• ส.พิมลพรรณ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : p_phanwasa@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 4
  • จำนวนผู้ชม : 8652
  • ส่ง msg :
  • โหวต 37 คน
พรรณวษา
นักเลงวรรณกรรม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/suphanwasa
วันอาทิตย์ ที่ 4 เมษายน 2553
Posted by ส.พิมลพรรณ , ผู้อ่าน : 483 , 02:44:14 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นวนิยายที่ตั้งใจเขียนให้จบภายใน  20 ตอน

ขณะนี้ยังเหลืออีก 8 ตอน 

และเป็น...นวนิยาย....ที่ ไม่กล้านำมาเผยแพร่

ด้วยคิดว่า ยังไม่สวยงามพอ

เขียนเอาไว้เกือบๆ ปีแล้วค่ะ

ชอบหยิบเอามาเกลา ๆ ๆ

เกลาอยู่เรื่อย และจะเกลาต่อไป

ให้ควรค่าแก่การอ่าน

.

.

.

.

.

 

กู้รักเอามาเก็บ

ตอน ๑

‘เหตุคนจมน้ำหลังศูนย์ปฏิบัติการพิเศษทางทะเล   เป็นผู้หญิงหนึ่งราย’

          ตะวันคล้อยต่ำ  เมื่อยามเย็นย่ำมาเยือน  กลุ่มเมฆลอยละลิ่วตามกระแสลมบนที่พัดแรง  คลื่นเป็นริ้วขาวสาดกระหน่ำเข้าหาฝั่ง   ตะวันกำลังจะหายลับไปในผืนน้ำ   ภาพนั้นชวนให้ใจหายยิ่ง  แต่กลับไม่มีใครสนใจ   ว่ามันจะหายลับไปจากสายตา

          วษาเดินทอดน่องไปที่ชายหาดกับกล้องถ่ายภาพคู่ใจ   เธอมองไปสุดสายตาก่อนแหงนหน้ามองฟ้าเบื้องบน   แผ่นฟ้าสีครามปนสีแสดจากดวงอาทิตย์ดูคล้ายฝีมือจากศิลปินชั้นเอกละเลงพู่กันแต่งแต้มผืนคคนานต์ให้มีสีสัน   กลุ่มเมฆสีเทากำลังเริงระบำตามจังหวะสายลม   เมื่อมองคลื่นยังคงเช่นเดิม   ซัดเข้าหาชายหาดทีแล้วทีเล่าอย่างไม่รู้หน่าย   วษาอดใจไม่ได้ที่จะเก็บภาพก่อนตะวันลับตรงเส้นขอบฟ้าอีกครั้ง   ภาพวันนี้และเมื่อวานใช่จะคล้ายกัน   บางครั้งตะวันดูเร่าร้อน  บางครั้งซ่อนเร้นถูกเมฆบดบัง  หรือดวงตะวันก็มีความรู้สึกเฉกเช่นมนุษย์  ไม่เป็นแค่ภาพทางอารมณ์สำหรับคนมอง

หญิงสาวก้าวมาหยุดยืนอยู่ตรงบริเวณท่าเทียบเรือ   ยังคงมีผู้คนจับกลุ่มนั่งคุยกัน   เสียงอื้ออึงแข่งกับเสียงอึกทึกของเครื่องยนต์จากเรือหางยาว   ทำให้จับใจความแทบไม่ได้   เห็นคนในกลุ่มยังคงนั่งจับกลุ่มอยู่ที่เดิม  เธอจึงรีบเดินเข้าไปสมทบ

          “เป็นไงบ้าง”   วษาหยุดยืนส่งยิ้มให้คนร้องทัก

          “ค่อยยังชั่วแล้วล่ะพี่อดิศร”

          “หมดสภาพเลยนะน้องษา”   น้ำเสียงปนหัวเราะ

          “แหม...ยังขำไม่เลิกนะพี่ยุทธ”   วษาพูดและยิ้มอย่างอารมณ์ดีกับอีกคนที่เอ่ยปาก

          “ก็น้องษาเล่นเมาคลื่นตั้งแต่เรือเริ่มออกจากฝั่ง”   อดิศรว่า

          “ษาไม่เคยเจอคลื่นสูงขนาดนี้เลยนะพี่”

          “ต้องให้เจอคลื่นแรงกว่านี้   แล้วจะชินไปเอง”   ภูษิตหันมาพูดเสริม  

วษาส่งยิ้มให้   “แล้วนี่เมื่อไหร่จะแยกย้ายสักทีล่ะ   ไม่คิดอาบน้ำอาบท่ากันบ้างเลยหรือ”   วษาบ่นก่อนได้รับตอบจากอดิศรว่า

          “เจ้าของเรือทัวร์จะเลี้ยงข้าวขอบคุณพวกเราน่ะ   รอทานด้วยกันนะ”

           วษาเลือกนั่งลงตรงกลางระหว่างอดิศรกับภูษิต   ถัดไปอีกเป็น  ยุทธนา  เดชา  ธีระ  สายชล และนที  ส่วนขุนนั่งยอง ๆ  หนุ่ยและป้อมยืนทอดหุ่ยรับลมโชยอย่างเป็นสุข

อดิศร  ภูษิต  ยุทธนาและเดชาเป็นอาสาสมัครกู้ภัยทางทะเล  นอกจากคนเหล่านี้แล้วยังมีอาสาสมัครอีกเป็นจำนวนมาก  ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทำให้มีสมาชิกครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด  ส่วนวษาก็เป็นอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยและเป็นผู้หญิงคนเดียวของกลุ่ม   คนส่วนใหญ่มองเธอว่าเป็นคนหยิ่งในครั้งแรกเจอ   แต่พอสนิทสนมกับเธอแล้วได้เห็นการเป็นคนช่างพูดและมีความสนุกสนานร่าเริง   พวกเขาก็ยอมรับในความเป็นเธอ   เธอมีผิวสีแทน  โดยผิวเผินเธอใช่สะดุดตาต่อผู้พบเห็นเท่านั้น   ยังทำให้พวกเขาทึ่งกับใบหน้าค่อนข้างอวบอิ่ม   คิ้วดำโก่ง   ขนตางอน  นัยน์ตาคม  จมูกโด่งชัน   ริมฝีปากบางและแดงระเรื่อเรียวเล็ก

 อดิศรเป็นหัวหน้าทีม   อายุของเขาย่างเข้าสี่สิบปี   ส่วนภูษิตกับเดชาอายุน้อยกว่าอดิศรเกือบรอบ   ธีระอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับอดิศร  สายชลกับนทีอายุสามสิบห้า 

ธีระสายชลและนทีรับราชการเป็นตำรวจน้ำคอยประจำศูนย์ปฏิบัติการทางทะเล  และธีระปลูกบ้านอยู่ไม่ไกลไปจากศูนย์   มีภรรยาจิตใจดีชื่อประภา  ทั้งคู่อยู่กินด้วยกันเกือบสิบปีแล้ว  แต่ก็ยังไม่มีลูกน้อยไว้ให้ชื่นชม   สายชลกับนทีพื้นเพมาจากจังหวัดภาคใต้ตอนบน  ทั้งคู่ยังครองความเป็นหนุ่มโสดมาได้จนทุกวันนี้

วันนี้เกิดเหตุการณ์เรือทัวร์จม   เรือทัวร์ขนาดใหญ่บรรทุกนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งร้อยยี่สิบชีวิตจมในขณะผูกทุ่นเตรียมจอดลอยลำ   เพื่อพานักท่องเที่ยวดำน้ำชมฝูงปลาสวยงามและชมปะการังน้ำตื้น  เนื่องจากคลื่นแรงและสูงมาก  นับว่าโชคดีที่ไม่มีการสูญเสียชีวิตเกิดขึ้นด้วย นักท่องเที่ยวทั้งหมดสวมใส่เสื้อชูชีพก่อนขึ้นเรือทัวร์   เมื่อศูนย์ปฏิบัติการทางทะเลได้รับแจ้งเหตุ นทีขับเรือเร็วไปกับสายชล   ธีระขับเรือยางตามไปติด ๆ   น้ำใจจากบริษัททัวร์อื่นนำเรือเร็วออกจากท่าเทียบเรืออีกสามลำ   ขับตามออกไปช่วยเสริม  เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจึงสามารถนำนักท่องเที่ยวทั้งหมดขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย   ข้าวของของพวกเขาที่นำติดตัวไปด้วยจมสู่ท้องทะเล   มีแต่เสื้อผ้าที่สวมใส่เท่านั้นที่พวกเขาสามารถนำกลับมาได้

อดิศร  ยุทธนา  ภูษิต   และเดชา  เดินทางมาสมทบจากตัวเมือง  การนำเรือเร็วออกไปอีกครั้งก็เพื่อดำค้นหาข้าวของสัมภาระที่จมหาย  เรือหางยาวที่  ขุน  หนุ่ย  ป้อมขับพามาจากเกาะบรรทุกข้าวของที่ดำเก็บกลับมาได้เช่นเคย  ทุกคนหนีไม่พ้นคำกล่าวหาว่าของมีค่าบางส่วน  ทีมอาสาสมัครได้แอบเก็บเอาไว้   แม้นจะชาชินกับเรื่องแบบนี้แต่ทุกคนก็ยังไม่วายท้อแท้อยู่ดี  มันกลับทำให้เรายิ่งอ่อนล้ากว่าเดิมเป็นหลายเท่า  ‘กูคิดแล้วเชียว   ถ้าไม่หาว่าทำอนาจาร   กูอยากจะเดินแก้ผ้าขึ้นมาเลยนะ’   เดชาพูดกระโชกโฮกฮากบริเวณท่าเทียบเรือ   ขณะที่อดิศรเอามือแตะไหล่เบา ๆ เป็นการห้ามปราม

เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นตอนตีห้าตามคำสั่ง   วษารีบปิดเสียงและทำท่าว่าจะหลับต่อเพราะเธอรู้สึกเพิ่งนอนได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง  กว่าทุกคนจะแยกย้ายกันเข้านอนเหล้าเบียร์หมดไปหลายขวด   เช้านี้วษาตั้งใจจะตื่นขึ้นมาถ่ายภาพแสงแรก   เธองัวเงียออกจากเต็นท์  ขยี้ตาอยู่หลายครั้ง   จนที่สุดน้ำจากก๊อกหน้าศูนย์ปฏิบัติการทางทะเลช่วยให้ตาสว่าง  ร่างกายกระฉับกระเฉงขึ้นครัน   หญิงสาวเดินกลับไปยังเต็นท์นอน   เธอมุดตัวเข้าไปหยิบผ้าพันคอผืนนุ่มที่ทอเป็นลายสีขาวสลับดำมาคล้อง  เดินอ้อมไปทางหลังเต็นท์นอน   นั่งรอการเดินทางข้ามคืนของตะวันที่กำลังจะโผล่ยิ้มเหนือคีรี   ตรงชะง่อนหินบริเวณด้านหลังของศูนย์ปฏิบัติการทางทะเล

ลมทะเลยามเช้าเย็นเยือก   ริ้วคลื่นม้วนตัวเข้าหาฝั่ง   เม็ดน้ำค้างใสประพรมยอดหญ้าเขียวขจี  สกุณาบินขวักไขว่ไร้ทิศทาง   ผีเสื้อปีกขาวตัวน้อยกระพือปีกคลอเคลียกุสุมา  กระพือปีกบางเบา   ดอกลั่นทมที่กำลังชูช่อบานสะพรั่ง  กลิ่นหอมยั่วยวนชวนให้หลงใหลเนิ่นนาน   ผีเสื้อปีกเทาบินหลงทางเข้ามาสมทบ   ทายทัก   ทำความรู้จัก   บินเคล้าอยู่ด้วยกัน

 

“ตื่นแต่เช้าเลยหรือ”   ธีระร้องทักมาจากด้านหลัง

          “ตั้งใจจะถ่ายภาพดวงอาทิตย์ขึ้นค่ะ   มาก็บ่อย   ถ่ายแต่ภาพดวงอาทิตย์ตก”   หันไปบอกพลางอมยิ้ม

“แสงแรกที่นี่พี่ว่าสวยดีนะ   ปกติพี่ตื่นเช้ามายืนดูบ่อย   ไม่เคยเบื่อ”   ธีระว่า

ซึ่งก็แน่ล่ะเขาตื่นแต่เช้าเพื่อขับรถรับส่งประภาผู้เป็นภรรยาไปทำงานโรงพยาบาลประจำอำเภอ   เขาค่อนข้างเอาอกเอาใจประภายิ่งนัก   บอกรักเธอต่อหน้าเพื่อนฝูงให้หน้าแดงก่ำอยู่เสมอ

          บริเวณสนามหญ้าทางด้านซ้ายของศูนย์ปฏิบัติการทางทะเล   เป็นที่ประจำสำหรับกางเต็นท์ยามเมื่อวษารู้สึกอยากพักผ่อนสมอง   ยามที่รู้สึกเหนื่อยหน่ายและมีปัญหา   ทุกครั้งที่มาถึง  เธอจะเดินตรงไปหยุดยืนอยู่ชายทะเล   แหงนหน้ามองแผ่นฟ้ากว้าง   ก็ใช่จะพบคำตอบของปัญหา  กระนั้นเธอก็ยังใช้ทะเลเป็นที่พักพิง  ส่งยิ้มออกไปให้กับทะเลเมื่อสมองเริ่มคลี่คลาย  หลับตาพริ้มรับลมที่โชยเข้ามาสัมผัสผิวกายเพียงแผ่วเบา   บางครั้งเธอรู้สึกคล้ายว่าใครคนหนึ่งกำลังบรรจงจูบหน้าผากอย่างทะนุถนอม

ศูนย์ปฏิบัติการทางทะเลด้านหน้าเป็นท้องทะเลกว้าง   ด้านซ้ายเป็นโรงจอดรถ  ถัดไประยะประมาณสองร้อยเมตรเป็นสะพานข้ามคลอง  ใต้สะพานดังกล่าวเป็นชะวากทะเลเชื่อมน้ำในลำคลองและน้ำทะเลเข้าด้วยกัน  ด้านหลังเป็นคลองคุ้ง  ท่าเรือถูกสร้างขึ้นสำหรับจอดเรือเร็ว  เรือยาง  กับเจสกีอีกสองลำ   เมื่อต้องแล่นออกสู่ทะเลก็เพียงแต่ขับอ้อมลอดใต้สะพานเท่านั้นเอง   

รอบศูนย์ปฏิบัติการทางทะเลได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี   สนามหญ้าถูกตกแต่งบ่อยครั้ง   มีต้นปาล์มหลังขาวสองต้นถูกปลูกจนต้นของมันเจริญเติบโตเต็มที่   ถัดจากกระจกหน้าต่างต่ำลงมาเป็นไม้ประดับหลายชนิดโดยมีก้อนหินสีขาววางแซมอยู่ทั่วไป   สำหรับต้นลั่นทมดอกขาวถูกปลูกทิ้งไว้อยู่ทางขวามือ   มีเก้าอี้หินอ่อนสองชุดถูกนำมาตั้งไว้ใต้ร่มเงาของต้นลั่นทมนั้น   เลยออกไปเป็นดงกล้วยน้ำว้า   บริเวณนั้นมีต้นชบาดอกสีชมพูยืนสลับกับต้นแก้วเรียงรายเป็นอาณาเขตระหว่างดงกล้วยน้ำว้า   และด้านหลังยังมีต้นหูกวาง   ต้นมะขาม   แข่งกันเจริญเติบโต   ณ ตรงจุดนั้น

ย่างเข้าสู่ยามสายที่แสงแดดเจิดจ้า   ปรากฏร่างของวษานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานภายในศูนย์ปฏิบัติการทางทะเล   ทอดสายตาไปยังเกาะเบื้องหน้าที่มีรูปทรงราวกับภาพวาด  ด้วยสภาพจิตใจคล้ายโหยหาใครสักคน   ก่อนลุกขึ้นไปเปิดทีวีเนื่องจากไม่มีรีโมท  แล้วกลับมานั่งที่เดิม  ดูทีวีที่ผู้ประกาศข่าวกำลังรายงานข่าวสารเสียงเจื้อยแจ้ว   สลับกับเฝ้ามองไปทางประตูห้องนอน   เหมือนรอพวกเขาจะตื่นกี่โมงกี่ยามกันแน่   สักพักประตูเปิดอ้า   ภูษิตเดินงัวเงียออกมาโดยมิได้ใส่ใจว่ามีวษากำลังนั่งมองพฤติกรรมขี้เซาของเขาอยู่   แล้วเขาก็เดินตรงเข้าห้องน้ำ  สักพักออกมา   แต่กลับเดินกลับเข้าไปนอนต่อ   ผ่านไปอีกสิบห้านาทีอดิศรจึงตื่น  เขาแสร้งเปิดประตูออกกว้างหวังให้แสงแดดยามสายส่องเข้ามาจากด้านนอก   ปลุกทุกคนให้ตื่นแต่ก็ไร้ผล   เดชากำลังนอนกรนอย่างมีความสุข   อดิศรใช้เท้าเขี่ยขาเบา ๆ  ไปที่ร่างนั้น   เดชาพลิกตัวกลับไปกลับมาสองสามทีแล้วนอนหลับต่อ

“หิวมั้ย   เจ้าษา”

          “หิวค่ะ   เกือบเที่ยงแล้วยังหลับสนิทกันอยู่เลย”

          “ปล่อยพวกมัน”

          “คงเพลียน่าดู”

          “ไป...   เราออกไปหาอะไรมากินดีกว่า   ตื่นขึ้นมาคงหิวกันทุกคน”

ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมถนนเลียบชายหาดมีอยู่หลายร้าน   แต่ละร้านถูกคั่นด้วยรีสอร์ทที่มีอยู่มิใช่น้อย   อดิศรเดินตรงไปร้านอาหารตามสั่งเจ้าประจำ   เป็นข้าวกล่องเท่ากับจำนวนคนที่ยังหลับอุตุอยู่   ถ้าหากใครคิดจะกินจุไปกว่านั้น  พวกเขาจะต้องมาหาเติมลงไปในท้องของพวกเขาเอง  ขากลับอดิศรเดินนำวษาพาเลียบถนน  ซึ่งต่างหิ้วถุงใส่กล่องข้าวพะรุงพะรัง  ระหว่างทางต้องคอยตอบคำถามจากชาวบ้าน  ถึงเหตุการณ์ที่เรือทัวร์เกิดอับปางด้วยอำนาจของมรสุม  ‘มีคนตายรึเปล่า’ ‘เสียหายเยอะมั้ย’   ‘สาเหตุเกิดจากอะไร’   แล้วเขาก็บ่นอย่างไม่สบอารมณ์   ‘คนเรานี่แปลกนะ ชอบพูดจาเกินความจริง   บาดเจ็บเล็กน้อยกลับหาว่ามีคนตาย   หากเกิดคนตายขึ้นมาสักศพสองศพคงล่ำลือกันดังกระฉ่อนไปว่าตายเป็นสิบ   มันชอบนักรึไงวะให้มีคนตาย’

เมื่อกลับไปถึงศูนย์ปฏิบัติการทางทะเลก็เห็นพวกขี้เซาพากันออกมานั่งหน้าสลอนอยู่ในศูนย์ ฯ แล้ว   พอเห็นข้าวกล่องพวกเขาก็วิ่งมาคว้าเอาไปเปิดกินราวกับทนหิวโหยอีกต่อไปไม่ไหว ครั้นอิ่มแบบจำเป็นเพราะอดิศรซื้อมาให้แค่คนละกล่องแล้ว  พวกเขาจึงช่วยกันอัดถังอากาศ  เก็บล้าง   และตากอุปกรณ์ชุดดำน้ำ   เตรียมพร้อมสำหรับใช้งานเมื่อมีเหตุในครั้งต่อไป  พอหายเหนื่อย อดิศร  ยุทธนา  ภูษิต  เดชา  ได้เดินทางกลับเข้าสู่ตัวเมือง   ธีระกลับบ้านก่อนไปแล้ว  นทีและสายชลยังคงนั่ง    นอน     อยู่ที่ศูนย์ ฯ  ส่วนขุน หนุ่ย  และป้อม  อาสาสมัครจากหมู่บ้านชาวเล  แล่นเรือหางยาวกลับสู่เกาะในตอนบ่าย

สำหรับวษาเธอแบกเป้บรรจุกล้องถ่ายรูป  สมุดบันทึกพร้อมปากกา   ผ้าขนหนูผืนเล็ก น้ำเปล่าและวิทยุพกติดตัว   เดินมาหลบร้อนอยู่ภายใต้ต้นลำเจียกต้นหนึ่ง  ที่พวกมันกำลังเติบโตเป็นทิวแถวสลับกับทิวสนตลอดแนวหาด   จุดมุ่งหมายของเธอคือภูเขาหินปูนซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์ปฏิบัติการทางทะเล   ระยะทางเกือบสองกิโลเมตรข้างหน้าโน้น   ราวสักสามเดือนก่อนเธอจำได้ว่า  เพิ่งมีการก่อสร้างทางเดินเลียบภูเขาให้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ   จุดชมวิว   จุดชมฝูงปลาโลมาและพะยูน

ระหว่างทางหญิงสาวถ่ายภาพต้นลำเจียกที่ผลของมันมีสีแดงอมส้ม   และยังบรรจงชักภาพดอกผักบุ้งทะเลสีม่วงบานสะพรั่งแสนสวยเอามาไว้ในกล้องของเธอ   เมื่อหญิงสาวมาหยุดยืนมองตรงที่หมายชั่วครู่   ก่อนเดินเลียบด้านซ้ายของภูเขาหินปูน   เก็บภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์   พลันไพล่นึกถึงอดีตช่วงก่อนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย  เธอและเพื่อน ๆ  ตื่นเต้นกับการเลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัยในคณะที่มีความใฝ่ฝัน   สำหรับวษาเธอฝันที่จะเข้าไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยศิลปากร   คณะโบราณคดีและเมื่อหยุดระลึกนึกถึงอดีต   เธอได้ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา   มันบอกเวลาเกือบสามโมงเย็นเข้าไปแล้ว   รองเท้าผ้าใบคู่มอซอที่เธอลงมือวาดตกแต่งลวดลายจนดูเปรี้ยวย่ำไปตามทางที่แสนขลุกขลัก   อันเกิดจากการที่เขานำไม้ท่อนมาวางเรียงกันให้เข้ากับธรรมชาติ  บางช่วงแม้จะฉาบด้วยปูนซีเมนต์ก็ยังทุลักทุเลกับการย่ำไปกับธรรมชาติสังเคราะห์ที่ถูกตกแต่งไว้ตามทางเดิน  ซ้ำราวสะพานยังใช้ไม้และเถาวัลย์นำมาตกแต่งเข้าด้วยกันเป็นอย่างดี

พลันนั้น  เสียงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น...

“วษา   วษา   ได้ยินหรือไม่   รีบกลับศูนย์ด่วน"

 

แสงแรก

 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
วัสโวยวาย วันที่ : 31/05/2010 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/e-changkhian

หวัดดีครับ แวะมาทักทายก่อน+ให้1vใช้หนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ครับ ในOK.เซียนเยอะ ไม่กล้าวิจารณ์จ้า

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ส.พิมลพรรณ วันที่ : 04/04/2010 เวลา : 12.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phanwasa

เอ่อ... เรื่องย่อเหรอคะ
มีค่ะ
เดี๋ยวค่อยเอามาลงให้อ่านนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ส.พิมลพรรณ วันที่ : 04/04/2010 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phanwasa

ขอบคุณค่ะ
อย่าเพียงแต่ชมนะคะ
ขอความกรุณามองหาข้อบกพร่องให้ด้วย
ชอบให้วิจารณ์ แบบ แร๊งๆ

วิจารณืกันเยอะๆ ค่ะ แล้วจะนำไปแก้ไข

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พันธกานท์ วันที่ : 04/04/2010 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 

ภาษางาม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เหลนขุนผา วันที่ : 04/04/2010 เวลา : 05.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/VL2008
อนูปวาโท อนูปฆาโต  มือใหม่หัดโพสต์โปรดชี้แนะ

พยายามต่อไป เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ว่าแต่ มีเรื่องย่อให้อ่านก่อนป่าวคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2010 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]