*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2333
  • จำนวนผู้ชม : 6574204
  • จำนวนผู้โหวต : 11528
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11528 คน
<< มกราคม 2021 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 15 มกราคม 2564
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 291 , 11:18:59 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

"หมู่เกาะตะรุเตา" .. จากนรกแห่งอันดามัน สู่แดนดินถิ่นฝัน แห่งแดนใต้


สรรพสิ่งใดๆในใต้หล้าล้วนแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เกาะตะรุเตา แห่ง จ.สตูล ก็เป็นเฉกเช่นเดียวกัน ที่กระแสธารแห่งกาลเวลาได้เปลี่ยนแปลงเกาะนี้จากดินแดนอันน่าหวาดหวั่นครั่นคร้ามให้กลายเป็นดินแดนสวรรค์ เกาะในฝันของผู้หลงใหลความงดงามแห่งท้องทะเล

ตะรุเตา นรกแห่งอันดามัน

ทะเลบริเวณเกาะตะรุเตา-ลังกาวีในช่วงศตวรรษที่ 1 ถือเป็นเส้นทางเดินเรือข้ามมหาสมุทรอันสำคัญที่ชาวอินดูพวกแรกใช้เป็นอพยพจากอินเดียผ่านมาทางพม่าและไทย ไปอินโดนีเซีย ... ถือเป็นเกาะอาถรรพ์ที่หากใครหาญกล้าเข้าไปในป่าที่เขียวชอุ่มที่มีอยู่แน่นหนาบนเกาะ จะไม่ได้กลับออกมาอีก ส่วนผู้ที่อาศัยอยู่ตามอ่าวๆต่างของเกาะนี้ จะตกเป็นเหยื่อของความหนาวเย็น การจับไข้ อาการเพ้อ หรือแม้กระทั่งความตาย!?!

เมื่อ พ.ศ. 2479 รัฐบาลในยุคนั้นได้เลือกเกาะตะรุเราให้เป็นนิคมฝึกอาชีพและกักขังนักโทษคดีอุจฉกรรจ์ในลักษณะทัณฑสถานธรรมชาติ หรือเรียกง่ายว่า “คุกเปิด” ที่ตั้งอยู่กลางทะเลลึก โอบล้อมไปด้วยผืนน้ำคลื่นลมอันแปรปรวน ซึ่งใครที่คิดจะหนีจากเกาะแห่งนี้หากรอดพ้นจากวิถีกระสุนของผู้คุมไปได้ ก็ยังต้องไปเผชิญกับปลาฉลามและจระเข้ และความโหดร้ายของท้องทะเล

พ.ศ. 2481 นักโทษคดีร้ายแรงชุดแรก 500 คน ถูกส่งมายังตะรุเตา ก่อนจะทยอยส่งเพิ่มมาเรื่อยๆ จนมีจำนวนถึง 3,000 คน ... หลังจากนั้น พ.ศ. 2482 รัฐบาลได้ส่งนักโทษการเมืองจากเหตุการณ์กบฏบวรเดชและกบฏนายสิบมากักบริเวณไว้ที่ อ่าวตะโละอุดัง อีก 70 คน

 พ.ศ. 2484 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น เกาะตะรุเตาถูกตัดขาดจากแผ่นดินใหญ่ ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนอาหาร ยา และเครื่องใช้ต่างๆ ทำให้คนบนเกาะอดอยากและเจ็บป่วยล้มตายกันไปเป็นจำนวนมาก ผู้คุมและนักโทษส่วนหนึ่งจึงเปลี่ยนมาเป็นโจรสลัดเข้าปล้นสะดมเรือบรรทุกสินค้าทั้งของชาวไทยและต่างชาติในน่านน้ำช่องแคบมะละกาที่แล่นผ่านไป-มา

พ.ศ. 2491 วันที่ 15 มีนาคม เรือรบอังกฤษกับทหารจำนวน 300 คน บุกเกาะตะรุเตาและเข้าจับกุมกวาดล้างเหล่าโจรสลัดที่มีขุนอภิพัฒน์สุรทัณฑ์ตั้งตนเป็นหัวหน้า พร้อมๆกับยกเลิกนิคมฝึกอาชีพนักโทษ นับเป็นการปิดฉากตำนานนรกแห่งตะรุเตาไปโดยปริยาย

หลังจากที่ถูกทิ้งร้างอยู่กลางทะเลยาวนานถึง 26 ปี ... วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2517 กรมป่าไม้ในยุคนั้นประกาศจัดตั้งหมู่เกาะตะรุเตาและหมู่เกาะใกล้เคียง ขึ้นเป็นอุทยานแห่งชาติตะรุเตา นับเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของเมืองไทย และเป็นจุดเริ่มตำนานบทใหม่ของตะรุเตาให้ถือกำเนิดขึ้นอีกครั้ง ...

เกาะตะรุเตา .. เป็นเกาะใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะตะรุเตา เป็นตำนานแห่งเกาะสวรรค์กลางอันดามันอันมีความสวยงามพิสุทธิ์จนได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกในปี พ.ศ. 2525 ให้เป็นมรดกแห่งอาเซียน

ที่นี่เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตาและศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีอ่าวพันเตมะละกาทอดยาวขาวสะอาดอยู่หน้าเกาะ ... หาดแห่งนี้ถือเป็นจุดชมอาทิตย์อัสดงที่งามมาก แต่มีบางจุดที่ทางอุทยานฯติดป้ายประกาศไว้ว่า ห้ามเล่นน้ำโดยเด็ดขาด เพราะแม้จะมองจากเบื้องบนเห็นเป็นน้ำตื้น แต่ว่าจริงๆแล้วเป็นร่องน้ำวนที่เกิดจากแม่น้ำ 2 สายมาบรรจบกัน ใครที่ไปเล่นตรงจุดต้องห้ามนั้นจะโดนน้ำวนดูดทันที พลังดูดของน้ำนั้นแรงขนาดทำเอาเรือล่มมาหลายลำแล้ว

“อ่าวสน” เป็นอ่าวที่มีรูปโค้งมีหาดทรายสลับกับหาดหินซึ่งข้อมูลของอุทยานฯระบุว่า หินที่นี่มีอายุมากถึงราว 700 ล้านปีทีเดียว

นอกจากอ่าวพันเตมะละกาบนเกาะตะรุเตายังมีอ่าวตะโละวาว ซึ่งเป็นที่ตั้งของนิคมฝึกอาชีพและคุมขังนักโทษเมื่อครั้งอดีต

สำหรับคนที่อยากรู้เรื่องราวความเป็นมาของตำนานนรกแห่งตะรุเตาอย่างละเอียดก็ไปชมได้ที่พิพิธภัณฑ์ใกล้ๆกับที่ทำการ และเพื่อความเป็นสิริมงคลควรไปสักการะอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 และเจ้าพ่อตะรุเตา(ใช้ธูป 9 ดอก) ที่อยู่บริเวณสวนหน้าอ่าวพันเตมะละกา

เสน่ห์ความงามของทะเลตะรุเตา ... อยู่ที่ความเป็นเลิศของท้องทะเลไทย ที่มากไปด้วยธรรมชาติของ น้ำใส ฟ้าสวย แดดจ้า คลื่นจาง มีลมบางๆโชยพัดปะทะหน้า ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกาะเล็กเกาะน้อยหลายเกาะต่างมีลักษณะของธรรมชาติเฉพาะตัวให้สัมผัสกันอย่างอิ่มตาจุใจ

... จึงเป็นความงดงามพิสุทธิ์ ความสุนทรีย์ตลอดเวลาที่เราได้มาเยือนอีกครั้ง

 

เกาะไข่

เกาะไข่ ... เป็นเกาะเล็กๆ หน้าหาดมีหาดทรายยาวขาวเนียนทอดตัวไปสู่ ซุ้มประตูหินธรรมชาติ

ที่ทอดตัวโค้งจรดพื้น ท่ามกลางหาดทรายขาวนวล ที่ดูแข็งแกร่งแต่แฝงความอ่อนน้อมอยู่ในที

ซุ้มประตูหินแห่งนี้ ถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์แห่งตะรุเตา

และสัญลักษณ์ของจังหวัดสตูล

ใครบางคนบอกว่า ... หากควงคู่มาเดินลอดซุ้มประตูแห่งนี้แล้ว ความรักจะสมหวังยั่งยืน

ในบางช่วงเวลาของการเยือนเกาะไข่ จึงอาจจะเห็นหลายๆคู่ ไ

ปยืนกุมมือกันถ่ายรูปคู่กับซุ้มประตูหินโค้งแห่งนี้เป็นประจำ

ในอดีตเกาะแห่งนี้เคยเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเลจำนวนมากคนจึงเรียกขานกันว่าเกาะไข่

แต่ปัจจุบันมีแต่นักท่องเที่ยวไปเยือนเกาะแห่งนี้จำนวนมาก เราจึงไม่เห็นทั้งเต่าและไข่

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน