*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2394
  • จำนวนผู้ชม : 6995480
  • จำนวนผู้โหวต : 11871
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11871 คน
<< ธันวาคม 2021 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม 2564
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 309 , 07:53:06 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“พระนครคีรี” ในวันที่ลั่นทมห่มพริบพรี (1) .. หมู่พระราชมณเฑียร

 

เพชรบุรี เมืองที่มีคำขวัญว่า "เขาวังคู่บ้าน ขนมหวานเมืองพระ เลิศล้ำศิลปะ แดนธรรมะทะเลงาม” .. และน่าสสนใจที่เมืองนี้เคยมีชื่อที่น่ารักว่า “เมืองพริบพรี”

เมืองเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน มีชื่อปรากฏอยู่ในศิลาจารึกหลักที่หนึ่งสมัยสุโขทัยและมีหลักฐานทางโบราณคดี ซึ่งมีอายุย้อนไปถึงสมัยขอมและสมัยทวารวดี ทั้งยังเคยเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญชั้นเมืองลูกหลวงในสมัยอยุธยา … เป็นเมืองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ทรงพอพระราชหฤทัยเป็นพิเศษ เนื่องจากอากาศดี มีทัศนียภาพสวยงาม จึงไม่แปลกที่เพชรบุรีจะได้รับอีกสมญานามว่า “เมืองสามวัง” เพราะมีพระราชวังถึงสามแห่งด้วยกัน

พระราชวังที่รู้จักและคุ้นเคยกันดีในเพชรบุรี ก็คือ “เขาวัง” ซึ่งเดิมนั้นเขาลูกนี้มีชื่อว่าเขาคีรี และต่อมาในสมัยอยุธยามีผู้มาสร้างวัดไว้ที่เชิงเขา และให้ชื่อวัดว่า วัดมหาสมณะ ชาวบ้านจึงเรียกภูเขาลูกนี้ว่าเขามหาสมณะไปด้วย .. ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระองค์ได้เสด็จประพาสเมืองเพชรบุรี และทรงพอพระราชหฤทัยบรรยากาศและธรรมชาติบนเขาแห่งนี้ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังขึ้นใน พ.ศ. 2402 และพระราชทานนามให้เขาลูกนี้ใหม่ว่า เขามหาสวรรค์ และเรียกพระราชวังแห่งนี้ "พระนครคีรี" คนทั่วไปเรียกว่า “เขาวัง” ที่ถือเป็นโบราณสถานเก่าแก่คู่เมืองเพชรบุรี

พระบาทสมเด็จพระจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค ต่อมาคือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์) เป็นแม่กองก่อสร้าง ใน พ.ศ. 2403 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระองค์เสด็จมาดูความก้าวหน้าของการก่อสร้าง จากนั้นใน พ.ศ. 2404 พระองค์จึงเสด็จมาประทับที่พระนครคีรีอย่างเป็นทางการ และเสด็จมาประทับแรมอีกหลายครั้ง

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาประทับที่พระนครคีรีเป็นครั้งคราว แต่หลังจากรัชสมัยของพระองค์เป็นต้นมา พระนครคีรีไม่ได้ใช้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์อีก ในรัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ ให้ซ่อมแซมพระราชวังแห่งนี้ ด้วยเป็นพระราชวังที่มีค่าทางประวัติศาสตร์ และได้รับการประกาศให้เป็น “อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี” เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม

พระราชวังบนเขาสูงแห่งนี้ นับเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเพชรบุรีเช่นเดียวกับต้นตาลโตนดจนมีคำ กล่าวว่าหากมีโอกาสมาเมืองเพชรบุรีแล้วไม่ได้ขึ้นเขาวัง ก็ดูเหมือนยังมาไม่ถึงเมืองเพชรบุรี

การขึ้นชมเขาวังมีวิธีให้เลือกไปชม 2 วิธีด้วยกัน .. วิธีแรกสำหรับผู้มาเยือนที่คิดว่าเหนื่อยนักที่จะปีนเขา ลูกนี้ซึ่งสูงถึง 76 เมตร ทางเขาวังก็มี รถรางไฟฟ้า ไว้คอยให้บริการทางด้านหลังเขา แต่ถ้าหากต้องการชมรายละเอียดของหนทาง ขอแนะนำให้เดินขึ้นไป ในระหว่างทางเดินท่านยังจะได้ทักทาย กับเจ้าของถิ่นเดิม คือบรรดาลิงทั้งหลายเป็นการสร้างความเพลิดเพลินอีกอย่างหนึ่งด้วย

 

เนื่องจากเขาวังตั้งอยู่บนภูเขาขนาดย่อม ทางเดินภายในบริเวณเขาวังจึงไม่คดเคี้ยวไปมา ให้ผู้มาเยือนได้เดินแบบผ่อนคลายบนความชันที่ไม่มาก หากแต่ความไม่ใหญ่โตของเขาวังนี่เอง ทำให้ทางเดินขึ้นตั้งอยู่บนความชัน (Slope) ที่เอาเรื่องทีเดียว หากกำลังขา กำลังเข่าไม่ดีก็อาจก่อปัญหากับการขัดขืนแรงโน้มถ่วงของโลกที่คอยจะฉุดรั้งเหมือนไม่อยากให้เราเดินทางไปถึงจุดหมายได้ง่ายๆเหมือนกัน

 

พระนครคีรี .. ประกอบด้วยหมู่พระที่นั่ง หอ ศาลา วัดพระแก้ว และเจดีย์ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบุรี

จุดหมายแรกของการเยือนเขาวังคือ หมู่พระราชฐาน .. หลังจากออกจากรถราง แล้วเดินมาตามทางเดิน ก่อนจะขึ้นไปยังเนินชั้นบนอันเป้นที่ตั้งของหมู่พระราชฐาน เราได้พบกับความร่มรื่นของกลุ่มต้นลั่นทม มากมายที่ปลูกเป็นแนวตามถนนทางเดินมาตั้งแต่ครั้งเมื่อสร้างพระนครคีรีแห่งนี้ ซึ่งในเวลาที่เราไปเยือนอยู่ในช่วงผลัดใบ .. แต่เส้นสายสวยงาม น่าเก็บภาพมาก

 

หากไปเยือนเขาวังในช่วงฤดูหนาว ยามเมื่อลั่นทมสลัดใบทิ้งสู้สายลมเย็น และชูช่อ อวดดอกที่บานอยู่ปลายก้านเปลือย สวยงามแปลกตา … รับรองว่าคุณจะหลงรักลั่นทมที่โอบกอดยอดเขาวัง โดยไม่เหนียมอายเลยล่ะค่ะ

ความสวยงามของการจัดตกแต่งบันไดทางเดินขึ้นไปยังชั้นบน ที่สร้างในสถาปัตยกรรมแบบจีน ด้วยการประดับประดาด้วยกระถางลายครามที่ปลูกต้นบอนไซเรียงเป็นแถวลดหลั่นกันไปตามขั้นบันไดจนสุดทางเดินลงนั้น ทำให้เราต้องหยุดเพ่งพิศ และยกกล้องขึ้นกดชัตเตอร์แบบรัวๆ

เส้นสายสุดสวยปลายบันได … เสน่ห์คลาสสิกอย่างหนึ่งของสถาปัตยกรรมไทยผสมฝรั่งและจีนของสิ่งก่อสร้างที่เขาวัง

เรากำลังจะเข้าไปชมในเขตหมู่พระราชมณเฑียร .. ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาทางทิศตะวันตก ประกอบด้วย พระที่นั่งหลายองค์ที่มีชื่อไพเราะ คล้องจองกัน  

   

พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์

เป็นพระที่นั่งองค์แรกของหมู่พระราชฐาน และเป็นพระที่นั่งองค์ประธานสร้างในสถาปัตยกรรมแบบยุโรปผสมไทยและจีน เป็นพระที่นั่งองค์ใหญ่ที่สุด แต่เดิมพระที่นั่งองค์นี้ใช้สำหรับเป็นท้องพระโรง แต่ภายหลังเปลี่ยนไปใช้ต้อนรับพระราชอาคันตุกะ จากต่างประเทศ

ท้องพระโรงด้านหน้าจัดเป็นห้องเสวย ส่วนด้านหลังจัดเป็นห้องบรรทม มุขทางด้านทิศตะวันออกเป็นห้องสรง และห้องพระบังคน ปัจจุบันภายในจัดเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนครคีรี จัดแสดงโบราณวัตถุ เปิดให้ประชาชนไปได้เข้าชม .. แต่ไม่มีการอนุญาตให้ถ่ายภาพภายในหมู่ราชมณเฑียรทั้งหมด

พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรค์

อยู่ด้านหลังของพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ มีฐาน หลังคา และทางเดินเชื่อมต่อกันมีลักษณะแบบเก๋งจีน 2 ชั้น เดิมเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้าเทพศิรินทรา บรมราชินีในรัชกาลที่ 4 ปัจจุบันภายในเป็นที่ประดิษฐานโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ได้แก่ แท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท

พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท ตั้งอยู่ทางด้านหลังพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์สามารถเดินชมติดต่อกันไปได้ พระที่นั่งองค์นี้สร้างตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงต้องการให้พระนครคีรีเทียบเสมอพระบรมมหาราชวัง กล่าวคือ มีพระที่นั่งเรือนยอดเป็นยอดปราสาท

ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบปราสาทจตุรมุข มียอดปรางค์ 5 ยอด ตามพระราชนิยมในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มียอดปรางค์ใหญ่อยู่กลาง และปรางค์เล็กอยู่ 4 มุม บนฐานสูงซ้อนกัน 3 ชั้น มีระเบียงแก้วโดยรอบแต่ละชั้น

ระเบียงชั้นบนสุดมีโดมโปร่งที่มุมทั้งสี่ ตัวปราสาทประดับลายปูนปั้น ภายในประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หล่อด้วยสำริด

พระที่นั่งราชธรรมสภา

พระที่นั่งราชธรรมสภา ตั้งอยู่ใกล้กับพระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท และพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ เป็นอาคารชั้นเดียว ศิลปะผสมระหว่างศิลปะยุโรป จีน และไทย หลังคาเป็นแบบเก๋งจีนในรัชกาลที่ 4 ..

กล่าวคือ เป็นพระที่นั่งชั้นเดียวคล้ายเก๋งจีนมีประตูหน้าต่างเป็นวงโค้ง ตกแต่งด้วยเสาปลอมติดผนัง ส่วนที่หัวเสานั้นเป็นศิลปะกรีกแบบไอโอนิคเหนือหัวเสาทำลวดลายลักษณะเป็นลูกโลก และดอกไม้ ใบไม้ประดิษฐ์ ทรงใช้เป็นที่ประชุมส่วนพระองค์บรรยายธรรมะ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ดัดแปลงเป็นห้องเสวยสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ที่ตามเสด็จ

ตำหนักสันฐาคารสถาน .. ทรงใช้เป็นตำหนักสำหรับรับแขกเมือง ซึ่งสามารถพักแรมได้

หอพิมานเพชรมเหศวร .. ประกอบด้วยหอย่อยอีก 3 หอ เคยใช้เป็นที่ประกอบพิธีโสกันต์ และเคยเป็นห้องบรรทมของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในวันที่พระองค์ทรงถืออุโบสถศีล ..ทรงใช้เป็นศาลาเทพารักษ์ (ศาลพระภูมิเจ้าที่) หอหนึ่งเป็นหอประโคมสังคีต และอีกหอหนึ่งเป็นหอประดิษฐานพระพุทธรูป

หอจตุเวทปริตพัจน์ .. เป็นสถานที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ทรงสดับพระธรรมเทศนาในวันพระธรรมสวนะ

หอชัชวาลเวียงชัย .. ชาวบ้านเรียกว่า “หอกระโจมแก้ว ” หรือ “หอส่องกล้อง” หอนี้ตั้งอยู่ด้านหน้าของพระที่นั่งราชธรรมสภา สร้างเป็นรูปทรงกลมสูงประมาณ 10 วา หลังคาเป็นรูปโดมมุงด้วยกระจกโค้ง เรียก กระโจมแก้ว มีบันไดเวียน ภายในสามารถเดินขึ้นไปข้างบนได้ รอบๆ โดมเป็นระเบียงมีลูกกรงโดยรอบ ภายในโดมมีโคมไฟไว้มองเห็นได้แต่ไกลจากทะเล แต่ก่อนนี้นักเดินเรือพลอยได้อาศัยแสงไฟจากหอนี้ในการเดินเรือด้วย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าให้สร้างหอชัชวาลเวียงชัยนี้ไว้สำหรับเป็นทีทอดพระเนตรดวงดาว ด้วยทรงสนพระทัยในทางดาราศาสตร์

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งก่อสร้าง อาคาร สถานที่ต่างๆอีกมาก ที่เป็นสถานที่ในราชการพระราชวังในขณะนั้น เช่น โรงรถม้า โรงรถราชวัลภาคาร ศาลาลูกขุน ศาลาหน้าด่านฯลฯ

 

 

 

จากหมู่พระราชมณเฑียร เราจะเดินไปยังบริเวณที่สำคัญซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไป แต่สามารถมองเห็นได้ในระยะที่ไกลออกไป


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 06/12/2021 เวลา : 08.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน