*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2291
  • จำนวนผู้ชม : 6864304
  • จำนวนผู้โหวต : 11769
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11769 คน
<< สิงหาคม 2021 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม 2564
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 204 , 05:22:06 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นั่งรถไฟไปนครปฐม .. พระประโทนเจดีย์

พระประโทณเจดีย์ … เป็นเจดีย์สมัยทวารวดี มีรูปแบบเดิมเป็นทรงโอคว่ำ ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดพระประโทณเจดีย์ จ.นครปฐม

ในอดีตถือว่าเป็นมหาธาตุสำคัญที่อยู่ใจกลางเมือง ไม่ได้อยู่นอกเมืองตามการเปลี่ยนแปลงการพลวัตผู้คนดังที่ปรากฏในปัจจุบัน ด้วยภูมิประเทศที่ตั้งของพระประโทณแต่เดิมเป็นศูนย์กบางของอำนาจ การบริหาร

มีเมืองท่าที่สำคัญคือเมืองนครชัยศรีที่ในอดีตสันนิษฐานว่าเป็นปากอ่าวออกทะเลได้ ส่วนองค์พระปฐมเจดีย์เป็นมหาธาตุที่อยู่นอกเมือ

จากการขุดค้น .. ได้พบวัตถุโบราณจำนวนมากที่วัดแห่งนี้ เช่น พระพุทธรูป เศียรพระพุทธรูปปูนปั้น พระดินเผา

รวมทั้งโลหะสำริดรูปพญาครุฑเหยียบนาค ซึ่งรัชกาลที่ 6 ทรงใช้เป็นเครื่องหมายราชการของพระองค์

ตำนานพระประโทนเจดีย์

เรื่องท้าวสิทธิชัยพรหมเทพ … เล่าเอาไว้ว่า พื้นที่อันเป็นที่ตั้งขององค์พระประโทนเจดีย์เคยเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านพราหมณ์จากอินเดีย และมีพราหมณ์คนสำคัญที่พำนักอยู่ที่นี่คือ โทณะพราหมณ์ ผู้ที่ทำหน้าที่แบ่งพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้าไปยังเมืองต่างๆ และได้แอบขโมยพระทันตธาตุซุกไว้ที่มวยผม จนพระอินทร์แอบมาลักไปประดิษฐานในพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ขั้นดาวดึงส์

คำว่า โทณะ มีความหมายว่า ทะนาน หรือกระป๋องทะนานที่โทณะพราหมณ์ใช้ตวงพระบรมสารีริกธาตุ .. ครั้นเมื่อทำการแบ่งปันเรียบร้อยแล้ว ก็ได้นำทะนานทองที่ใช้ตวงพระบรมสารีริกธาตุมาด้วย โดยได้สร้างเรือนศิลาไว้สำหรับประดิษฐานทะนานทองนี้

 

ต่อมา พระเจ้าศรีสิทธิชัย ผู้ครองแผ่นดินนครปฐมโบราณ ได้มาขอทะนานทองจากพรหมณ์ แต่เมื่อพวกพราหมณ์ไม่ยอมให้ พระองค์จึงใช้กำลังแย่งชิงเอามาเพื่อใช้แลกกับพระบรมสารีริกธาตุจากกษัตริย์ลังกา เพื่อนำมาประดิษฐานไว้ที่องค์พระปฐมเจดีย์ 

ต่อมา พระเจ้ากากะวรรณดิศ ผู้ครองเมืองละโว้ ได้ทรงสร้างเจดีย์ครอบเรือนศิลาที่เคยประดิษฐานทะนานทองของตระกูลโทณะพราหมณ์ มีชื่อเรียกว่า “โทณะเจดีย์” หรือ “พระประโทนเจดีย์” ในเวลาต่อมา

ตำนานธรรมศาลา เรื่อง พญากง พญาพาน … พญาพานสร้างพระประโทนเจดีย์เพื่อไถ่บาปที่ได้ทำปิตุฆาต และฆ่ายายหอมผู้เลี้ยงดูมา จึงได้สร้างโรงธรรมขนาดใหญ่ที่ตำบลธรรมศาลา และนิมนต์พระสงฆ์ทาเพื่อบำเพ็ญกุศล

พระสงฆ์แนะนำให้พญาพานสร้างวัดและมหาเจดีย์ ซึ่งพญาพานเห็นด้วย และได้อุทิศโรงทานให้พระสงฆ์ใช้แสดงธรรมต่อไป

พระมหาธาตุกลางเมือง องค์แรกของประเทศไทย

จากแผนที่โบราณจะพบว่า บริเวณอันเป็นที่ตั้งของพระประโทนเจดีย์เป็นพื้นที่ทีมีแม่น้ำล้อมรอบ และยังมีแม่น้ำที่สามารถออกสู่ทะเลได้ … จึงอาจจะประมวลได้ว่า พื้นที่นี้เคยเป็นศูนย์กลางของเมืองและความเจริญในสมัยโบราณ

มีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติ รวมถึงชาวตะวันตกมาตั้งแต่ครั้งอดีต ซึ่งจะมีหลักฐานจากการพบรูปปูนปั้นของบุคคลที่มีลักษณะที่แตกต่างจากคนในภูมิภาคนี้ เช่น ลักษณะของทรงผม การโพกศีรษะ เป็นต้น

ครั้งเมื่อพระมหากษัตริย์ของกรุงรัตนโกสินทร์เริ่มสนใจเมืองนครปฐม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลงรัชกาลที่ 6 ได้ทรงสร้าง “พระราชวังสนามจันทร์” … ศูนย์กลางของเมืองจึงเริ่มเปลี่ยนมาเป็นสถานที่รอบๆพระราชวังฯ และพระปฐมเจดีย์แทน

การบูรณะ

“พระประโทณเจดีย์” ... เป็นสถูปเจดีย์ขนาดใหญ่ที่มีขนาดใกล้เคียงกับพระปฐมเจดีย์ (ก่อนมีสร้างเจดีย์ทรงระฆังใหญ่ครอบทับในช่วงรัชกาลที่ 4 ) มีฐานแผนผังรูปจัตุรัส กว้างยาวประมาณ 40 * 40 เมตร

ตั้งอยู่บริเวณกลางเมืองโบราณรูปวงกลม ตามคติความเชื่อเรื่องพระมหาธาตุกลางนครของนิกายเถรวาท หรือ “คณะมหาวิหาร” เมืองอนุราธปุระ จากลังกา

ทั้งพระปฐมเจดีย์และพระประโทนถูกทอดทิ้งไว้หลายร้อยปี มีสภาพเป็นเนินดินทับถมรกร้าง … จนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ขณะพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงผนวชอยู่ ได้ธุดงค์ไปพบเข้า จึงกราบทูลรัชกาลที่ 3 แต่พระองค์ไม่เห็นว่าจะเกิดประโยชน์อะไรหากจะปฏิสังขรณ์ขึ้นมา จนพระองค์ครองราชย์จึงได้บูรณะ

ในสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 จึงได้มีการรื้อฟื้นวัดพระประโทณเจดีย์ขึ้นใหม่ ได้ขุดพบโบราณวัตถุในสมัยทราวดีเป็นจำนวนมากรอบ ๆ พื้นที่ เช่น พระพุทธรูป เบ้าหลอมเครื่องประดับ รูปปูนปั้น ศีรษะบุคคล หัวยักษ์ หัวสัตว์ เศียรพระพุทธรูป ฯลฯ โบราณวัตถุเหล่านี้บางส่วนได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์

ในปี พ.ศ. 2550 กรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์เนินดินพระประโทณเจดีย์ ซึ่งภายหลังการขุดแต่งเนินดินทับถมออกทั้งหมด จึงรู้ว่าภายในของเนินดินพระประโทณเจดีย์โบราณนั้น เป็นฐานเจดีย์ยกเก็จ 8 กะเปาะ ทำบันไดขึ้นตรงเก็จกลางที่ยกขึ้นสูงกลางเก็จมุมทั้ง 4 ด้าน

มีชุดฐาน “เวทีพันธะ – อธิษฺฐานะ” 2 ชั้น มี “บัววลัย” (Bua Valai) และขื่อปลอมคั่นเป็นองค์ประกอบ ตามรูปแบบของสถูปเจดีย์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียเหนือ

 

พระประโทณเจดีย์ ตั้งอยู่กลางวัดเป็นเนินใหญ่ ...

อยู่บนพื้นฐานสี่เหลี่ยมก่อด้วยอิฐ โดยอิฐที่ก่อเป็นฐานรอบเนินนี้ เป็นของก่อขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๔ เพื่อกันดินพัง ไม่ใช่ของที่สร้างไว้แต่เดิม

บนยอดเนินมีพระปรางค์อยู่องค์หนึ่ง ทรวดทรงเตี้ยกว่าองค์ที่สร้างบนยอดเนินพระปฐมเจดีย์ บนพื้นฐานเป็นลานกว้างมีต้นไม้ขึ้นร่มรื่นและเดินไปได้โดยรอบ

ที่เนินพระปรางค์มีบันใดสูงขึ้นไปยังองค์พระปรางค์ซึ่งอยู่บนยอดเนิน สูงจากพื้นดินประมาณ ๒๐ เมตร เมื่อขึ้นบันไดไปข้างบนสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของจังหวัดนครปฐมได้โดยรอบ

พระปรางค์ด้านบน ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์อีกครั้งในสมัยพระราชเจติยาภิบาล เจ้าอาวาสคนปัจจุบัน โดยเสริมฐานของพระปรางค์ขึ้นใหม่ ทำทางขึ้นและเทปูนฉาบผนังและทำระเบียงขึ้นด้านบน

รวมทั้งทำผนังด้านฐาน รื้ออิฐและเศษปูนมาถม เทปูนทำเขื่อนเป็นฐานประทักษิณขึ้นใหม่โดยรอบเนินดินพระเจดีย์โบราณ

ฐานล่างของพระปรางค์ด้านบน และใบเสมาหินทรายแดงแบบสุพรรณภูมิ

อาจได้แสดงว่า ในช่วงราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ได้มีการสร้างพระเจดีย์ 8 เหลี่ยม ตามสถาปัตยกรรมแบบรัฐสุพรรณภูมิขึ้นบนยอดเนินร้างของตัวองค์สถูปเดิมที่พังทลาย

ต่อมาในช่วงอยุธยาตอนปลาย ยังได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์องค์เจดีย์ขึ้นใหม่

โดยสร้างพระปรางค์เข้าแทนที่องค์ระฆังที่อาจพังทลายลงมา โดยยังคงใช้ฐาน 8 เหลี่ยมของพระเจดีย์จากยุคสุพรรณภูมิอยู่

อนุสาวรีย์กลางแจ้ง พิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้จากศิลปะของโบราณวัตถุที่ขุดได้ภายในวัดพระประโทณเจดีย์ ...

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๔ โดยท่านพระครูสมถกิตติคุณ (ชุ่ม) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระประโทณเจดีย์

 

 

ท่านได้สร้างเจดีย์ขนาดเล็กองค์หนึ่งด้านหน้าเขตสังฆาวาส

โดยนำโบราณวัตถุ ศิวลึงค์ พระพุทธรูป ศีรษะปูนปั้น เศียรพระ ลวดลายปูนปั้นประดับเจดีย์ ใบเสมาอยุธยาและวัตถุโบราณที่ขุดได้โดยรอบวัดพระประโทณเจดีย์มาฝังผนังปูนซีเมนต์ไว้

อีกทั้งยังมีถ้วยชามสังคโลกติดผนังเจดีย์ไว้ด้านใน

เพื่อให้เป็นสถานที่ศึกษาทางประวัติศาสตร์ทวราวดี


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 29/08/2021 เวลา : 05.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

Happy Sunday!


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน