*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2383
  • จำนวนผู้ชม : 6957411
  • จำนวนผู้โหวต : 11855
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11855 คน
<< กุมภาพันธ์ 2021 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 1313 , 19:32:57 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สำรวจฟ้า โหวตเรื่องนี้

วัดนางนองวรวิหาร


วัดนางนองวรวิหาร ....วัดนางนองเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งที่ไม่ปรากฏหลักฐานของการสร้าง แต่สันนิษฐานจากรูปแบบของศิลปะที่พบในวัดว่า น่าจขะมีมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา ประมาณสมัยพระเจ้าเสือ (ขุนหลวงสรศักดิ์)  ราวปี (พ.ศ. 2245–2252)

วัดนางนองวรวิหาร .... เป็นวัดที่มีความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม ตั้งอยู่ริมฝั่งคลองด่านใต้ ฝั่งตะวันออก เยื้องกับวัดราชโอรสาราม ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกอีกฟากฝั่งหนึ่งของคลองด่าน

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงโปรดฯให้มีการบูรณปฏิสังขรวัดนางนองเกือบทั้งวัด ในช่วงปี พ.ศ. 2375 โดยให้รื้อของเก่า และปฏิสังขรใหม่ทั้งพระอาราม และมีการนำงานศิลปกรรมจีนเข้าไปประดับตกแต่งทั่งทั้งวัด แต่ยังคงรักษางานศิลปกรรมตามขนบแบบไทยประเพณีไว้ผสมผสานกับงานศิลปกรรมจีนอันงดงาม

เมื่อการบูรณปฏิสังขรเสร็จ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ประกอบพิธีผูก พัทธสีมาพระอุโบสถเมื่อ พ.ศ. 2384 และสถาปนาเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี

พระอุโบสถ ... เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน

สร้างสรรค์ในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะจีน

หลังคาพระอุโบสถ ไม่มีช่อฟ้าใบระกา

หน้าบันประดับด้วยเครื่องกระเบื้องเคลือบลายดอกไม้ร่วง ลวดลายแบบจีน

รัชกาลที่ 3 ทรงมีพระราชประสงค์ในการสถาปนาอุโบสถวัดนางนอง ให้เป็นพระอุโบสถที่แสดงถึงคติแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ ด้วยกลวิธีการออกแบบเรื่องราวภายในพระอุโบสถ

ผูกเล่าเรื่องราวคติพระจักรพรรดิราช สัมพันธ์กันระหว่างองค์พระพุทธรูปประธาน และงานประดับภายในพระอุโบสถ

ภายในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาประธานภายในพระอุโบสถ คือ "พระพุทธมหาจักรพรรดิ์ " ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างจักรพรรดิ์ 1 ใน 3 องค์ ของไทยซึ่งเป็นที่กล่าวขานถึงกันเป็นอย่างมากถึงความงดงาม .. ส่วนอีก 2 องค์ คือ ..

..“พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ” ประดิษฐานภายในพระอุโบสถวัดหน้าพระเมรุราชิการาม จ.พระนครศรีอยุธยา

 ..อีกองค์หนึ่ง มีนามว่า พระพุทธมหาชนก ประดิษฐานภายในพระอุโบสถวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร (ย่านสำเพ็ง )

"พระพุทธมหาจักรพรรดิ์ " .. เป็นพระพุทธรูปสำริดปิดทอง เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องปางมารวิชัย

พระพักตร์เป็นพุทธศิลป์สมัยสุโขทัย หน้าตักกว้าง 2 เมตร 25 เซนติเมตรหรือประมาณ 4 ศอกครึ่ง

 

เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง ที่ทำเครื่องทรงเครื่องประดับตกแต่งทุกชิ้น แยกออกจากองค์พระสวมทับไว้ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชี ปั้นลายปิดทองประดับกระจก ..

ถือว่าเป็นศิลปกรรมชิ้นเอก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีความงามอย่างวิจิตรอลังการเป็นอย่างยิ่ง

พระมงกุฎทรงของพระพุทธมหาจักรพรรดิ เฉพาะเครื่องศิราภรณ์ ... มีเรื่องเล่าขานตามประวัติว่า องค์ที่เราเห็นในปัจจุบันเป็นชิ้นที่ 2 ส่วนองค์แรกนั้นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนยอดนภศูลพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม เพื่อให้พระปรางค์วัดให้สูงขึ้นจากเดิม หลังจากที่การปฏิสังขรณ์เสร็จ

พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม สร้างขึ้นด้วยพระราชศรัทธาในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โดยมีพระราชดำริเห็นว่าพระปรางค์เดิมสูง 8 วานั้น ยังย่อมอยู่ กรุงรัตนโกสินทร์ได้ตั้งขึ้นเป็นราชธานี ยังไม่มีพระมหาธาตุ ควรเสริมสร้างให้ใหญ่เป็นพระมหาธาตุสำหรับพระนคร แต่การยังไม่เสร็จก็สิ้นรัชกาลเสียก่อน

ในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 จึงทรงดำเนินการต่อตามพระราชประสงค์ในรัชกาลก่อน

เมื่อพระปรางค์เสร็จ เมื่อทรงยกนภศูลตามพระปรางค์แบบโบราณ ทรงโปรดฯ ให้ยืมมงกุฎที่หล่อสำหรับพระพุทธรูปทรงเครื่องที่จะเป็นพระประธานในวัดนางนองมาสวมต่อบนยอดนภศูลพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม

ดังนั้นมงกุฎองค์แรกของพระพุทธมหาจักรพรรดิ จงไปประดิษฐาน ที่ยอดพระปรางค์วัดอรุณฯ

การนำเอามงกุฎขึ้น ต่อบนยอดนภศูล ก็ไม่เคยมีแบบอย่างที่ไหนมาก่อน

จึงเป็นที่โจษจันของคนในสมัยนั้นว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ทรง มีพระราชประสงค์จะให้คนทั้งหลายเห็นเป็นนิมิตว่า สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎ จะเป็นยอดของบ้านเมืองต่อไป

"พระพุทธมหาจักรพรรดิ์ " .. เดิมไม่มีพระนาม แต่ได้ถวายพระนามในภายหลัง ด้วยพิจารณาว่า พุทธลักษณะแสดงถึงพระพุทธมหาจักรพรรดิทางธรรม

คติ “พระจักรพรรดิราชา” (Chakravartirāja) จักรพรรดิผู้เป็นใหญ่เหนือเหล่าพระราชา ส่งผลทำให้เกิดคติ “พุทธราชา” (Buddharāja)  ในความหมายที่พระพุทธเจ้าทรงเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวาล ก่อกำเนิดเป็นงานศิลปะ “พระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์มหาจักรพรรดิ”

เพื่อให้สอดคล้องกับคติแห่ง “พระพุทธมหาจักรพรรดิ” .. จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถและหน้าต่าง จึงเป็นภาพเกี่ยวข้องกับพระจักรพรรดิราช ตามคติในพระพุทธศาสนาที่เล่าถึงท้าวมหาชมพู

ผนังพระอุโบสถส่วนบนเหนือกรอบหน้าต่างทุกด้าน .. เป็นงานเขียนสีลงบนฝาผนัง เรื่องพุทธประวัติตอนชมพูบดีสูตร คือตอนพระพุทธเจ้าทรมานพระยามหาชมพูบดี

วัดนางนอง เป็นเพียงวัดเดียวในประเทศไทยที่ใช้คติ “ชมพูบดีสูตร” … มาใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะภายในพระอุโบสถทั้งหมด โดยวางรูปจิตรกรรมเฉพาะเรื่องราวชมพูบดีสูตรบนผนังทุกด้านสอดรับกับพระประธานที่เป็นพุทธเจ้านิรมิตเป็นพระจักรพรรดิ (พระพุทธมหาจักรพรรดิ)

การจัดวางรูปประธานในภาพจิตรกรรมฝาผนังสกัดด้านหลังองค์พระประธาน ที่เป็นตอนพระพุทธเจ้านิรมิตองค์เป็นพระเจ้าราชาธิราช-พระเจ้าจักรพรรดิ ประทับกลางมหาปราสาท (พระเวฬุวันมหาวิหาร) ให้พระเจ้าชมพูบดีเข้าเฝ้า จัดวางตำแหน่งขององค์พระประธานทรงเครื่องไว้หน้ารูป นฤมิตศิลป์ราวกับว่าเป็นประธานในภาพเขียนจิตรกรรมด้านหลังด้วยเสียเอง

ภาพจิตกรรรมเรื่องชมพูสูตร ในอุโบสถวัดนางนอง วาดอยู่บนผนังแปเหนือหน้าต่าง มีทั้งหมด 19 ตอน

เริ่มเรื่องจากผนังสกัดฝั่งตะวันตกตรงข้ามกับพระประธาน เป็นตอนพระเจ้าชมพูบดีทรงรับอาวุธวิเศษฉลองพระบาทแก้วมณีโชติ พระเจ้าชมพูบดีส่งวิษศร (อาวุธวิเศษอย่างที่ 2 ) ไปร้อยพระกรรณพระเจ้าพิมพิสารเพี่อให้ยอมศิโรราบ

พระเจ้าชมพูบดีทอดพระเนตรวิษศร  พระอินทร์เป็นราชทูตมาเชิญพระเจ้าชมพูบดีไปเฝ้าพระเจ้าจักรพรรดิ พระเจ้าชมพูบดีแพ้จักรพระอินทร์ผู้เป็นราชทูต ขุนนางพระเจ้าชมพูบดีมาเข้าเฝ้าพระนางกาญจนเทวี 

เวียนทักษิณาวัตรมาทางผนังแปทิศใต้  เป็นตอนพระเจ้าชมพูบดีทำลายยอดปราสาทพระเจ้าพิมพิสาร

วิษศรคุกคามพระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าพิมพิสารเสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ เวฬุวนาราม

จักรพระอินทร์ขับไล่วิษศร พญาครุฑขับไล่พญานาคแปลง

พระเจ้าชมพูบดีเสด็จไปเฝ้าพระเจ้าจักรพรรดิ 

มาฆะสามเณรนิมิตร่างให้ใหญ่โตหยุดช้างทรงพระเจ้าชมพูบดี

พระเจ้าชมพูบดีชมเมืองนิรมิตของพระเจ้าจักรพรรดิ

 

ผนังสกัดทิศตะวันออกหลังองค์พระประธาน  เป็นภาพพระเจ้าชมพูบดีเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ที่มหาปราสาทนิรมิต (พระเวฬุวันมหาวิหาร)

พระเจ้าจักรพรรดิประทับอยู่ท่ามกลางเสนาอำมาตย์ (พระสงฆ์) ข้าราชบริพารนางใน (เทวดานางฟ้า)

ผนังแปทิศเหนือ เป็นช่วงตอนสุดท้าย เริ่มจาก พระพุทธเจ้าแสดงนรกสวรรค์ให้พระเจ้าชมพูบดีทอดพระเนตร 

พระเจ้าชมพูบดีจิตผ่องใส เกิดความศรัทธาในหลักธรรมของพระพุทธศาสนาทูลขอบรรพชา  พระนางกาญจนเทวี ผู้เป็นพระมเหสีเสด็จมาเฝ้าพระเจ้าชมพูบดีเถระ และพระนางกาญจนเทวีเสด็จไปยังเวฬุวนาราม

ทั้งหมด เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างานจิตรกรรมกับพระพุทธรูปที่เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง ซึ่งหมายถึงปางทรมานพญามหาชมพู

นอกจากนั้นลวดลายรดน้ำปิดทองประดับบนบานแผละทั้ง 4 คู่ ของประตูทั้ง 4 บาน รอบพระอุโบสถ เป็นภาพเครื่องราชูปโภค เครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องยศ เครื่องสิริมงคล เครื่องศัตราวุธ และเครื่องดนตรี อันเป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศของพระมหากษัตริย์

รวมทั้งรัตนะทั้งเจ็ดแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ ตามคติพระพุทธศาสนาเถรวาท อันประกอบด้วยช้างแก้ว ม้าแก้ว ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว นางแก้ว จักรแก้ว และดวงแก้ว ซึ่งเป็นสมบัติอันประเสริฐที่จะเกิดขึ้นแก่พระเจ้าจักรพรรดิเท่านั้น 

บานแผละ ... เขียนเป็นภาพมงคลที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ได้แก่ เครื่องราชกุธภัณฑ์ คือ พระมหามงกุฎ ธารพระกร พระแสงขรรค์ชัยศรี พัดวาลวีชนี พระแส้ และฉลองพระบาทเครื่องสูง

งานจิตรกรรมภายในพระอุโบสถ ... มีลวดลายมงคลของจีน

สอดแทรกด้วยภาพจิตรกรรมแบบไทยประเพณี อันประกอบด้วยเทวดา นางฟ้า ทวยเทพ และเครื่องราชูปโภคต่างๆ  ผสมผสานกันออกมาได้อย่างงดงามลงตัว 

ระหว่างหน้าต่าง .. เป็นงานเขียนบนรักอย่างจีนที่เรียกว่าลายกำมะลอ เรื่องสามก๊ก

เขียนบนแผ่นไม้ ฝีมือช่างจีน ใส่กรอบเป็นตอน ๆ จบในตัว เรียงลำดับแบบจีน

ระหว่างระหว่างช่องประตูทางเข้า .. เป็นภาพเขียนลงรักแบบจีน ผสมสีแบบกำมะลอ

เป็นภาพสำคัญคือ ฮก ลก ซิ่ว พร้อมทั้งเครื่องมงคล ตามรัชกาลที่ 3 ที่สมบูรณ์อีกแห่งหนึ่ง ในกรอบกระจำเป็นนิยายจีน

จิตรกรรมประดับบานประตู หน้าต่าง และบานแผละ ... เป็นลายรดน้ำ ปิดทอง ที่บานประตูเขียนเรื่องรามเกียรติ์ (ในภาพเป็นตอน ศึกอินทรชิต) บานหน้าต่างเขียนภาพเทพในศาสนาฮินดูที่นำมาใช้เป็นงานประดับและทวารบาลอย่างไทย

รายละเอียดของงานจิตรกรรมสวยงาม อลังการมาก

บานหน้าต่างผนังทิศใต้ตอนบนเป็นรูป พระอาทิตย์ และพระจันทร์ชักรถ ศิลปกรรมเป็นแบบลายรดน้ำ

ด้านบน .. เป็นภาพจิตรกรรม เล่าเรื่องเมขลา กับ รามสูรย์

บานประตูพระอุโบสถด้านนอก .. เป็นภาพเขียนประดับมุกลายมงคลของจีน

ลายกำมะลอ เรื่องสามก๊ก เขียนบนกระจกอยู่ในกรอบไม้ เหนือกรอบหน้าต่างภายในพระอุโบสถ

พระเจดีย์ประธาน ... ตั้งอยู่หน้าพระอุโบสถ และอยู่ระหว่างกลางวิหารคู่ เป็นเจดีย์ทรงเครื่องขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณซึ่งเป็นฐานสิงห์ ย่อมุมไม้ยี่สิบ

มีทางขึ้นด้านหน้า ซึ่งมีแผงกั้นทางขึ้นเป็นซุ้มทรงฝรั่ง ประดับกระเบื้องปรุลายจีน เรียกว่า "พระเจดีย์ประธานย่อมุมไม้ยี่สิบ"

ไม่ปรากฏว่าสร้างขึ้นเมื่อใด พิจารณาจากทรวดทรงเจดีย์แล้วสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นพร้อม ๆ กับการบูรณะปฏิสังขรณ์ เพราะมีลักษณะคล้ายกับเจดีย์ที่สร้างขึ้นในวัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม

พระวิหารคู่ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน มีพาไลล้อมรอบ ไม่มีเครื่องลำยอง ประดับตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบเป็นลวดลายจีน

พระวิหารด้านเหนือ ... เรียกกันว่า"วิหารหลวงพ่อผุด" มีกำแพงแก้วล้อม ซุ้มประตูเป็นประตูโค้ง

สมัยเมื่อเจ้าอาวาสองค์ที่ 4 วัดนางนองวรวิหารมีสภาพชำรุดทรุดโทรม เฉพาะวิหารคู่ด้านเหนือ และใต้นั้น ได้บูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัยของพระราชรัตนโสภณ เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันทั้งหมด

มีการสันนิษฐานว่า .. พระวิหารหลังนี้น่าจะเป็นพระอุโบสถหลังเดิม ก่อนการบูรณะปฏิสังขรณ์ในรัชกาลที่ 3 พระประธานอุโบสถเดิมคือ องค์หลัง ชาวบ้านยุคหลังเรียกว่า "หลวงพ่อผาด" เพื่อคล้องกับหลวงพ่อผุด

ส่วนหลวงพ่อผุด เป็นพระพุทธรูปหินทรายจมดินอยู่ เล่ากันว่า สายฟ้าลงบริเวณที่จม ดินจึงเกิดรอยแยกออก จึงมองเห็นพระพุทธรูปชาวบ้านจึงเรียกนามท่านว่าหลวงพ่อผุด ประดิษฐานอยู่หน้าหลวงพ่อผาด พระประธานองค์เดิม ลักษณะเป็นหินทรายลงรักปิดทอง

พระวิหารด้านใต้หรือศาลาการเปรียญ ... ประโยชน์ใช้สอยคือเป็นสถานที่เล่าเรียนของพระภิกษุสงฆ์ สมัยโบราณเรียกว่า ศาลาการเปรียญ

ปัจจุบันอาคารหลังนี้ยังคงเป็นสถานที่เล่าเรียนของพระภิกษุในวัด จึงเรียกว่า ศาลาการเปรียญ ขนาดอาคารไล่เลี่ยกับวิหารหลวงพ่อผุด

หน้าบันเป็นศิลปะจีนลายมังกรล่อแก้ว ภายในมีพระประธานขนาดใหญ่ และเก็บรักษาพระพุทธรูปยืนอีกจำนวนไม่น้อยพระวิหาร ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว

Note : พระวิหาร และศษลาการเปรียญปิด ในวันที่เราไปเยือน

พระปรางค์คู่ ตั้งอยู่หลังวิหารทั้ง 2 หลัง เป็นปรางค์ที่มีลักษณะเฉพาะ คือ อยู่ในผังหกเหลี่ยม และยกเก็จขึ้นมาบริเวณซุ้มจรนำ ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ ฐานปรางค์คร่อมอยู่บนกำแพงแก้ว .. ลักษณะของผังแบบนี้ ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของงานสร้างวัดในสมัยรัชกาลที่ 3

ซุ้มประตูและกำแพงแก้ว  กำแพงแก้วล้อมรอบพระอุโบสถและเป็นเขตพุทธาวาส ทำซุ้มประตูยอดโค้ง มีอิทธิพลจีนผสมฝรั่ง ทรวดทรงเตี้ยหากดูมั่นคง ช่องทางเข้าเป็นโค้งยอดแหลม

ซุ้มเสมารอบพระอุโบสถ .. ทำเป็นซุ้มทรงกระโจมแบบฝรั่ง คูหาเสมารอบซุ้ม เฉพาะที่บัวกรอบซุ้มทำทรงรูปไข่ หลังคาทำเป็นบัวลดคิ้ว

 

Ref : http://winaidara.blogspot.com/p/blog-page_10.html

https://www.posttoday.com/dhamma/74299

https://www.facebook.com/EJeab.Academy/posts/1085506025247432

นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 187 กรกฎาคม 2559 โดย สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 22/02/2021 เวลา : 19.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน