*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2284
  • จำนวนผู้ชม : 6514320
  • จำนวนผู้โหวต : 11449
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11449 คน
<< พฤษภาคม 2020 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม 2563
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 415 , 07:41:57 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วัดทิพย์สุคนธาราม กาญจนบุรี


วัดทิพย์สุคนธาราม ตั้งอยู่ใน อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี

เริ่มแรกการก่อสร้างโดยจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนาของนางฉันท์ทิพย์ กลิ่นโสภณ พร้อมด้วยบิดามารดาและญาติพี่น้อง ซึ่งได้ถวายที่ดิน 339 ไร่

และใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวสร้างวัดและเสนาสนะต่างๆถวายสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสรมหาเถร ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง

วัดแห่งนี้ ได้รับอนุญาตให้ตั้งวัดตามประกาศสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ลงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2550

ต่อมา สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ได้มีการสร้างพระพุทธรูปที่โดดเด่นคือ "พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถ คันธารราฐอนุสรณ์" 

ซึ่งมีพุทธลักษณะตามแบบพระพุทธรูปองค์ที่เคยอยู่บนเทือกเขาบาบียันอายุกว่า 2,000 ปี

พระพุทธเมตตาฯ จัดสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ  7 รอบ 84 พรรษาเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี 2555

พระพุทธเมตตาฯ เป็นประติมากรรมทางพุทธศิลป์ที่งดงาม และเป็นพระพุทธรูปปางขอฝนเนื้อสำริดที่สูง32 เมตร ยืนอยู่บนฐานสูง 8 เมตร จึงเป็นพระพุมธรูปใหญ่ที่สุดในไทย

โดยมีนัยยะความหมาย 3 ประการ คือ เป็นที่พึ่งของประชาชน เป็นที่พึ่งของ 3 โลก คือ โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ และยมโลก

… เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้น เพื่อรำลึกถึงพระพุทธรูปแห่งบามิยัน ในประเทศอัฟกานิสถาน อันเป็นฐานที่มั่นของพระพุทธศาสนามาเป็นเวลากว่าสองพันปี ที่ถูกระเบิดทำลายไปเมื่อปี 2544 …

การสร้างพระพุทธรูปขึ้นมาใหม่ จึงมีนัยยะเพื่อให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขและเพื่อแสดงถึงความมั่นคงของพุทธศาสนาในประเทศไทย

เราไปเยี่ยมชมวัดวัดทิพย์สุคนธาราม ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวมาก และด้วยความกว้างขวางของบริเวณวัดนั้น ทำให้การเดินเที่ยวชมท่ามกลางแสงแดดที่แรงจ้านั้นไม่ง่าย …

แต่ทางวัดมีจักรยานให้ปั่นเที่ยวชม ฟรี แต่สิ่งที่ต้องมีคือบัตรประชาชนเท่านั้น แต่เราเลือกใช้บริการของรถกอล์ฟพร้อมคนขับ ติดต่อกับสำนักงานใกล้ๆกับลานจอดรถได้เลย

พื้นที่แห่งนี้เป็นบริเวณเกือบกึ่งกลางหน้าภูเขา มีรูปทรงเฉพาะตั้งอยู่กลางที่ราบ

เมื่อรถแล่นเข้ามาใกล้ลานประทักษิณ เบื้องหน้าในสายตาเรา คือ พระพุทธรูปที่อยู่ในท่วงท่ากำลังจะก้าวเดิน มองไกลๆ แล้วสูงเท่าภูเขาด้านหลัง ทรงผ้าวัสสิกสาฎก หรือผ้าอาบน้ำฝน พระหัตถ์ขวายกขึ้นราวพระอุระ ทำกริยากวักเรียกฝน พระหัตถ์ซ้ายหงายขึ้น เป็นกริยารองรับน้ำฝน …

ดูสูงตระหง่าน และสง่างามมากจนน่าทึ่ง

บรรยากาศของพื้นที่อันเป็นที่ตั้งขององค์พระล้วนได้รับการออกแบบเพื่อส่งเสริมให้องค์พระมีความโดดเด่นประจักษ์ถึงความศักดิ์สิทธิ์และพลังที่ยิ่งใหญ่ สง่างาม

โดยมีทางเดินนำสายตามุ่งหน้าสู่องค์พระ ซึ่งบริเวณทางเดินเข้าไปสู่องค์พระเป็นพื้นที่ยกระดับสูงขึ้นไปทีละน้อย เปรียบเสมือนการเดินขึ้นไปนมัสการองค์พระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ บนที่สูง

ภูเขาที่เขียวชอุ่มด้านหลังองค์พระเป็นดังฉากหลังที่กันสายตาส่งเสริม ให้องค์พระเด่นชัดยิ่งขึ้น โดยที่ไม่มีอาคารหรือสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ มาบดบังทุกมุมมองขององค์พระ

"พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์" สร้างโดยใช้วัสดุทองเหลืองหล่อ รมควันเป็นแผ่น แล้วนำมาเชื่อมต่อ บนโครงเหล็ก มีความสูง 32 เมตร

การสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่องค์นี้ ต้องคำนึงถึงความมั่นคงแข็งแรงเป็นอันดับแรก เนื่องจากจุดที่รองรับน้ำหนัก คือฝ่าพระบาทรองขององค์พระ ซึ่งมีความแตกต่างจากรูปประติมากรรมขนาดใหญ่อื่นๆในโลก … พื้นที่ส่วนฐานมีการยกพื้นสร้างประทักษิณเพื่อใช้ในพิธีทางศาสนา

ลานสักการะพระพุทธรูป … เป็นลานกลมๆ มีศาลาสองหลัง มีเจ้าหน้าที่นำธูปเทียนและดอกไม้มาไว้บริการคนที่จะมากราบไหว้พระ เป็นจุดที่ผู้คนจะเดินมาจุดธูปเทียน และนำดอกไม้มาบูชาพระพุทธรูป

ระหว่างทางเดินไปสู่องค์พระ 2 ข้างทางเดินเขียวขจีไปด้วยต้นไม้ จากน้ำพุที่ถนน เดินเข้ามาถึงบริเวณลานสักการะก็ว่าไกลแล้ว จากลานสักการะเดินเข้าไปถึงฐานพระก็ยังอีกไกล

จาก ลานสักการะบูชา ยังคงมีระยะที่ต้องเดินเข้ามาถึงฐานพระพุทธรูปอีกไกลมาก เราเข้ามากราบขอพรในระยะใกล้ๆ จะสัมผัสได้ว่าพระพักตรขององค์พระเปี่ยมด้วยความเมตตา และองค์สูงใหญ่มากจริงๆ

ลานรอบๆองค์พระ ใช้เป็นพื้นที่ใช้สำหรับประกอบกิจกรรมทางศาสนา เช่น การสวดมนต์ และเวียนเทียน เป็นต้น … เพื่อนเราหลายคนที่เปี่ยมศรัทธา อยู่ในลักษณะสำรวมขณะที่พนมมือ ก้าวเท้าเดินไปรอบๆพระพุทธรูป พร้อมกับตั้งสมาธิสวดมนต์ตั้งสติมุงจิตมั่นไปกับทุกย่างก้าว

เชื่อกันว่า … หากได้มากราบไหว้องค์พระ ชีวิตจะพบแต่ความร่มเย็นเป็นสุขดั่งแผ่นดินที่ได้รับสายฝน ดังเช่นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่เริ่มแรกของการสร้างองค์พระ คือ มีความเชื่อว่าการสร้างพระพุทธรูปดังกล่าว จะทำให้พื้นที่บริเวณ นั้นเกิดความชุ่มชื้นมากขึ้นจากพุทธานุภาพปางขอฝน

ใครบางคนเล่าว่า … พื้นที่อันเป็นที่ตั้งของวัดแห่งนี้ เดิมเป็นพื้นที่แห้งแล้งมาก แต่หลังจากสร้างพระพุทธรูปแล้วพื้นที่ในอำเภอห้วยกระเจา ได้เกิดมีความเขียวขจีขึ้น สังเกตได้จากภูเขาซึ่ง ตั้งอยู่ด้านหลังองค์พระพุทธรูปจากเมื่อก่อนที่เคยแห้งแล้งก็เชียวขจีขึ้น

ประวัติของพระพุทธรูปคันธารราฐ องค์ดั้งเดิม ที่เคยสร้างขึ้นที่เมืองคันธาระ นั้นน่าสนใจ จึงอยากนำมาเล่าสักเล็กน้อยค่ะ

พระพุทธรูปคันธารราฐ ที่เมืองคันธาระ … เป็นพระพุทธรูปในพระอิริยาบถยืน ทรงผ้าวัสสิกสาฎก (ผ้าอาบน้ำฝน) พระหัตถ์ขวายกขึ้น เป็นกิริยากวักอาหารแสดงขอฝน พระหัตถ์ซ้ายหงายรองรับน้ำฝน สร้างเมื่อราวปี พ.ศ.363-383 โดยผู้สร้างคือ พระเจ้ามิลินทราช

 

พื้นที่ของวัดนั้นกว้างขวางมาก คนที่เคยมาสถานที่นี้ครั้งแรกต่างก็ต้องประทับใจและประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น

นอกเหนือจากความยิ่งใหญ่ขององค์พระพุทธรูปแล้ว อาคารต่างๆ ภายในบริเวณที่ปรับให้เป็นพุทธอุทยาน ก็สร้างด้วยรูปทรงที่ไม่เหมือนกับที่เคยเห็นที่ไหน

ด้านตรงข้ามกับองค์พระ เป็นลานน้ำพุ ซึ่งอยู่ไกลจากลานสักการบูชาลงไปไกล ที่นี่จึงเป็นพุทธอุทยานที่กว้างมากแห่งหนึ่งในประเทศไทย

พื้นที่ทั้งหมดของวัดทิพย์สุคนธาราม ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

1.ส่วนองค์พระพุทธมหาเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถ คันธารราฐอนุสรณ์ ตั้งอยู่ที่ลานพระทักษิณซึ่งเสมือนเขตพุทธวาส

บริเวณโดยรอบ มีหอเกียรติประวัติสมเด็จพระมหาธีราจารย์ อาคารประกอบต่างๆ และอ่างเก็บน้ำในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งมีการปรับปรุงภูมิทัศน์สถานที่ให้เปรียบเสมือน“พุทธอุทยาน”ที่มีลานปฏิบัติธรรม

สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระมหากรุณารับโครงการไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2554


2.ส่วนสาธารณประโยชน์ ซึ่งงดงามมาก ทุกอย่างอยู่ในลักษณะสมมาตรเหมือนกับสวนอังกฤษที่เราเห็นบ่อยๆ และดูเหมือนว่าสวนและต้นไม้ทั้งหมดจะไดพ้รับการดูแลอย่างดี .. ได้รับการบอกกล่าวว่า การจัดสวนและการดูแลอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ สวนนงนุช

3.ส่วนป่า สำหรับพื้นที่ปฏิบัติธรรม จะมีอาคารในพื้นที่ทั้งหมด 16 หลัง อาคารที่น่าสนใจบางอาคารเราไม่มีเวลาพอที่จะแวะเข้าไปชม แต่อยากเล่าให้ฟัง (Ref: แบกกล้องท่องเที่ยวhttp://baagklong.com/2017/01/wattipsukon/)


อาคารนิทรรศการแห่งการตื่นรู้

เป็นอาคารที่มีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากจะเป็นสถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลในการจัดสร้างพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์

โดยในอาคารนิทรรศการมีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น ออกแบบโดยเน้นศิลปกรรมแบบไทยพื้นบ้าน ที่มีลักษณะความเป็นรูปแบบที่เรียบง่าย หลังคารูปจั่วค่อนข้างลาด ไม่มีการยกชั้นอย่างลักษณะสถาปัตยกรรมในการสร้างวัดหรือวัง รวมถึงมีการเลือกใช้อิฐและไม้เป็นวัสดุหลัก

โดยการจัดแสดงนิทรรศการในอาคารนั้น แบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่

 ส่วนที่ 1 บริเวณทางเข้าสู่อาคารนิทรรศการ จัดแสดงประวัติความเป็นมาของโครงการฯ

ตั้งแต่การดำริสร้าง ความท้าทายทางวิศวกรรม รวมทั้งความสัมพันธ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์กับพระพุทธศาสนา

ส่วนที่ 2 จัดแสดงนิทรรศการเรื่องของการเดินทางของพระพุทธศาสนาจากดินแดนชมพูทวีปสู่ดินแดนสุวรรณภูมิ

การหยั่งรากของพระพุทธศาสนาลงบนดินแดนสุวรรณภูมิจวบจนปัจจุบัน

ส่วนที่ 3 จัดแสดงสัญลักษณ์และเครื่องหมายแห่งการระลึกถึงพระพุทธศาสนา

ตลอดจนหลักปรัชญาและคติคำสอนเพื่อการเข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา

ส่วนที่ 4 จัดแสดงเรื่องราวของการสืบทอดพระพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนจากทั่วโลกที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน

นอกจากความน่าสนใจของนิทรรศการภายในแล้ว สถาปนิกยังได้ออกแบบให้มีทางเชื่อมต่อเพื่อนำไปสู่การชมนิทรรศการกลางแจ้งบริเวณสวนป่าพุทธอุทยานด้วย

เราเดินทางโดยรถกอล์ฟต่อไปยังพื้นที่ด้านบน ซึ่งมีอาคารที่สวยงามน่าสนใจตั้งอยู่

ศาลาสมเด็จพระมหาธีราจารย์

แรกเริ่มวัดทิพย์สุคนธารามมีเพียงศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ และกุฏิ 5 หลัง มีพระสงฆ์จำพรรษา 4 รูป

จากนั้นจึงได้สร้างพระอุโบสถรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนางดงามขึ้นจนแล้วเสร็จ

 พระพุทธรูปที่อยู่ด้านหน้า และด้านในพระอุโบสถ

การเดินทางไปวัดทิพย์สุคนธาราม

เริ่มที่ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษกด้านตะวันตก) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 340 (ถนนบางบัวทอง - สุพรรณบุรี) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 357 (ทางเลี่ยงเมืองสุพรรณบุรี) สังเกตปั้มน้ำมันปตท. ด้านซ้าย ขับตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 357 จนมาเจอทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 321 ให้เลี้ยวซ้ายขับไปจนพบวงเวียนหอนาฬิกาบรรหาร - แจ่มใส ให้เลี้ยวซ้ายมุ่งสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 324 (ถนนอู่ทอง) ถึงสามแยกบ่อพลอย ให้เลี้ยวขวามุ่งสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3342 (ถนนอู่ทอง - บ่อพลอย) ประมาณ 18 กม. ทางเข้าวัดทิพย์สุคนธารามอยู่ทางซ้ายมือ ระหว่างเดินทางจะมองเห็นพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ได้แต่ไกล


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 12/05/2020 เวลา : 08.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

วันนี้มีความยากลำบากในการโพส ใช้เวลานานนิดหน่อยค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน