบุ๋น ซึ่งน่าจะหมายความว่า บ้านนี้ทำมาค้าขายและรับราชการ

ตัวอักษรภาษาจีนด้านข้างกรอบประตู ท่านเจ้าของบ้านบอกว่า มีความหมายให้อยู่เย็น เป็นสุข

ด้านซ้ายมือของประตูหลักของทางเข้าตัวบ้าน เป็นที่นั่งพัก … ด้านขวามือเป็นมุมถ่ายรูปได้สวยงาม

เฟอร์นิเจอร์ไม้ โต๊ะ เก้าอี้ สไตล์แบบจีนโบราณที่งดงามมาก

โกศุภเล่าว่า บ้านหลังนี้สร้างโดยมีความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และความเป็นมงคลในรูปแบบต่างๆ การจัดวางสิ่งของ จึงอิงในเรื่องของความเชื่อแบบคนจีน …

แม้แต่การวางกระเบื้องภายในบริเวณบ้านที่จะต้องวางเรียงเป็นรูปข้าวหลามตัด ก็เพราะเชื่อว่าจะนำโชคลาภ ความร่ำรวยเข้ามาในบ้าน

สิ่งสำคัญที่ทายาทของ “บ้านเทียนสือ” ได้รับคำสั่งมาจากบรรพบุรุษเป็นทอดๆคือ ห้ามมิให้เปลี่ยนแปลงสภาพหลักๆของบ้าน …

เราจึงโชคดีที่มีโอกาสได้เข้ามาซึมซับเรื่องราวในของบ้านในวันวาน ได้ฟังบทบาทของคนสำคัญๆที่เคยโลดแล่นในบ้านหลังนี้และในเมืองระนองในช่วงกว่าร้อยปีที่ผ่านมา

โดยมีข้าวของเครื่องใช้ที่เคยถูกใช้จริงๆเป็นฉากที่เปี่ยมชีวิตชีวา เหมือนการชมภาพยนตร์ย้อนอดีต

พื้นที่แรกที่เราเข้าไปชมและฟังการบรรยายเกี่ยวกับประวัติของบ้านและต้นตระกูล ณ ระนอง มีความน่าสนใจ หากมีเวลาก็ควรจะอ่านข้อความรายละเอียดค่ะ

Family Tree ของตระกูล ณ ระนอง และภาพเก่าของสมาชิกตระกูล ณ ระนอง บางคน

บ้านเทียนสือ ที่ปีนัง … เปรียบเสมือนสถานที่ลี้ภัยทางการเมืองมาหลายยุคหลายสมัยในอดีต

เมื่อการเมืองมีความยุ่งยาก ซับซ้อน และโอกาสที่จะมีภัย .. นักการเมืองจากไทยในหลายช่วงเวลาในอดีต ได้เลือกที่จะไปพึ่งร่มเงาของบ้านเทียนสือ ที่อยู่ที่ปีนัง และมาเลเซีย

เมื่อความร้อนแรงเริ่มจางหาย คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น จึงร่ำลา และกลับมาเมืองไทย

บ้านเทียนสือ จึงเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ที่แม้จะไม่ได้มีการบันทึก .. แต่ร่องรอย ภาพถ่าย และความทรงจำ ยังคงอยู่มิได้เลือนหายไป

มุมถ่ายรูปสวยๆ โดยโกศุภ

โกศุภ อาสาเป็นช่างกล้องให้กับทุกคน และรู้ว่าต้องแอ๊คชั่นอย่างไรจึงจะได้ภาพสวยๆไปเป็นที่ระลึก

เราเข้าไปชมด้านในส่วนนอก … เริ่มจากซุ้มแท่นบูชาและไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์

ประกอบด้วยโต๊ะที่มีอุปกรณ์เครื่องใช้ในการทำพิธี มีภาพและป้ายเขียนด้วยอักษรภาษาจีนตรงด้านข้าง .. ซึ่งฉันไม่มีความรู้พอที่จะอธิบายได้อย่างถูกต้องครบถ้วน

ตัวกิเลน … ตั้งอยู่ข้างๆแท่นบูชา ใช้เป็นสัญลักษณ์แทนตระกูลขุนนางที่ซื่อสัตย์

“ตะเกียงอธิษฐาน” หน้าแท่นบูชา ..

ทุกคนที่มาเยือนบ้านเทียนสือ ได้รับคำแนะนำให้มาลองอธิษฐานขอพรที่ประสงค์ จะกี่ข้อก็ได้

โดยเอามือแตะไว้ที่ตะเกียง แล้วตั้งจิตอธิษฐานของพร แต่ทุกพรที่ขอจะต้องลงท้ายด้วยคำว่า “อย่างยั่งยืน” จากนั้นก็ไปสั่นกระดิ่งที่วางอยู่บนแท่นบูชา  1 ครั้ง เชื่อว่าพรที่ขอจะประสบผล

.. ฉันแค่เพียงขอพรให้มีสุขภาพทีดีอย่างยั่งยืนค่ะ

ทราบว่า นักการเมืองที่มาเยือนบ้านนี้ ก็อธิษฐานขอพรเช่นกัน แต่พรที่ขอ เราคงไม่อาจคาดเดาค่ะ

ด้านขวามือของห้องด้านในเรือนหลัก …

ภาพต่างๆบนผนังด้านนี้ มีภาพคุณบุคคลสำคัญต่างๆ ที่มาเยี่ยมเยียนตระกูล ตั้งแต่บุคคลชั้นผู้ใหญ่ในประเทศ ตลอดจนพระราชวงศ์ชั้นสูงของไทย รวมถึงภาพที่ได้รับพระราชทาน ได้รับมาจากพระราชวงศ์ในสมัยต่างๆ

ความสุจริต ที่ทำงานให้แก่แผ่นดิน ทำให้ต้นตระกูลที่มาจากคนจีนทั่วไป ได้รับแต่งตั้งเป็น พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซูเจียง) พร้อมแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดระนอง นั้นเอง....

 

ภาพของ กรมหลวงสงขลานครินทร์ (สมเด็จพระราชบิดาในหลวงรัชกาลที่ 9) ที่คล้องแขนกับท่านพระยาประดิพัทธภูบาล (คออยู่เหล ณ ระนอง) แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดสนิทสนม

เป็นภาพที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่พบเห็น

เตียงนอนไม้ เข้าใจว่าเป็นไม้ Rose Wood .. งดงาม ปราณีตด้วยงานฝีมือชั้นยอด

เราได้รับความกรุณาเป็นพิเศษให้ไปนั่งถ่ายรูปได้ โดยมีโกศุภเจ้าของบ้าน เป็นผู้คอยเก็บภาพให้ทุกคน

ด้านซ้ายมือ .. จัดวางเฟอร์นิเจอร์สไตล์ไม้สไตล์จีนโบราณ รวมถึงเก้าอี้ฉลุลวดลายและฉากที่ประดับด้วยการฝังมุกแบบโบราณ

มีตู้เก็บข้าวของเครื่องใช้ในบ้านในอดีต ที่ปัจจุบันอาจจะเลือนหายไปกับความเจริญของสังคมปัจจุบัน

บนผนังมีภาพถ่ายเก่าแก่ที่สำคัญของเจ้าของบ้านหลายชั่วอายุคน ที่ยืนยันความเป็นมาของบรรพบุรุษต้นตระกูลในหลายๆโอกาส .. บอกเล่าเรื่องราวของคนในตระกูล ณ ระนอง

รวมถึงภาพตราสัญลักษณ์ที่ใช้ในช่วงเวลาต่างๆในอดีตของตระกูล ณ ระนอง

ต้องชื่นชมการเก็บรักษาภาพถ่ายและเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคนในตระกูลนี้ ที่ทำได้อย่างดีมาก

มองผ่านซุ้มประตูที่มีผ้าม่านสีแดงเป็นกรอบ …

มองเห็นภาพถ่ายของท่านผู้เป็นต้นตระกูล ณ ระนอง ..  เราจะเดินเข้าไปชมส่วนหลังของบ้านกันค่ะ

พื้นที่ด้านหลังของบ้านชั้นนอกนี้ แบ่งออกเป็น 2 ฝาก โดยมีห้องโถงอยู่ตรงกลาง

มีบันไดนำขึ้นไปสู่ชั้นสองของบ้าน ซึ่งปัจจุบันไม่ได้เปิดให้เข้าเยี่ยมชม

ตรงห้องโถง .. สิ่งแรกที่โดดเด่นมากถือ ภาพถ่ายบนผนังของ พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซูเจียง) เจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดระนอง

สิ่งที่สะดุดตามากทุกครั้งที่เห็นภาพของท่านคือ ท่านเป็นคนที่มีลักษณะสูงใหญ่กว่าคนทั่วๆไป .. บุคคลิกของผู้นำ ที่ดูจะเป็นคนจริงจัง (ดุ?) น่าเกรงขามมาก

ด้านซ้าย … เป็นส่วนของห้องทำงานของท่านเจ้าของบ้านในอดีต ประกอบไปด้วยโต๊ะและเก้าอี้ทำงานแบบเรียบง่าย มีสิ่งของไม่มาก

มีภาพถ่ายบางภาพที่บอกเล่าเรื่องราวกิจกรรมทางราชการและทางสังคมที่เกิดขึ้นในอดีต

ลูกคิดโบราณรูปทรงโค้งที่โชว์อยู่บนผนังด้านหนึางของห้อง .. เพิ่งจะเคยเห็นจากที่นี่เป็นครั้งแรก

แสงสว่างที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา ได้แสงเงาสวยๆ … ภาพฝีมือโกศุภค่ะ

ด้านขวามือ … เป็นห้องนอน มีโต๊ะเครื่องแป้งและกระจกโบราณ และเตียงนอนที่สวยงามมากๆ เหมือนเตียงเจ้าสาวที่เคยเห็นในภาพยนตร์จีนวินเทจ

 ม่านสีขาวตรงเสาเตียง และผ้าปูที่นอนสีแดงสดลวดลายแบบจีนโบราณ ทำให้เหมือนภาพฝัน

“เข้าไปยกมือไหว้ แล้วขึ้นไปนั่งที่ขอบเตียง .. ผมจะถ่ายรูปให้” โกศุภเมตตามากที่อนุญาต

ตู้เก็บของใช้ในอดีต … ตรงใต้บันได

เครื่องกระเบื้อง และเครื่องใช้โลหะที่เคยถูกจับมาใช้ เช็ดถูอย่างดี .. ทำให้จินตนาการถึงภาพชีวิตของคนโบราณได้อย่างชัดเจน

บ้านเทียนสือ สร้างด้วยโครงสร้างของบ้านหลายหลังที่ซ้อนๆกันอยู่ …

ด้านหลังจะเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวเจ้าของบ้านปัจจุบัน และไม่เปิดให้เข้าชม

ลานบ้าน หลังอาคารบ้านหลังแรก .. เป็นพื้นที่เปิดโล่ง

บริเวณนี้เหมือนเป็นลานอเนกประสงค์ มีบ่อน้ำที่ไม่ได้ใช้แล้วอยู่ค่อนไปทางด้านซ้ายมือ

ผนังของกำแพงด้านขวามือ … มีภาพวาดสไตล์จีนที่มีภูเขา สะพาน สายน้ำ เป็นส่วนประกอบของภาพที่งดงามมากเป็นฉากหลัง

โต๊ะและกี๋แบบจีน ได้รับการจัดวางให้เป็นส่วนนั่งเล่น และเป็นมุมถ่ายรูปที่สวยงาม

ประตูทางเข้าบ้านชั้นใน สไตล์จีนโบราณ

ตัวอักษรภาษาจีนคลาสสิกขนาดใหญ่ เขียนอยู่ที่กรอบประตูทั้งสองข้าง .. เป็นตัวอักษรจีนที่โกศุภบอกว่า เป็นคำมงคลสำหรับบ้านหลังนี้ หรือบ้านคนจีนโบราณ

… ขอให้บารมีของแผ่นดินแม่ที่ลูกจากมา ขอให้เงินทองไหลมาเทมา ราวดังห่าฝน ที่ตกลงมาในสวนท้อ...

เราหยุดรับพลังจากคำมงคล แห่งบ้านเทียนสือ บ้านแห่งคลังของความมั่งคั่ง กว่าหนึ่ง ศตวรรษ ของระนอง ... ก่อนที่จะไปโพสท่าถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

พื้นส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของลานอเนกประสงค์ที่ไม่ธรรมดา … หากสังเกตบริเวณนี้จะเหมือนปรัมพิธี ลักษณะเหมือนเวทียกสูง ด้านข้างของประตูมีม้านั่ง 2 แบบ นั่งคนเดียว และนั่ง 2 คน

ซึ่งจะขึ้นอยู่กับฤกษ์ยามว่า ในวันนั้นท่านเทียนสือ จะนั่งคนเดียว หรือนั่งคู่กับภรรยา

ด้านล่างติดกับระดับพื้นดินยังมีรูปปั้นเป็นรูปก้อนเงิน ก้อนทอง เพื่อความเป็นสิริมงคล ...อันเป็นเรื่องความเชื่อ ของชาวจีนสมัยโบราณ

บ้านแห่งนี้จึงประหนึ่งเหมือนยกแผ่นดินจีนพร้อมอารยะธรรมมาอยู่ที่แห่งนี้ทั้งหมด

บริเวณลานแห่งนี้เอง ที่ท่านเทียนสือ มักจะให้ลูกหลานมาช่วยนับเงิน และช่วยบรรจุในกระสอบเพื่อนำมาซื้อขายแร่ดีบุก และเก็บไว้เพื่อใช้จ่ายต่างๆ อีกด้วย

 ---------------------------------

นักท่องเที่ยว สามารถเดินทางเข้าเยี่ยมชมบ้านเทียนสือได้โดยไม่เสียค่าเข้าชม จะมีเพียงกล่องรับบริจาคเพื่อใช้เป็นค่าบำรุงรักษาให้บ้านเก่าหลังนี้คงอยู่ต่อไป

ที่ตั้ง : บ้านเลขที่ 7 ถนนดับคดี ตำบลเขานิเวศน์ อ.เมือง จ.ระนอง

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 16.00 น.

 

ร้านอาหารคุ้นลิ้น

ร้านอาหารคุ้นลิ้น ตั้งอยู่ริมถนนชลระอุ ตรงข้ามกับบ่อน้ำร้อนรักษะวาริณ เป็นร้านอาหารแนะนำอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดระนอง ที่สายกินไม่ควรพลาดในการมาลองชิม

ชอบมากที่ทางร้านนำรถที่เปี่ยมเอกลักษณ์ของระนองมาจอดไว้ที่หน้าร้าน

ถ่ายรูปมาแล้วไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามาระนอง นอกจากนี้ยังนำหุ่นของดารา นักร้อง และคาแรกเตอร์รูปแบบการ์ตูนมาวางให้เป็นมุมถ่ายภาพด้วย

กิมมิคเล็กๆที่น่ารักให้กับลูกค้า คือ เจ้าตุ๊กตาไล่ฝนหลากสีสัน ที่นำมาแขวนไว้อย่างมากมาย

ในส่วนของอาหาร … ร้านนี้ มีหลากหลายเมนูเด็ด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาหารพื้นเมืองแบบปักษ์ใต้รสเด็ดขนานแท้และอาหารตามสั่งประเภทต่างๆ รสชาติจัดจ้านพอสมควรเลย

เมนูแนะนำ ได้แก่ ปูนิ่มทอดกรอบ ปลาทูทอดกะปิ ใบเหลียงผัดไข่ กุ้งสดตัวใหญ่ผัดกะปิ แกงเหลืองปลากะพงยอดมะพร้าว และอีกมากมายหลายเมนู  เรียกได้ว่าทานกันจนอิ่ม

ที่ตั้ง : 1/17 ถ.ชลระอุ ต.เขานิเวศน์ อ.เมือง จ.ระนอง 85000

โทร 077-822863  081-8923455


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 Supawan ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วงศาลี วันที่ : 27/01/2020 เวลา : 12.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OneCupOfCoffee
วิศิษฐ ศึกษาการ

เรื่องดี รูปเด่น ขอชมคนเขียนครับ ติดตามมาตลอดทั้งเรื่องท่องเที่ยวญี่ปุ่นและยุโรป จะรออ่านต่อไป ขอรับกระผม

ความคิดเห็นที่ 2 Supawan ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วงศาลี วันที่ : 27/01/2020 เวลา : 12.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OneCupOfCoffee
วิศิษฐ ศึกษาการ

เรื่องดี รูปเด่น ขอชมคนเขียนครับ ติดตามมาตลอดทั้งเรื่องท่องเที่ยวญี่ปุ่นและยุโรป จะรออ่านต่อไป ขอรับกระผม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 27/01/2020 เวลา : 08.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาทักทายนะคะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน