*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2333
  • จำนวนผู้ชม : 6574116
  • จำนวนผู้โหวต : 11528
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11528 คน
<< มกราคม 2021 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 17 มกราคม 2564
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 259 , 11:22:06 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ลมหายใจของทะเล @ เกาะราวี เกาะหินงาม


ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูไหน .. สีฟ้าครามของน้ำทะเลและเสียงเกลียวคลื่นที่ซัดสาดสู่หาดทราย ยังคงเปี่ยมเสน่ห์และเต็มไปด้วยมนต์ขลังที่เย้ายวนให้ผู้มาเยือนได้กลับไปสัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติอีก ครั้งแล้ว ครั้งเล่า

เราออกจากเกาะหลีเป๊ะ มุ่งหน้ามาที่หาดทรายขาวที่งดงามของเกาะราวี … เรือของเราเคลื่อนตัวฝ่ากระแสคลื่นมุ่งหน้าสู่ตัวเกาะ ในขณะที่เรากำลังเพลิดเพลินอยู่กับบรรยากาศรอบตัว สายตาของฉันเริ่มมองเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นขณะที่เรือกำลังแล่นใกล้เกาะเข้ามา …

บริเวณพื้นน้ำที่ตอนแรกเป็นสีน้ำเงิน ตอนนี้กลับกลายเป็นสีฟ้าใส … ใสจนกระทั่งมองเห็นพื้นทรายและกองหินใต้น้ำที่อยู่เบื้องล่าง

วันนี้เราไม่ได้ลงไปดำน้ำ .. แต่ยังมีความทรงจำสีสวยในครั้งก่อนๆที่ได้มาเยือนเกาะแห่งนี้ เหมือนภาพบนสไลด์ที่เลื่อนไหลอยู่ตรงหน้า

ท่ามกลางของห้วงน้ำสีคราม ความรู้สึกชื่นเย็น ปล่อยวาง และเงียบสงบก็เกิดขึ้นในจิตใจ ยิ่งเมื่อล่องลอยปล่อยตัวเข้าไปใกล้เหนือมวลหมู่ปะการัง และสรรพชีวิตหลากหลายสีสันและลีลาชีวิต เสมือนได้หลุดเข้าไปในอีกโลกอีกมิติหนึ่ง … เป็นโลกแห่งสีสันและสงบสุขโดยแท้

ปะการัง และสรรพชีวิตในท้องทะเลของที่นี่ … มีความสวยงาม ความอลังการ ด้วยดงปะการังขนาดใหญ่สีสันดั่งจินตนาการ … ทั้งปะการังเขากวาง ปะการังแผ่น ปะการังสมองก้อนโตๆ รวมถึงยังมีดอกไม้ทะเลไหวพลิ้วไปมาราวกับไหมสีสวยเส้นโตๆ … และเต็มไปด้วยฝูงปลาเล็กๆหลากสีสัน สวยงามว่ายอยู่รอบๆตัวเราเป็นจำนวนมาก และในท้องน้ำที่ลึกลงไป … บางตัวว่ายน้ำมาชนมือและตัวของเราก็มี

เสน่ห์ของอันดามันในยามที่คลื่นลมสงบ … มีสภาพที่ไม่แตกต่างไปจากบ้านที่อบอุ่นของฝูงปลาน้อยใหญ่ … ฉันจึงตื่นเต้นทุกครั้งที่จะได้มาเห็น มาเกี่ยวเก็บความฝัน อยู่ท่ามกลางหมู่ปลาแสนสวยในธรรมชาติเช่นนี้ … การได้อยู่กับพวกมันอย่างใกล้ชิด ทำให้ฉันชื่นชมกับทุกสิ่งรอบๆตัว

ปะการัง และ ป่าไม้ … มีสิ่งที่เหมือนกันอยู่หลายอย่าง ต่างเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติ ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน มีความหลากหลายและเป็นบ้านที่อาศัยของสรรพชีวิตมากมาย … และสุดท้ายต่างก็ถูกทำลายด้วยอัตราที่น่าตกใจ หากการสร้างจิตสำนึกที่ดี และการอนุรักษ์ยังเป็นไปอย่างเชื่องช้า ในไม่ช้าเราอาจจะไม่ได้เห็นความสวยงามอย่างนี้ยังคงอยู่คู่อันดามันอีกต่อไป

วันนี้เราขึ้นฝั่ง มาชื่นชมทรายขาวบนหาดสวย

จุดเด่นอย่างหนึ่งบนหาดทรายขาว คือ ไม้ยืนตายตามชายหาด เป็นจุดสวยงามหากจะมองด้วยสายตาของนักนิยมศิลปะ จึงเป็นจุดที่ถ่ายภาพได้สวยจุดหนึ่ง

ร่มไม้ ชายหาด และซากต้นไม้ที่มีกิ่งก้านยื่นออกไปทะเล

ได้กลายเป็นจุดที่เด็กหนุ่มสาวนิยมที่จะมาโพสต์ท่าถ่ายรูป และกระโดดลงน้ำเพื่อให้เพื่อนที่ตั้งกล้องและตั้งท่ารอได้เก็บภาพสวยๆไว้เป็นที่ระลึก

เราสนุกสนานกับการโพสท่าโยคะ ในท่วงทีของอาสนะต่างๆบนแผ่นหินที่อยู่ริมน้ำ

ภูเขาสูงและน้ำทะเลสีสวย เป็นฉากหลังที่งดงามมากมาย และส่งให้การมาเยือนเกาะที่สวยงามแห่งนี้สมบูรณ์แบบ

อันดามัน … ที่ฉันได้มาเห็นแม้เพียงบางเศษเสี้ยวของเธอ

แต่ความงดงามของสรรพชีวิต ทำให้ฉันรู้ว่าทะเลมีอะไรมากมายกว่าผืนน้ำกว้างสีน้ำเงินจรดขอบฟ้าอย่างที่ฉันร่ำเรียนมาในชั่วโมงวาดเขียน

เกาะหินงาม

เกาะหินงาม ... เป็นเกาะเล็กๆ ที่ดูจากระยะไกลๆเหมือนมีหาดทรายสีดำ

แต่เมื่อเข้าไปใกล้จะพบว่าเกาะนี้ไม่มีหาดทราย ที่เห็นหาดสีดำนั้นคือก้อนหินที่ปรากฏไปทั่วบริเวณ

นับเป็นความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นมา

เรานั่งเรือมาขึ้นตรงหน้าเกาะ ..

เมื่อเดินผ่านเนินสูงที่ทับถมมาจากก้อนหิน จะมีจุดที่ทางอุทยานทำเป็นเรื่องราวเพื่อให้ความรู้กับผู้มาเยือน

เกาะหินงาม ... เต็มไปด้วยก้อนหินน้อยใหญ่กลม มน รี แบน เกลี้ยงเกลาขนาดเล็กใหญ่ต่างๆดูลื่นเป็นมันเงา ส่วนใหญ่เป็นสีดำ สีเข้ม จำนวนมากมายมหาศาล

ยามถูกคลื่นซัดสาด ก้อนหินเหล่านี้จะต้องแสงอาทิตย์เป็นมันวาวน่ามองเป็นยิ่งนัก

การก่อกำเนิดของหินที่สวยงามนี้ .. มีการสันนิษฐานว่า เกิดจากกระแสน้ำที่ขึ้นลงอยู่บริเวณรอบเกาะ บีบตัวเข้ามาทางช่องแคบระหว่างเกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหลีเป๊ะ และหมู่เกาะดง

ก่อให้เกิดกระแสน้ำที่เชี่ยวจัด โดยเฉพาะในหน้ามรสุม ส่งผลให้ผาหินของเกาะหินงามถูกคลื่นลม น้ำกัดเซาะ จนค่อยๆ พังลงมาแล้วถูกกระแสน้ำแรงกระแทกหินให้แตกเป็นก้อนเล็กๆ

จากนั้นถูกแรงของน้ำกัดเซาะ พัดให้หินเสียดสีกัน จนเหลี่ยมคมหาย กลายเป็นหินกลมมนสวยงามทั่วบริเวณชายหาด ซึ่งต้องใช้เวลายาวนานเป็นพันเป็นหมื่นปี

... แต่บ้างมีการสันนิษฐานว่า หินที่นี่เป็นหินที่มีทับถมอยู่ใต้ท้องทะเลมายาวนาน ความกลมมนเงางามของมันนั้นเกิดจากแรงกัดกร่อนจากคลื่นนับล้านๆ ปี จนเกิดเป็นหาดหินงามดังเช่นทุกวันนี้

ที่เกาะแห่งนี้ มีตำนานที่เล่าต่อๆกันมาว่า ...

หากใครสามารถเรียงก้อนหินได้ 12 ชั้น แล้วอธิฐานก็จะได้สมดังปรารถนา

ทำให้ที่เกาะนี้เต็มไปด้วยกองหินสูงเรียงรายอยู่ทั่วไป อาจจะสูง 12 ชั้นบ้าง ไม่ถึง 12 ชั้นบ้าง

ในช่วงที่ผ่านมา ... หลายฝ่ายได้รณรงค์ขอร้องว่า การเรียงหินที่เกาะหินงามยังทำได้เป็นปกติ

... แต่เมื่อเรียงหินขึ้นไปซ้อนกันเป็นเจดีย์แล้ว ขอให้ค่อยๆ หยิบหินลงมา หลีกเลี่ยงวิธีการที่จะทำให้เกิดการหลุดแรง พังโครมลงมา หรือเตะทิ้ง โยนทิ้ง จากนั้นจึงนำหินกลับมาวางกลับไว้ที่หาดดังเดิม และอย่าโยนให้หินแตกเสียหาย หมดสวย

เจดีย์หินที่วางไว้ ซึ่งมีจุดเสถียรสมดุลเพียงเล็กน้อยไม่มั่นคง  ...

หากทิ้งเอาไว้ เมื่อยามเมื่อถูกลมแรงๆ พัดกระโชก จะทำให้โค่นพังลงมา และทำให้ก้อนหินบางก้อนแตกหักเปลี่ยนจากหินงามกลายเป็นหินแตก

ในปัจจุบัน ... ทางอุทยานฯได้ห้ามวางซ้อนหินแล้วค่ะ

อย่ามองว่า นี่เป็นเรื่องเล็กน้อย .. เพราะถ้านักท่องเที่ยวมาเรียงหินกันเป็นจำนวนมาก แล้วปล่อยเจดีย์หินทิ้งไว้จนร่วงหล่นมาแตกหัก เมื่อสะสมมากขึ้นหลายปี หาดหินที่เต็มไปด้วยหินกลมมนสวย ก็มากไปด้วยก้อนหินที่แตกหักเข้ามาผสมแทน

อีกความเชื่อหนึ่ง มีอยู่ว่า ... หินทุกก้อนที่นี่ต้องคำสาปของจำพ่อตะรุเตาหากใครเก็บออกไปจากเกาะจะต้องมีอันเป็นไป ซึ่งก็ทำให้หินงามที่เกาะนื้ยังคงอยู่ไม่ต่างไปจากอดีต

สำหรับเรื่องนี้ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่ ... แต่เท่าที่มีเสียงลือ เสียงเล่าอ้างที่ได้ฟังๆมา มีนักท่องเที่ยวหลายๆคนเดินทางกลับไปตะรุเตาอีกครั้ง แต่ว่าไม่ได้ไปท่องเที่ยว หากแต่เป็นการนำก้อนหินกลับมาคืนสู่เกาะหินงาม เพราะพวกเขาหยิบฉวยก้อนหินสวยๆงามๆกลับไปเป็นที่ระลึก หลังจากนั้นก็ประสบกับเรื่องร้ายๆตลอดทำให้สุดท้ายต้องนำก้อนหินกลับมาคืนให้อยู่คู่กับเกาะหินงามอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การนำหินออกไปจากเกาะ เป็นการทำผิดกฎหมายของอุทยานฯ

บรรยากาศรอบๆเกาะหินงาม ... แม้จะไม่มีหาดทรายแต่ก็ยังน่าสนใจที่จะไปเยือนค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน