*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2252
  • จำนวนผู้ชม : 6423510
  • จำนวนผู้โหวต : 11404
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11404 คน
<< พฤษภาคม 2020 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม 2563
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 414 , 16:34:55 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Chaoying โหวตเรื่องนี้

เขื่อนวชิราลงกรณ (เขื่อนเขาแหลม) … หนีร้อนไปนอนเขื่อน ณ กาญจนบุรี


กาญจนบุรีกับฉันไม่ใช่คนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน …

ฉันเคยมาเที่ยวเมืองกาญจน์หลายครั้ง บางช่วงเวลาแม้จะไม่มีก๊วนเที่ยว แต่หากไม่มีโปรแกรมไปไหนก็มักจะนั่งรถไฟท่องเที่ยวไปดูปราสาทหิน น้ำตก เขื่อน และเส้นทางสายประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กาญจนบุรีอยู่บ่อยๆ

เสน่ห์ของกาญจนบุรี ที่นักเดินทางชอบก็คือ สภาพพื้นขุนเขาอันสลับซับซ้อน มีสันเขาด้านทิศตะวันตกกั้นเขตแดนไทย-พม่า

เขื่อนวชิราลงกรณ เป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทย เททับหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

เขื่อนสูงจากฐาน 92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร ... มีความจุ 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ 5,369 ล้านลูกบาศก์เมตร

บริเวณปล่อยน้ำได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 3 เครื่อง ขนาดกำลังผลิต 100,000 กิโลวัตต์ รวมกำลังผลิต 300,000 กิโลวัตต์ ให้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ 760 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

เขื่อนวชิราลงกรณเป็นเขื่อนเอนกประสงค์โดยมีวัตถุประสงค์ด้านผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นหลัก สร้างปิดกั้นแม่น้ำแควน้อยบริเวณตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากตัวอำเภอไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 6 กิโลเมตร

ตัวอ่างเก็บน้ำอยู่ในท้องที่อำเภอท้องผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่รับน้ำฝน 3,720 ตารางกิโลเมตร และสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยปีละประมาณ 760 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

เริ่มก่อสร้างในเดือนมีนาคม 2522 เสร็จในปี 2527 ... เดิมมีชื่อว่า เขื่อนเขาแหลม หลังสร้างเสร็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ ทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนวชิราลงกรณ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม 2529 และพระราชทานชื่อใหม่ว่า "เขื่อนวชิราลงกรณ" 

ก่อนหน้าที่จะมีการสร้างเขื่อน น้ำในฤดูฝน ทั้งในลำน้ำแควน้อย และแควใหญ่จะมีปริมาณมาก เมื่อไหลมารวมกันจะทำให้เกิดน้ำท่วม ลุ่มแม่น้ำแม่กลองเป็นประจำ หลังจากได้ก่อสร้างเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณแล้วเสร็จ อ่างเก็บน้ำของเขื่อนทั้งสองจะช่วยเก็บกักไว้ เป็นการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ดังกล่าวอย่างถาวร …

รวมถึง ทำให้มีแหล่งน้ำถาวรเพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่ง เพื่อช่วยเสริมระบบชลประทาน ในพื้นที่ของโครงการแม่กลองใหญ่ โดยเฉพาะทำการเพาะปลูกในฤดูแล้ง จะได้ผลผลิตการเกษตรเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนเหมาะสำหรับเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย

บนสันเขาด้านที่หันลงมาที่บริเวณเขื่อน มีพระพุทธรูปนาคปรกตั้งอยู่ … เหมือนกับจะช่วยสอดส่อง ปกป้อง คุ้มครองทุกสิ่งทุกอย่าง และทุกสรรพชีวิตที่นี่ … ที่พึ่งทางด้านจิตใจของชาวเขื่อน

เมื่อมองออกไปยังสถานที่รอบๆ ทำให้คิดถึงหนังสือซีรี่ย์ยาว ที่เล่าถึงเรื่องราวต่างๆของชาวเขื่อนที่เข้าไปโลดแล่นอยู่ในหนังสือชุดชาวเขื่อน …

ในหนังสือชุดนั้นผู้เขียนได้ประมวลชีวิตประจำวันของคนที่ทำงานกับเขื่อนไว้เกือบทุกแง่มุม ด้วยภาษาและลีลาการเล่าผ่านตัวอักษรงดงาม เต็มไปด้วยสีสันและอารมณ์ขัน ทำให้น่าติดตาม สามารถสร้างจินตนาการและอารมณ์ร่วมได้ไม่ยาก … หนังสืออีกชุดหนึ่งที่ฉันเคยติดงอมแงมในอดีต

แม้จะเคยไปเที่ยวหลายครั้งแล้ว แต่เขื่อนวชิราลงกรณ ก็ยังเปี่ยมเสน่ห์ให้เรากลับไปเยือนได้อีกหลายๆครั้ง… ด้วยภูมิประเทศเป็นเนินเขาสูงๆ ต่ำๆ ล้อมรอบด้วยเทือกเขาที่เห็นอยู่ไกลๆในสายตา ทำให้อากาศที่นี่น่ารื่นรมย์ ไม่ร้อนจนเกินไป

บริเวณที่ทำการ อาคารฝึกอบรม สัมมนา สนามกอล์ฟ เรือนพัก และเรือนรับรองของเขื่อนฯ ตั้งอยู่รวมกันในบริเวณที่กว้างขวางมาก …

ด้านหลังสุด เป็นบริเวณป่าโปร่งที่เจ้าหน้าที่ของเขื่อนเล่าให้ฟังว่าเป็นที่อาศัยของสัตว์จำพวกนกมากมาย เนื่องจากไม่ถูกรบกวนด้วยมนุษย์ … ในบริเวณบ้านพัก สโมสร และบริเวณทั่วไปก็สามารถเห็นนกหลากชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนกที่เห็นได้ทั่วไป เช่น นกพิราบ นกเอี้ยง นกนางแอ่น และอีกหลายชนิด ที่ชวนกันมาร่อนถลาบินโฉบไปโฉบมา อวดโฉม ให้เราได้ชื่นชมกันตลอดเวลา

ฉันชอบการจัดตกแต่งภูมิทัศน์ของที่นี่ และผู้คนที่นี่ ดูเหมือนจะให้ความสำคัญของการใช้จักรยานค่อนข้างมากค่ะ … เราจะมองเห็นผู้คนขี่จักรยานไปนั่นมานี่ เป็นพาหนะหลักอย่างหนึ่ง …

การปั่นจักรยานช้าๆทำให้เราได้ออกกำลัง และได้ชื่นชมกับสิ่งสวยงามรอบตัวที่ราคาถูกแสนถูก

การไฟฟ้าฯในปัจจุบัน ดูเหมือนจะมีนโยบายที่สำคัญอย่างหนึ่งให้เขื่อนภายใต้การดูแลทุกแห่ง ได้มีการจัดตกแต่งสวนในเขื่อนทุกแห่งให้สวยงาม เพื่อภาพพจน์ที่ดี ในการเป็นสถานที่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

… พร้อมๆกับการส่งเสริมให้คนทั่วไป ไปเที่ยวชมบริเวณเขื่อนด้วย

 

 

เขื่อนวชิราลงกรณ … เป็นเขื่อนที่มีการจัดตกแต่งบริเวณที่ทำการ อาคารสถานที่สำนักงาน สโมสร และพื้นที่ที่กว้างขวางออกมาได้สวยมาก

พื้นที่ด้านหน้าของสโมสร และร้านอาหาร … มีสวนสวยๆให้ผู้คนที่มาเยือนได้ไปโพสท่าเก๋ๆเก็บภาพกลับไปอวดเพื่อนๆในโลกโซเชี่ยล

สะพานแก้ว … ตั้งอยู่ข้างๆสโมสร มีความสูงจากระดับพื้นดินด้านล่างหลายสิบเมตรเหมือนกัน

เวลาเดินก็ออกอาการเสียวๆเล็กน้อย ความยาวของสะพานไม่มากนัก โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เราสามารถมองเห็นพื้นที่ด้านตรงข้ามที่เป็นภูเขาสีครามอยู่ไกลๆ และด้านล่างเป็นพื้นที่ราบในหุบเขาดูเขียวขจี

เราเดินลงไปชมสวนดอกไม้สวยๆที่มองเห็นตอนที่อยู่บนสะพาน …

ช่วงที่เราไปเยือนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เวลาพลบค่ำ แสงจากดวงไฟไม่มากเกินไป เมื่อสะท้อนวิบๆวับๆ ทำให้วิวและบรรยากาศชวนฝันไม่เบาเลยค่ะ

ดอกไม้สีม่วงชวนฝันก็กำลังออกดอกสะพรั่งงดงามมากมาย

มีพร๊อพที่จัดไว้สำหรับสายแชะได้เข้าไปโพสท่าถ่ายรูปด้วยค่ะ …

เห็นหลายคนไปเลือกโลเคชั่นที่เหมาะๆพื่อโพสท่า เก็บภาพสวยๆไว้มากมาย

มองจากบริเวณสวนด้านล่างกลับไปยังตัวอาคารของร้านอาหาร .. น้ำตกในระดับล่างจากตัวอาคาร ไหลลดเลี้ยวผ่านทางน้ำและโขดหินที่จัดวางไว้สวยงาม

เมื่อมองผ่านม่านดอกไม้สีม่วงสวยที่ไหวระริกในสายลม ได้บรรยากาศฟินๆมากมาย

สโมสรของการไฟฟ้าฯ มีร้านอาหารเรือนเขาแหลม และร้านกาแฟ ไว้บริการอาหารตามสั่งไว้บริการตลอดวัน .. มีเมนูให้เลือกหลายอย่างที่ล้วนน่ากินมาก

ที่ได้รับการแนะนำก็เป้นจำพวกปลาที่ได้จากเขื่อนมาสดๆ น้ำพริกรสชาติจี๊ดจ๊าด ตุทุกเมนูต้องยกนิ้วให้ในเรื่องของความกลมกล่อมของรสชาติ ถูกปากมากๆ

บริเวณที่ตั้งของอาคารสำนักงาน และสถานที่ต่างๆของการไฟฟ้าถูกโอบล้อมด้วยขุนเขาน้อยใหญ่ ทำให้มีหมอกหนา หรือจางๆทุกวัน ดูโรแมนติก … ตอนเช้าหากเดินออกมาสูดอากาศที่ปราศจากฝุ่นผง บรรยากาศดีมากๆ

บรรยากาศของที่นี่ดูสบายๆ น่ารื่นรมย์มาก … เช้าๆท่ามกลางสายลมอ่อนๆที่นำความเย็นมากระทบผิวกายให้สดชื่น ยังมีพระสงฆ์เดินเข้ามารับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชนทุกวัน ….

ฉันคิดเอาเองว่า คงมีแนวความคิดจะให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทั้งพนักงาน เจ้าหน้าที่ และยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเข้ามาเห็นอาณาจักรของที่นี่ และเขื่อนขนาดใหญ่ในอีกด้านหนึ่ง

เราถือโอกาสนั่งรถขึ้นไปที่สันเขื่อน … เช้านี้พระอาทิตย์ดวงกลมโตลอยเหมือนไข่แดงอยู่สูงๆ ค่อยๆลอยตัวสูงขึ้นจากซอกหลืบของภูเขาสูง

แสงสีแดง ส้ม เหลืองทอง ดูระยิบระยับเป็นเชิงชั้น คละกันไปกับแสงเรื่องของชั้นบรรยากาศสีฟ้าเทา

มองออกไปไกลๆจากจุดที่เรายืนเก็บภาพบรรยากาศกันนั้น ดูงดงามเหมือนภาพวาดของจิตรกรชั้นครูที่สะบัดปลายพู่กันออกมาด้วยความชำนาญ

แนวเขาและยอดเขาช้างเผือกจุดสูงสุดของที่นี่ที่สูง 1,249 เมตรสามารถมองเห็นได้อย่างเด่นชัด ซึ่งทั้งเนินกูดดอยและเนินช้างเผือกต่างก็เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นชั้นดีที่สามารถมองเห็นดวงตะวันแรกแย้มยามเช้าได้อย่างสวยงามน่ายล

มองลงไปด้านล่าง … เห็นเหมือนสวนที่มีต้นไม้สีชมพูเรียงรายเป็นแนวยาวตามเส้นโค้งองถนน

ความสวยงามทำให้เราชักชวนกันลงไปชมอย่างไม่ลังเล

ก่อนลงจากสันเขื่อน … ขอเก็บภาพสวยๆบนนี้กันก่อนค่ะ

ด้านหนึ่งของสันเขื่อนเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เห็นมีอาคารรูปร่างเหมือนแพ

เราแวะชม ศาลาชมวิว และสวนสวยๆ ด้านล่างหลังจากเราลงมาจากสันเขื่อน

 พื้นที่บริเวณนี้ ตั้งอยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงโรงไฟฟ้าเขื่อนวชิราลงกรณ

ณ จุดนี้เราสามารถที่จะถ่ายรูปโดยเห็นชื่อของเขื่อนได้ รวมถึงอาจจะนั่งพักรับอากาศสดชื่น ลมเย็นๆ ของเขื่อนวชิราลงกรณ

ฉันชอบการจัดภูมิทัศน์ของที่นี่มากค่ะ ด้วยมีสนามหญ้าเขียวๆอยู่แทบทุกตารางนิ้ว ประดับประดาด้วยไม้ยืนต้นนานาชนิดที่ลำต้นสูงชะลูดขึ้นไปในอากาศ

บางต้นให้ดอกสีสันสวยงาม ดอกไม้หลายชนิดฉันไม่เห็นที่ไหนมาก่อน ดอกไม้หลายชนิด เช่น กัลปพฤกษ์ กาฬพฤกษ์ กระโดน อินทนิล ฯลฯ

ด้านหน้ามีพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนิน ทรงประกอบรัฐพิธีเปิดเขื่อนวชิราลงกรณ

ฉันชอบต้นกัลปพฤกษ์ที่ปลูกเรียงรายตามแนวโค้งของถนนมาก ต้นดอกกัลปพฤกษ์ที่ออกดอกบานสะพรั่ง โดยมีภาพของภูเขาสูงที่เราเพิ่งจะจากมาเป็นฉากหลัง เป็นภาพแสนสวยในสายตา และดูอ่อนโยน อ่อนน้อมอยู่ในที

.. ทิ้งดอกและกลีบดอกให้พร่างพรูลงมาปกคลุมพื้นดินเหมือนพรมดอกไม้ จนไม่กล้าที่จะไปก้าวเท้าไปเหยียบให้ดอกชอกช้ำใต้อุ้งเท้า

หากอยากจะมาเที่ยวให้เจอกัลปพฤกษ์ออกดอกสะพรั่งสวยงาม แนะนำให้มาเที่ยวในช่วงต้นเดือนมีนาคมนะคะ

สถานที่แนะนำเมื่อมาเยือนเขื่อนวชิราลงกรณอีกแห่งหนึ่ง คือ สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินี ตั้งอยู่ทางซ้ายมือทางเข้าเขื่อนวชิราลงกรณ

ลายเสื่อกระจูดและลายผ้าตีนจก ซึ่งเป็นลายที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรงสนพระราชหฤทัย .. ได้รับการออกแบบให้เป็นสวนสวย มองไปเหมือนกับเขาวงกตเล็กๆ

ศาลากลางสวน เอาไว้ให้นั่งพักผ่อน และชื่นชมสวนสวยอีกด้วย

 

การเดินทาง …. เขื่อนวชิราลงกรณ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 278 กิโลเมตร การเดินทางโดยรถยนต์ ใช้เส้นทางถนนสายเพชรเกษมหรือสายพุทธมณฑล เข้าสู่จังหวัด กาญจนบุรี แล้วเดินทางต่อไปตามทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งสู่อำเภอทองผาภูมิ เป็นระยะทาง 130 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอทองผาภูมิ จากทองผาภูมิไปยังเขื่อนอีกประมาณ 20 กิโลเมตร มีป้ายบอกชัดเจน

หากเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี หรือโดยรถไฟสายท่องเที่ยวจากสถานี รถไฟบางกอกน้อย ก็สามารถต่อรถโดยสารประจำทางที่ท่ารถในอำเภอเมือง มาลงปลายที่ทองผาภูมิ แล้วจ้างเหมารถยนต์รับจ้างให้พาเที่ยวชมเขื่อนและสถานที่ท่องเที่


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน