*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2315
  • จำนวนผู้ชม : 6547253
  • จำนวนผู้โหวต : 11502
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11502 คน
<< พฤษภาคม 2020 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม 2563
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 489 , 10:56:12 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

Belgium : Brussel The Atomium และ กรองด์ปลาซ (The Mandieval Grand Place)


Brussels เป็นเมืองหลวงของ Belgium และยังเป็นเมืองศูนย์การเมืองนานาชาติแห่งสหภาพยุโรป รวมถึงเป็นศูนย์บัญชาการกลางขององค์การสนธิสัญญา ป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO)

ทำให้หลายประเทศมีสถานทูตในบรัสเซลถึง 3 แห่งแห่ง คือ สถานทูตปกติ สถานทูตประจำ NATO และสถานทูตประจำสหภาพยุโรป

The Atomium

Atomium .. ประติมากรรมรูปอะตอมขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางกรุงบรัสเซลล์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการรวมตัวครั้งแรกของกลุ่มประเทศในยุโรป เมื่อปี คศ.1959 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในเเลนมาร์กของเมืองหลวงเเห่งนี้

ออกแบบโดย André Waterkeyn วิศวกรชาวเบลเยี่ยม ประกอบไปด้วยวัตถุทรงกลมจำนวน 9 ลูก แต่ละลูกมีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 18 เมตร ถูกเชื่อมต่อด้วยท่อขนาดใหญ่ ภายในท่อถูกสร้างเป็นลิฟท์และบันได สิ่งก่อสร้างนี้มีน้ำหนักรวมถึง 2,400 ตัน ใช้เวลาในการก่อสร้างเกือบ 2 ปี

ว่ากันว่า … เเรงบันดาลใจจากรูปทรงของอะตอม สื่อถึงการก้าวกระโดดของเบลเยี่ยมสู่เทคโนโลยียุคใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ประโยชน์ใช้สอย … เมื่อแรกสร้างขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดนิทรรศการ งานเอ็กซ์โป เมือปี 1958 ซึ่ง ส่วนลูกกลมๆ ด้านบนจะมีร้านอาหารที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมือง Antwerps ได้เกือบทั้งหมด

ด้านบนมี จุดชมวิวที่สามารถขึ้นไปชมความสวยงามของทิวทัศน์กรุงบรัสเซลล์ รวมถึงใช้เป็นสถานที่จัดเเสดงผลงานศิลปะต่างๆ การจัดเเสดงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ รวมถึงมีร้านอาคารที่ให้ชมวิวสวยงาม

***ภาพจาก Internet

นอกจากจะมีความสวยงามด้วยความเปี่ยมเอกลักษณ์ของตนเองแล้ว การได้มองเห็น Atomium ในมุมสูงจากด้านนอก ยังเป็นจุดขายสำหรับร้านอาหารลอยฟ้าแบบ Dinner in the Sky ที่ได้เปลี่ยนดินเนอร์แบบดั้งเดิม ให้เป็นความท้าทาย ด้วยการใช้เครนขนาดใหญ่ ยกโต๊ะอาหารที่นั่งได้แค่ครั้งละ 22 คน ขึ้นจากพื้นด้วยความสูงถึง 165 ฟุต มีเชฟระดับมิชลินสตาร์ คอยเนรมิตอาหารสุดหรูให้ดูกันสดๆ กันบนฟ้า

ในระหว่างรับประทานอาหาร ลูกค้าจะได้สัมผัสบรรยากาศสุดอลังการในยามที่ดวงสุริยากำลังจะจูบลาโลก และความโรแมนติกของแสงสีส้ม เหลือง แดงที่ทาบทาท้องฟ้าอยู่รอบตัว … จากนั้นก็ดื่มด่ำความสวยงามของเมืองบรัสเซลส์ยามค่ำคืน พร้อมชมอะตอมยักษ์ไปด้วย

… เสียดายที่เรามีเวลาน้อยไปนิดค่ะ

จัตุรัสกรองด์ ปลาซ (Grand Place)

กรุงบรัสเซลส์เป็นเมืองเก่าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย เพราะฉะนั้นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนมักจะไปเที่ยวอันดับแรกๆ คือ จัตุรัสกรองด์ ปลาซ (Grand Place) ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15 มีความเก่าแก่หลายร้อยปี ด้วยศิลปะสไตล์บาโรค โกธิค และนีโอโกธิค และได้ชื่อว่าเป็นจัตุรัสที่งดงามมากที่สุดในยุโรป

ว่ากันว่า … กรองด์ปลาซ (The Mandieval Grand Place) เคยถูกโจมตีโดยทหารฝรั่งเศสจนเสียหายหนัก ก่อนจะได้รับการบูรณะซ่อมแซมในปี ค.ศ. 1695 และอยู่ยืนยงจนถึงปัจจุบัน

ภายในจัตุรัสกรองด์ ปลาซ มีสถานที่ที่ประกอบไปด้วยอาคารผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมและศิลปะที่โดดเด่น บ่งบอกถึงวัฒนธรรมและสังคมที่หลากหลายของกรุงบรัสเซลส์ในประเทศเบลเยี่ยม ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้นับหมื่นคนในแต่ละปี ด้วยความสวยงามและเก่าแก่ทำให้ถานที่แห่งนี้ได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1983

ศาลาว่าการกรุงบรัสเซลส์ (Brussels Town Hall)  เป็นอาคารที่สร้างในสมัยยุคกลาง ตัวอาคารหลักล้วนสร้างด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค มียอดแหลมสูง ด้านบนยอดจะเป็นหอระฆัง ก่อนที่จะเพิ่มสถาปัตยกรรมแบบบาโรคเข้าไปในปี ค.ศ. 1706 และได้ทำการบูรณะครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1840 ภายหลังได้มีการประดับตกแต่งรอบอาคารด้วยรูปปั้นจำนวนมาก

ส่วนบนของอาคารเป็นหอระฆังทรงแปดเหลี่ยมตกแต่งประดับด้วยงานแกะสลักนูนต่ำ และตกแต่งยอดปลายแหลมด้วยลายประดับทอง พร้อมรูปหล่อนักบุญมิคาเอล … ความสูง 96 เมตร สามารถมองเห็นได้ง่ายไม่ว่าจะอยู่ในส่วนไหนของเมืองนี้

Masion du Roi (Broodhuis) หรือ The King’s house … อดีตเคยเป็นที่ทำการกองทัพของเมือง ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับ Town hall ภายในจตุรัส กรองด์ปลาซ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1504 แต่ปัจจุบันได้แปรสภาพเป็น พิพิธภัณฑ์ของเมือง ตั้งแต่ค.ศ. 1887 ภายในได้รวบรวมเอาเรื่องราวที่น่าสนใจของเมืองเอาไว้ ทั้งประวัติการก่อตั้งเมือง เสื้อผ้าในยุคสมัยต่างๆ การรบในพื้นที่ต่างๆ และไฮไลท์อยู่ที่ชุดของประติมากรรมเจ้าหนูยืนฉี่ Manneken Pis ที่โด่งดัง ซึ่งเก็บรวบรวมเอาไว้กว่า 300 ชุดทีเดียว

โบสถ์ Jacques-sur-Coudenberg … สร้างมาตั้งเเต่ศตวรรษที่ 18 โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดวนไปยังด้านบนของโบสถ์ได้ และจะพบกับระฆังเก่าเเก่ที่มีความสวยงามอย่างมาก พร้อมการชมวิวจากยอดหอคอยเเห่งนี้ ก็เป็นภาพที่สวยงามเเละน่าประทับใจ

***รูปจาก Internet

กรองด์ ปลาซ (Grand Place) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของกรุงบรัสเซลล์ … เป็นที่จัดงาน เป็นตลาดคริสต์มาสที่มีร้านค้าสีสันสดใสมากกว่า 200 ร้าน พื้นที่จัตุรัสกรองด์ ปลาซ จะถูกตกแต่งด้วยไฟประดับชวนฝันมากมายมีอาหารและสินค้ามากมายให้เลือกซื้อ

เทศกาลพรมดอกไม้ (Flower carpet) จัดขึ้นภายในจัตุรัสแห่งนี้ทุก 2 ปี เป็นงานเฉลิมฉลองเทศกาลฤดูหนาว ด้วยการนำดอกเบโกเนียจำนวนมากมาจัดแสดงจนกลายเป็นพรมดอกไม้ขนาดยาว 77 เมตร กว้าง 24 เมตร บนพื้นที่ 1,800 ตารางเมตร โดยจะมีอาสาสมัครช่วยกันเนรมิตพรมดอกไม้ภายในเวลา 4 ชั่วโมง เทศกาลพรมดอกไม้ที่เมืองแห่งนี้มีมาตั้งแต่เมื่อปี คศ. 1971

Manneken Pis.. รูปปั้นแมเนเกนพิส

รูปปั้นแมเนเกนพิส (Manneken Pis) หรือรูปปั้นเด็กยืนฉี่ เป็นประติมากรรมมีลักษณะเป็นน้ำพุขนาดเล็ก ตัวประติมากรรมหล่อด้วยทองเเดงเป็นรูปเด็กผู้ชายเปลือยกาย กำลังยืนฉี่ลงอ่าง โดยมีความสูงประมาณ 60 เซนติเมตรตั้งอยู่บริเวณหัวมุมของถนนเลทุฟตัดกับถนนแซน เป็นรูปปั้นที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญของหนูน้อย Petit Julien ที่ปกป้องเมืองบรัสเซลส์ไว้ได้

 

ตามตำนานเล่ากันว่า.. ในปี 1695 ที่เมืองบรัสเซลส์ได้เกิดสงครามครั้งใหญ่ มีการวางระเบิดเพื่อทำลายเมืองแห่งนี้ลง แต่ระหว่างที่ชนวนระเบิดกำลังทำงาน ได้มีเด็กน้อยคนหนึ่งบังเอิญเดินผ่าน เห็นชนวนระเบิดกำลังลุกไหม้ จึงฉี่เพื่อดับไฟ ทำให้เมืองนี้รอดพ้นจากการถูกระเบิดมาได้อย่างหวุดหวิด

หลังจากนั้นจึงมีการสร้างรูปปั้นเด็กน้อยยืนฉี่ เพื่อแสดงถึงความกล้าหาญขึ้นมา เมื่อมีเทศกาลสำคัญ รูปปั้นนี้จะถูกสวมเสื้อผ้าตามเทศกาลนั้นๆ หรือแม้แต่เทศกาลของต่างชาติ เช่น ประเพณีสงกรานต์ของไทย และวันตรุษจีน เป็นต้น

ฉันชอบรูปปั้นประติมากรรมของยุโรป … ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นที่เกี่ยวกับศาสนาที่เกิดจากความเชื่อ ความศรัทธา หรือรูปปั้นที่เป็นงานศิลปะเพื่อประดับตบแต่งในสวน ตามท้องถนน รวมถึงรูปปั้นที่สื่อถึงประวัติศาสตร์ของเมือง ... จึงเพลินกับการเดินถ่ายภาพมาก

ฉันเพลิดเพลินกับการได้เห็นกิจกกรมและความเคลื่อนไหวของผู้คนที่ออกมานั่งดื่ม กินกันชิลๆ ..

ภาพของนักดนตรีข้างถนนที่สร้างความบันเทิงใก้กับคนที่เดินผ่าน แลกกับเศษเงิน เป็นสีสันที่น่าสนใจของเมือง

การเดินชมเมือง ... จึงเป็นเรื่องที่ฉันนิยมทำเมื่อไปเยือนสถานที่ต่างๆ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 27/05/2020 เวลา : 11.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอให้ทุกท่านที่แวะมาทักทาย มีความสุขมากๆนะคะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน