*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2333
  • จำนวนผู้ชม : 6603718
  • จำนวนผู้โหวต : 11530
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11530 คน
<< มีนาคม 2021 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 1 มีนาคม 2564
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 524 , 19:02:34 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สัญจรสู่เมืองเก่า เล่าเรื่องอดีต .. ศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์อยุธยา


เราเดินทางมุ่งหน้าสู่ “กรุงเก่า” ในเช้าที่อากาศสดใส ... ถนนหนทางที่สะดวก ทันสมัยทำให้การเดินทางค่อนข้างรื่นรมย์ และอดไม่ได้ที่จะคิดถึงการเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ในครั้งแรกๆ เมื่อครั้งถนนสองเลนแคบๆ ตัดผ่านท้องทุ่งกว้างใหญ่เขียวขจีอยู่สองข้างทาง

ยังจำได้ถึงความรูสึกเมื่อมาถึงอยุธยาครั้งแรก ... ความตื่นเต้นประทุอยู่ในทรวงอก เมื่อได้แหงนคอตั้งบ่ามองยอดเจดีย์เก่าสคร่ำคร่า รูปทรงแปลกๆในระยะใกล้

หลังจากนั้น ฉันก็กลับมาเยือน อยุธยา อีกนับครั้งไม่ถ้วน และวันนี้จะเป็นอีกวันหนึ่งที่ตั้งใจจะมาเดินชมวัด เจดีย์ และพิพิธภัณฑ์ของอยุธยาอีกครั้ง .. โดยจะเริ่มอุ่นเครื่องด้วยการแวะไปที่ “ศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์อยุธยา” ที่ได้มีการรวบรวมภาพของอยุธยาแบบกว้างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการไปเดินเที่ยวต่อ

แกะรอยเมืองเก่าอยุธยา ที่ศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์อยุธยา

ในการทำความรู้จักกรุงศรีอยุธยาที่เป็นราชธานี เมืองท่า ศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองและการปกครองแหล่งพักพิงของชาวบ้านและศูนย์กลางการค้ากับต่างประเทศนั้น ... เราจะเรียนรู้ผ่านแบบจำลอง ณ ศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์อยุธยา

การเมืองเรื่องอำนาจ .. ในสมัยอยุธยาพระมหากษัตริย์คือผู้มีอำนาจสูงสุดในอาณาจักร เป็นระบบการปกครองที่ที่กษัตริย์ทรงเป็นทั้งผู้นำฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ และทางจิตวิญญาณของบ้านเมือง

ภายในราชสำนักอยุธยาซึ่งมีกษัตริย์ 34 พระองค์ พบว่าเกือบครึ่งหนึ่งต้องประสบกับการแย่งชิงราชสมบัติ สะท้อนให้เห็นว่า ในราชสำนักไม่ได้มีขั้วอำนาจเด็ดขาดเพียงกลุ่มเดียว แต่มีกลุ่มอิทธิพลอื่นๆ คอยถ่วงดุลกันอยู่ เช่น กลุ่มเจ้านายต่างราชวงศ์ กลุ่มขุนนาง ดังนั้นกษัตริย์ที่ครองราชย์ได้ยาวนานย่อมต้องเป็นผู้ที่สามารถประสานประโยชน์ และทำให้กลุ่มต่างๆยอมรับได้

ความขัดแย้งในราชบัลลังก์ในระยะแรก จำกัดอยู่เฉพาะในราชวงศ์อู่ทอง ราชวงศ์สุพรรณบุรี และราชวงศ์สุโขทัย ต่อมาเมื่ออำนาจขุนนางมีมากขึ้น ก็กลายเป็นขั้วอำนาจใหม่

ดังเช่นการสถาปนาราชวงศ์ปราสาททอง .. และการแก่งแย่ง ขัดแย้งกันของอำนาจภายในเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กรุงศรีอยุธยาอ่อนแอและล่มสลายลง

วัง ... ศูนย์กลางอำนาจของพระนคร .. ชาวอยุธยามีศูนย์รวมชีวิตที่สำคัญอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกคือพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศูนย์รวมทางจิตวิญญาณ มีสิ่งสักการะสูงสุดคือพระบรมธาตุ

ส่วนศูนย์รวมอีกอย่างหนึ่ง คือ พระมหากษัตริย์ ผู้เป็นศูนย์กลางอำนาจการปกครองทั้งมวล

เราสามารถเห็นพระราชอำนาจของสถาบันกษัตริย์ได้อย่างชัดเจนในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเป็นต้นมา พระองค์ครองราชย์ยาวนานถึง 40 ปี ทำให้ทรงสามารถรวบรวมอำนาจด้านต่างๆเข้าสู่ส่วนกลางได้มาก

ทรงขยายอำนาจการเมืองไปยังหัวเมืองด้านทิศเหนือ ทรงปฏิรูปการปกครองขนานใหญ่ ประกอบกับการค้าเจริญรุ่งเรือง สิ่งเหล่านี้ทำให้พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่มีอำนาจสูงสุดพระองค์หนึ่ง

พระราชอำนาจของสถาบันกษัตริย์ยังสะท้อนให้เห็นได้จากการเจริญเติบโตของพระบรมมหาราชวัง ซึ่งพระองค์ทรงปรับปรุงใหม่ ด้วยการขยายอาณาบริเวณพระราชวังขึ้นไปด้านทิศเหนือของเมือง

พร้อมทั้งโปรดเกล้าฯให้สร้างพระที่นั่งขนาดใหญ่ หรูหรา วิจิตร ช่วยเสริมพระราชฐานะให้สูงส่งยิ่งขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่วนที่เป็นพระราชวังเดิมก็โปรดเกล้าฯให้เป็นวัดพระศรีสรรเพชญ์ ให้เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง สำหรับประกอบพิธีในราชสำนัก ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ไม่เคยมีมาก่อนเช่นกัน

การปรับปรุงพระราชวังโดยการขยายพื้นที่และสร้างพระที่นั่งใหญ่โตขึ้นใหม่ อันเป็นสัญลักษณ์ของศูนย์กลางอำนาจทางการเมือง พร้อมทั้งสร้างวัดซึ่งเป็นศูนย์รวมทางจิตวิญญาณขึ้นรวมกันไว้เช่นนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงพระราชอำนาจ

ซึ่งประกอบด้วยอำนาจทางราชอาณาจักรและพุทธจักร ที่ถูกรวมเอาไว้เป็นหนึ่งเดียวนับแต่นั้นมา

พระราชวังโบราณ มีเนื้อที่ 150 ไร่ ส่วนนอกจัดเป็นที่ทำการของรัฐและขุนนาง ส่วนกลางคือพระที่นั่งและพระมหาปราสาท ส่วนในเป็นบริเวณตำหนักของฝ่ายใน

ส่วนสุดท้ายคือวัดพระศรีสรรเพชญ์ ทั้งหมดถูกล้อมด้วยกำแพงขนาดใหญ่ มีป้อมคั่นเป็นระยะๆ แผนผังเช่นนี้ได้ใช้สืบต่อมายังกรุงรัตนโกสินทร์ด้วย

ภาพด้านบน ... แบบจำลองของพระราชวังโบราณ วัดไชยวัฒนาราม และเพนียดคล้องช้าง

 

วัดมหาธาตุ

วัดมหาธาตุ เป็นวัดที่สำคัญในดกรุงศรีอยุธยา สร้างในสมัยพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพระงั่ว) (พ.ศ.1913-1931) กษัตริย์พระองค์ที่ 3 ของกรุงศรอยุธยา แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ  เพื่อเป็นศูนย์กลางศาสนาและเป็นหลักพระนคร

พระปรางค์ขนาดใหญ่ ถือเป็นหลักเมือง และ หลักศรัทธา ของประชาชน ..ด้านในพระปรางค์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ .. ยอดนภศูลสูงราว 6 เมตร ราชทูตลังกากล่าวว่าทำด้วยทองคำ

วัดมหาธาตุ เสียหายอย่างหนักเมื่อครั้งกรุงแตก แต่ก็ยังยืนหยัดมาได้

เพิ่งจะมาถล่มทลายลง จนเหลือเพียงบางส่วนของ “ครรภคฤหะ” และส่วนฐาน เมื่อปี พ.ศ. 2454 ในรัชสมัยของพระบามสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ รัชกาลที่ 6

 

กรุงศรีอยุธยาในฐานะเมืองท่า

เรือจำลอง เช่น เรือสำเภาจีน เรือคาร์แรทของสเปนและโปรตุเกส รวมทั้งเรือแกลลิออนของฮอลันดา

หากจะดูตามสภาพภูมิประเทศของอยุธยา จะเห็นว่าอยู่ห่างจากทะเลโดยนระยะทางการเดินเรือราว 100 กิโลเมตร ซึ่งจะแล่นผ่านช่องแคบมะละกา อันเป็นเส้นทางเดินเรือนานาชาติในสมัยโบราณ ... ฐานเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของอยุธยาน่าจะอยู่ที่การปลูกข้าว และกสนค้าทางทะเลก็คล้ายจะเป็นส่วนประกอบเล็กๆ

... แต่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า การค้าทางทะเลเป็นรายได้หลักของราชสำนักอยุธยาตั้งแต่ต้นอาณาจักรจวบจนถึงวาระสุดท้าย

... จากหลักฐานการให้การของชาวกรุงเก่าพบว่า การค้าทางทะเลของราชสำนักอยุธยาทำรายได้ประมาณถึงปัละ 400,000 บาท หรือราวร้อยละ 25 ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพของการค้าทางทะเลนั้นมีความสำคัญมากเพียงใด

โปรตุเกส มองอยุธยาเป็นเมืองท่าการค้าที่สำคัญ ที่มีการระบายสินค้าโดยพ่อค้าอาหรับ จีน และญี่ปุ่น ที่เดินเรือสำเภาค้าขายไปตามที่ต่าง ๆ ซื้อหาสินค้าที่เป็นที่ต้องการของภาคพื้นทวีปเข้ามาขาย

ในขณะเดียวกันก็รับสินค้าจากในภูมิภาคออกไปจำหน่าย สินค้าของอยุธยาที่ส่งออกจึงมีทั้งแบบที่ผลิตขึ้นเองและหาได้ในอาณาจักร เช่น เครื่องปั้นดินเผา ผ้าทอ พื้นเมือง ของป่า (น้ำผึ้ง นอแรด งาช้าง หนังสัตว์ สมุนไพร) และบางส่วนก็เป็นสินค้าที่มีพ่อค้าจากชาติอื่น ๆ นำเข้ามาขายผ่านตลาดกันอีกต่อหนึ่ง

ในเอกสารของโปรตุเกสบันทึกไว้ว่า อยุธยามีสินค้าส่งออกหลายอย่าง ชั่งตวงน้ำหนักกันเป็นหาบ หรือ “บาฮาร์” (Bahar) ไปขายได้ราคาดีที่เมืองมะละกา มีทั้ง ข้าว ปลาแห้ง ปลาเค็ม ผัก ครั่ง กำยาน เครื่องเทศ ไม้ฝาง ตะกั่ว ดีบุก เงิน ทอง งาช้าง หนังกวาง ไม้คูณ ภาชนะโลหะ เครื่องประดับ มีค่า และผ้าทอชนิดต่าง ๆ  

จักรวรรดิโปรตุเกส จึงถือเป็นชาติแรกในยุโรปที่เข้ามาติดต่อกับอาณาจักรสยามในสมัยกรุงศรีอยุธยา ด้วยเหตุผลมาจากการค้าเครื่องเทศในตลาดโลกที่ต่อเนื่องมาถึงการเข้ายึดมะละกาเป็นปฐมบท

ซึ่งต่อมาอยุธยายังได้ใช้ภาษาโปรตุเกส เป็นภาษา (ต่างประเทศ) กลางในการเจรจากับชาวยุโรปทุกชาติ (โดยเฉพาะฝรั่งเศส) ที่เข้ามาจนถึงสมัยอยุธยาตอนปลาย

Ref : EJeab Academy

ซิมอง เดอ ลูลาแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสที่มาถึงสยามเมื่อพุทธศตวรรษที่ 23 ได้กล่าวพาดพิงไว้อย่างน่าสนใจว่า พระเจ้าแผ่นดินสยามทรงเป็น “พ่อค้าใหญ่” ด้วยพระองค์เอง ... การค้ากับต่างประเทศสมัยอยุธยา จึงเป็นการค้านำโดยราชสำนัก

ราชสำนักได้ควบคุมการค้า ซึ่งเป็น “วิถีเอเซีย” เพื่อที่ราชสำนักสามารถควบคุมการค้า เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าเครื่องอุปโภคยริโภคสำหรับราชสำนัก ในณะเดียวกันก็ได้ผลประโยชน์ด้านการเก็บภาษีด้วย

องค์ประกอบหลายๆด้าน ทำให้อยุธยาก้าวขึ้นมามีบทบาทในฐานะเมืองหลวงและเมืองท่า ทั้งในเรื่องของ สภาพภูมิศาสตร์ที่ตั้งที่ทำให้ลุ่มน้ำเจ้าพระยากลายเป็นเส้นทางการค้าขายข้ามระฐและข้ามอสาณาจักร ... นอกจากนี้ นโยบายของราชสำนักที่กระตือรือล้นในการสร้างความสัมพันธ์ด้านการค้าขายกับจีน และสภาะแวดล้อมภายนอก ตลอดจนกลไกของรัฐ ซึ่งต่างก็เอื้ออำนวยต่อสภาพทวิลักษณ์ของอยุธยา

 

แบบจำลองที่น่าสนใจมากอันกหนึ่ง คือ ...

ภาพเขียนสีน้ำมันแผนผังเมืองอยุธยาในสายตาของพ่อค้าชาวดัตช์ช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 17 หรือปลายพุทธศตวรรษที่ 22

พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา

พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญมาแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา

ในสมัยนั้นจะทำพิธี ณ วัดพระศรีสรรเพชญ

พิธีถือน้ำ หมายถึง “พระราชพิธีอันเป็นมงคลแห่งความซื่อสัตย์ที่ใช้น้ำเป็นเครื่องกำหนด”

เป็นพิธียิ่งใหญ่มาแต่โบราณที่แสดงถึงความจงรักภักดีอย่างหนักแน่น ต่อองค์พระเจ้าแผ่นดินผู้เปรียบเป็นสมมติเทพ

จัดขึ้นเพื่อให้บรรดาทหารและข้าราชการใต้ปกครองเข้าร่วม เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดิน โดยการดื่มน้ำที่ผ่านพิธีปลุกเสกแล้ว พร้อมกล่าวคำสาบานตนว่าจะซื่อสัตย์ไม่คดโกง จงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์และบ้านเมือง อันเป็นแผ่นดินแม่แดนกำเนิดของตน

 

แบบจำลองภายในวิหารพระศรีสรรเพชญ์ ...

 

ภาพเขียน ในแบบจำลองวิหารพระศรีสรรเพชญ งดงามมาก

แบบจำลองของหมู่บ้านและในบ้านของราษฎร ...

สมเด็จพระเจ้าอู่ทองทรงนำในการเลือกพื้นที่สร้างราชธานี ณ สถานที่ที่เรียกว่า “อโยธยา” ซึ่งเดิมเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเหมือนเป็นเมืองท่าค้าขายของที่ราบปากแม่น้ำ 2 สาย มีความเจริญมั่งคั่ง และอุดมไปด้วยพ่อค้าวาณิช

ในพื้นที่จัดแสกง ได้จำลองภาพของวิถีชีวิตของชาวอยุธยาในสมัยนั้นไว้อย่างน่าสนใจทีเดียวค่ะ

ศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์อยุธยา ... นับเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของอยุธยาและของสยาม ที่ค่อนข้างครบถ้วนและเห็นภาพชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่ง


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 01/03/2021 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน