*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2284
  • จำนวนผู้ชม : 6514316
  • จำนวนผู้โหวต : 11449
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11449 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน 2563
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 500 , 16:28:48 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Chaoying โหวตเรื่องนี้

สุสานของ ฟาโรห์ตุตันคาเมน (The Tomb of Tutankhamen)


“หุบเขากษัตริย์” มีชื่อเสียงก้องโลกมาจากการค้นพบสุสานของฟาโรห์ตุตันคามุน ซึ่งโด่งดังกับคำล่ำลือในเรื่องของคำสาปฟาโรห์ จนถึงกับมีคนเอาไปแต่งเป็นนิยายขายได้หลายสิบล้านเล่ม แถมหนังสือยังได้รับรางวัลด้วยสิ

สุสานของฟาโรห์ตุตันคามุน ถือเป็นหนึ่งในสถานที่โบราณคดีที่โด่งดังที่สุดในโลก … ในปี ค.ศ. 1979 ถูกยกให้เป็นมรดกโลก ร่วมกับส่วนที่เหลือของ ธีบัน เนโครโพลิส

ปัจจุบันนี้ การค้นพบการขุดค้นหาวัตถุโบราณและการอนุรักษ์ยังคงดำเนินการต่อไป และยังถือเป็นจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม

ตุตันคาเมน (Tutankhamen) .. The Golden Pharos

First steps of tomb found .. ค้นพบบันไดขั้นแรกของสุสานแล้ว" …

… คำนี้ปรากฏในบันทึกของโฮเวิร์ด คาร์เตอร์ (Howard Carter) เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 1922

สุสานของ ตุตันคาเมน อยู่อย่างสงบมาเป็นเวลากว่า 3,500 ปี จนกระทั่งถูกค้นพบในปี 1922.

"บันไดขั้นแรก" ที่ว่านั้นกำลังจะนำเราลงไปสู่สุสานที่เชื่อว่าทุกท่านน่าจะรู้จักกันดีที่สุด เพราะมันคือสุสานของยุวฟาโรห์ ตุตันคาเมน (Tutankhamen) แห่งราชวงศ์ที่ 18 .. ฟาโรห์ที่โด่งดังทั้งในเรื่องของคำสาปและทรัพย์สมบัติกว่า 5,000 รายการ ที่เหลืองอร่ามไปด้วยทองคำทั่วทั้งสถานที่พักร่างแห่งสุดท้ายของพระองค์

 “คำสาป” ที่คร่าชีวิตนักสำรวจที่เปิดสุสานของพระองค์ เป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่มาพร้อมกับการเผยร่างและที่พักแห่งสุดท้ายของพระองค์ให้เห็นในสายตาชาวโลก

ตุตันคาเมน .. ไม่ใช่มหาราชที่ยิ่งใหญ่หรือนักรบผู้เกรียงไกร แต่ชื่อของฟาโรห์ตุตันคาเมนเป็นที่รู้จักดียิ่งกว่าฟาโรห์องค์อื่นๆ เนื่องด้วยสุสานของพระองค์ที่ถูกขุดพบนั้นคงสภาพสมบูรณ์ยิ่งกว่าของฟาโรห์องค์ใด และกลายเป็นหลักฐานสำคัญในการบอกเล่าถึงเรื่องราวของอียิปต์โบราณ

 

ฟาร์โรห์ตุตันคาเมน : มาทำความรู้จักสักเล็กน้อยก่อนที่จะลงไปชมสุสาน

ฟาโรห์ตุตันคาเมน (Tutankhamen) ทรงเป็นพระโอรสของฟาโรห์อัคเคนาตัน (Akhanaten) กับพระสนม คียา ประสูติที่เมือง Amarna อันเป็นเมืองที่พระบิดาสร้างเอาไว้เพื่อบูชาเทพ Aten เพียงองค์เดียว

เมื่อแรกประสูติพระองค์ได้พระนามว่า “ตุตันคาเตน (Tutankhaten) ซึ่งมีความหมายว่า “รูปสลักที่มีชีวิตของเทพเจ้าอเตน” ..

แต่เมื่อพระบิดาสวรรคต เมืองอมานา ก็ถูกทิ้งร้าง .. ฟาร์โรห์ตุตันคาเมน ได้ย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่ เมมฟิส และพระองค์ได้นำศาสนาไอยคุปต์ดั้งเดิม ที่นับถือเทพเจ้า อามูน เป็นประมุขแห่งเทพกลับมาอีกครั้ง

พระองค์ได้เปลี่ยนพระนามเป็น “ตุตันคาเมน” ซึ่งแปลว่า ว่า “รูปสลักที่มีชีวิตของเทพเจ้าอามูน” .. เพื่อแสดงถึงการกลับมานับถือเทพเจ้า Amun อันเป็นเทพเจ้าสูงสุดของอียิปต์อีกครั้งนั่นเอง

พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ในปีที่ 4 นับแต่การสวรรคตของ ฟาร์โรห์ อัคเคนาตัน โดยทรงมีพระชนมายุเพียง 10 ชันษาเท่านั้น เมื่อเจริญวัยขึ้นจึงทรงอภิเษกกับเจ้าหญิง “อนัคซูนามุน” ธิดาของฟาโรห์ “อัคเคนาตัน” กับราชินี “เนเฟอร์ตีติ” ตามประเพณีในสมัยนั้น

ในสมัยของ ฟาโรห์ตุตันคาเมน นั้น อำนาจในราชสำนักตกอยู่ในมือของ “อัยย์” ผู้เป็นอัครมหาเสนาบดีและหัวหน้านักบวชแห่งจอมเทพอามอน กับนายพลโฮเรมเฮปผู้บัญชาการทหาร เนื่องจากในยุคอาณาจักรนี้ อียิปต์มีกองทหารประจำการเป็นทหารอาชีพ ซึ่งผิดกับในสมัยก่อนที่จะเป็นแรงงานที่เกณฑ์มาเฉพาะในยามศึก การมีกองทัพประจำการณ์ทำให้นายทหารกลายเป็นกลุ่มอำนาจกลุ่มที่ 3 นอกเหนือจากฟาโรห์และหัวหน้านักบวช

ฟาโรห์ตุตันคาเมน ครองราชย์เพียงสิบปีเท่านั้น พระองค์สวรรคตอย่างลึกลับ .. จากการตรวจมัมมี่ของพระองค์ ได้มีการพบรอยร้าวที่กะโหลก ซึ่งแสดงว่าพระองค์น่าจะสวรรคตจากการตกจากรถม้า ..นักประวัติศาสตร์บางคนเชื่อว่าพระองค์น่าจะถูกลอบปลงพระชนม์โดยคนใกล้ตัว ซึ่งอาจจะเป็นเสนาบดี อัยย์หรือไม่ก็นายพล โอเรมเฮป ..

แต่ภายหลังความคิดนี้ได้รับการพิสูจน์ว่าไม่จริง สาเหตุที่ทำให้ยุ วฟาร์โรห์ สิ้นพระชนม์ ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากร่างกายที่อ่อนแอ อันเนื่องมาจากความอ่อนด้อยของยีน อันเกิดจากการสมรสกันเองในหมู่พี่น้องในราชวงศ์ เพื่อดำรงสายเลือดบริสุทธิ์ และจากการตรวจ DNA ในยุคปัจจุบันพบว่าพระองค์ติดเชื้อมาเลเรีย และอาจจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สิ้นพระชนม์

หลังการสวรรคตของพระองค์ ราชินีอนัคซูนามุน ทรงส่งสาสน์ไปยังกษัตริย์ฮิตไตท์ ให้ส่งพระโอรส มาอภิเษกกับพระนางและเป็นฟาโรห์แห่งอียิปต์โดยพระนางแจ้งไปในสาสน์ว่า "พระนางทรงหวาดกลัวที่จะต้องอภิเษกกับข้ารับใช้ของพระนาง"

กษัตริย์ฮิตไตท์ก็ทรงส่งพระโอรสเดินทางมาอียิปต์ แต่ทว่าทันทีที่ขบวนเสด็จมาถึงเขตแดนอียิปต์ ก็ถูกซุ่มโจมตีและสังหารหมดทุกคน ทำให้ทางฮิตไตท์โกรธมาก ความสัมพันธ์ระหว่างสองอาณาจักรจึงตึงเครียดยิ่งขึ้น

หลังจากนั้น อัยย์ ซึ่งชรามากแล้วก็อภิเษกกับ เจ้าหญิงอนัคซูนามุน และ ขึ้นครองราชย์เป็นฟาโรห์แต่ครองราชย์ได้เพียงสามปีก็ประชวรสวรรคต และในที่สุด นายพลโฮเรมเฮป ก็กลายเป็นฟาโรห์พระองค์ใหม่

เรามายืนอ่านและดูภาพของการค้นพบสุสานของยุวฟาร์โรห์พระองค์นี้ .. การที่พระองค์ถูกฝังอยู่ที่นี่ก็เป็นเรื่องที่มีคำเล่าขานกันมาว่า … ทางฝั่งตะวันตกของหุบเขากษัตริย์เป็นที่ตั้งของสุสานของ “ฟาร์โรห์อเมนโฮเทปที่ 3” และเหล่าทายาท จึงเป็นไปได้ว่า ฟาร์โรห์ตุตันคาเมน ก็ตั้งใจสร้างสุสานของพระองค์เอาไว้ที่ฝั่งตะวันตกของหุบเขาเช่นกัน ..

.. แต่พระองค์สิ้นพระชนม์ก่อนวัยอันควร สุสานของพระองค์จึงสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ ดังนั้นนักอียิปต์วิทยาส่วนหนึ่งจึงเสนอความเห็นว่า ในขณะนั้น อัย (Ay) จึงได้ฝังพระศพเอาไว้ที่สุสานขนาดเล็กที่สร้างเอาไว้สำหรับตนเอง ซึ่งคือ “สุสานระหัส KV62” ที่เรายืนอยู่ตอนนี้นั่นเอง .. และเมื่อ อัย ได้ขึ้นเป็นฟาร์โรห์จึงได้ยึดเอาสุสาน WV23 ในปัจจุบัน ซึ่งเคยสร้างให้ฟาร์โรห์ตุตันคาเมนมาเป็นของตน

 “มรณะจักโบยบินมาสังหาร ผู้รังควานความสันติสุขแห่งองค์ฟาร์โรห์ ..

มรณะจักโบยบินมาสังหาร ผู้รังควานความสันติสุขแห่งองค์ฟาร์โรห์ ๆๆๆๆๆๆ ..”

… จู่ๆ ก็จินตนาการเห็นคณะนักบวชที่ทำมัมมี่ให้กับองค์ฟาร์โรห์ นำร่างที่ไร้ลมหายใจของพระองค์บรรจุลงในโลกทองคำ กำลังสวดมนตราเสียงเย็นยะเยือก กระชั้นถี่ๆขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่จะเอ่ยคำสาปแช่งให้ผู้บุกรุกสุสานอันเป็นที่พักพิงสุดท้ายของอดีตเจ้าชีวิต ให้มีอันเป็นไป

เมื่อนึกคำสาป ที่มาจากเรื่องราวที่เคยอ่าน .. พลันก็เกิดคำถามกับตัวเองว่า นี่เรากำลังจะไปรบกวนองค์ฟาร์โรห์ หรือเปล่านะ?

… ไม่น่า ก็นักอียิปต์วิทยาต่างยืนยันแล้วว่า แม้หลายคนอาจจะคุ้นๆว่ามีการจารึกเอาไว้นั้น … แต่ความจริง ไม่ปรากฏว่ามีการค้นพบแต่อย่างใด อาจจะเป็นแค่การคาดเดาแล้วเอาไปประโคมข่าว หลังจากที่มีการเสียชีวิตไปทีละคน ของนายทุนและผู้ค้นพบสุสานแห่งนี้

ร่างของฟาร์โรห์ตุตันคาเมน ยังถูกเก็บไว้ในโลงใสที่นี่ .. ว่ากันว่า พระศพของพระองค์ปราศจากหัวใจ อันเป็นอวัยวะที่ตามตำนานเป็นส่วนที่ต้องเก็บไว้กับร่าง ด้วยความเชื่อว่า หัวใจเป็นศูนย์กลางความคิดและตัวแทนของความดี-ความชั่ว ซึ่งต้องนำไปชั่งกับขนนกในการพิพากษาของเทพเจ้าโอซิริส ในโลกหลังความตาย .. เมื่อไม่มีหัวใจ นักบวชจึงวางเครื่องรางรูป ด้วง “สการัป” เอาไว้เพื่อใช้แทนหัวใจที่หายไป

หัวใจที่หายไปนี่เอง .. ทำให้นักอียิปต์วิทยาเชื่อว่าพระองค์สิ้นพระชนม์ไกลจากบ้าน เพราะกว่าที่จะนำพระศพกลับมาถึงสถานที่ทำพิธีกรรมหัวใจก็เน่าเปื่อยไปหมดแล้ว

 

ตำนานการค้นพบที่โด่งดังของ สุสานของฟาร์โรห์ตุตันคาเมน

โฮเวิร์ด คาร์เตอร์ (Howard Carter) พบสุสานของฟาร์โรห์ตุตันคาเมน เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 1922 .. หลังจากบันไดหินขั้นที่ 1 ถูกพบ จึงมีการขุดลงไปเรื่อยๆจนสุดทางลงที่บันไดขั้นที่ 12 จึงเป็นประตูที่ปิดตาย

ต่อมาในวันที่ 26 เดือนเดียวกัน เขาได้พยายามที่จะเปิดอีกครั้ง หลังจากที่สายตาชินกับความมืด สิ่งที่เขาเห็นนั้นมหัศจรรย์มาก และเป็นตำนานของเรื่องการค้นพบที่เหลือเชื่อ อย่างที่เราได้ยินมาตลอด

หากคุณเคยไปชมสมบัติทองคำอลังการของฟาร์โรห์ตุตันคาเมนที่พิพิธภัณฑ์ไคโร อาจจะนึกจินตนาการว่า สุสานของพระองค์คงจะสวยงาม และอลังการมากมาย ดังเช่นสมบัติที่มีการค้นเจอ

… แต่ความจริง สภาพของสุสานของฟาร์โรห์ตุตันคาเมน ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ..

.. จะว่าไป สุสานของพระองค์เป็นสุสานที่เล็กที่สุดในหุบกษัตริย์ด้วยซ้ำ แต่มีชื่อเสียงมากที่สุด

จากผังที่นำมาให้ดู … สุสานของตุตันคาเมน ที่มี 4 ห้องเล็กๆ  ปัจจุบันเหลือแต่เพียงห้องโล่งๆ กำแพงมีภาพวาดสีสดใสชัดเจนมีเพียงที่ห้องฝังร่างของพระองค์ในโลงศพเท่านั้น .. ส่วนห้องอื่นๆไม่มีการตกแต่งใดๆ

สุสาน เคยมีสมบัติโบราณมากมายที่ฝังร่วมกับพระศพของพระองค์ โดยแบ่งออกเป็นห้องมุขและห้องพระคลังที่อยู่ถัดจากห้องไว้พระศพ มีข้าวของรวมกันมากกว่า 7,000 ชิ้น

ภายในห้องโถง มีภาพวาดบนผนังเพียงนิดเดียว …

พิธีฝังพระศพ .. ดำเนินโดยภาพของเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของราชสำนัก ซึ่งในมือถือเชือกที่จะใช้ลากเลื่อนที่บรรจุพระศพ

ภาพวาดบนผนังด้านเหนือ ซึ่งเป็นแผงภาพที่ใหญ่ที่สุด … ภาพด้านขวามือเมื่อหันหน้าเข้าหาผนัง : ฟาร์โร อัยย์ ในชุดเครื่องแต่งกายทำด้วยหนังเสือดำ ยืนอยู่ต่อหน้ามัมมี่ของ ตุตันคาเมน ทำหน้าที่ Semi-priest ทำพิธีเปิดปาก .. มีโต๊ะที่วางเครื่องประกอบการทำพิธี รวมถึงถ้วยใส่ธูปเล็กๆอีก 5 ถ้วย

 

ตรงกึ่งกลางของภาพ … ภาพของ Goddess Nut กำลังต้นรับ ฟาร์โรห์ตุตันคาเมน เข้าสู่อาณาจักรของเทพเจ้า

ด้านซาย … ภาพของ ฟาร์ดรห์ตุตันคาเมน และ คา ของพระองค์ ได้รับการต้อนรับจาเทพเจ้าโอซิริส

 

ภาพวาดด้านซ้ายบนผนัง เป็นภาพลิงบาบูนคุกเข้า แต่ละตัวอยู่ภายในเส้นสี่เหลี่ยม ทั้งหมดอยู่ภายใต้เรือของเทพสุริยะในร่างของ Khepri แมลงสการับ และมีเทพเจ้า 5 องค์อยู่ในพื้นที่ถัดไป

ภาพตรงกลางของโถงฝังพระศพ (นักท่องเที่ยวจะมองไม่เห็นแล้วในปัจจุบัน) .. ฟาร์โรห์ตุตันคาเมน ได้รับการต้อนรับสู่โลกหลังความตาย โดยเทวี Hathor และเทพเจ้า Anubis (ดูมุมชวาล่างสุดของภาพ)

ในโถงนี้ ด้านหน้าของภาพวาดบนผนัง เป็นที่ตั้งของโลงศพหิน … ด้านในสุดที่ไม่มีอะไรอยู่ด้านในแล้ว ตอนนี้ทางการอียิปต์ได้เคลื่อนย้ายโลงศพชั้นนอกสุด ซึ่งเป็นโลงไม้ฉาบทองของฟาโรห์ตุตันคาเมนออกจากสุสานของพระองค์เองใน KV62 ไปบูรณะจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ในกรุงไคโร

ภาพโลงศพของฟาร์โรห์ตุตันคาเมน ซึ่งจัดแสดงที่ Cairo … หลังจากที่มัมมี่ของฟาร์โรห์ตุตันคาเมน ถูกครอบด้วยหน้ากากทองคำแล้ว ก็นำมาวางไว้ในโลงศพรูปทรงมนุษย์ ซ้อนกันทั้งหมด 3 ชั้น สองชั้นด้านเป็นโลงศพไม้หุ้มด้วยแผ่นทองคำ สลักดุนลายตามแบบแผนของอียิปต์โบราณ มีภาพที่เกี่ยวข้องกับการนำดวงพระวิญญาณไปสู่โลกหลังความตาย และส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้าหลายองค์ของอียิปต์

ชั้นในสุดเป็นทองคำแท้ น้ำหนักประมาณ 110 กก. ประดับด้วยหินสีต่างๆจนงดงามอย่างที่เห็น  พระศพนั้นอยู่ในหีบทองคำ

ส่วนอวัยวะภายในจะถูกบรรจุลงในโถอาบิสทอสหลายโถ แล้วนำไปเก็บในตู้ทองคำที่เรียกว่า Canopic Shrine ด้านนอกของตู้นี้จะมีรูปประติมากรรมของเทพี 4 องค์ ที่จะทำหน้าที่ปกป้องตู้ และหนึ่งในนั้นคือ Goddess Selket

โถเก็บอวัยวะภายใน มีฝาปิด

มัมมี่องค์จริงของฟาร์โรห์ตุตันคาเมน ยังคงถูกเก็บรักษาไว้ที่สุสาน ได้รับการตรวจสอบครั้งแรกในปี 1925 โดยมีการเปลื้องผ้าพันออกมา ต่อมาในปี 1968 ได้มีการถ่ายเอ็กซ์เรย์ และในปี 2005 มีการทำ CT scan รวมถึงยังมีมัมมี่อีก 2 ร่าง ซึ่งเป็นพระธิดาของพระองค์ซึ่งลักษณะยังเป็นทารกอยู่

 

  หลายท่านคงเคยได้ยินเรื่องการชั่งน้ำหนักหัวใจกับขนนก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคัมภีร์มรณะบทที่ 125 กันมาหลายครั้งแล้ว เราทราบว่าถ้าหัวใจเบากว่าขนนกแปลว่าคนๆนั้นเป็นคนดี แต่ถ้าหัวใจเกิดหนักกว่าขนนกขึ้นมาล่ะ? คัมภีร์บอกว่าเจ้าอสูรกายชื่อ "อัมมุต" (Ammut) ก็จะกัดกินหัวใจนั้นทำให้ไม่สามารถเดินทางไปใช้ชีวิตหลังความตายได้อีกต่อไป

แต่สิ่งที่เราเห็นจากคัมภีร์มรณะเป็น "ภาพนิ่ง" ที่ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ วันนี้เรามีดูโมเดลจำลองฉากนี้แบบ "เคลื่อนไหว" มาให้ดูกัน .. หากหัวใจหนักกว่าขนนกแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

https://www.facebook.com/Carlisle.Egyptology/videos/1190013251049467


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Chaoying วันที่ : 05/06/2020 เวลา : 06.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

เรื่องราวของฟาโรห์ตูเตงคามอน ยิ่งใหญ่อลังการ น่าสนใจมากของโลก สถานที่อลังการ แฝงด้วยความน่าสพรึงกลัวอย่างในหนังมัมมี่
ขอบคุณเรื่องราวที่อ่านสนุกและภาพงดงามชัดเจนที่พี่สุภาวัลย์นำมาฝากพวกเราค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 04/06/2020 เวลา : 17.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีตอนเย็นค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน