*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2341
  • จำนวนผู้ชม : 6900123
  • จำนวนผู้โหวต : 11806
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11806 คน
<< ตุลาคม 2021 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 12 ตุลาคม 2564
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 222 , 07:25:32 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

Turkey (12) .. บ้านหลังสุดท้ายของพระแม่มารี House of Virgin Mary

 

วันนี้เรามีกำหนดการที่จะไปเยี่ยมชม บ้านหลังสุดท้ายของพระแม่มารี ที่ชานเมืองเอฟฟิซุส .. แต่ก่อนจะไปเที่ยว ขอพาไปชมบรรยากาศ ณ เวลารุ่งอรุณในพื้นที่ใกล้ๆโรงอรมที่พักก่อนนะคะ

 

การเดินทางท่องเที่ยวในตุรกี .. มีความสะดวกสบายอยู่มาก ไม่ต้องห่วงกังวลในเรื่องที่พักและร้านอาหารมากนัก เพราะตลอดเส้นทางจะมีตัวเลือกมากมาย

เราเดินทางมาแล้วหลายวัน จึงนำบรรยากาศของโรงแรมที่เราพักในช่วงรุงอรุณมาฝากค่ะ

House of Virgin Mary

บ้านซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่พำนักของพระแม่มารี อยู่ไม่ไกลจากเมืองเอเซฟซุส .. สถานที่แห่งนี้ได้รับการรับรองจากสำนักวาติกัน ในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของศาสนาคริสต์

 

พระสันตะปาปา พอลที่ 7 ได้เคยเสด็จมาเยือยสถานที่แห่งนี้ในปี ค.ศ.1967 และพระสันตะปาปา จอห์น พอลที่ 2 ก็ได้สเด็จมาเยือนบ้านหลังนี้เช่นกันในปี ค.ศ.1979 ... หลังจากนั้นสถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นจุดหมายของนักแสวงบุญชาวคริสเตียนทั่วโลก โดยมีการจัดแสดงการรำลึกใหญ่ขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคมของทุกปี

บ้านที่พระแม่มารีวายชนม์ ... ตามบรรทุกทางประวัติศาสตร์ระบุว่า องค์พระเยซูถูกตรึงกางเขนโดยทหารโรมัน มีสาวกของพระเยซูพาพระแม่มารีหลบหนีไป แต่ในหลายร้อยปีที่ผ่านมา ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วพระแม่มารีได้ไปอาศัยอยู่ที่แห่งใดเป็นครั้งสุดท้าย

สถานที่แห่งนี้เป็นเพียงตำนาน จนกระทั่งมีแม่ชีชาวเยอรมันได้นิมิตเห็นสถานที่แห่งนี้ .. นักบวชคริสต์กลุ่ม เยซุอิส (Lazarisr Priests) จึงได้พยายามค้นหา จนได้พบบ้านหลังนี้ในปี ค.ศ.1891

.. นักบวชกลุ่มนี้ ได้รวบรวมหลักซานต่างๆมาประมวลกันเข้า แล้วประกาศว่า บ้านหลังสุดท้ายของพระแม่มารีอยู่ที่ชานเมืองเอฟพิซุสนี่เอง

ใครบางคนเล่าเพิ่มเติมว่า ... “เซนต์จอห์น” เป็นผู้นำพระแม่มารี พระมารดาของพระเยซู เข้ามาอาศัยในเมืองนี้รางปี ค.ศ.37-45 จนกระทั่งสิ้นชีวิต

ภูมิทัศน์ที่เราเห็นเมื่อเข้าสู่อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ดูสวยงาม มีระเบียบ แสดงถึงการได้รับการดูแลจัดวางอย่างเอาใจใส่ .. ทางที่เรากำลังมุ่งเดินไปนั้น มีผู้ตนมากมายเดินไปในทางเดียวกัน

ในรายทางมีซุ้มแสดงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและชีวะประวัติของพระแม่มารีและพระเยซู

พอเดินเข้าไปใกล้ เรามองเห็นบ้านหลังเล็กทำด้วยหิน ตั้งอยู่บนเนิน ..

ว่ากันว่า ... บ้านหลังปัจจุบันได้ถูกสร้างต่อเติมในยุคหลัง.. แต่การขุดค้นทางโบราณคดีทำให้ทราบว่า ส่วนที่เป็นฐานของตัวบ้านมีอายุย้อนหลังไปได้ถึงศตวรรษที่ 1 ซึ่งเป็นช่วงที่เชื่อกันว่าพระแม่มารีเคยมาอาศัยอยู่ในเมืองนี้

ทุกคนที่ผ่านเข้าไปในอาคาร อยู่ในอิริยาบทที่สงบเสงี่ยม ไม่มีใครพูดคุยกัน มีแค่เสียงสวดมนต์ดังเล็ดลอดออกมาจากข้างใน ซึ่งเสียงสวดปราสนกันนี้ไม่เคยร้างจากเสียงบทสวด มีกลุ่มนักร้องเพลงสวดมนต์บูชาพระเจ้าจากทั่วโลก ที่สักครั้งในชีวิต ปรารถนาจะมีโอกาสได้ทำภารกิจอันยิ่งใหญ่ต่อพระเจ้า นั่นคือ การเดินทางมาร้องเพลงสวดสรรเสริญ ณ บ้านอันเป็นสถานที่ที่พระแม่มารีเคยอาศัยอยู่

ห้องตรงส่วนกลางของบ้าน เป็นห้องโถงเล็กๆ ค่อนข้างทึบ ผนังปิดมิดไว้ทุกด้าน เหมือนอยู่ในถ้ำ ที่ดูขรึมขลัง เงียบสงบมาก ชวนให้รู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ .. เชื่อกันว่า ที่เป็นสถานที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยอยู่ และสิ้นพระชนม์ในห้องนี้

มีแท่นบูชาพระแม่มาเรีย ให้ทุกคนได้อธิษฐาน สวดอ้อนวอน สรรเสริญบูชา .. เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น ทุกคนมีสีหน้าแววตาที่เต็มไปด้วยความปลื้มปิติ เปี่ยมศรัทธา ..

บ้านหลังสุดท้ายของพระแม่มารี .. กลายเป็นสถานที่จาริกแสวงบุญของชาวคริสต์ เป็นสถานที่รวมศูนย์แห่งจิตใจของชาวคริสต์จากทั่วโลกแห่งหนึ่ง

กำแพงอธิษฐาน .. ตั้งอยู่เยื้องจากตัวบ้านไปเล็กน้อย ผู้คนจะเขียนคำอธิษฐาน และคำขอพร แล้วนำไปผูกมัดเอาไว้ ซ้อนทับกันหลายชั้น .. เป็นบันทึกจากผู้คนทั่วโลกที่ผ่านมาเยือนสถานที่แห่งนี้

รูปปูนปั้นพระเยชู .. เป็นประติมากรรมที่ถูกจัดวางอยู่ ณ จุดหนึ่งซึ่งมีทัศนียภาพที่สวยงาม ใกล้ๆกัน มีต้นไม้ที่ใครหลายคนนำบัตรอธิษฐานและขอพรไปผูกเอาไว้


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 12/10/2021 เวลา : 07.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน