*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2307
  • จำนวนผู้ชม : 6874589
  • จำนวนผู้โหวต : 11782
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11782 คน
<< สิงหาคม 2021 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม 2564
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 253 , 10:11:26 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวิสเซอร์แลนด์ ดินแดนในภาพฝัน (1) .. ตั้งต้นที่ Chapel Bridge


ก่อนเดินทางมาที่สวิสเซอร์แลนด์ .. ฉันไม่ได้มีความคาดหวังอะไรมากไปกว่าการได้ออกเดินทางไกลอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเยียวยาตัวเองจากเวลาที่มีเหลือเฟือ หวังเพียงจะได้บันทึกความแตกต่างผ่านเลนส์กล้อง แล้วเก็บไว้ในความทรงจำ

หลังจากหลายวันที่ระหกระเหินไปตามเส้นทางที่ยาวไกล ฉันได้พบกับดินแดนที่สวยงามอย่างยิ่ง ได้มองเห็นดวงตาดวงใหม่ ได้แบ่งปันความยินดีและความฝัน ในดินแดนแห่งความสวยงามของธรรมชาติที่แฝงไว้ด้วยพลังเต็มเปี่ยม

Love to travel … travel to love … การเดินทางทุกครั้ง จึงซึ่งอาจจะมิได้หมายถึงการเก็บข้าวของลงเป้แล้วออกเดินเท่านั้น … หากแต่เป็นการเดินทางของชีวิต การบรรลุความปรารถนาและชะตากรรมของตนเอง การเดินทางจึงได้ขยายความเข้าใจ  และแน่นอนมันได้ช่วยหล่อหลอมจิตวิญญาณของเราด้วย

สวิสเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า “หลังคาแห่งทวีปยุโรป” (The roof of Europe) .. ด้วยเหตุที่ดินแดนแห่งนี้มีเทือกเขาสูงเสียดฟ้า รวมถึงภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขา สลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม

สวิสเซอร์แลนด์..  มีพื้นที่ประมาณ 41,287 ตารางกิโลเมตร เป็นประเทศที่ จดว่ามีภูเขามากที่สุดในยุโรป และเป็นประเทศที่มีทะเลสาบอยู่มากมาย ซึ่งเกิดจากแอ่งที่ลุ่มระหว่างหุบเขานั่นเอง .. ลักษณะของภูมิประเทศจึงไม่ค่อยมีพื้นที่ราบ

สวิสเซอร์แลนด์ ... มีอาณาเขตติดกับประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน ออสเตรีย อิตาลี ทำให้ภาษาที่ใช้กันมีทั้ง 4 ภาษา คนสวิสฯส่วนใหญ่มีนิสัยรักสงบ รักความเป็นธรรม เคารพสิทธิของผู้อื่น อ่อนน้อม ถ่อมตัว ขยันขันแข็ง มัธยัสถ์ และมีความเป็นอยู่อย่างง่ายๆ

เมืองหลวงของสวิสเซอร์แลนด์คือกรุงเบอร์น มีเมืองใหญ่ๆที่สำคัญอีก 5 เมืองคือ ซูริค บาร์เซิล เจนีวา โลซาน และเมืองที่น่าสนใจอีกเมืองคือลูเซิร์น เป็นเมืองที่อยู่เกือบใจกลางประเทศ

 Luzern

ลูเซิร์น (Lucerne) .. ตั้งอยู่ฝั่งค้านตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบลูเซิร์น ในอดีตลูเซิร์นเป็นเมืองเก่าที่ปกครองตนเองมาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 8  แต่ได้รวมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับประเทศสวิสเซอร์แลนด์มาตั้งแต่ค.ศ.1332 ส่วนปัจจุบันเป็นเมืองสวยงามที่อยู่เกือบใจกลางประเทศ มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

เมืองนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่อยู่ด้านตะวันออกเป็นเมืองเก่ามี อายุกว่า 500 ปีแล้ว ส่วนที่อยู่ทางด้านตะวันตกเป็นเมืองที่สร้างภายหลัง .. อย่างไรก็ตามแม้จะทันสมัย แต่ก็ยังมีร่องรอยของการเป็นหัวเมืองโบราณที่ปรากฏให้เห็นทุกมุมเมือง

มาถึงลูเซิร์นแล้ว เราก็จะเริ่มทัวร์เมืองด้วยการไปเยือนสถานที่ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองกันเลยนะคะ

 

The Chapel Bridge .. สะพานไม้เก่าแก่ใน Luzern, Switzerland

สะพานไม้ Kapellbrucke (คาเพลบรุ๊กเค่อะ) และหอคอย Wasserturm (วัชเชอร์ทวร์ม) ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Luzern ด้วยความที่ออกเสียงยาก คนทั่วไปจึงมักจะเรียกว่า Chapel Bridge มากกว่า

Chapel Bridge .. เป็นสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำร็อยส์ในนครลูเซิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1365 ได้ชื่อว่าเป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ด้วยอายุที่เกือบจะ 700 ปีแล้ว สร้างขึ้นพร้อมกับหอคอยน้ำวัชเชอร์ทวร์ม ในศตวรรษที่ 14

สะพานแห่งนี้ ... ถือว่า เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเก่าลูเซิร์น ซึ่งได้รับความสนใจอย่าล้นหลามจากนักท่องเที่ยว .. ที่มักจะให้ความสนใจ แวะเวียนมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เป็นจุด Check in และ Land Mark ที่สำคัญของทุกคนเมื่อมาเที่ยวลูเซิร์นอีกด้วย

สะพานชาเปล .. ได้ชื่อตามชื่อของโบสถ์ที่ตั้งอยู่ใกล้กัน มีความยาว 285 เมตร ทอดตัวเชื่อมระหว่างสองฝั่งของแม่น้ำ Reuss (รอยส์) ที่ใสสะอาด  และยังใช้สะพานเป็นประตูรักษาระดับน้ำไม่ให้ท่วมเมือง สะพานแห่งนี้ล้อมรอบด้วยอาคารบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นโบสถ์และปราสาทที่อยู่บนยอดเขาได้ในระยะไกล

ทัศนียภาพเมื่อมองออกออกจากสะพาน Chapel ...

จะได้เห็นทัศนียภาพที่งดงามของทะเลสาบ อาคารสถาปัตยกรรมแบบโดมคู่หัวหอมสีเขียวริมแม่น้ำ คือ โบสถ์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี คศ. 1666 และถือว่าเป็นโบสถ์แบบาร๊อคที่สวยที่สุดในสวิสเซอร์แลนด์

.. ในแม่น้ำบางครั้งจะมองเห็นฝูงหงส์สีขาวทั้งเล็กและใหญ่ซึ่งมีอยู่ตามธรรมชาติลอยตัวอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ชมอีกด้วย

สะพานชาเปล .. ได้ชื่อว่าเป็นสะพานไม้ที่มีโครงหลังคาปกคลุมตลอดความยาวของสะพาน ภายใต้โครงหลังคารูปสามเหลี่ยมของสะพานชาเปล มีภาพเขียนสีที่บรรยายถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมือง และเรื่องราวของนักบุญประจำเมืองย้อนหลังไปจนถึงราวศตวรรษที่ 17 เป็นศิลปะสไตล์เรอเนสซองซ์ที่สวยงามมาก

หอคอยวัชเชอร์ทวร์ม .. เป็นหอคอยทรงแปดเหลี่ยม สูงกว่า 34 เมตร สร้างขึ้นเมื่อราวปีพศ. 1300 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมือง ในอดีตเคยเป็นที่คุมขังนักโทษและใช้เก็บเอกสารสำคัญและของมีค่าประจำเมือง ปัจจุบันใช้เป็ยสถานที่ขายของที่ระลึก

สะพานชาเปล .. เคยถูกไฟไหม้เมื่อกลางดึกของวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ.1993 โดยไฟได้ทำลายสะพานเสียหายไปกว่าครึ่ง รวมถึงภาพเขียนอันมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และมีคุณค่าทางจิตใจของชาวเมืองนี้เสียหายไปเป็นจำนวนมากถึง 81 ภาพจาก 111ภาพ 

...  ต่อมาชาวเมืองจึงได้ร่วมแรงร่วมใจบูรณะสะพานไม้นี้รวมทั้งวาดภาพเลียนแบบภาพเดิมที่เสียหายไปขึ้นมาทดแทนใหม่

ปัจจุบันมีพื้นที่ ที่เปิดเป็น Farmers Market ให้ผู้คนมาเดินซื้อสินค้าเกษตรต่างๆ จำพวก ผัก ผลไม้ ชีส ด้วยค่ะ

บรรยากาศยามเย็นที่สะพานชาเปล ..

แสงสีน้ำเงินบนท้องฟ้า และแสงไฟบนสะพานรวมถึงจากอาคารหลายแห่งริมฝั่งแม่น้ำ ขับให้ภาพสะพานในสายตานั้นงดงามมากมาย แต่เสียดายที่ไม่มีขาตั้งกล้อง ที่จะช่วยให้การกดชัตเตอร์ได้ภาพที่คมชัด ..

การได้นั่งมองผู้คนที่เคลื่อนไหวเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของเมือง เป็นเรื่องหนึ่งที่เรามักจะทำเสมอ ..

เราจึงเลือกรับประทานอาหารกันที่ภัตตาคารตรงข้ามสะพาน ..

อาหารเย็น ..

ใกล้ๆกับ Kapellbrucke มีอีกสะพานหนึ่ง คือ Rathaussteg ซึ่งเป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำไปยัง Altes Rathaus หรือศาลาที่ว่าการเก่เมืองลูเซิร์น


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 30/08/2021 เวลา : 10.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน