*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2348
  • จำนวนผู้ชม : 6907651
  • จำนวนผู้โหวต : 11814
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11814 คน
<< ตุลาคม 2021 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 1 ตุลาคม 2564
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 836 , 06:27:37 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

Turkey (03) .. Mosque of Hagia Sophia หรือ พิพิธภัณฑ์ฮายาโซฟีอา


Mosque of Hagia Sophia หรือ พิพิธภัณฑ์ฮายาโซฟีอา … มีอายุราว 1500 ปี ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง และมักจะถูกจัดให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมของโลกยุคกลาง (ยึดตามวิธีการแบ่งสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคเดิม ที่แบ่งเป็นยุคต่างๆ) อีกทั้งยังเป็นต้นแบบของวิหารไบเซนไทน์ที่ดีที่สุดของโลก

Hagia Sophia .. ในความหมายของตุรกี เป็นโบสถ์ที่สร้างเพื่ออุทิศแด่ Divide Wisdom (โบสถ์แห่งพระวิสุทธิปัญญา) พระปัญญาอันศักดิ์สิทธิ์ ปัญญาแห่งสวรรค์ที่พระเป็นเจ้าประทานแด่มนุษย์ โดยผ่านพระบุตร พระเยซู

.. นับเป็นโบสถ์ที่สำคัญของจักรวรรดิไบเซนไทน์ แรกสร้างเป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์ ในสมัยกษัตริย์คอนสแตนตินุส โอรสของจักรพรรดิคอนสแตนติน แต่ถูกเผาราบไปในปี 404 โดยประชาชนผู้โกรธแค้นพระนางยูโดเซีย ที่ถอกถอนนักบุญ จอห์น คริส ซอวทอม ออกจากตำแหน่งบิชอป

.. โบสถ์ในยุคที่สอง ถูกสร้างอักครั้ง ณ ตำแหน่งเดิมโดยจักรพรรดิธีโอโดซัอุส  .. แต่ถูกเผาทำลายลงดยกลุ่มกบฏนิคา ในอีก 14 ปีต่อมา

บรรยากาศภายนอกมหาวิหาร ... ม่านฝนอาจจะทำให้บางคนหม่นเศร้า แต่สำหรับเราผู้มาเยือนสถานที่นี้พร้อมสายฝน กลับเต็มไปด้วยคสามตื่นตา ตื่นใจกับสิ่งที่โดดเด่นอยู่เบื้องหน้า จนสายฝนที่กระเซ็นมากระทบผิวกายไม่มีความหมายอีกต่อไป

มหาวิหารที่เห็นในปัจจุบัน เป็นหลังที่สาม สร้างโดยจักพรรดิจัสตอเนียน (Justinian) ในปี ค.ศ. 532  หรือในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6 ... โดยอาคารที่เห็นในปัจจุบันเป็นหลังที่ได้รับการบูรณะและขยายให้ใหญ่กว่าเดิม มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมมีโดมใหญ่อยู่ตรงกลาง

สถาปนิกสำคัญชาวกรีก 2 คน คือ อิชีโดรุส (Isidorus) นักคำนวณ และ อันเทนิอุส  (Anthenius) ซึ่งเป็นสถาปนิก ได้รับการว่าจ้างให้เข้ามาออกแบบสร้างมหาวิหาร .. ซึ่งออกมาเป็นโดมมหึมาที่มีความสูง 56 เมตร ส่วนกลางของโดมสูง 41.5 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นงานก่อสร้างที่อลังการที่สุดในยุคนั้น เป็นหมุดหมายแห่งโลกในยุคไบเซนต์ไทน์โบราณเลยที่เดียว

.. เป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมการออกแบบ ที่ใช้หินมาตั้งอย่างแข็งแกร่งอยู่บนโครงสร้างขนาดใหญ่ การประดับประดาตกแต่ง ก็ล้วนสรรหามาจากแหล่งที่ดีที่สุด รวมถึงใช้ฝีมือช่างที่ดีที่สุดทุกสาขามาสร้างสรรค์ผลงานความวิจิตร .. ให้เกิดเป็นความงามที่คงอยู่ข้ามกาลเวลา

... ว่ากันว่า มหาวิหารเซนต์โซเฟียซึ่งเป็นสุดยอดของศิลปะไบเซนต์ไทน์ ที่หลอมรวมกับโรมัน เปอร์เซีย  และกรีก เข้าไว้เป็นหนึ่งเดียวอย่างกลมกลืน .. มีความใหญ่โตและอลังการ จนได้ชื่อว่าเป็นจุดศูนย์กลางของโลกเลยทีเดียว

มหาวิหารเซนต์โซเฟีย สร้างขึ้นเป็นโบสถ์ด้วยศรัทธาในศาสนาคริสต์ .. จนกระทั่งเช้าวันที่ 29 พ.ค. ปี ค.ศ. 1453 กรุงคอนสแตนติโนเปิลถูกตีแตก โดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 แห่งอาณาจักรออตโตมัน

.. พระองค์ได้เสด็จไปยังวิหารหลังนี้เพื่อทำละหมาด และโปรดให้ดัดแปลงมหาวิหารเซ็นโซเฟีย ให้เป็นมัสยิดพร้อมทำการสร้างหอสวดมนต์ขึ้นมา 4 หอ อีกทั้งยังส่งผลให้จิตกรรมฝาผนังภาพโมเสคเรื่องราวเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาอันงดงามต้องถูกโบกปูนทับตามความเชื่อของศาสนาอิสลามที่ห้ามมีรูปเคารพ

ในปี ค.ศ. 1923 หลังสิ้นยุคอาณาจักรออตโตมัน ได้มีการสถาปนาสาธารณรัฐตุรกีขึ้น ... วิหารเซ็นโซเฟียถูกปรับเปลี่ยนอีกครั้งกลายเป็น พิพิธภัณฑ์มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งรวมเวลาแล้วที่นี่เคยเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์ถึง 916 ปี และมัสยิดของศาสนาอิสลามอีก 447 ปี ก่อนจะกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์จนถึงปัจจุบัน

Hagia Sophia ... มีขนาดที่ใหญ่โตมโหฬาร จนต้องแหงนมองคอตั้งบ่า มีโดมครึ่งวงกลมสีเงินยวงอยู่สูงจากพื้นดินถึง 55.6 เมตร พร้อมเสามิเนอเรตขนาดใหญ่อีก 4 ต้น

เซนต์โซเฟียในวันฝนตก .. ภายนอกอาจจะดูเรียบๆ

ภายในบรรยากาศดูจะไม่สดใส ออกจะดูเก่าทึมๆ ซึ่งอาจจะมีสาเหตุจากการเนื่องจากการขาดการดูแลอย่างเต็มที่ ... แต่ว่าก็ยังคงบรรยากาศของความเก่าขลังอยู่เต็มเปี่ยม

เมื่อเดินเข้าไปในโดมของเซนต์โซเฟีย เรารู้สึกได้ทันทีว่า ที่นี่ช่างยิ่งใหญ่อลังการเสียจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแสงสลัวที่ลอดผ่านเข้ามาทำให้สีทองและสีน้ำเงินภายในเพดานของโดมและฝาผนังเรืองรอง สุกปลั่ง

.. เรายืนมองด้วยความทึ่ง กับภาพของเพดานโค้งประดับโมเสกสีทอง สะท้อนแสงเทียนนับพันเล่ม ดวงไฟนับร้อยภายในวงล้อโคมไฟ หรือ โดมแขวนขนาดมหึมากลางวิหาร ที่อยู่ภายใต้หลังคาโดมที่ใหญ่โตอลังการ ทำให้ตัวอาคารเปล่งประกายเรืองรอง .. ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถาปัตยกรรมแบบไบเซนไทน์ เป็นจุดที่เด่นที่สุดของ สุเหร่าเซนต์โซเฟีย

มองไปรอบๆ .. งามศิลป์แบบต่างๆ มีความวิจิตร ไม่ว่าจะเป็นรูปสลักบนเนื้อหิน กระเบื้อง กระจกสี งานปูนปั้น เส้นสายลายสี ถูกจับวางให้มีความมลังเมลืองอยู่รอบๆตัว รวบรวมและสะท้อนความเป็นมาของผู้คนที่ผ่านมาเป็นประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้ผ่านข้ามวันเวลา

.. จากยุครุ่งเรืองแห่งอาณาจักรโรมันตะวันออก ไบเซนต์ไทน์ จนถึงอาณาจักรออตโตมันอันเกรียงไกร .. แผ่นดินดำเนินไปบนไฟของสงครามแย่งชิงดินแดน .. คำประกาศแห่งอำนาจ การเปลี่ยนขั้ว ศรัทธาความเชื่อทารงศาสนา เปลี่ยนผ่านทางศิลปะ .. เหมือนเรามองดูภาพในหนังที่เลื่อนผ่านไปบนแผ่นฟิล์ม

.. มหาวิหารเซนต์โซเฟีย กลายเป็นมัสยิด ... เปลี่ยนเสียงสวดมิสซาเป็นเสียงละหมาด

.. โดมอันสุดยิ่งใหญ่อลังการที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก .. มีพื้นที่โล่งภายในใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้ก่อสร้างด้วยการใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนักของอาคารลงสู่พื้นแทนการใช้เสาค้ำยันทั่วไป ซึ่งนับเป็นเทคนิคการก่อสร้างที่ถือว่าล้ำหน้ามากในยุคนั้น ซึ่งว่ากันว่า เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เซนต์โซเฟียได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมของโลกยุคกลาง

หวนคิดไปถึงความเป็นมา และเรื่องราวที่น่าทึ่งของที่นี่ .. เซนต์โซเฟีย จึงเป็นมหาวิหารที่ศักดิ์สิทธิ์ ตรึงตา กระทบใจผู้คนที่เคลื่อนไหวมาพานพบ

บริเวณรอบบัลลังก์จักรพรรดิ ถือเป็นศูนย์กลางของโลก .. เมื่อเดินผ่านโถงทางเข้า ซึ่งมีภาพโมเสกดั้งเดิมของโบสถ์อยู่ ก็จะเข้าสู่โถงกลางกว้างใหญ่ ซึ่งจารึกพระนามกาหลิบยุคแรกและได้เป็นประจักษ์พยานการเปลี่ยนโถงกลางโบสถ์เป็นโถงละหมาดในปี 1453 

   

ภายในเซนต์โซเฟีย .. มีภาพที่เกี่ยวเนื่องของศาสนาคริสต์และอักษรอิสลามอยู่คู่กัน

ว่ากันว่า หลายร้อยปีหลังจากวิหารถูกเปลี่ยนเป็นมัสยิด และภาพโมเสกของคริสต์ศาสนาได้ถูกปกปิดเอาไว้ด้วยการโบกปูนขาวทับภาพเหล่านี้เอาไว้ ในสมัยสุลต่านเมห์เมตรที่ 2 .. แต่กลับกลายเป็นการรีกษาภาพเหล่านี้โดยไม่ตั้งใจ

... มหาวิหารแห่งนี้ได้รับการบูรณะซ่อมแซมในสมัยสุลต่านอับดุลเมจิตที่ 1 เมื่อปี 1930 .. ชิ้นส่วนโมเสกล้ำค่า ซึ่งเป็นศิลปะชิ้นนเอกในยุคไบเซนต์ไทน์ใต้โดมใหญ่ ซี่งถูกลบอยู่ใต้ผนังปูนขาวเพื่อปกปิดอะยาโซฟีรูปลักษณ์ที่อยู่นอกเหนือศรัทธาของศาสนาอิสลาม แต่เป็นศิลปะเอกของคริสต์ศาสนาที่อยู่ในสถานที่ประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์ของมุสลิม .. จึงได้เผยแมออกมาให้เห็น

โถงทางเดินขึ้นไปชั้นสองของมหาวิหาร

ที่บริเวณแกลเลอรี่ .. มีชิ้นงานโมเสกชั้นยอดที่งามเด่นที่สุดบนผนังทางด้านฝั่งตะวันออก เป็นภาพของพระเยซูกับนักบุญจอห์นเดอะแบบติส และพระแม่มารีผู้นฤมล

บริเวณวิ้งสุดท้ายในห้องเดียวกัน มีภาพโมเสกของจักรพรรดินีโซอีกับพระสวามี คือ จักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 9 โมโนมาคัส พระพักตร์ขององค์จักรพรรดินั้นสร้างทับใบหน่าสามีของโซอีคนแรก คือ หนุ่มเลี้ยงม้าชื่อ โรมานุส ผู้โปรยเสน่ห์ลวงสาวโสดวัยห้าสิบ แล้วคิดจะกำจัดนาง แต่ไม่สำเร็จ เขาจึงถูกลบออกไปจากทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบัลลังก์ไปตลอดกาล

บนผนังเหนือประตูทางออก .. มีโมเสกรูปจักรพรรดิคอนสแตนตินถวายเมืองอิสตันบูลแด่พระแม่มารีและพระบุตร ขณะที่จักรพรรดิจัสติเนียนถวายโบสถ์

ในช่วงที่ตุรกีเปลี่ยนการปกครองจากระบอบสุลต่าน มาเป็นระบอบสาธารณรัฐที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข .. มุสตาฟา เคมาล (Mustafa Kemal) หรือ เคมาล อตาเติร์ก ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น บิดาแห่งตุรกีสมัยใหม่ .. เห็นว่า เซนต์โซเฟียผ่านเบ้าหลอมทั้งจากศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลาม เพื่อป้องกันการอ้างสิทธิ์จนนำไปสู่ความขัดแย้ง จนอาจจะกลายเป็นสงครามกลางเมือง ..  อตาเติร์ก จึงประกาศให้ เซนต์โซเฟีย เป็นพิพิธภัณฑ์ พร้อมกับให้ล้างปูนขาวที่ปกคลุมงานศิลปะที่ล้ำค่าออกจนหมด

... ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของมหาวิหารที่ยิ่งใหญ่จึงเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง กลายเป็นสถานที่สำคัญที่ทั้งชาวคริสต์และอิสลามต่างเข้ามาย้อนรำลบูชาพระเจ้า ภายใต้ศรัทธาที่ผสมกลมกลืนภายใต้โดมเดียวกัน

นักท่องเทียวแรมทางมาอย่างพวกเรา โชคดีที่มีโอกาสได้เข้ามารับรู้เรื่องราวด้วยสายตา ... ผ่านลวดลายประดับต่างๆ ช่องแสงประดับกระจกสีอันสวยงาม รวมไปถึงร่องรอยของภาพโมเสคอันสวยงามที่ในยุคปรับเปลี่ยนจากโบสถ์เป็นมัสยิด ที่วางตัวอยู่ในแต่ละมุม ภายใต้ความโค้งของโดมที่วิจิตรอลังการ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน