*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2274
  • จำนวนผู้ชม : 6488735
  • จำนวนผู้โหวต : 11434
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11434 คน
<< กันยายน 2020 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2563
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 284 , 11:38:13 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , Chaoying โหวตเรื่องนี้

นั่งรถไฟไปนครปฐม  .. พระราชวังสนามจันทร์


พระราชวังสนามจันทร์ … เป็นพระราชวังที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นบนบริเวณที่คาดว่าเป็นพระราชวังเก่าของกษัตริย์สมัยโบราณที่เรียกว่า "เนินปราสาท" ตั้งแต่ยังทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เมื่อปี พ.ศ.2450 สำหรับเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานในโอกาสเสด็จฯ มาสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ และเพื่อประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถ

พระราชวังใช้เวลาก่อสร้างนาน 4 ปี โดยมี หลวงพิทักษ์มานพ (น้อย ศิลปี) ซึ่งต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯ เลื่อนยศเป็น พระยาวิศุกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) เป็นแม่งาน และสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2450 เมื่อสร้างแล้วเสร็จจึงได้พระราชทานนามว่า "พระราชวังสนามจันทร์" ตามชื่อสระน้ำโบราณหน้าโบสถ์พราหมณ์ (ปัจจุบันไม่มีโบสถ์พราหมณ์เหลืออยู่แล้ว) ที่ชื่อว่า “สระน้ำจันทร์” หรือ “สระบัว”

พระที่นั่งในบริเวณพระราชวังสนามจันทร์ ประกอบด้วยพระที่นั่งหลายองค์ซึ่งมีชื่อคล้องจองกัน คือ พระที่นั่งพิมานปฐม – พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี – พระที่นั่งวัชรีรมยา – พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ - พระที่นั่งปาฏิหาริย์ทัศไนย

รวมถึงยังมี พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ พระตำหนักทับแก้ว และ พระตำหนักทับขวัญ

“พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์” … เป็นพระตำหนักที่โดดเด่นที่สุด เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของพระราชวังสนามจันทร์ สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2451 โดยมี หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ

พระตำหนักสร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมคล้ายปราสาท ที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบเรอเนซองส์ ( Renaissance ) ของฝรั่งเศส กับอาคารแบบฮาล์ฟ ทิมเบอร์ ( Half Timbered ) ของอังกฤษ ผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบสมมาตร … จุดเด่นของพระตำหนักอยู่ที่ป้อมหรือหอคอยที่มุมอาคาร ยอดหลังคาเป็นกรวยแหลม นอกจากนี้ทางเข้ากลางด้านหน้ายังทำเป็นมุขแบบชนบท ลายซุ้มหน้าบันเหนือระเบียงมีลายแบบยุคกลางของยุโรป

ด้านหน้าพระตำหนักมีอนุสาวรีย์ย่าเหล สุนัขซึ่งมีความผูกพันใกล้ชิดกับ ร.6 เป็นอย่างยิ่ง … สำหรับประวัติของสุนัขทรงเลี้ยง “ย่าเหล” สามารถอ่านได้จาก Wikipedia

ที่อนุสาวรีย์ ย่าเหล ... มีข้อความอาลัย ที่ในหลวงรัชกาลที่ 6 เขียนถึง

หีบศพของ ย่าเหล ซึ่งเก็บไว้ที่ พิพิธภัณฑ์วัดพระปฐมเจดีย์

“พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์” … เป็นพระตำหนัก 2 ชั้น หลังคามุงกระเบื้องสีแดง ชั้นบนมีเพียง 2 ห้อง ชั้นล่างมี 2 ห้อง มีระเบียงล้อมรอบ 3 ด้านของตัวพระตำหนัก

ชั้นล่างเป็นห้องบันได อีกด้านหนึ่งเป็นห้องเสวยและห้องส่งเครื่อง

ชั้นบนประกอบด้วยทางเดินกลางแบ่งอาคารเป็น 2 ข้าง แต่ละข้างมีห้องใหญ่เป็นห้องบรรทม และห้องเล็กเป็นห้องทรงพระอักษร ล้อมด้วยระเบียงสามด้านยกเว้นด้านหลัง ทางด้านตะวันออกและตะวันตกมีเฉลียงเป็นรูปครึ่งวงกลม ประกอบด้วยเสาขนาดใหญ่ หลังคามุงด้วยกระเบื้องสีแดง

ส่วนด้านหลังพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ มีฉนวนเดินเป็นสะพานเชื่อมต่อข้ามบึงน้ำไปยัง “พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์” … ฉนวนทางเดิน หลังคามุงกระเบื้อง และติดหน้าต่างที่กระจกทั้งสองด้าน

ภาพสะท้อนน้ำของสะพานทางเดินระหว่างสองพระตำหนักนี้เป็นภาพที่สวยงามโรแมนติกมาก

“พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์” เป็นพระตำหนักที่สร้างขึ้นคู่กับพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักนี้ในราว พ.ศ. 2459 โดยมีฉนวนทางเดินทำเป็นสะพานจากชั้นบนด้านหลังของพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ข้ามคูน้ำเชื่อมกับชั้นบนด้านหน้าของพระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์

พระตำหนัก 2 ชั้นหลังนี้ สร้างด้วยไม้สักทอง ทาสีแดง มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิกของประเทศทางตะวันตก แต่ได้มีการปรับปรุงองค์ประกอบบางส่วนให้เหมาะกับภูมิอากาศแบบเมืองร้อน

พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ และฉนวนสะพานเชื่อมพระตำหนัก เป็นกลุ่มอาคารที่พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นด้วยแรงบันดาลพระราชหฤทัยจากบทละครเรื่อง My Friend Jarlet ของ Arnold Golsworthy และ E.B. Norman ซึ่งทรงแปลบทละครเรื่องนี้เป็นภาษาไทยชื่อว่า “ มิตรแท้ “ โดยชื่อพระตำหนักนั้น มาจากชื่อของนางเอก ได้แก่ มารี เลอร์รูซ์ (Marie Leroux) รวมกับ รัต หรือ รต ซึ่งแปลว่า สีแดง ดังนั้น พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์จึงมีความหมายว่า "ราชบัลลังก์สีแดงแห่งมารี" คู่กับ "ชาลี" คือพระตำหนักชาลีมงคล อาสน์

นอกจากนั้นยังเป็นต้นตำนานหนังสือพิมพ์เกิดที่นี่เพราะเคยใช้เป็นสำนักงานชั่วคราวในการออกหนังสือพิมพ์ดุสิตสมิตรายสัปดาห์

พระตำหนักคู่ที่สอง เป็นตำหนัก ฝรั่งกับไทย อยู่ตรงข้ามกัน ได้แก่ “พระตำหนักทับแก้ว” และ “พระตำหนักทับขวัญ”

“พระตำหนักทับแก้ว” เป็นอาคาร 2 ชั้น ตั้งอยู่ที่เชิงสะพานสุนทรถวาย เคยเป็นที่ประทับในฤดูหนาวของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการเสือป่า กองเสนารักษ์ราบเบารักษาพระองค์ระหว่างที่มีการซ้อมรบเสือป่า รวมทั้งเป็นสถานที่พระราชทานสัญญาบัตรแก่ข้าราชการ และเป็นที่ประทับพักผ่อนพระอิริยาบถและเสวยพระสุธารส

ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบตะวันตก เป็นตึก 2 ชั้นขนาดเล็กทาสีเขียวอ่อน ภายในมีเตาผิงและหลังคาปล่องไฟตามบ้านของชาวตะวันตก ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นที่พักของปลัดจังหวัดนครปฐม จนกระทั่งได้รับการบูรณะใน พ.ศ. 2546

“พระตำหนักทับแก้ว” ปัจจุบัน สำนักพระราชวังได้อนุญาตให้สมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ดำเนินการจัดแสดงเป็น "พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม" เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระราชกรณียกิจด้านกีฬาฟุตบอลของชาติ ภายใน

พิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติความเป็นมาของฟุตบอลในประเทศ และฟุตบอลทีมชาติไทยตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน

ถ้วยรางวัลพระราชทาน ควีนส์คัพ ...

“พระตำหนักทับขวัญ” .. รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นเรือนไทยที่สมบูรณ์แบบ ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโดย พระยาวิศุกรรมศิลป์ประสิทธิ์ ( น้อย ศิลปี ) เป็นเรือนไม้สักล้วน ฝาเรือนทำเป็นฝาปะกนกรอบลูกฟัก เชิงชายและไม้ค้ำยันสลักเสลาสวยงาม

พระตำหนักทับขวัญ ประกอบด้วย กลุ่มเรือน 8 หลัง ได้แก่

เรือนใหญ่ 4 หลัง เรือนเล็ก 4 หลัง ซึ่งได้สร้างให้หันหน้าเข้าหากัน 4 ทิศ … เรือนหลังใหญ่เป็นหอนอน 2 หอ ( ห้องบรรทมเป็นหอนอนที่อยู่ทางทิศใต้ ) อีก 2 หลังเป็นเรือนโถง และเรือนครัวซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน

ส่วนเรือนเล็ก 4 หลังนั้นตั้งอยู่ตรงมุม 4 มุมและ 1 หลัง ได้แก่ .. หอนก 2 หลัง เรือนคนใช้ และเรือนเก็บของ เรือนทุกหลังมีชานเรือนเชื่อมกันโดยตลอด บริเวณกลางชานเรือนปลูกต้นจันไว้ให้ร่มเงา

 

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีขึ้นพระตำหนักใหม่ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2454 พระองค์ได้ประทับแรม ณ พระตำหนักทับขวัญนี้เป็นเวลา 1 คืน และเมื่อมีการซ้อมรบเสือป่า พระตำหนักองค์นี้ใช้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการเสือป่าราบหนักรักษาพระองค์

“พระที่นั่งพิมานปฐม” ..  เป็นพระที่นั่งองค์แรกที่สร้างขึ้นในพระราชวังสนามจันทร์ เมื่อราวปี พ.ศ. 2450 ลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น แบบตะวันตก แต่ดัดแปลงให้เหมาะกับเมืองร้อน มีช่องระบายลมและระเบียงลูกกรงโดยรอบฉลุ สลักเป็นลวดลายตามแบบไทยอย่างปราณีตงดงาม

พระที่นั่งชั้นบนประกอบด้วยห้องต่างๆ คือ ห้องบรรทม ห้องสรง ห้องบรรณาคม ห้องภูษา ห้องเสวย และห้องพระเจ้า ซึ่งเป็นหอพระ มีพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาอยู่องค์หนึ่ง และยังมีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังฝีมือพระยาอนุศาสน์จิตรกร ( จันทร์ จิตรกร ) ซึ่งงดงามน่าชมมาก

พระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นที่ประทับ( โดยเฉพาะก่อนเสด็จฯ ขึ้นเถลิงถวัลย์ราชย์สมบัติ จนถึงปีพุทธศักราช 2458 ) ที่ทรงพระอักษร ที่เสด็จออกขุนนาง ที่รับรองพระราชอาคันตุกะ และออกให้ราษฎรเข้าเฝ้าฯ มากกว่าพระที่นั่ง และพระตำหนักองค์อื่นๆ 

 

 “เทวาลัยคเณศร์” … ตั้งอยู่ที่สนามหญ้าหน้าพระที่นั่งพิมานปฐม พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดศิลปวิทยาการ และการประพันธ์เป็นพิเศษ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเทวาลัยคเณศร์ไว้ เป็นที่ประดิษฐานพระคเณศร์ หรือพระพิฆเนศวร เทพเจ้าผู้มีเศียรเป็นช้าง ซึ่งนับถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความรู้ เป็นผู้มีปัญญาเป็นเลิศ ปราดเปรื่องในศิลปวิทยาทุกแขนง และเป็นผู้ขจัดอุปสรรคทั้งมวล

“เทวาลัยคเณศร์” … ตั้งอยู่ ณ ที่อันเป็นศูนย์กลางของพระราชวังสนามจันทร์ ให้เป็นศาลเทพารักษ์ สำหรับบวงสรวง และเพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งพระราชวังสนามจันทร์

เมื่อมองจากพระที่นั่งพิมานปฐม จะเห็นพระปฐมเจดีย์ เทวาลัยคเณศร์ และพระที่นั่งพิมานปฐมอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระบรมรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับนั่ง ฉลองพระองค์ชุดเสือป่าราบหลวงอย่างเก่าแบบทรงม้า เป็นฝีมือของช่างจากกรมศิลปากร ส่วนราชการจังหวัดฯ ได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้กลางพระราชวังสนามจันทร์ หลังเทวาลัยคเณศร์ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525

ภายในพื้นที่กว้างขวางของพระราชวังสนามจันทร์ยังมีเรือน ที่พักต่างๆล้วนมีประวัติที่สำคัญอีกมาก

ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต พื้นที่ภายในพระราชวังสนามจันทร์ก็ได้ใช้เป็นที่ทำการของส่วนราชการต่างๆ ของจังหวัดนครปฐม รวมถึงเป็นวิทยาเขตหนึ่งของมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยปัจจุบัน อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักพระราชวัง และเมื่อช่วงปลายปี 2560 ได้มีการปิดปรับปรุงพระราชวัง และเพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมตามปกติตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2561

https://mgronline.com/travel/detail/9610000064280


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 29/09/2020 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เหมือนเจ้าหญิงค่ะ เรารุ่นเดียวกันแต่คนละคณะ

4 ปีที่อยู่ที่นั่น มีความสุข มีความทรงจำดีๆมากมาย

ชีวิตเด็กหอ นี่มันดีจริงๆ จากเด้กง้องแง้ง ค้องดูแลตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 2 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 29/09/2020 เวลา : 14.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

เยี่ยมยอดทุกภาพถ่ายเลยค่ะ และขอบคุณสำหรับเรื่อง และข้อมูลให้ทุกคนที่สนใจได้ทราบ
..เจ้าหญิงเรียนที่ทับแก้ว..ก่อนนี้ พระราชวังสนามจันทร์ก่อนที่จะเป็นเขตหวงห้าม พวกเรา..เดินเล่น เข้า ออก จนคุ้นเคย รัก และหวง สถานที่แห่งนี้มาก ชาวศิลปากรทับแก้ว รักสนามจันทน์ทุกคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Supawan วันที่ : 29/09/2020 เวลา : 12.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอให้มีความสุขในทุกสิ่งที่ทำในวันนี้ค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน