*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2316
  • จำนวนผู้ชม : 6548251
  • จำนวนผู้โหวต : 11504
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11504 คน
<< ธันวาคม 2020 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม 2563
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 284 , 08:47:49 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล วัดเจดีย์ชัยมงคล จังหวัดร้อยเอ็ด


“พระมหาเจดีย์ชัยมงคล” … เดิมตั้งอยู่บริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดประมาณ 80 ก.ม

สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่บนยอดภูเขาเขียว แนวเทือกเขาภูพาน

“พระมหาเจดีย์ชัยมงคล” … ดำริและดำเนินการสร้างโดย “พระอาจารย์ศรี มหาวิโร” แห่งวัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) ซึ่งเป็นศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระบุพพาจารย์ใหญ่ ด้านวิปัสสนากรรมฐาน

ได้รับการออกแบบโดยกรมศิลปากร

 “พระมหาเจดีย์ชัยมงคล” … สร้างโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ให้ผู้เลื่อมใสศรัทธาได้เข้ามากราบไหว้สักการะ

รวมถึงรวบรวมเรื่องราวของครูบาอาจารย์ด้านวิปัสสนากรรมฐาน

รวมถึงเพื่อให้เป็นศูนย์กลางสำหรับพระภิกษุสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนที่จะเข้ามาศึกษาหาความรู้ ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน รวมถึงเพื่อการประกอบศาสนกิจต่าง ๆ

“พระมหาเจดีย์ชัยมงคล” … เป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่และมีความงดงามตระการตามากที่สุดองค์ หนึ่งของประเทศไทย

ออกแบบและสร้างสรรโดยการผสมผสานศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน หรือเป็นการผสมกันระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2528

งบประมาณก่อสร้างถึงปัจจุบัน เป็นจำนวนเงินกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งมาจากพลังศรัทธาที่แรงกล้าของชาวอีสาน และการบริจาคของพุทธศาสนิกชน จากทั่วประเทศ …

ผลงานที่ปรากฏจนถึงปัจจุบัน จึงวิจิตรอลังการมาก

“พระมหาเจดีย์ชัยมงคล” … เจดีย์ประธาน สูง 101 เมตร กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ

วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 ได้จัดให้มีการทำพิธียกยอดฉัตรที่สร้างด้วยทองคำ น้ำหนัก 4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม

องค์เจดีย์ ใช้สีขาวนวลเป็นสีหลัก ภายในองค์พระเจดีย์แบ่งเป็นชั้นๆ ได้รับการตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีทอง ... วันที่ 17 มิถุนายน 2548 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงประกาศตั้งเป็นวัดขึ้นในพระพุทธศาสนา มีนามว่า “วัดเจดีย์ชัยมงคล”

วันที่ 20 สิงหาคม 2548 ได้มีการแต่ตั้งให้พระครูปลัดทองอินทร์ (หลวงพ่ออินทร์ กตปุญโญ) เป็นเจ้าอาวาสวัดเจดีย์ชัยมงคล

วันที่ 31 มีนาคม 2549 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานวิสุงคามสีมา ประกาศราชกิจจานุเบกษาฉบับประกาศทั่วไป เล่มที่ 123 ตอนที่ 44 วันที่ 27 เมษายน 2549

รอบๆ หน้าซุ้มประตู จะมีลานน้ำพุเล็กๆ กลางสระน้ำพุมีพระอุ้มบาตรยืนรอบๆ น้ำพุ

ซุ้มประตูระเบียงคด ... ล้อมรอบองค์พระเจดีย์ชัยมงคล สร้างเป็นรูปแปดเหลี่ยม

มีซุ้มประตุ 4 ทิศ แต่จะเปิดใช้และมีคนเดินเข้า-ออกอยู่ 2 ด้าน

รวมถึงด้านที่เป็นทางเดินไปตำหนักรับรองพระสังฆราช และกุฏิรับรองหลวงปู่ศรี มหาวีโร

ระเบีบงคด เป็นที่ประดิษฐานพระสาวกนั่งสมาธิรอบด้าน

ภายในองค์พระมหาเจดีย์ แบ่งเป็นหลายชั้น แต่ละชั้นมีเสาอยู่เฉพาะส่วนกลาง

บริเวณรอบๆจะไม่มีเสา ทำให้มีสภาพเป็นห้องโถงที่กว้างขวางมาก

 

แต่ละชั้นมีความสูงมากกว่าความสูงของอาคารทั่วไป และมีบันไดทางขึ้นเป็นทางเชื่อมแต่ละชั้น

การตกแต่งบันไดอลังการเช่นเดียวกับการตกแต่งโถงของแต่ละชั้น

ตรงกลางของโถงในพระเจดีย์เป็นลิฟท์ ...  รอบๆ ประตูลิฟท์

จะตกแต่งด้วยงานภาพสีที่สวยงามมากและมีความหมายเกี่ยวข้องกันกับพระพุทธ ศาสนา

ตัวลิฟท์ไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้ ดังนั้นทุกคนจึงต้องมีศณัทธาที่จะเดินขึ้นไปชมโดยทางบันได

 

ทางเข้าสู่ด้านในขององค์พระเจดีย์ และ ส่วนหน้าของชั้นที่ 1

ชั้นที่ 1 เป็นห้องโถงกว้างใหญ่ โอ่อ่า ผนังจารึกนามทานาธิบดีต่าง ๆ

ใช้เป็นห้องประชุม บำเพ็ญบุญ

ชั้นที่ 2 เป็นห้องโถงโอ่อ่าเช่นกัน ผนังติดตั้งรูปพระพุทธประวัติ ลวดลายไทยวิจิตรพิสดาร

 

ชั้นที่ 3 ความ สำคัญอย่างหนึ่งของพระมหาเจดีย์ชัยมงคลที่ชั้น 3 ก็คือ ใช้ประโยชน์เหมือนกับอุโบสถ ของวัดอื่นๆ

จึงประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย เป็นพระประธาน

 

นอกจากนั้นก็ยังมีพระพุทธรูปปางอื่นๆ อีกหลายองค์ ที่ประดิษฐานอยู่ในส่วนหนึ่งของโถงใหญ่

พื้นที่ที่เหลือจะเป็นพื้นที่ว่าง เหมาะสำหรับกิจกรรมทางศาสนพิธี

 

ลวดลายการตกแต่งภายในไม่ว่าจะเป็นบริเวณเสา ผนัง คาน ขื่อ ล้วนแต่สวยงามลงตัว

รวมไปถึงกระจกรอบด้านที่เป็นภาพเขียนสีเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา

นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนของพระเกจิอาจารย์ในอดีต รูปปราชญ์ อีสานในอดีต

เป็นรูปเหมือนสลักหินอ่อน และหุ่นรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์ สลักเสลามาจากหินอ่อนเช่นกัน

ชั้นที่ 4 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐานของหลวงปู่ศรี แสดงวัดวาอาราม สถานปฏิบัติสมถะวิปัสสนา กรรมฐานที่หลวงปู่ศรี เคยบำเพ็ญธรรมมา

ชั้นนี้ ไม่มีโถงตรงกลาง มีเพียงทางเดินรอบนอกและมีประตูออกมาที่ส่วนฐานเจดีย์ชั้นบนได้

เรียกว่าเป็นจุดที่เดินรอบองค์พระมหาเจดีย์ได้ครบรอบ และชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามภายนอกพระเจดีย์

มองลงไปจากระเบียง … จะเห็นบริเวณที่อยู่รอบองค์พระมหาเจดีย์

เห็นเจดีย์รายที่ตั้งอยู่รอบองค์พระมหาเจดีย์ทั้งแปดทิศ

ไกลออกไปเราก็จะเห็นพื้นราบเบื้องล่างเป็นชุมชนชาวบ้านและท้องทุ่งนา

ด้านหนึ่งก็จะเห็นตำหนักรับรองสมเด็จพระสังฆราช

ชั้นที่ 5 เป็นโถงที่เล็กกว่าชั้นอื่นๆ เนื่องจากรูปทรงของพระเจดีย์ ที่ชั้น 5 เป็นส่วนยอดที่เริ่มจะเล็กและเรียวแหลมเข้า พอเราอยู่ข้างในก็เลยดูเป็นห้องเล็กและสูง

ชั้นที่ 5 นี้เป็นชั้นที่กำลังดำเนินการสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์หลวงปู่ศรี มหาวีโร ที่เป็นผู้ริเริ่มการก่อสร้างพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ปัจจุบันยังคงเป็นเพียงห้องว่างๆ เพราะกำลังรวบรวมภาพและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ศรี มาจัดแสดงที่นี่

ที่ชั้นนี้ มีบันไดเวียน 119 ชั้น ที่สูงมากอยู่ตรงหน้า

บันไดวนนั้นค่อนข้างชัน แคบ และสูงอย่างต่อเนื่อง ...

เป็นทางเดินขึ้นชั้น 6 หลายคนก็เรียกบันไดวนนี้ว่า บันไดสวรรค์

ชั้นที่ 6 เป็นห้องโถงรูประฆัง 8 เหลี่ยม ขนาดเล็กมาก  

ตรงกลางเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ  

ผนังด้านในของพระเจดีย์ชั้น 6 จะตกแต่งด้วยลวดลายท้องฟ้า รู้สึกเหมือนอยู่บนวิมานสวรรค์ชั้นฟ้า

ซึ่งในวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของหลวงปู่ศรี มหาวีโร ได้ทำพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ที่หลวงปู่ได้รับมาเป็นกรณีพิเศษ และองค์ที่หลวงปู่ได้รับมาจากสมเด็จพระสังฆราชของประเทศศรีลังกา รวทั้ง องค์ที่สมเด็จพระสังฆราชของประเทศศรีลังกาได้อัญเชิญเสด็จมาส่งให้ด้วย พระองค์เอง

อัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ณ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล บนชั้นที่ 6 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทุกคนได้สักการะนมัสการเป็นสิริมงคลของตนตลอดไป

สิ่งก่อสร้างอื่นๆ

ตำหนักรับรองสมเด็จพระสังฆราช และ กุฏิรับรองหลวงปู่ศรี มหาวีโร ...

ใกล้ๆกันจะมี กำแพงแห่งศรัทธา ซึ่งหลวงพ่ออินทร์เป็นผู้นำคณะศิษยานุศิษย์ทำการก่อสร้างถวายบูชาคุณหลวงปู่ ศรี มหาวีโร เริ่มก่อสร้างวันที่ 8 พฤษภาคม 2540 แล้วเสร็จน้อมถวายในวันที่ 3 พฤษภาคม 2546 ตัวกำแพงสูง 5 เมตร กว้าง 4 เมตร ยาว 3,500 เมตร ชั้นบนเดินชมวิวได้โดยรอบ ชั้นล่างเป็นที่ปฏิบัติธรรม มีห้องน้ำ 1,000 ห้อง

เจดีย์บรมพุทโธ (บูโรบูโด) จำลอง ซึ่งชาวพุทธจากประเทศอินโดนีเซีย จัดสร้างและส่งทีมงานช่างมาติดตั้งถวายเป็นพุทธบูชา

---------------------------------

วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมสักการะได้ ในระหว่างเวลา 06.00-17.00 น.ของทุกวัน รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ด้วย โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าชมแต่อย่างใด

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 29/12/2020 เวลา : 09.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เจดีย์สวย โดยเฉพาะการตกแต่งในชั้นต่างๆภายในองค์พระมหาเจดีย์
... หากแวะผ่านมา ก็ไปเดินชมกันนะคะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน