*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2252
  • จำนวนผู้ชม : 6422383
  • จำนวนผู้โหวต : 11403
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11403 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2563
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 505 , 19:04:38 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บ้านขนมปังขิง ตำนานบ้านเก่า 106 ปี


บ้านขนมปังขิงอายุ 106 ปีในซอยหลังโบสถ์พราหมณ์ย่านเสาชิงช้า คือคาเฟ่ในบ้านเก่ากึ่งพิพิธภัณฑ์ที่เพิ่งเปิดให้บริการมาได้ไม่นาน แต่เป็นเหมือนโอเอซิสที่ชวนให้คนเข้าไปดับร้อนและเยี่ยมชมร่องรอยของอดีตในยุคที่สถาปัตยกรรมตะวันตกกำลังเฟื่องฟู

บ้านไม้หลังเก่าแก่อยู่หลังประตูแน่นหนา ถูกปิดร้างอยู่ในซอยหลังโบสถ์พราหมณ์ใกล้เสาชิงช้า

กระทั่งมาถึงวันที่ประตูไม้บานนั้นเปิดออก ใต้ต้นมะม่วงอกร่องที่แผ่กิ่งให้ร่มเงาอยู่หน้าบ้านมีโต๊ะเก้าอี้ที่ถูกจับจองโดยผู้มาเยือน เรือนไทยแบบขนมปังขิงปรากฏตัวพร้อมคาเฟ่น่านั่ง ในบรรรยากาศรื่นรมย์ราวพาเราย้อนกลับไปเมื่อร้อยปีก่อน

เหนือซุ้มประตูและช่องลมของเรือนหลังนี้ หากสังเกตให้ดีจะมองเห็นว่ามีการสลักตัวอักษรอยู่ในกรอบวงกลม ข.ไข่-ไม้หันอากาศ-น.หนู ซ้อนทับกัน และ ขันคำนี้เองที่บอกถึงที่มาของเรือนหลังนี้

สังเขปประวัติศาสตร์ของบ้านขนมปังขิง

บ้านขนมปังขิงในซอยหลังโบสถ์พราหมณ์ สร้างขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2456 โดย อำแดงหน่าย (สกุลเดิมคือ สกุลพราหมณ์) ภรรยาของ ขุนประเสริฐทะเบียน (ชื่อเล่น-ขัน) เป็นผู้ซื้อที่ดินขนาด 47 ตารางวาผืนนี้จากหลวงบุรีพิทักษ์

ขุนประเสริฐทะเบียน สร้างบ้านหลังนี้ขึ้นเพื่อเป็นที่พักอาศัยของตระกูลอันเป็นครอบครัวใหญ่ แต่ผืนดินที่เหลืออยู่ลดขนาดลงเหลือ 35 ตารางวา เนื่องจากถูกเวนคืนเพื่อสร้างถนนเป็นซอยปัจจุบันไป 12 ตารางวา ทำให้พื้นที่หน้าบ้านถูกตัดร่นลงมาเกือบถึงตัวบ้านอย่างที่เห็น

ส่วนมะม่วงอกร่องหน้าบ้านที่มอบความร่มรื่นให้ตัวบ้านเป็นสำคัญ ก็ปลูกโดยนางนอบ บุตรีของอำแดงหน่ายและขุนประเสริฐทะเบียน ว่ากันว่าอายุก็ใกล้เคียงร้อยปี เก่าแก่พอๆ กับตัวบ้าน

บ้านแบบ ขนมปังขิงหรือ ‘Ginger Bread House’ เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกซึ่งไทยได้รับอิทธิพลเข้ามาในช่วงรัชกาลที่ 4 เริ่มจากบ้านพักของสถานทูตฝรั่งเศส แพร่หลายมาถึงในวัง วัดวาอาราม พ่อค้า คหบดีชนชั้นกลาง

ชื่อ ขนมปังขิงได้มาจากการตกแต่งลายฉลุเหนือประตูและช่องลมที่สวยงามละเอียดอ่อน มีความคล้ายคลึงกับ บ้านขนมปังขิงหรือคุกกี้ที่ชาวยุโรปมักจะทำกินกันในเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งมีการตกแต่งลวดลายด้วยน้ำตาลที่อ่อนช้อย มีลักษณะหงิกงอคล้ายแง่งขิง

 

เมื่ออำแดงหน่ายถึงแก่กรรม บ้านหลังนี้ถูกขายต่อให้หลาน คือ ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช ทันตแพทย์ประจำพระองค์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นทายาท ท่านผู้หญิงเนื่องสนิท บุตรีคนที่สองของขุนประเสริฐทะเบียน

ด้วยเจตจำนงที่ต้องการอนุรักษ์บ้านหลังนี้เอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา การเริ่มต้นบูรณะบ้านที่ทรุดโทรมลงไป จึงเกิดขึ้นครั้งใหญ่ในปีพ.ศ. 2533 ตั้งแต่การยกพื้นให้สูงขึ้นอีก 30 เซนติเมตร เพื่อช่วยระบายความชื้นและรักษาเนื้อไม้ ทำสีและซ่อมแซมจุดที่แตกหัก ส่วนป้ายชื่อ บ้านขนมปังขิงที่เห็นอยู่เหนือประตูรั้วนั้น คุณหมอสิทธิ์ สามีของท่านผู้หญิงเพ็ชรา เป็นคนเขียนและแกะสลักขึ้นเองกับมือ

หลังการบูรณะครั้งแรก บ้านขนมปังขิงยังคงเก็บงำความงามเอาไว้หลังประตู กระทั่งเปลี่ยนมาสู่มือทายาทรุ่น 4 คุณธนัชพร คุณารัตนอังกูร และสามีคือ คุณวิรัตน์ มีความคิดว่า หากบ้านหลังนี้ไม่เปิดใช้ ก็มีแต่จะเก่าพังไปตามเวลา การบูรณะจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง เพื่อเปิดบ้านให้เป็นร้านกาแฟกึ่งพิพิธภัณฑ์ ให้คนภายนอกได้เข้ามาพักผ่อนและเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมที่มีร่องรอยและวิถีของผู้คนในอดีตหลงเหลืออยู่ โดยมีคุณเบน-กีรติ คุณารัตนอังกูร หลานชายซึ่งชื่นชอบการทำกาแฟ เป็นผู้ดูแลและสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มภายในร้าน

โจทย์ใหญ่ของการบูรณะเรือนไม้สักอายุ 106 ปีครั้งนี้ ความยากเริ่มขึ้นตั้งแต่การตัดสินใจว่าจะจัดการกับพื้นผิวของไม้อย่างไร จะทาสีหรือไม่ทาสี จะเคลือบผิวไม้หรือไม่เคลือบ

การระดมความคิดร่วมกันระหว่างเจ้าของบ้าน สถาปนิก นักตกแต่งภายใน รวมถึงช่าง เห็นดีในข้อตกลงที่ว่า การทำให้ใหม่นั้นทำง่ายกว่าการทำให้เก่า และ ความเก่าก็มีคุณค่าและสวยงามอยู่แล้วในตัว เพื่อให้เห็นร่องรอยของความดั้งเดิมที่เก่าไปตามเวลา การปรับปรุงครั้งนี้จึงคงสภาพเดิมไว้ให้มากที่สุด ไม่มีการเคลือบหรือขัดสีเนื้อไม้ บานประตูหน้าต่าง บานพับ บานกระทุ้ง ผนัง ช่องลม ลายฉลุ ยังเป็นของเดิมทั้งสิ้น

ที่น่าทึ่งคือเนื้อไม้ที่เห็นยังคงสภาพสมบูรณ์แม้จะผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน หากจะมีการนำไม้เข้ามาเสริมซ่อมแซมส่วนที่แตกหักก็เป็นส่วนน้อย มีการดันฝ้าเพดานขึ้นเพื่อให้ตัวบ้านโปร่งสบายลดความอึดอัด ติดประตูกระจกที่ชั้นล่าง และปูพื้นกระเบื้องบริเวณนอกบ้าน เรียกได้ว่า 95 เปอร์เซ็นต์ของบ้านหลังนี้ ยังเป็นของเดิมอยู่ทั้งสิ้น และยินดีให้ผู้มาเยือนได้เข้ามาสัมผัสความงามนั้นอย่างใกล้ชิดทุกซอกมุม

ภายในบ้านมีเครื่องเรือนเก่า เตารีดโบราณ ของตกแต่ง และรูปถ่ายในอดีตของครอบครัวเจ้าบ้านประดับอยู่บนฝาผนังและตามมุมต่างๆ โทรศัพท์แบบมือหมุนที่ติดอยู่บนเสาหน้าเคาน์เตอร์บาร์บริเวณชั้นล่างนั้นเราได้รับคำบอกเล่าว่ายังใช้ได้จริง บานจับประตูแบบโบราณที่เลิกใช้กันไปแล้วที่นี่ยังคงใช้งานได้อยู่

เมื่อขึ้นบันไดไปสู่ชั้นสอง ส่วนแรกที่พบคือ ชานนั่งเล่นที่ในอดีตคือลานสกา ซึ่ง ขุนประเสริฐทะเบียน มักจะล้อมวงเล่นสกากับพรรคพวกอยู่บนชานนี้ ตอนนี้ดูน่าเอนหลังสบายบนแหย่งไม้ขนาดใหญ่ที่ลมพัดเย็นสบายในวันอากาศดี

ห้องหับในอดีตยังคงแยกสัดส่วนแบบที่เคยเป็น ทุกห้องมีชุดรับแขกเพื่อใช้รับรองผู้มาเยือน ร่องรอยของการดันฝ้าเพดานขึ้นยังมีให้เห็นชัดเจน ซึ่งเจ้าของบ้านตั้งใจเก็บรอยนี้ไว้เพื่อให้คนได้เปรียบเทียบและเห็นความแตกต่างหลังการปรับปรุง

อีกมุมหนึ่งนั้นคือโต๊ะเครื่องแป้งโบราณที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเครื่องใช้ของท่านผู้หญิงเนื่องสนิท ยังคงสภาพสมบูรณ์ของงานไม้ฝีมือช่างในอดีต

เยี่ยมชมบ้านจนอิ่มใจแล้ว เราเลือกที่นั่งกันมุมหนึ่งในร้านเพื่อจิบเครื่องดื่มเย็นๆ เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้าน คือกาแฟสามชั้นที่มีชื่อตรงๆ ว่า ไอซ์ซิกเนเจอร์คอฟฟี่ ชั้นล่างเป็นไซรัป ไล่ขึ้นมาเป็นนมและกาแฟตามลำดับ ความพิเศษอยู่ที่ไซรัปและนมซึ่งปรุงขึ้นเองเป็นพิเศษ

หากชอบความหอมและรสชาติของมินต์ แนะนำให้ดื่ม มินต์มักคิอาโต” .. นมมินต์และฟองกาแฟให้ความละมุนแถมสดชื่น ส่วนคอช็อกโกแลตลองสั่ง นูเทลลาช็อกโกแลต ช็อกโกแลตเข้มข้นที่หอมไซรัปนัต แต่ถ้าอยากจะเคลียร์รสนมรสกาแฟออกไปบ้าง ความจัดจ้านของ มินต์มะนาวโซดาคือคำตอบ

ร้านขนมปังขิง มีเบเกอรีให้เลือกสารพัด อาทิเช่น เค้กมะพร้าวอ่อน หรือเค้กมะตูมที่ให้รสชาติหอมมันแบบไทย เค้กไมโลคิวบ์ให้รสชาติช็อกโกแลตแบบข้นๆ ที่เข้ากันดีกับชาร้อนสักกา

ส่วนเมนูขนมหวานที่ได้รับความนิยมมากของร้านนี้ คือไอศกรีมใบเตยบัวลอย ท็อปหน้ามาด้วยฝอยทอง เสิร์ฟมาในผอบแบบแยกน้ำกะทิเพื่อให้เราราดได้เองตามใจชอบ น่าเสียดายที่เราไปในวันที่ไอศกรีมใบเตยหมด จึงต้องทดแทนด้วยไอศกรีมกะทิไปก่อน นอกจากเมนูนี้ยังมีไอศกรีมกะทิลอดช่อง และไอศกรีมชาไทยเฉาก๊วย ซึ่งเป็นการจับคู่รสชาติที่เข้ากันลงตัวดี

นอกจากเครื่องดื่มและเบเกอรี ที่นี่มีขนมหวานไทยที่แม้จะเป็นเมนูง่ายๆ แต่ก็จัดสำรับมาได้น่าสนใจและเข้าบรรยากาศ

บ้านขนมปังขิงเพิ่งเปิดให้คนแวะเข้าไปดับร้อนและเยี่ยมชมได้เพียงเดือนเศษ แต่ก็กลายเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดผู้คนในย่านเสาชิงช้าไปจนถึงย่านใกล้และคนย่านไกลไปแล้ว ด้วยเสน่ห์ของบ้านเก่าและบรรยากาศร่มรื่น ที่เหมือนตัดขาดตัวเองจากโลกภายนอกได้เพียงก้าวเท้าผ่านประตูบานนั้นเข้าไป

 

เปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 11.00-20.00 น.

Ref : https://themomentum.co/ginger-bread-house-bangkok/

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Chaoying วันที่ : 17/06/2020 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

บ้านเก่าทรงคุณค่า งดงามมากจริงๆ ค่ะ เจ้าหญิงก็เป็นคนที่หลงใหลในเนื้อไม้ แผ่นไม้กระดาน แม้จะเก่าก็ยังสวย ต่อใจ
ชอบมาก คือ ดวงไฟ ที่มีลูกกระเบื้องสีขาวห้อยถ่วง..ทำให้นึกถึงที่บ้านหลังแรกก็มีไฟแบบนี้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 17/06/2020 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน