• สุรศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : surasak.chawayanan@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-23
  • จำนวนเรื่อง : 1182
  • จำนวนผู้ชม : 6179400
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2061 คน
สุรศักดิ์ ชวยานันท์ surasakc บล็อกความรู้ สู่ จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม โลกในอนาคต สุขภาพ และการพัฒนาตนเอง
วันอังคาร ที่ 13 มีนาคม 2555
Posted by สุรศักดิ์ , ผู้อ่าน : 5288 , 07:00:34 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ , SpaceBeautyQueen และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

แพทย์ชี้ แจกแท็บเล็ตเด็ก ป. 1  มีผลกระทบมากมาย

ขัดขวางพัฒนาการของเด็ก 
ทำให้เด็กเหมือนเป็นเด็กออทิสติก


การแจกแท็บเล็ตแก่เด็ก ป. 1  นั้น  ไม่ใช่มีแต่เพียงผลดีอย่างเดียวเท่านั้น  ผลเสียหรือ
ผลกระทบทางลบก็มีมากมาย  ลองมาอ่านคำให้สัมภาษณ์ของ รศ. พ.ญ. จันท์ฑิตา
พฤกษานานนท์  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย  และ ผศ.น.พ.ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็ก คณะ
แพทยศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้ให้สัมภาษณ์กับศูนย์ข่าว ศูนย์ข้อมูล&ข่าว
สืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง  (Thailand Information Center for Civil Rights and
Investigative  Journalism - TCIJ 
www.tcijthai.com)  ซึ่งน่าสนใจมาก ๆ  ในมุมมอง
ด้านการแพทย์  จึงขออนุญาตคัดมาให้อ่านเนื้อหาสาระ
กันเต็ม ๆ เพื่อทราบ
เหตุและผล
 

แพทย์ชี้ เด็กป.1 ยังไม่เหมาะใช้แท็บเล็ต ทั้งเรื่องความรับผิดชอบไม่พร้อม ส่งผลกระทบ
ต่อพัฒนาการทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง โดยเฉพาะร่างกายทำให้พัฒนาการร่างกาย
สมองช้า พูดช้า สบตาน้อย เหมือนเป็นออทิสติก และยังมองไม่เห็นว่าจะพัฒนาไอคิว-อีคิว
อย่างไร

แนะควรแจกเด็กมัธยม-มหาวิทยาลัยน่าจะเหมาะกว่า และหากแจกกับเด็กเล็ก ก็ควรให้
พ่อแม่รับแทน เพื่อตรวจสอบได้ว่า เด็กใช้ ทำอะไรบ้าง


แพทย์ชี้เด็ก 6-7 ปี ไม่เหมาะใช้แท็บเล็ต

รศ.พ.ญ.จันท์ฑิตา พฤกษานานนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก คณะแพทย
ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์กับศูนย์ข่าว TCIJ ถึงการใช้แท็บเล็ตของ
เด็กนักเรียนชั้นป.1 ว่า เด็กอายุ 6-7 ปี เป็นเด็กที่อยู่ในวัยเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ควรพัฒนาทักษะทุกอย่างอย่างรอบด้าน เช่นทักษะในการใช้กล้ามเนื้อมือ ในการขีดเขียน
ทักษะในการฟัง การรอคอย นั่งให้นิ่ง ทักษะการเคลื่อนไหวโดยการเล่นกิจกรรมกีฬา
หรือทักษะทางสังคม เช่น การรู้จักรอคอย การแบ่งปัน

ส่วนเรื่องทักษะด้านภาษา การขีดเขียน ความรู้ เป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สัดส่วน
ความสำคัญแต่ละด้านจะพูดว่าสัดส่วนใดสำคัญที่สุดไม่ได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปพร้อมๆ กัน
ถ้าในกรณีกล้ามเนื้อมือไม่มีแรงก็เขียนหนังสือไม่ได้ ถ้าสายตาไม่ดีมองกระดานไม่ชัด
ก็เรียนไม่ได้ เป็นต้น


ทำให้พัฒนาการช้า-พูดช้า-สบตาน้อย-เหมือนออทิสติก

พ.ญ.จันท์ฑิตา กล่าวว่า เด็กวัยนี้ควรต้องเรียนรู้ทักษะรอบด้านหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะ
เด็ก ป.1 โรงเรียนหลายแห่งไม่มีระดับชั้นอนุบาล ชั้น ป.1 จึงเปรียบเสมือนโรงเรียน
ชั้นแรกของเด็ก เมื่อเด็กเข้าสังคมก็ต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับเพื่อน ต้องเรียนรู้ทักษะ
การเคลื่อนไหว ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก ฝึกจด ระบาย การปา เคาะ ฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่
เช่นการออกกำลังกาย ทักษะการสื่อสาร เช่น การฟัง คิด เขียน ต้องเป็นแบบการสื่อสาร
สองทาง (Two Ways Communications) ทักษะทางสังคม เช่น การรอคอย แบ่งปัน
อดทน ฯลฯ ต้องทำอย่างรอบด้าน

นอกจากนี้ความรับผิดชอบของเด็กวัย 6-7 ขวบ ที่ต้องดูแลรักษาแท็บเล็ตก็ไม่สามารถ
ทำได้ เพราะขนาดกล่องดินสอที่เอาไปโรงเรียน พอกลับบ้านมา ยางลบ ไม้บรรทัด
ดินสอก็ไม่ครบ สิ่งเหล่านี้ต้องคิดให้ดีหากจะแจกแท็บเล็ตให้เด็กวัยนี้

ฉะนั้น ความเหมาะสมในการแจกแท็บเล็ต ถือว่าต้องพิจารณาให้รอบด้าน ทั้งในแง่ความ
รับผิดชอบของเด็ก พัฒนาการของเด็ก การกำกับดูแล เพราะทุกวันนี้ขนาดยังไม่ได้แจก
แท็บเล็ตทุกระดับชั้น เด็กก็เล่นเกมส์จนมีผู้ป่วยเด็กติดเกมส์เยอะมาก พบว่าเด็กไทย
สมัยนี้มีพัฒนาการพูดช้า สบตาน้อย มีพฤติกรรมชอบพูดภาษาต่างดาว หรือมีพฤติกรรม
เหมือนเด็กออทิสติกมากขึ้น


แพทย์ห่วงเรื่องระบบ พัฒนาไอคิว-อีคิวอย่างไร

ส่วนการบรรจุหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาต่างๆ ในแท็บเล็ต จะมีส่วนช่วยพัฒนาไอคิว
(ความฉลาดทางปัญญา) และอีคิว (ความฉลาดทางอารมณ์) ของเด็กได้หรือไม่นั้น
พ.ญ.จันท์ฑิตา กล่าวว่า ในแง่ความเฉลียวฉลาดทางสติปัญญาหรือไอคิว จะถือว่า
แท็บเล็ตเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการเสริมสร้างได้ดี ถ้าเด็กใช้สิ่งเหล่านี้ แต่ถ้าไม่ใช้ก็ไม่ได้
หมายความว่า พัฒนาการจะไม่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงเด็กสมัยนี้คือ ทุกคนมักจะใช้
เทคโนโลยีเพื่อความสะดวก และชอบใช้การตัดถ้อยคำ หรือข้อความแล้ววางใน
หน้ากระดาษส่งครู ถ้าเป็นเช่นนี้ก็จะไม่ช่วยในการพัฒนาไอคิว ส่วนอีคิวหรือความฉลาด
ทางอารมณ์ ขณะนี้ยังมองไม่ออกว่า แท็บเล็ตจะช่วยในเรื่องนี้ได้อย่างไร มีเกมส์ที่
ส่งเสริมอีคิวหรือไม่ ส่วนจะช่วยในการแยกแยะของเด็กได้หรือไม่

พ.ญ.จันท์ฑิตา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก เพราะขนาดหลักสูตรปกติยังไม่มี ไม่รู้ว่า
จะทำได้อย่างที่พูดได้หรือไม่ การพัฒนาทางอีคิว จะต้องเกิดขึ้นจากการเรียนรู้ในชีวิต
ประจำวันและมีคนคอยให้คำแนะนำ หล่อหลอมมาตั้งแต่เล็กๆ ทั้งครอบครัว และครูผู้สอน
มีต้นแบบที่ดีสิ่งแวดล้อมทั้งที่บ้านและโรงเรียน พ่อแม่ต้องมีความเอาใจใส่ รวมทั้งการ
ส่งเสริมศักยภาพของเด็ก


แพทย์ระบุเล่นมากอาจสมาธิสั้น-อ้วนเตี้ย-สายตาสั้น-สมองผิดปกติ

พ.ญ.จันท์ฑิตา กล่าวต่อว่า การเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยีสำหรับเด็กสมัยนี้เป็น
เรื่องสำคัญมาก เพราะเด็กต้องเรียนรู้ พ่อแม่บางคนก็ให้เด็กเรียนรู้เทคโนโลยีพวกนี้
ตั้งแต่ยังไม่ขึ้น ป.1 ด้วยซ้ำไป แต่ของแบบนี้เป็นดาบสองคม มีทั้งข้อดี ข้อเสีย เหมือนกับ
โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต วิดิโอ ถ้าใช้ไม่ถูกทางก็มีแต่ผลเสียมากกว่าผลดี

เพราะฉะนั้นเทคโนโลยีก็เหมือนกัน  “ทุกวันนี้เวลาเจอคนไข้ที่เป็นเด็กพบว่า ส่วนใหญ่
เอามือถูไถไอแพด ไอโฟน หรือแท็บเล็ตกันทั้งนั้น ไม่สบตา ไม่สื่อสารกับใคร อยู่ในโลก
ส่วนตัว ดังนั้นทุกอย่างต้องอยู่ในทางสายกลาง เด็กเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอยู่ในยุคไฮเทค
ใช้เทคโนโลยีเป็น

แต่จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องใช้เป็นตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบ ดูเหมือนว่าแท็บเล็ตจะทำให้เด็ก
สนใจกับจอเป็นที่ดึงดูด แต่ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้เด็กกลายเป็นคนที่มีสมาธิสั้น
เนื่องจาก ภาพต่างๆในจอ เปลี่ยนเร็วมาก เด็กก็จะคุ้นเคยกับความเร็ว รอคอยไม่ได้
นับว่าเสียสมาธิได้ง่าย”  รศ.พญ.จันท์ฑิตากล่าว

พ.ญ.จันท์ฑิตา กล่าวอีกว่า แม้ว่าข้อมูลงานวิจัยในต่างประเทศยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจาก
มีข้อมูลที่ขัดแย้งกันบางกรณีเห็นว่า เทคโนโลยีผ่านจอภาพมีส่วนทำให้เด็กสมาธิสั้น
แต่ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านเด็กเห็นว่า แท็บเล็ตมีส่วนทำให้เด็กสมาธิสั้น
รวมถึงเป็นตัวเพาะความรุนแรงให้เด็กผ่านเกมส์ ที่เด็กต้องการเล่นเพื่อเอาชนะ

สอดคล้องกับ รศ.พ.ญ.นิตยา คชภักดี ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย มองว่า
เด็กในวัย 6-8 ขวบมีความจำเป็นต้องเรียนรู้จากของจริง ได้สัมผัสได้พูดได้คุยกับคน ซึ่ง
หากนำแท็บเล็ตมาใช้กับเด็กกลุ่มนี้ ควรจะต้องเตรียมความพร้อมของพ่อแม่มากกว่า
เนื่องจากเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กตกเป็นเหยื่อเทคโนโลยี ในทางกลับกันหากไม่ใช้
เทคโนโลยีมาเป็นส่วนช่วยในด้านพัฒนาการ ก็จะส่งผลร้ายกับเด็กเช่นเดียวกัน  อย่างไร
ก็ตามการที่เด็กสัมผัสจอแท็บเล็ตตลอดเวลา จะทำให้เด็กสายตาสั้น สมองผิดปกติ
คอเอียงเพราะนั่นนานติดต่อกันหลายชั่วโมง  รวมไปถึงการมีปัญหาในครอบครัวขาดการ
ติดต่อสื่อสารกับพ่อแม่ ทั้งยังมีแนวโน้มนำไปสู่โรคอ้วน-เตี้ยด้วย


แนะเวลาเล่นแท็บเล็ตไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมง

พ.ญ.จันท์ฑิตา กล่าวว่า แม้ว่าแท็บเล็ตจะเป็นเทคโนโลยีที่ดึงดูดในการมองเห็นของเด็ก
เนื่องจากเด็กมีความสนใจกับข้อมูลทุกประเภทที่เข้ามาบนจอ ถ้าไม่กำหนดเวลาให้ชัดเจน
เด็กก็จะติดจอเหล่านี้ เหมือนกรณีเด็กติดเกมส์ ทักษะการเคลื่อนไหว เล่นกีฬาให้ร่างกาย
เจริญเติบโตสมวัยก็จะไม่มี  เด็กในวัยนี้การเล่นกีฬานับว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสมมาก
เนื่องจากการใช้มือประสาน การกะระยะสายตาจะพัฒนาได้ดี  เด็กจะเข้าใจกฎกติกาของ
กีฬา ทำให้เรียนรู้การรอคอย เรียนรู้การแพ้ชนะ ถือเป็นการฝึกทักษะทั้งหมด ทั้งยังทำให้
เด็กวัยนี้แข็งแรง กินได้ดี นอนหลับสนิท รวมถึงได้สังคม อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้

แต่วันนี้ การเรียนรู้ การสื่อสารไม่มี เพราะถูกลิดรอนโดยการหมกมุ่นอยู่กับจอทุกประเภท
ถ้าจะใช้ต้องวางกรอบกติกาให้ชัดเจน เหมือนกติกาการให้เด็กดูทีวี ถ้าพ่อแม่เลือกและ
ชี้แนะแนะนำ กำกับดูแลสื่อผ่านจอทุกประเภทควรกำหนดเวลาไม่เกินวันละ 1-2 ชั่วโมง
เท่านั้น รวมถึงต้องเลือกรายการให้เด็ก  ผู้ใหญ่ต้องกำกับ พ่อแม่ต้องนั่งดูด้วย รวมถึง
มีผู้ชี้แนะ มีการสื่อสารโดยพ่อแม่ต้องเป็นต้นแบบในการเรียนรู้กับอุปกรณ์เหล่านั้นรวมถึง
แท็บเล็ตด้วย

“เทคโนโลยีมันมาเร็ว ประโยชน์จากมันมหาศาล แต่ถ้าไม่มีการกำกับดูแลจะเป็นดาบ
สองคม เด็กสามารถจะเข้าไปดูอะไรก็ได้ เช่นการเล่นเกมส์ที่นำไปสู่ความก้าวร้าวรุนแรง
ถ้าไม่มีการกำกับดูแล ปล่อยให้เป็นอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่สมัยนี้ไม่มีเวลา
ต้องปากกัดตีนถีบทำงาน ในบางครั้งพ่อแม่ก็อยากเล่นแท็บเล็ต หรือไอแพด ไอโฟน
ก็ซื้ออีกเครื่องให้ลูก เพื่อไม่ให้ลูกกวน พฤติกรรมเหล่านี้นำไปสู่ปัญหาครอบครัวใน
ภายหลัง”

ทั้งนี้ เพื่อความเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กวัยนี้ ผู้ใหญ่ต้องพิจารณาให้ดีว่า จะบรรจุ
หลักสูตรไหน อย่างไร เพื่อให้เหมาะกับวัยของเด็ก ไม่ให้เด็กหมกมุ่นกับจอเหล่านี้ เพราะ
ขนาดผู้ใหญ่ยังติดเทคโนโลยี เด็กจะไม่ติดได้อย่างไร ทุกวันนี้หากสังเกตจะเห็นว่า
เวลาที่ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้า จะเห็นว่า ไม่มีใครสบตากับใคร ทุกคนต่างอยู่ในโลกส่วนตัว
มือก็กดโทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต


แนะรัฐแจกเด็กมัธยม-มหาวิทยาลัยน่าจะคุ้มค่ากว่า

พ.ญ.จันท์ฑิตา กล่าวต่อว่า ทางแก้ง่ายๆ คือ รัฐบาลควรแจกแท็บเล็ตให้กับเด็กใน
ระดับชั้นมัธยมศึกษา หรือเด็กมหาวิทยาลัย เพื่อการใช้ประโยชน์จากแท็บเล็ตอย่างคุ้มค่า
ใช้งานอย่างเหมาะสม และมีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะไม่หมกมุ่นกับเรื่องที่อันตราย
สิ่งเหล่านี้มองว่าเป็นเรื่องคุ้มค่า รวมถึงการกำกับดูแลได้ง่าย เด็กวัย 6-7 ขวบ เหมาะสม
ที่จะเรียนรู้กับธรรมชาติ และระบบการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพเต็มที่ ตัวครูผู้สอน
ก็ต้องใช้เทคโนโลยีเป็น กำกับดูแลเป็น

ส่วนตัวครูผู้สอนรวมถึงพ่อแม่เป็นปัจจัยสำคัญในการดูแลในการใช้งานแท็บเล็ตใช่หรือไม่
พ.ญ.จันท์ฑิตา กล่าวว่า คนที่อยู่รอบตัวเด็กทั้งครูและพ่อแม่ต่างมีบทบาทสำคัญ ขณะที่
ครูยืนอยู่หน้าห้องแล้วเด็กอีก 30-40 คน อยู่หลังห้อง เวลาสอนเด็กแต่ละคนจะก้มอยู่กับ
หน้าจอของตัวเอง โดยที่ครูไม่รู้เลยว่าเด็กเล่นเกมส์ หรือเข้าโปรแกรมไหนอยู่ แต่ถ้าเป็น
กระดาษ หรือกระดานที่ต้องจด ต้องเขียน ไม่มีทางทำอย่างอื่น เพราะครูผู้สอนมองเห็นได้
ซึ่งทักษะในการใช้น้ำหนักมือ พัฒนาการด้านการฝึกเรียบเรียงประโยค คำ ถ้าเป็นแท็บเล็ต
ก็จะใช้ได้เพียงไม่กี่นิ้ว ไม่ได้ลงน้ำหนัก จะวางมืออย่างไร สะกดคำอย่างไร

ด้านงานวิจัยในต่างประเทศจะพบว่า งานวิจัยด้านสมองหากเราใช้อวัยวะส่วนใดของ
ร่างกายเยอะ สมองในส่วนนั้นจะพัฒนา การใช้แท็บเล็ตจะพัฒนาแค่ 2 นิ้ว ส่วนนิ้วอื่น
แขนขาไม่ได้ใช้งานการเชื่อมโยงไม่เต็มที่ ถือว่าต้องคำนึงมาก ไม่ใช่พิจารณาเพียงเรื่อง
การพัฒนาสมอง (Brains Development) ไม่ใช่เน้นอย่างใดอย่างหนึ่ง


ทำให้เด็กเสี่ยงติดเกมส์มากกว่าใช้เรียน

ขณะที่ ผศ.น.พ.ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็ก คณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การที่รัฐบาลแจกแท็บเล็ตให้เด็กชั้นป.1 ขณะนี้ถือว่า
ยังไม่มีความพร้อม เนื่องจากแจกเครื่องไปโดยไม่มีการเตรียมเนื้อหาที่เหมาะสมให้กับเด็ก
ในการใช้แท็บเล็ต ควรจะเร่งทำบทเรียนที่มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับตัวเครื่อง
ในลักษณะที่มีการตอบโต้กันไปมา ซึ่งผลกระทบที่อาจจะเกิดจากการไม่มีความพร้อม
ทำให้กลายเป็นของเล่น มีโอกาสทำให้เด็กกลายเป็นเด็กติดเกมส์ เนื่องจากแท็บเล็ตมี
การเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตและนำไปสู่การเล่นเกมส์ออนไลน์

น.พ.ณัทธร กล่าวว่า มีสื่อที่จูงใจเด็กมากกว่าทั้งภาพและเสียงที่ปรากฏในแท็บเล็ต จะทำ
ให้เด็กมีสมาธิสั้นลง ถ้าเราปล่อยให้เด็กเล็กไม่ฝึกสมาธิอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เด็กเป็น
คนวอกแวกง่าย คิดอะไรผิวเผิน ซึ่งมีผลการวิจัยในต่างประเทศระบุว่า การที่เด็กใช้สื่อเร็ว
เกินไปจะมีผลต่อพัฒนาการทางสมองมาก นอกจากนี้จะมีการซึมซับความรุนแรงที่อยู่ใน
อินเตอร์เน็ต ส่งผลต่อพฤติกรรมความรุนแรง ถือเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้  รวมไปถึง
การถูกล่อลวง

เมื่อถามว่า การใช้แท็บเล็ตหรือคอมพิวเตอร์พกพา จะส่งผลต่อปัญหาด้านสุขภาพหรือไม่ 
น.พ.ณัทธร กล่าวว่า เด็กส่วนใหญ่ที่เข้ารับการรักษามักจะมีเหตุมาจากการติดเกมส์ ติด
อินเตอร์เน็ต ในบางกรณีอาจจะถึงขั้นภาวะซึมเศร้า ทำให้เกิดการติดเกมส์ ซึ่งถือว่าเป็น
ประเด็นที่นำไปสู่ปัญหาสังคมหลายอย่าง เหมือนภูเขาน้ำแข็ง ถ้าพ่อแม่ดูแลลูกดี
มีระเบียบวินัยก็จะลดปัญหาเหล่านี้ ถือเป็นการสะท้อนการดูแลเด็กในครอบครัวสมัยใหม่
ที่ปล่อยปละละเลยเด็ก และเลี้ยงดูด้วยการให้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเช่น โทรศัพท์มือถือ
สมาร์ทโฟน รวมไปถึงแท็บเล็ตด้วย

“มันเป็นยุคของจอ ทุกคนอยู่กับจอไม่มีใครคุยกัน เพราะทั้งพ่อ แม่ และลูกต่างอยู่กับ
หน้าจอทั้งหลาย ความสัมพันธ์พื้นฐานในบ้านไม่ดีแล้ว การจัดการปัญหาต่างๆ ใน
ครอบครัวก็ไม่ดีตามไปด้วย  ทางที่ดีควรจะมีการรู้เท่าทันเทคโนโลยี ต้องเป็นนาย
เทคโนโลยี ระวังตัวมากขึ้น กำกับการใช้เทคโนโลยีตั้งแต่เด็กยังเล็ก และรู้เท่าทันเด็ก
ที่สำคัญคือ ต้องควบคุมการใช้งานเทคโนโลยีเป็นแบบอย่างให้ลูก รวมไปถึงครูอาจารย์
ก็ต้องทำหน้าที่เหมือนพ่อแม่” น.พ.ณัทธรกล่าว


คาดเกิดปัญหาสังคม-อาชญากรรมตามมาอีกเพียบ

น.พ.ณัทธร กล่าวด้วยว่า เด็กในวัยนี้ยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ กลั่นกรองเนื้อหา
ที่อยู่ในอินเตอร์เน็ต อาจจะโหลดเกมส์อะไรมาที่พ่อแม่ ไม่สามารถควบคุมกำกับ ทำให้
เด็กเกิดภาวะเสี่ยง เรื่องสำคัญที่สุดต่อนโยบายการแจกแท็บเล็ต คิดว่าต้องแจกกับ
พ่อแม่เพื่อกำหนดแนวทาง และตรวจสอบได้ว่าลูกเล่นอะไร ใช้อย่างไร และคิดว่าเด็กที่
ควรจะแจกคือเด็กตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ไปจนถึงมหาวิทยาลัย การเอา
เงินไปแจกกับเด็กเล็กถือเป็นการใช้เงินที่ไม่คุ้มค่า

“มันเป็นนโยบายที่ไม่ฉลาดเท่าไหร่ ควรจะไปแจกเด็กโต เพราะมันไม่เหมาะสมกับ
พัฒนาการของเด็ก ได้ไม่คุ้มเสีย ที่ได้ยังไม่ชัดว่าจะได้อะไร อย่างน้อยที่เห็นภาพเลาๆ
คือ จะมีเด็กติดเกมส์มากขึ้น เด็กจะไปดูสื่อน่าห่วงมากขึ้น เด็กอาจถูกทำร้ายร่างกาย
มากขึ้น เนื่องจากคนที่ไม่มีแท็บเล็ตจะไปทำร้ายเด็กเพื่อชิงไปขาย ก่อให้เกิดปัญหา
อาชญากรรมได้ ประเด็นนี้มีทั้งผลดีและผลเสีย แต่เท่าที่ดูแล้วจะพบว่าผลเสียมากกว่า”
น.พ.ณัทธร กล่าว

*.*

ผศ.น.พ.ณัทธร  ได้กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า  “มันเป็นนโยบายที่ไม่ฉลาดเท่าไหร่
ควรจะไปแจกเด็กโต เพราะมันไม่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก ได้ไม่คุ้มเสีย ..."
ท่านล่ะ !!  อ่านแล้ว เห็นเป็นอย่างไรบ้าง  เห็นด้วยหรือไม่ว่า  การแจกแท็บเล็ตเด็ก
ป. 1  นั้น  มีผลกระทบมากมาย ขัดขวางพัฒนาการของเด็ก  ทำให้เด็กเหมือนเป็น
เด็กออทิสติก


[ **  เด็กออทิสติก หมายถึง  ความหมายถึงเด็กที่ไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
โรคนี้เป็นความผิดปกติในสมองซึ่งมีอาการแสดงและความผิดปกติได้หลายรูปแบบ
เด็กจะไม่สามารถเข้าใจคำพูด ความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น การพัฒนาด้าน
ภาษาและสติปัญญาก็ไม่สมบูรณ์ ทำให้เด็กไม่สามารถที่จะสื่อสารกับคนรอบข้างและ
สังคม เด็กทำบางสิ่งซ้ำๆ

อาการของเด็กบางคนจะแสดงออกตั้งแต่เกิดแต่ส่วนใหญ่จะแสดงออกเมื่อเด็กอายุ 18-36
เดือน เด็กจะไม่สนใจคนอื่น มีพฤติกรรมแปลกๆ สูญเสียความสามารถทางภาษาและ
ทักษะ ผู้ปกครอง คุณครู  รวมทั้งผู้ร่วมงาน ก็มีปัญหากับเด็กที่ไม่สนใจอย่างอื่น
นอกจากพฤติกรรมที่ทำซ้ำซาก ]

จาก  http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/neuro/psy/austism/autism.htm 


*.*.*
อ้างอิง  :  บทความ "หมอชี้แจก ‘แท็บเล็ต’ ป.1 ส่งผลกระทบอื้อ ขัดขวางพัฒนาการเด็ก
ทั้งร่างกาย-สมอง พูดช้า-สบตาน้อยเหมือนเป็น 'ออทิสติกส์' แนะพ่อแม่รับแทนคุม
การใช้วันละ 2 ชั่วโมง"  โดย เหมือนแพร ศรีสุวรรณ  ศูนย์ข่าว TCIJ
http://www.tcijthai.com/TCIJ/view.php?ids=311  -  ขอขอบคุณ

ภาพประกอบจากบทความข้างต้น -  ขอขอบคุณ

qrcode




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 14/03/2012 เวลา : 20.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 48
สวัสดีครับ คุณแม่หมี

ผมมีหลานเป็นออทิสติกอยู่คนหนึ่ง เห็นด้วยครับ
เด็กปกติแล้วต้องมามีพฤติกรรมแบบออทิสติกนี่
น่าเป็นห่วง ยิ่งมีเด็กแบบนี้มากขึ้นปัญหาต่างๆ ก็จะ
ตามมามากมาย
ขอบคุณครับ คุณแม่หมี

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
แม่หมี วันที่ : 14/03/2012 เวลา : 16.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

แม่หมีก็ไม่เห็นด้วยค่ะที่แจกแท๊บเล็ตกับเด็กๆ

หมีน้อยเป็นเด็กออทิสติกแต่นั่นก็เพราะเขาเป็นมาตั้งแต่กำเนิด ส่วนเด็กปกติแล้วต้องมามีพฤติกรรมแบบออทิสติกนี่น่าเป็นห่วง ยิ่งมีเด็กแบบนี้มากขึ้นปัญหาต่างๆก็จะตามมามากมาย

เฮ้อ....ประเทศชาติ

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 14/03/2012 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 45
สวัสดีครับ อาจารย์ ว่าที่ ร.ต.สมโชค เฉตระการ

ขอบพระคุณครับที่อาจารย์กรุณาให้ความเห็น
คงจะเป็นดังที่อาจารย์ว่า คือเมืองไทยเราคงลอก
จากต่างประเทศมาทั้งหมด แล้วมีปัญหาค่อยคิด
แก้กันภายหลัง ไม่ได้นำเอาพัฒนาการของเด็ก
มาเป็นตัวตั้ง

ความเห็นของแพทย์ รัฐบาลและคณะแพทย์คง
ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เตรียมการป้องกัน
ไว้ก่อน จะดีกว่าครับ

ขอบพระคุณครับที่กรุณาโหวตให้

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 14/03/2012 เวลา : 09.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 44
สวัสดีครับ คุณ kruna314

น่าเห็นใจครับ อย่างไรก็ลงที่ครูไว้ก่อน

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 14/03/2012 เวลา : 08.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนเช้าครับอาจารย์สุรศักดิ์

แท็บเล็ต เป็นวัสดุทางการศึกษาที่ปรากฏใช้กับนักเรียนมาแล้ว หลายประเทศทั่วโลก เมืองไทยเพิ่งนำมาใช้กับนักเรียน ส่วนระดับการศึกษาที่นำมาใช้นั้น ผมเข้าใจว่าที่ต่างประเทศเขาก็ใช้กับนักเรียนในระดับเดียวกัน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาของโลก ประเทศไทยก็รับมาเช่นเดียวกัน ผมคิดว่าคงถึงเวลาแล้วหละ ที่ต้องเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงดังที่ว่า ผู้บริหารทางการศึกษาระดับสูง ๆ ของเมืองไทยทั้งนั้นที่ดูแล เขาคงคิดดีคิดชอบแล้วกระมังครับ อาจมีปัญหาบ้างทั้งนักเรียนและครูรวมทั้งผู้บริหารของโรงเรียน คงต้องค่อย ๆ แก้ไขกันไป อีกไม่นานนักน่าจะเข้าที่เข้าทาง อย่างน้อยก็เปลี่ยนแปลงเพื่อเข้าสู่อาเซี่ยนในปี 58 ที่จะถึงนี้

ส่วนที่จะมีปัญหากับเด็ก ป. 1 นั้น แพทย์ชี้ผลกระทบมากมายอันเป็นการขัดขวางพัฒนาการของเด็ก ทำให้เด็กเหมือนเป็นเด็กออทิสติก เรื่องนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งรัฐบาลและคณะแพทย์ของเมืองไทย จะต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะอาจจะเป็นปัญหาดังที่น่าเป็นห่วงนั้นก็ได้นะครับ

สองโหวดครับอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
kruna314 วันที่ : 14/03/2012 เวลา : 07.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kruna

เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ก็ลงมาที่ครูอีกค่ะ....เหนื่อย

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 23.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 31
สวัสดีครับ คุณพยนต์

ไม่รู้เขาคิดได้อย่างไร

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 23.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 30
สวัสดีครับ คุณ SpaceBeautyQueen

น่าสงสารเด็กๆ ที่ต้องเป็นทาสของการเมือง

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 22.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 28
สวัสดีครับ คุณนานาทัศนะ

ที่คุณหมอเตือน เป็นเรื่องจริง
เพราะมีประสบการณ์มาแล้ว

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 22.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 27
สวัสดีครับ คุณชบาตานี

ต่อไป เด็ก ป.1 ก็จะมีสมอง เช่นผู้นำนั่นแหละ

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 26
สวัสดีครับ คุณลุงต้าลี่

เชื่อว่าเด็กจะมีพัฒนาการรอบรู้มากขึ้นแน่นอน
และการเปลี่ยนแปลงย่อมมีทั้งผลดีผลเสีย
อยู่ที่ครูและผู้ปกครองจะต้องคอยกำกับดูแล

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 22.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 25
สวัสดีครับ คุณเที่ยวคุ้ง

ขอบคุณครับ ผู้นำก็จะซื้อลูกเดียว โดยไม่มอง
ให้รอบคอบเสียก่อน

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 22.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 24
สวัสดีครับ คุณ GoJeab

จริงครับ เหมือนจะสร้างคนไทยพันธุ์ใหม่ แต่แทนที่
พัฒนาการจะสูงขึ้น กลับแย่ลง และมีปัญหาตามมา
อีกมากมายในหลาย ๆ ด้าน

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 22.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 23
สวัสดีครับ อาจารย์ศุภศรุต

เห็นด้วยครับ ลำพังตัวแท็บเล็ตเอง ก็ไม่มีโทษ
มีภัยอะไร อยู่ที่คนใช้ และคนควบคุมการใช้
ต่างหากนะครับ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 22.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 22
สวัสดีครับ คุณครูอ๊อฟ

เลยรอดตัวไป รู้ผลเสียไว้บ้าง
ก็ดีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 21
สวัสดีครับ คุณเหล่าซือสุวรรณา

ยินดีอย่างยิ่งเลยครับ ที่ช่วยนำไปเผยแพร่ต่อให้อีก
ผมเองก็นำของเขามาเผยแพร่

และขอบคุณที่กรุณาโหวตให้ครับ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 22.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 19
สวัสดีครับ คุณต้นหญ้าในป่าใหญ่

เอาเงินมาปรับปรุงระบบการเรียนการสอนจะดีกว่า
นะครับ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 18
สวัสดีครับ คุณ น.นิรนาม

ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยแสดงความคิดเห็นที่เป็น
ประโยชน์

ถ้าเด็กอยู่ในโลกเสมือนจริงแทบทั้งวัน และอยู่ใน
โลกแห่งความจริงน้อยลง ๆ จะมีผลเสียแน่นอนครับ
แพทย์เห็นว่า ควรใช้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวันสำหรับเด็ก

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
Payont วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 21.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

ไม่เห็นด้วยกับการแจกเด็ก ป. 1

ไม่รู้เขาคิดกันได้อย่างไร

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
SpaceBeautyQueen วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 21.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/delirium
ชีวิตจริงไม่สามารถใช้ยางลบลบสิ่งที่ไม่สวยงามออกไปได้นอกเสียจากแก้ไขให้ดีขึ้นเท่านั้น 

ไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้นแล้วกับเรื่องนี้ น่าเสียใจอย่างยิ่งที่รัฐบาลเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนและทำให้เกิดขึ้น น่าสงสารเด็กๆ ที่ต้องเป็นทาสของการเมือง อีกหน่อยอนาคตของชาติจะเป็นเช่นใด

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 21.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 17
สวัสดีครับ คุณหวานหวาน

การแจกแท็บเล็ตเป็นหนึ่งในนโยบายประชานิยมของรัฐบาลก็ตาม ถ้าจะแจกก็ควรระดับมัธยมขึ้นไปครับ
จึงจะเหมาะสมกว่า โดยเอาพัฒนาการของเด็กมา
พิจารณาร่วมด้วย

ขอบคุณมาก ๆ ครับ ที่กรุณาโหวตให้

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
นานาทัศนะ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaidung

เรื่องจริงที่คุณหมอฝากเตือน

ใครไม่เชื่อแต่ผมมีประสบการณ์

หลานผมคนหนึ่งอยู่กับทีวีจนต้องไปเข้าคอร์สฝึกพูดที่ขอนแก่น

ใครไม่เชื่อก็ควรใส่ใจใกล้ชิดดูแลลูกหลาน

เดี๋ยวจะเสียใจเมื่อสาย

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ชบาตานี วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 19.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ต่อไป เด็ก ป.1 ก็จะมีสมอง เช่นผู้นำนั่นแหละ(ที่เจือกคิดและทำเรื่องนี้)

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 17.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

การเปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบทั้งผลดีและผลเสียเสมอเหมือนเหรียญสองหน้า อยู่ทืีีี่การกำกับดูแลของครูและผู้ปกครองไม่ตามใจปล่อยปละละเลย แต่เชื่อว่าเด็กจะมีพัฒนาการรอบรู้มากขึ้นแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
เที่ยวคุ้ง วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 16.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yut1409

เห็นด้วยครับ
ผู้นำจะซื้ออย่างเดียว
ไมได้สนใจพัฒนาการ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
GoJeab วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 16.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gojeab

การแจกแทบเล็ต เหมือนความพยายามสร้างคนไทยพันธุ์ใหม่ที่ด้อยสมรรถภาพ เพราะพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กก็จะแย่ลงไปเรื่อยๆ ตามลำดับ

ในอนาคตอัตราของอาชญากรรุ่นเยาว์จะเพิ่มมากขึ้น เพราะไม่สามารถเอาชนะในเกมส์ได้ ต้องออกมาเอาชนะนอกเกมส์

ถ้ารอดปากเหยี่ยวปากกา เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ ยิ่งน่าหวาดเสียว เพราะเขาจะสามารถเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพได้หรือ?

ขอบคุณท่านอาจารย์สุรศักดิ์ที่นำบทความดีๆ มาเล่าสู่กัน

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

ผมว่า "แท็บเล็ต"โดยตัวของมันเอง มันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอกครับ

อยู่ที่ว่า คนใช้และคนดูแลการใช้ จะใช้มันเป็นหรือเปล่า
ถ้าใช้ไม่เป็น

มันก็มีโทษทั้งนั้นแหละครับ
หุหุ


ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ครูอ๊อฟ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 14.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/carnival

ลูกสาวผมโชคดีครับอาจารย์เพราะจะขึ้นป.2เลยไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 14.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

อาจารย์คะ แชร์ไปแล้วนะคะ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

ขออนุญาตอาจารย์สุรศักดิ์แชร์ข้อมูลนี้ โดยนำเองลิงก์เอนทรี่นี้ไปแปะที่เฟชบุคดิฉันนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ โหวต 4 ค่ะ

วันนี้มีคนมาถามดิฉันว่า " อาจารย์จะสอนด้วยแท็บเล็ตหรือเปล่า "

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

เอาเงินมาปรับปรุงระบบการเรียนการสอนจะดีกว่าไปทุ่มกับเเก๊ตเจ็ต. ทั้งๆที่อาจมีโรงเรียนครึ่งนึงที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ต

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
น.นิรนาม วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 13.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/santhapong

ไม่เห็นด้วยกับการใช้ครูแท๊บ..เพราะเด็กจะไม่สนใจสิ่งแวดล้อมและยังหมกหมุนกับอินเตอร์เน็ตเล่นเกมส์ทำให้ไม่พัฒนาด้านจิตใจ..ขาดสังคมและมีโรคภัย..หากคิดจะทำขอให้เป็นเพียงแค่แทนตำราเรียนก็น่าจะเพียงพอแล้วและไม่ต้องซื้อที่ไหนๆ..ให้อาชีวะทำก็ได้..แทนหนังสือเป้น e-book ทำการบ้านได้และอ่านหนังสือได้ประหยัดเงินแผ่นดินลดการทำลายป่าไม้ทำกระดาษ...

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
หวานหวาน วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

สวัสดีค่ะอาจารย์ขา

การแจกแท็บเล็ตเป็นหนึ่งในนโยบายประชานิยมของรัฐบาล
ได้ยินแรกๆหนูยังหัวเราะเลยค่ะ....คิดกันได้ยังไงนะคะ

โหวตเป็นกำลังใจ จขบ.ค่ะ
http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong/2012/03/13/entry-1


ความคิดเห็นที่ 16 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 12.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 13
สวัสดีครับ คุณคนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว

เห็นด้วยครับ เด็ก ป. 1 ยังไม่มีความพร้อมใน
ประการทั้งปวง เล็กเกินไป ถ้าจะเริ่ม ควรจะเริ่ม
มัธยม และให้เด็กประถมค่อย ๆ เตรียมความพร้อม
ไปก่อน

ขอบคุณมากครับ ที่กรุณาโหวตให้

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 12.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 12
สวัสดีครับ คุณป้ารุ

เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 12.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 11
สวัสดีครับ คุณ บก. ชาลี

น่าสงสารเด็กไทยมาก ๆ ครับ โดยเฉพาะเด็ก ป.1
ที่จะเป็นหนูทดลองให้ผู้มีอำนาจเขา

ผู้ใหญ่ต่อไปนี้ต้องระวังในการใช้อินเตอร์เน็ตให้มาก
เดี๋ยวจะเป็นออทิสติกไปด้วย

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 11.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

ประชานิยมที่ไม่เข้าท่า เข้าทาง ....

เด็กป.1เล้กเกินไปที่จะรับผิดชอบและบริหารการใช้แทปเลตpc จะให้พ่อแม่มาติดตามการใช้อีกเหรอ เมินซะเถอะ แค่ดูแลในชีวิตประจำวันพ่อแม่ก็ไม่ค่อยดูแลลูกอยู่แล้ว

และก็อย่าหวังว่าครูประจำชั้นจะช่วยดูแล เพราะทุกวันนี้ครูก็ต้องจับปูใส่กระด้งเด็กป.1 ที่ความรับผิดชอบดูแลตัวเองยังไม่ได้เลยครับ vote+

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ป้ารุ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

แย่มาก ๆเลยค่ะ
พวกที่คิดได้เพียงหากินกับเด็กไปวัน ๆ
เค้าไม่คิดถึงผลเสียใด ๆทั้งนั้น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
BlueHill วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผู้ใหญ่ที่เล่นอินเตอร์เน็ทประจำ ยังกลายเป็นพวกสมาธิสั้นเลยครับ
น่าเป็นห่วงเด็กไทย ยังไม่เรียนรู้วิธีการใช้่ให้ถูกต้องและเหมาะสม

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

+++ ผมเองก็เคยแสดงความคิดเห็นหลายครั้ง
ตามบล็อกของเพื่อน ๆ ว่า หากจะแจกแท็บเล็ต
กันจริง ๆ ควรเริ่มต้นที่เด็กมัธยมน่าจะเหมาะสมกว่า
แต่ก็ขาดความเห็นด้านวิชาการสนับสนุน แต่
มาวันนี้ เรามีความเห็นจากแพทย์มาบ้างแล้ว นับว่า
ดีมากทีเดียว อยากให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ
ได้แสดงความคิดเห็นกันให้มากในเรื่องนี้ ถึงแม้อาจ
จะสายไป แต่ก็ยังดีครับ และไม่แต่เฉพาะแพทย์
เท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญจากสาขาอื่นด้วยครับ จะให้
ความเห็นด้านบวกหรือด้านลบก็ได้ครับ

หลักใหญ่ เราจะน่าจะมองพัฒนาการของเด็กเป็น
ตัวตั้ง เด็กวัยไหนที่เหมาะสมจะใช้ กำลังเรียนอยู่
ในชั้นใด ไม่ควรมองด้านการค้า การตลาด หรือการ
ลงทุน เป็นตัวตั้ง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 10.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 5
สวัสดีครับ คุณลุงวอ

ไม่รู้เขาเอาอะไรคิดนะครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 09.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 4
สวัสดีครับ คุณทุนดี

ไปขัดผลประโยชน์เขา เขาก็ไม่ชอบ แต่เพื่อชาติ
เพื่อเด็กไทย ก็ต้องติติงกันบ้าง ควรมองทั้งบวก
ทั้งลบ มองให้รอบด้าน 360 องศา ไม่ควรมุ่งแต่
ความฝันของตัวเองอย่างเดียว ควรมองให้ยาว
ไปถึงอนาคตของลูกหลานบ้าง

ขอบคุณมากครับ คุณทุนดี

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 3
สวัสดีครับ คุณยามเสาร์

มันเป็นการปลุกกระแสการตลาดแท็บเล็ตครั้งยิ่งใหญ่
ผมเห็นด้วยครับ นักเรียนไทยใคร ๆ ก็อยากได้
เขาคงไม่แจกทุกระดับชั้นหรอกครับ คงจะต้องหาซื้อ
เอง นักศึกษาก็ยังอยากได้เลยครับ รวมทั้งใคร ๆ
ที่อยากตามยุคตามสมัยให้ทัน ก็อยากได้ทั้งนั้น
แท็บเล็ตจะขายดีแค่ไหน ไม่ต้องพูดถึง มีสตางค์
ก็ใช้ของดีของแพง ใครไม่มีสตางค์ก็ซื้อของถูกใช้
ใครได้ประโยชน์บ้างก็ไม่ทราบ คงมีแผนรองรับ
ไว้หมดแล้ว

ขอบคุณมากครับ ที่่ช่วยแสดงความเห็นในเรื่องนี้

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ความคิดเห็นที่ 2
สวัสดีครับ คุณเบดูอิน

ผมเห็นด้วยครับว่า แพทย์น่าจะออกมาให้ความเห็น
ตั้งแต่เป็นนโยบาย

บทความนี้ เขียนเผยแพร่เมื่อวันที่ 7 มีนาคม และ
แก้ไขล่าสุด เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2555 นี้เองครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลุงวอ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 09.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

ไม่รู้เขาเอาอะไรคิด
ผมไม่เห็นด้วยเลย ผลเสียมากกว่าผลดี

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
toondee วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 08.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

สวัสดีค่ะอาจารย์ ความเห็นของแพทย์ทุกคนเข้าใจ แต่ขัดผลประโยชน์ เงินก้อนมหาศาลที่จะรวบรวมมาทำร้ายประเทศทั้งทางตรงทางอ้อม เค้าลืมหมดแล้วว่าแผ่นดินนี้มีใครยังอยู่แม้กระทั่งลูกหลานตัวเอง ฉะนั้นอย่าคิดเลยว่าเค้าจะห่วงใคร นอกจากฝันของตัวเอง อยากให้เกิดฝันร้ายเร็วๆค่ะ โหวตค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 08.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

คุณสุรศักดิ์เอาเรื่อนี้ขึ้นมาทำไม ไปชี้นำให้ใครเค้าเห็นโทษ เดี๋ยวเค้าก็เคืองเอาหรอก
นี่เป็นแค่เริ่มต้นเท่านั้น เมื่อเด็กป.1 ติดใจในเท็บเล็ตเสียแล้ว
ขึ้นป.2 ไม่ได้แจก เด็กก็จะขอซื้อเอง
หรือเมื่อเด็กป.1 ได้แท็บเล็ตแล้วใช้ได้ไม่กี่วันพังหรือหาย
เด็กหรือผู้ปกครองก็จะขอซื้อใหม่เองเพราะกลัวและเกรงจะไม่ทันเพื่อน
จากอัตราการเกิดประมาณ 13/1000 คน ในแต่ละชั้นเรียนจะมีเด็ก 845,000 คน
สมมุติแท็บเล็ตราคาเครื่องละ 2000 บาท ดังนั้นมูลตลาดประมาณ 1690 ล้านบาทต่อชั้นเรียน
ถ้าคิดตลาดทั้ง 12 ชั้นเรียน (ป.1 ถึง ม.6) มูลค่าตลาดก็จะเป็น 20000ล้านบาท
นี่ได้ข่าวว่าพ่อแม่ที่มีลูกกำลังเรียนชั้นอนุบาลกำลังหาซื้อแท็บเล็ตให้ลูกหัดใช้ก่อน
เพื่อเมื่อขึ้นป.1 จะได้ใช้เป็นทันที ก็จะทำให้ก้าวหน้ากว่าเพื่อนๆ อีก
โอ้...ธุรกิจชำเราพัฒนาการทางปัญญาและจิตใจของเด็กไทยด้วยการยัดเยียดเทคโนโลยีเช่นนี่
มันมีแต่ได้กับได้ รวยกับรวย จริงๆ
ส่วนจะมีเด็กสักกี่คนที่ใช้แท็บเล็ตนี้ให้เกิดประโยชน์ได้ ก็เอามาเป็นพรีเซนเตอร์เพื่อขยายตลาด
ส่วนเด็กพวกไหนหลงไหลจนไม่เป็นอันเรียนหรือเสียคน
ก็เป็นเรื่องของเวรกรรมของเด็กเหล่านั้นเองที่ไม่มีปัญญาใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์เอง
เชื่อเค้าเถิด เขาเป็นศาสดาดิจิตอล เกิดมาเพื่อที่จะขนสัตว์ไปสู่เมืองใหม่ในอบายภูมิ
แต่...ผมไม่เอาด้วยหรอกครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เบดูอิน วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 07.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somdej

ขนาดไม่แจกเด็กไทยก็แย่อยู่แล้ว ถ้ามีอีกคงมึนไปตามๆกัน จริงแพทย์น่าจะออกมาให้ความเห็นตั้งแต่เป็นนโยบายนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 07.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

สวัสดีครับทุกท่าน

เรื่องการแจกแท็บเล็ตให้เด็ก ป. 1 นั้น แพทย์ชี้
แจกแท็บเล็ตเด็ก ป. 1 มีผลกระทบมากมาย
ขัดขวางพัฒนาการของเด็ก ทำให้เด็กเหมือนเป็น
เด็กออทิสติก เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ๆ

ขอเชิญท่านติดตามได้แล้วครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ไทรโยคแห่งความหลัง

วงจันทร์ ไพโรจน์

View All
<< มีนาคม 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านทราบบล็อกนี้จาก
OK Nation
0 คน
Google
0 คน
Facebook
0 คน
Twitter
1 คน
Multiply
0 คน
Wordpress
0 คน
อื่น ๆ
0 คน

  โหวต 1 คน