• ส.พิมลพรรณ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : p_phanwasa@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 4
  • จำนวนผู้ชม : 8647
  • ส่ง msg :
  • โหวต 37 คน
พรรณวษา
นักเลงวรรณกรรม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/suphanwasa
วันอาทิตย์ ที่ 28 มีนาคม 2553
Posted by ส.พิมลพรรณ , ผู้อ่าน : 1314 , 21:15:27 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในวันที่มีความหวัง (แก้ไข)

 เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง  ข้าพเจ้ามีโอกาสได้รับรู้เรื่องราวของหญิงผู้สู้ชีวิตคนนี้ 

ด้วยข้าพเจ้าทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครกู้ภัย/กู้ภัยทางทะเล

แรงกระชากสุดแขนทำให้เครื่องยนต์ทำงาน   เชือกเรือที่คล้องหัวเสาถูกยกออก  คนขับร่างกำยำจุ่มใบพัดลงไปในน้ำ   ใบพัดหมุนตีน้ำจนแตกกระจายเป็นทางยาว   ไปตลอดเส้นทางที่เขาบังคับให้เรือแล่นไปข้างหน้า

          หญิงผิวกร้านที่นั่งมาด้วย   กำลังใช้กร้อวิดน้ำที่อยู่ในลำเรือ

          เวลาไม่ถึงห้านาทีเรือแล่นมาหยุดตรงหาดที่เป็นแหลมยาวเหยียด   หนาแน่นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นโกงกาง   ขณะนี้เป็นช่วงเวลาน้ำลด   ชาวบ้านจากฝั่งทยอยขับเรือแล่นมา ณ ที่แหลมแห่งนี้   เพื่อกรำคราดหอยหวานไปขายให้กับพ่อค้าที่รับซื้ออยู่ตามท่าเรือ

          เรือหางยาวอีกหลายลำกำลังแล่นตรงเข้ามา   ขณะที่สองผัวเมียกำลังกุลีกุจอ

          “อียะ   มึงเอื้อมหยิบตะกร้ามาให้กูหน่อย” 

          “อือ”   หันไปหยิบตะกร้าใบสีฟ้า

          “เร็วเข้าเถอะ   วันนี้ต้องเก็บให้ได้มากกว่าทุกวัน”

          โรงเรียนใกล้จะเปิดเทอม  ต้องรีบหารองเท้าคู่ใหม่ให้ลูกชายคนโต   กระโปรงของคนที่สอง  กระเป๋าของคนที่สาม  ส่วนคนที่สี่เพิ่งจะคอตั้งบ่าต้องการแค่นมผง  และคนที่ห้ายังไม่ถึงกำหนดที่จะคลอด

          “มาถึงก่อนใครเลยนะผัวเมียคู่นี้”   ผู้เพิ่งแล่นเรือมาถึงกล่าวทักทาย

          ฮารานหันไปถามว่า  “มาคนเดียวหรือบังหมาน”

          “เออสิวะ...  รึมึงเห็นใครนั่งมาในเรือกูด้วย”

          ยิ้มให้   แล้วหันกลับไปก้มหน้าก้มตาคราดหอยต่อ   ส่วนเมียของเขาใช้เท้าเหยียบ ๆ  ย่ำ ๆ  แล้วเอามืองมหอยขึ้นมาใส่ตะกร้า  คอยขยับตามผู้เป็นสามีไปเรื่อย ๆ  เพราะความหวาดกลัว   แม้น้ำจะลดจนแลเห็นหาดทรายขาว   แต่ทว่าบริเวณที่หาหอยกระแสน้ำยังเชี่ยวกราก  เรือที่จอดลอยลำเคว้งคว้างไปตามกระแสน้ำพัดพา

            ตะวันอยู่ตรงเหนือหัว   ผู้มาทีหลังหอบเอาความเหนื่อยล้ากลับเข้าสู่ฝั่ง   ลำแล้วลำเล่า   จนเหลือแค่ฮารานกับมะยะ

          “เฮ้ย !  กลับกันได้แล้ว”

          “หาต่ออีกหน่อย   เดี๋ยวก็กลับแล้วล่ะบังหมาน”

          ส่วนมะยะกำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกขนาดหอยอยู่ในเรือ

          “ได้เท่าไหร่แล้ววะ”   ชะเง้อมองไปในลำเรือ

          “คงเหลือพอเป็นค่ากับข้าวด้วยล่ะบัง”

เสียงนกเขาขันคู   กรงถูกแขวนอยู่ตรงเฉลียงข้างบ้าน   เจ้าของเลี้ยงดูให้อาหาร  ให้น้ำเป็นอย่างดี   ฮารานยกมือทำเสียงให้มันขัน   เจ้านกเขาแสนรู้  ขันกรุกกรู๊   จุ๊กกรู๊ 

          “ฮ่า   ฮ่า   เก่งจังเลย   ลูกพ่อ”

          “เป็นพ่อคนหรือพ่อนกกันแน่ล่ะบัง”

          เขาหยุด   หันไปทางต้นเสียง

          “อ้าว...  ฟาร์ติมะ”

          “วัน ๆ   เราเห็นบังชื่นชมอยู่กับนกเขาตัวนั้น   ลูกมีตั้งมากมายทำไมไม่ไปเล่นกับพวกมันบ้างล่ะ”

          “ก็มันมากเกินไป   เราถึงต้องเปลี่ยนมาเลี้ยงดูสัตว์มันบ้าง   นกเขานี่ยังพูดรู้เรื่องกว่าลูกเราเสียอีก   อ้ายพวกนั้น...”   หันมองเข้าไปในบ้าน    “ยิ่งแข็งข้อขึ้นทุกวัน   เฮ้อ...”

          “มีลูกมากก็ดีแล้ว   อย่างเรานี่...  ยังไม่มีคู่กับใครเขา   รุ่นราวคราวเดียวกับเรามันก็แต่งงานมีลูกมีเต้ากันหมดทุกคนแล้ว”

          “อัลลอฮ์   ไม่ต้องห่วง   หน้าตาสวย     อย่างนี้ไม่นานก็มีคนมาจีบ”

          “ให้มันจริงอย่างที่บังบอกเต๊อะ”   ยิ้มกริ่มให้ฮาราน   ด้วยท่าทางขวยเขินในคำเยินยอ

          “บัง   บัง”   เสียงเรียกดังมาจากในครัว

          “เอออีมะยะ   มึงจะเรียกทำไมให้ลั่นบ้านล่ะ”

          “ข้าวสารหมด”

          “หมดก็ไปซื้อสิวะ   มาบอกกูทำไม   ห่าเอ๊ย !...”

          นางออกมายืนทำตาปริบ ๆ  มือจับขอบประตู   “เงินมีไม่พอ”

          “มึงก็ไปเชื่อที่ร้านบังหมานมาก่อน   ผลัดเขาสองสามวัน   ไป   ไป๊   ยืนหน้าเซ่ออยู่ได้”

          มะยะเดินลงจากเรือน  ตรงไปที่ร้านบังหมานตามคำบอกของผู้เป็นสามี

          ฟาร์ติมะชะโงกหน้าออกมาอีกครั้ง   “โหยบัง !   ทำไมพูดกับเมียอย่างนั้น   มันน้อยใจเอาได้นะ   คนกำลังท้องกำลังไส้”

          “อยู่กินกันนาน ๆ   มันมีแต่ความน่าเบื่อหน่ายแล้วล่ะฟาร์ติมะเอ๊ย   เราน่ะคิดหนักอยู่เหมือนกันว่าอ้ายลูกที่ทยอยคลอดออกมา   จะส่งเสียเลี้ยงดูมันยังไง   ในท้องก็อีก   ศาสนาเราก็ห้ามเรื่องการคุมกำเนิดเสียด้วยสิ”

          “หาคนช่วยเลี้ยงสิบัง”

          “โธ่ !...  หมายถึงจะให้มีเมียอีกนะหรือ   คงไม่ไหว   วัน    คงไม่ได้ทำอะไร   คราดหอยอยู่ตรงแหลมโน่น”   พลางทำปากชี้ไปทางหาดแหลม

          “ก็จะได้ช่วย     กันทำมาหากิน”

          ฮารานเพิ่งสังเกตพฤติกรรมของหญิงสาว  และช่วงหลัง    เขามักจะบ่นเรื่องปัญหาครอบครัวให้หล่อนฟังอยู่บ่อย ๆ  ส่วนหญิงสาวก็ขยันหมั่นถามถึงสารทุกข์สุขดิบอยู่สม่ำเสมอ   แต่เขาก็นึกประหลาดใจ   เหตุไฉนฟาร์ติมะจึงไม่ค่อยสุงสิงกับมะยะ  ทั้งที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน   จะว่ามะยะเป็นคนหยิ่งยโสก็ไม่มีทางเป็นไปได้    ยิ่งชาวบ้านแถบนี้รักและเอ็นดูมะยะราวกับลูกกับหลาน   ที่สำคัญเขาตกลงปลงใจไปสู่ขอเธอก็ด้วยคำชมที่หนาหูว่าเธอเป็นคนดี

          ฟาร์ติมะไม่สนทนาพาทีกับเขาต่อ   ทำเล่นหูเล่นตา   ยิ่งตอนนี้ด้วยแล้วเขานุ่งแค่ผ้าขาวม้าผืนเดียวและไม่ใส่เสื้อ   จึงทำให้มองเห็นรูปร่างกำยำ   จนเขาเองรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที    สักพักหล่อนรีบผลุบหายเข้าไปในบ้าน   ฮารานได้ยินเสียงเดิน   เมื่อหันไปจึงเห็นมะยะกำลังเดินกลับขึ้นเรือน

          ฮารานนึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ

          “บัง   ช่วยมาดูลูกหน่อยสิ   เราจะหุงข้าว”

          “เออ   ไปเถอะ”

          ฮารานมองตามหลังมะยะ   เขามองเพราะใช่จะรักใคร่เสน่หาหญิงที่เป็นเมียเหมือนก่อนเก่า    ทุกวันนี้เขามองเห็นแค่ใบหน้าคล้ำดำ  รอยด่างดวง  ฝ้าบนสองแก้ม  กลิ่นสาบเหงื่อสาบกาย  ผมเผ้าที่ไม่ได้บรรจงหวีจัดทรงให้ดีเหมือนแต่ก่อน

          เขาหวนนึกถึงคำพูดของฟาร์ติมะ  สาวข้างบ้านซึ่งอยู่ชายคาติดกัน  นึกถึงรูปร่างอวบอัดของหล่อน  แม้เสื้อผ้าจะคลุมกายจนแทบมองอะไรไม่เห็น  แต่เขาก็ยังสะดุดเข้ากับเท้าเรียวขาว  จนสามารถนึกจินตนาการได้ว่าผิวกายของหล่อนเป็นเช่นไร   บ่อยครั้งหล่อนทำตัวตามแฟชั่นสมัยใหม่  ใส่เสื้อรัดรูป   นุ่งกางเกงยีนส์   เดินก้าวลงจากบ้านคร่อมมอเตอร์ไซค์ขี่ไปเที่ยวหาซื้อของกินของใช้ในตัวเมือง

          มะยะอุ้มท้องย่างเข้าเดือนที่เจ็ด   ฮารานต้องแล่นเรือออกไปคราดหอยคนเดียว   และจู่  ๆ ในคืนหนึ่ง...

          ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก  “มะยะ   มะยะเอ๊ย   ฮาราน   ฮาราน” 

          “ใครวะ   มาเรียกเวลาดึกดื่น”

          “จุ๊  จุ๊...  โถ  อย่าร้องนะ  อย่าร้อง”

          “มึงปลอบให้มันหยุดร้องหนวกหูเสียก่อน   เดี๋ยวเราจะไปเปิดประตู”

          ฮารานลุกคลำทางไปเปิดไฟ   เดินตรงไปที่ประตู   บ่นอย่างไม่สบอารมณ์  “คนจะหลับจะนอน   พับผ่าโว้ย

          บังหมานหน้าตาตื่นบอกกับมะยะว่า  น้องสาวของนางโทรมากลางดึก  ปะของนางป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาล   มะยะตกใจจนแทบทำอะไรไม่ถูก   ถึงคราวจะไปก็เป็นห่วงลูกที่กำลังร้องไห้กระจองอแง   หนำซ้ำไม่มีวิธีที่จะเดินทางไปโรงพยาบาลในเวลาดึกดื่นเช่นนี้

          “เดี๋ยวกูจะพาไป”   

          “เราขอบคุณมากนะบังหมาน”   หันไปทางมะยะ   “มึงไปเถอะไม่ต้องห่วงทางนี้   เราจะอยู่ดูแลลูก ๆ”

          “ไม่เป็นไร   เออ !  มะยะมึงเอาเสื้อผ้าไปด้วยเถอะ คงต้องอยู่เฝ้าไข้ที่โรงพยาบาลอีกหลายวัน”

          ฮารานเฝ้ามองจนไฟท้ายรถยนต์พ้นทางโค้ง   เขาปิดประตู   กวาดสายตาดูพวกลูก ๆ ที่กำลังนอนหลับคลุมโปง

          ขณะจะเดินเข้าไปในห้องนอน... ปึ้ง  ปึ้ง  ปึ้ง  ปึ้ง...

          ฮารานเกาหัว  แกรก  แกรก   เดินกระฟัดกระเฟียดกลับไปที่ประตูอีกครั้ง  โพล่งเสียงดังปนรำคาญขณะเปิดประตู

          “มึงกลับมาทำไมอีกล่ะ   อีมะยะ”

          “บัง   เราเอง”   เสียงกระซิบกระซาบ

          ฟาร์ติมะหันมองข้างหลัง   ก่อนรีบก้าวเข้ามาข้างใน   ปิดประตูใส่กลอนเรียบร้อย

          “เราได้ยินว่า   อีมะยะมันไปเฝ้าปะของมันที่โรงพยาบาล   เราสงสารบัง   ก็ว่าจะมาช่วยดูแลไอ้ตัวเล็ก”   พลางเดินเข้าไปหา   เอามือลูบเล่นผมยาวสยาย

          เพียงเท่านั้น   ฮารานก็เดินนำหล่อนเข้าไปในห้องนอน

          อารมณ์พุ่งพล่านโดยทันที...   เรียวเท้าขาวเนียน  รูปร่างที่อวบอัด  ร่องอกที่เขาเคยลอบมองชวนให้รู้สึกวาบหวิวเมื่อสองสามวันก่อน   เขาจะได้เสพสัมผัสมัน   การก้าวเท้าให้ถึงเตียงนอนในตอนนี้มันช่างแสนเนิ่นนานเสียเหลือเกิน   ด้วยอารมณ์นั้นขณะนี้มันพุ่งกระโจนไปนอนแผ่หราคอยเขาและเธอก่อนแล้ว   ทันทีที่ประตูห้องนอนปิดสนิท   ฟาร์ติมะโผเข้าใส่ฮาราน   ก่ายกอด  ลูบคลำตรงแผ่นอกกำยำ  ทั้งคู่ไม่รั้งรอ   รีบปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกอย่างรวดเร็วราวกับว่าจะทนมันไม่ไหวอีกต่อไป  เสียงลมหายใจกระหืดกระหอบบอกถึงแรงปรารถนาอันเดินทางมาถึงขีดสุด   ฮารานดูดดื่มหญิงสาวราวเหมือนว่าห่างเหินสิ่งนี้มาเนิ่นนาน

ฮารานคิด   ตัวเขาไม่ได้ทำผิดหลักศาสนาแต่อย่างใด   เพราะศาสนาของเขาไม่ได้หวงห้ามกำหนดให้มีภรรยาแค่เพียงมะยะคนเดียว

          นับตั้งแต่คืนนั้น   ฮารานเฝ้าคอยให้ช่วงเวลากลางคืนเดินทางมาถึงอย่างใจจดใจจ่อ

และอยากให้ปะของมะยะอยู่รักษาตัวที่โรงพยาบาลให้นานที่สุด

          เวลาผ่านไปเกือบสองอาทิตย์    มะยะโทรศัพท์มาที่บ้านบังหมาน   นางบอกให้ฮารานไปร่วมงานพิธีฝังศพ   ฟาร์ติมะอาสากับฮารานว่าจะช่วยดูแลพวกเด็ก  

          นางรู้สึกและเริ่มสังเกต

ผู้เป็นสามีมีท่าทีที่เปลี่ยนไป   บางครั้งเขาดูแลเอาใจใส่นางและลูก    ดีมากจนผิดวิสัย    กับบางครั้งที่จู่    เขาโมโหโกรธา  เกรี้ยวกราดจนทุกคนในบ้าน   ต้องรีบพากันถอยห่างแทบไม่อยากเข้าใกล้

          ยามเมื่อถึงเวลาจะนอน   ฮารานหอบเอาหมอนกับผ้าห่มมานอนคุดคู้อยู่ตรงกลางบ้าน  ให้เหตุผลว่าไม่อยากนอนเบียดเสียดกับลูกคนเล็ก

          นางเฝ้าแต่ครุ่นคิด...

          “อีมะยะ   อีมะยะอยู่มั้ย”

          “อืมม์...  เดี๋ยวออกไป   รอเดี๋ยว”

          นางลุกยืนนุ่งผ้าถุงเสียใหม่ให้กระชับกว่าเดิม

          “กูมาเก็บค่าดอก”

          “เอ่อ...”

          “จะมาเอ่อ   อ่า   อะไรอีกเล่า   มึงผลัดกูมาตั้งหลายวันแล้วนะ”

          “อีกสามวันเถอะนะ   ชั้นเพิ่งซื้อนมให้เจ้าตัวเล็กมัน”

          จะน่าจ้องตาเขม็ง    “เออ !   สามวันก็สามวัน   นี่กูเห็นใจมึงกว่าใครหรอกนะ  ถ้าเป็นคนอื่นกูด่าเปิงไปแล้ว”

          “ขอบใจนะ   อีกสามวันฉันจะคืนทั้งต้นทั้งดอก”

          “เวรกรรมอะไรของมึงอีมะยะ   ผัวก็ไปมีเมียใหม่ตั้งแต่มึงยังไม่คลอด   อีผู้หญิงก็แสน...อย่าให้กูพูดเล้ย...  มันน่าหมั่นไส้   เห็นชายคาบ้านแล้วกูอยากจะเผาเสียให้สิ้นซาก”   ไพล่ตามองไปบ้านหลังที่อยู่ติดกัน   หันมองไปที่ท่าเรือ   หมายจะกลับมาพูดต่อ

          “อีมะยะ

          “อือ...  ก็ชั้นอยู่นี่ไง”

          “อ้าวเหรอ   จะน่าขนลุกซู่   พลางเอามือลูบแขนไปมา   “ทำไมกูมองไม่เห็นมึง”

          มะยะหัวเราะให้อย่างอารมณ์ดี

          “แล้วมึงรู้หรือยังว่าพวกมันพาหนีกันไปอยู่ที่บ้านคลองโน่น”

          นางก้มหน้า

          ความเป็นอยู่สุดแสนอัตคัด   ลูกคนที่ห้ากำลังจะเข้าโรงเรียน   นึกสงสารเลาะ  ลูกชายคนโตไม่ทันที่จะจบชั้นประถมศึกษาปีที่หก   ก็จำต้องออกมาช่วยนางทำมาหากิน   เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่มีความรับผิดชอบเกินตัว   บังหมานเป็นคนแนะนำให้ไปทำงานรับเหมาก่อสร้างกับลูกชายของแก   พอได้เงินมาส่งเสียให้พวกน้อง ๆ  ได้เล่าเรียน

นางหยุดความคิดฟุ้งซ่าน    เหลือเวลาอีกสามวัน   นางไม่อยากผิดนัดเรื่องหนี้  ความหวัง  คือออกไปงมหอยตรงแหลม  นำมาใช้หนี้ให้มันหมด ๆ ไป

          “มะ”

          “หือ”

          “มะเป็นหนี้จะน่าหรือ”

          “ใครบอกมึง”

          “เราถามมะ   มะตอบมาเถอะ”

          นางถอนหายใจ  “อีกสามวันมะจะคืนเงินทั้งหมด   ไม่อยากเป็นหนี้ต่อไปอีกแล้ว”

          “มะไม่ต้องออกไปงมหอยหรอกนะ   เราจะหาเงินมาคืนจะน่าเอง”

          เช้าวันใหม่  ท้องฟ้าปรอดโปร่ง

เรือหางยาวเก่าคร่ำที่จอดกรำอยู่บินผิวน้ำ  ยังคงลอยลำอยู่เช่นนั้น   หากแล้วบ่วงเชือกที่คล้องหัวเสาก็ถูกยกออกเหวี่ยงลงไปที่หัวเรือ  นางไม่สามารถขับเรือหางยาวเยี่ยงชายผู้นำครอบครัว    หากแล้วได้แค่ถ่อมันออกไป   ก่อนขึ้นไปนั่งจ้วงพาย   สิบห้านาทีจึงถึงที่หมาย

          วันนี้เป็นวันสุดท้าย   วันนี้เป็นวันกำหนดชำระหนี้ค้างเก่าให้หมดสิ้น

          นางใส่ความหวังมาเต็มลำเรือ

          มือข้างหนึ่งเกาะเรือให้กระชับแน่น   เท้าหยั่งพื้นทรายเพื่อให้แน่ใจว่านางสามารถยืนถึง  แล้วก้ม ๆ  เงย ๆ  งมหอยขึ้นมาเต็มกำมือ

หอยเต็มตะกร้าไปแล้วหนึ่ง  เหวี่ยงขึ้นไปในเรือแล้ว   เหลืออีกใบหนึ่งมันก็จะช่วยเติมเต็มความหวังของนาง

          แม้จะเป็นช่วงเวลาน้ำลด   แต่กระแสน้ำยังเชี่ยวกราก   ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติธรรมชาติตรงแหลมแห่งนี้

          เรือหางยาวลำแล้ว  ลำเล่า  หันหน้ากลับเข้าสู่ฝั่ง...

          “มะยะเอ๊ย !  กลับได้แล้ว”   บังหมานตะโกนบอก

          นางโงหัวขึ้น  “เดี๋ยวเดียวก็กลับแล้วล่ะบัง”   พลางส่งยิ้มให้

          นางย่ำ ๆ ย่าง ๆ ไปตามเรือไหล   ไม่หวาดหวั่น  ไม่ครั่นคร้ามกับกระแสน้ำที่กำลังเริ่มเอ่อขึ้นอย่างรวดเร็ว   สายลมโชยหวิว   มันปะทะให้รู้สึกวูบหวาม

          ทันใดนั้น...

          เรือเปลี่ยนทิศตามกระแสน้ำอย่างรวดเร็ว   นางเหยียบลงไปในแอ่งน้ำวน  ร่างของหญิงกร้านหมุนคว้าง   มือหลุดจากเรือโดยทันที

          นางรีบตั้งสติ   เหยียดแขนออกไป   หมายเอามือคว้าเกาะกุมเรือ   แต่เอื้อมเท่าไหร่   ก็เอื้อมไม่ถึง 

          เรือกำลังลอยคว้างห่างออกไปไกล...

          หนี้ที่ยังมีอยู่  ค่านม  ค่ากับข้าว  ค่าขนม  ยังเป็นรายจ่ายที่งดงามสำหรับชีวิต  ข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ  อีกเล่า   ลูกสองคนกำลังเติบโตเป็นสาว  นางแอบได้ยินเสียงบ่นอยากได้เสื้อผ้าใหม่   เจ้าตัวเล็กน่าจะมีของเล่นสักหนึ่งชิ้น  เบาใจเมื่อเลาะบอกจะว่าส่งเสียให้น้องได้เรียนสูง ๆ  ไพล่นึกถึงหน้าลูกน้อยคงต้องร้องหาเพราะคุ้นชินกับไออุ่นเมื่อยามก่อนหลับนอน   ทุกชีวิตภายในบ้านจะอยู่กันอย่างไร   อยากให้ใครสักคนได้มาเห็น  รีบมาฉุดดึงพาร่างของนางขึ้นไป   ตะเกียกตะกายคว้าควานหาที่เกาะ   ตะโกนร้องเรียกบังหมานผู้มีน้ำใจงดงามที่เพิ่งจากไปเมื่อครู่   บังน่าจะหันกลับมามอง  มองดูข้างหลังสักแวบหนึ่ง  สายเกินไป...  ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง   รู้สึกอึดอัด   เริ่มเจ็บปวด   สุดแสนทรมาน

          เยาะยื่นสมุดการบ้านให้เลาะอ่าน

          ‘เรื่องแม่ของฉัน’

          มะเลิกกับปะมานานหลายปี

          วันนั้น...มะถ่อเรือออกไปงมหอย

          ฉันไม่รู้   มะหวังจะงมหอยให้ได้มากกว่าทุกวัน

เพื่อขาย...  และนำเงินมาแลกกับอะไรบ้าง

แต่ฉันรู้ว่า   มะมีความหวัง

          .....................................

          “เราเขียนได้แค่นี้   บังว่าไง”

          เลาะยื่นสมุดส่งคืน “อือ”

แม้วันนี้ภาพของมะเป็นแค่ความหลัง  ประวัติที่เพื่อนบ้านไม่ต้องการศึกษาและไม่ควรค่าแก่การจดจำ   แต่ภาพของมะที่กรำงานอย่างหนัก  แววตา  สีหน้าเลื่อนลอย  ยังคงตราตรึง

          อาทิตย์อัสดง...  เลาะเดินทอดน่องมายืนรับลมโชยอยู่ที่ท่าเรือ  ม้วนใบจากมาเหน็บเอาไว้ที่ปากแล้วล้วงไฟแช็กจุดสูบ  อัดบุหรี่เข้าไปในปอด  พ่นควันออกมาลอยเคว้งหายไปกับสายลม   เขามองตรงไปที่แหลมเบื้องหน้า   วันนั้น...  เขานำเรือออกตามหา   ด้วยใจหวังว่าจะพบมะปีนป่ายขึ้นไปบนต้นโกงกาง   เพื่อนบ้านและอาสาสมัครกู้ภัยทางน้ำดำหาศพมะกินเวลานานถึงห้าชั่วโมง   เขาจำได้   นักดำคนหนึ่งได้ชุดชั้นในขึ้นมาด้วย   เมื่อน้องสาวเอาไปดูและยืนยันว่ามันเป็นของมะ   วันนั้นเพื่อนบ้านต่างพากันหยุดงานเฝ้ารอให้หาศพของมะจนกว่าจะเจอ   ก่อนดึกคืนนั้น...  ร่างไร้วิญญาณของมะถูกนำกลับเข้าสู่ฝั่ง

ทันที   จะน่ากระโดดเข้าขวางทาง  “ถ้ากูไม่ได้เงินคืน   อีมะยะไม่ได้ฝัง

บังหมานรีบวิ่งกลับไปกวาดเงินในลิ้นชักยื่นให้จะน่า  เลาะยังรู้สึกซาบซึ้งอยู่ในหัวใจ

หากในวันนั้น...   เขาก็ยังได้เห็นหน้าปะที่หายไปเป็นเวลาสามปี

          เลาะนึกถึงข้อความบรรทัดสุดท้ายที่น้องสาวให้เขาอ่าน

มะ...  ผู้ศรัทธาในองค์อัลลอฮ์   ในวันที่มีความหวัง...  มะกลับพาความหวังจมหาย !

 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พันธกานท์ วันที่ : 01/04/2010 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 

ภาษาสวย
คมค่าความ
---------------
เดินต่อไป,ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
รุ่ง..คชฤทธิ์ วันที่ : 30/03/2010 เวลา : 15.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/katcharit
รุ่ง คชฤทธิ์

ได้รู้วิถี แง่มุม ที่แตกต่าง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 28/03/2010 เวลา : 22.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

ความหวังยิ่งใหญ่เสมอ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]