• สุรศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : surasak.chawayanan@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-23
  • จำนวนเรื่อง : 1182
  • จำนวนผู้ชม : 6104831
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2061 คน
สุรศักดิ์ ชวยานันท์ surasakc บล็อกความรู้ สู่ จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม โลกในอนาคต สุขภาพ และการพัฒนาตนเอง
วันเสาร์ ที่ 6 ตุลาคม 2561
Posted by สุรศักดิ์ , ผู้อ่าน : 537 , 21:52:38 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน รักการอ่าน , นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

Unschooling...14 ปี ไม่เคยให้ลูกไปโรงเรียน แต่เรียนอยู่ที่บ้านแทน !!
 
 
 
 
 

เคยได้ยินคำว่า Unschooling -  การเรียนที่ไม่ใช่ระบบโรงเรียน

กันบ้างไหมครับ??   
 
 

John Holt นักวิชาการทางการศึกษาชาวอเมริกัน ได้อธิบายนิยาม

ของคำว่า Unschooling ไว้ หมายถึง "แนวทางการศึกษา ที่พ่อแม่

ไม่ได้ใช้อำนาจในการกำหนดการเรียนและการศึกษาของลูก

แต่พ่อแม่จะมีส่วนร่วมกับลูกและช่วยเหลือลูกในสิ่งที่เขาสนใจ

ปล่อยให้ลูกเรียนรู้อย่างอิสระตามความสนใจของตน
 
 
 

Unschooling ไม่ได้หมายความว่า เด็กๆ ไม่ต้องเรียนหนังสือ

แต่หมายความว่า เด็กๆ ไม่ต้องเรียนในโรงเรียน หรือเรียนตามระบบ

ที่เคร่งครัดของโรงเรียน"
 
 
 

John Holt ยังยืนยันด้วยว่า เด็กๆ ควรจะได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์

ต่างๆ ในชีวิตมากกว่า และยังสนับสนุนให้พ่อแม่ได้ใช้เวลาร่วมกับลูก

ให้มาก
 
 
 
***
 

เรื่องราวที่นำมาฝากนี้ ก็เกี่ยวกับ Unschooling ของคุณแม่ท่านหนึ่ง
 
จากเฟสบุ๊ค Nopparat Jjnorasuk เล่าถึงการเลี้ยงลูกให้เรียนรู้อยู่ที่บ้าน
 
ไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่นๆ ได้ถูกแชร์และพูดถึงมากมาย
 
จนกลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจ
 
 
 
 
เราลองมาติดตามข้อคิดจากคุณแม่ท่านนี้พร้อมๆ กัน
 
 
 

14 ปี ไม่เคยให้ลูกไปโรงเรียน!!
 
เรียนรู้ด้วยตนเองที่บ้าน
 
 
 
คุณแม่ได้เล่าว่า “สำหรับใครๆ วันนี้อาจไม่สำคัญ แต่บ้านนี้วันนี้

สำคัญมาก เพียงเพราะว่า ลูกสาวบ้านนี้ไม่เคยไปโรงเรียนเลย

วันนี้ลูกรู้คะแนน N Net มัธยมศึกษาตอนต้น แปลว่าลูกกำลัง

จะจบการศึกษาภาคบังคับ โดยที่ไม่เคยไปเรียนที่โรงเรียนแม้แต่

วันเดียว แต่เรียนรู้ด้วยตนเองที่บ้าน
 
 
 

14ปี ที่ผ่าน บ้านเราคือ Unschooling Homeschool ไม่มีสอน

ไม่มีตาราง ลูกเรียนรู้ด้วยตัวเอง เราไม่เคยต้องไปรับส่งลูก

ไปโรงเรียนจันทร์ถึงศุกร์
 
 
 

ลูกสนใจหนังสือและขีดเขียนจับปากกา ตั้งแต่ขวบกว่า

พ่อแม่อ่านหนังสือให้ฟังเรื่อยมา พอลูกอ่านหนังสือภาษาไทย

ออกได้เอง  จากการจำภาพ ตอน 4.8 ปี ท่ามกลางความงง

ของพ่อแม่ ที่ยังไม่ได้ตั้งท่าสอนอะไรสักอย่าง เราก็เบาใจว่า

อย่างน้อยลูกอ่านออกแล้ว
 
 
 

จากนั้นเราก็ปล่อยให้ลูกเปิดโลกของตัวเอง ผ่านหนังสือที่ลูกชอบ

และเลือกได้เองเรื่อยมา จนปลายฟ้าอายุประมาณ 7 ขวบ

อ่านเขียนภาษาไทยได้คล่องมาก อ่านหนังสือเยอะและเร็ว

เพราะเธอมีอิสระที่จะเลือกอ่านหนังสือ ที่เธอชอบและเลือกซื้อ

หนังสือเอง
 
 
 
แววการปั้นดินน้ำมันของจิ๋วเริ่มมา แววการวาดรูปเริ่มชัด แต่ลูก

ต้านภาษาอังกฤษ เพราะแม่ออกอาการย้ำมากไป ถึงความสำคัญ

ของภาษาอังกฤษต่อชีวิตแม่
 
 
 
ปลายฟ้าไม่เคยทิ้งการวาดรูป แต่พัฒนาตัวเองมาตลอด
 
พอโตหน่อยก็เหมือนคลายความสนใจ ออกจากการปั้น
 
เบเกอร์รี่ของจิ๋ว  แต่มาทำเบเกอร์รี่จริงแทน เวลานี้ตัวตน
 
ของลูกที่ลูกพยายามค้นพบด้วยตัวเองชัดขึ้นเรื่อยๆ
 
 
 
 

ขณะที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาตลอด งานของครอบครัว

เป็นสิ่งที่ลูกได้รับการถ่ายทอดมาแบบซึมไปเรื่อยๆ เพราะลูกจะตาม

พ่อแม่ไปทำงานตลอด และช่วยงานในส่วนที่ช่วยได้ตามวัย

เช่นการออกแบบโลโก้และซองไอศกรีม การช่วยงานธนาคาร

ของแม่  การเเรียนรู้อุปกรณ์เครื่องใช้ในสำนักงาน เป็นต้น
 
 
 

งานบ้านคือเราทำกันเอง อาหารก็พยายามทำกินกันเอง
 
นมื้อที่ทำได้มาตลอด ตรงนี้ชั่วโมงนี้ไม่มีอะไรต้องกังวล
 
ลูกทำกับข้าวและงานบ้านเป็นแน่นอนแล้ว
 
 

ปลายฟ้าคอยช่วยพ่อแม่เลี้ยงน้องชายนาบุญ ที่มีอายุห่างกัน 9 ปี

ถามว่าจะเล่าทำไม เพราะอยากบอกตัวเองว่า หลายปีที่ผ่านมา

การต้องคอยตอบคำถามซ้ำๆ ที่ไม่เคยคาดหวังคำตอบจริงๆ

และผ่านหูกับคำพูดทำนองว่าเราไม่ปกติ ที่ไม่ทำเหมือนคนหมู่มาก

ในการไม่ยอมส่งลูกไปโรงเรียนสักที เป็นพ่อแม่รังแกฉัน

ให้ลูกใช้ชีวิตสบาย ไม่อดทนต่อความยากลำบาก ในการดิ้นรน

ไปเรียนโรงเรียนดีๆ
 
 
 
หรือแม้กระทั่งว่า เราเป็นคอมมิวนิสต์ก็ยังมี 555

ขอบอกว่าประเทศคอมมิวนิสต์เค้าห้ามทำโฮมสคูลจ้า บางทีก็หาว่า

จนไม่มีตังค์ส่งลูกเรียน บางทีก็ว่ารวยไม่ต้องไปโรงเรียน

ไม่ต้องทำงานก็มีตังค์
 
 
 
มันอึดอัดไม่ใช่น้อยตลอดสิบกว่าปี แต่เราก็ทำตัวเหมือนม้าลำปาง

คือเลือกทางแล้ว วิ่งตรงไปที่จุดหมาย ไม่สนใจสองข้างทาง

จนวันนี้เราค่อนข้างมั่นใจแล้วว่า เรามาถึงจุดหมายแน่ เพราะเรา

คาดหวังการศึกษาลูกแค่มัธยมต้น ภาคบังคับของรัฐ เกินกว่านี้

เป็นเรื่องที่ลูกต้องตัดสินใจเอง
 
 
 

สรุปว่า ตอนลูกเข้าสังกัดหมู่บ้านเด็กตอนประถม พ่อแม่กำลังหมดตัวค่ะ

แต่ถ้าอยากให้ลูกไปโรงเรียนก็ไม่ยาก โรงเรียนรัฐข้างบ้านอาม่ามี

แต่เราไม่คิดจะให้ลูกไป ต่อมา เราก็ได้เรียนรู้ว่าในระดับประถม 1~6

ลูกเราใช้ค่าใช้จ่ายไปหกปี 60,000 บาท
 
 
 

พอมาถึงระดับมัธยมต้น ปลายฟ้าเป็นนักศึกษาสังกัด สถาบันการศึกษา

ทางไกล ลูกเรียนฟรีค่ะ หนังสือฟรี เราปิดงบคชจ. การศึกษาแบบเป็น

ทางการไว้แค่นี้ แค่ 60,000 บาท ลูกเรียนแบบอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน

ความมีวินัยในตัวเองของลูกจะสูงมาก
 
 
 

ถ้าเรียนแบบนี้เรามีเวลามากพอที่จะเลือกเดินทางไปที่ไหนๆ

เท่าไหร่ก็ได้ เวลาไหนก็ได้ วางแผนล่วงหน้าได้นาน เพื่อตั๋วราคาถูก

ถึงถูกที่สุด เพื่อเลี่ยงเทศกาลคนเยอะต้นทุนการเดินทางแพง

ลูกชอบเบเกอร์รี่เมืองไหนมีร้านดังเราแวะ ลูกชอบของจิ๋วบ้านตุ๊กตา

เราพาไปพิพิธภัณฑ์ที่มีของจิ๋วในเมืองที่เราผ่าน ลูกชอบเลโก้

เราพาไปดูเลโก้ ลูกอยากดูตลาด อยากดูวัง งานศิลปะเราไปด้วยกัน
 
 
 

เราทำตามงบที่เราย้ายจาก ค่าเทอมค่ารับส่งลูกค่าหาหมอ

เพราะป่วยบ่อย มาเป็นค่าเดินทาง เพราะเรากลายเป็น Learning

by Travelling Unschooling ไปเรียบร้อยนานแล้ว คือเรียนรู้

ผ่านการเดินทาง สุขภาพเราดีกว่าค่าเฉลี่ย นานๆ หลายปีทีหน

กว่าเราจะมีโอกาสไปโรงพยาบาลเพราะป่วย
 
 
 

คนไทยไม่นิยมเล่าเรื่องตัวเอง เพราะกลัวคนว่าอวด ว่าทำตัวเด่น

อยากดัง แต่บ้านนี้ชอบเล่าค่ะ เรื่องที่มีประโยชน์หรืออุทาหรณ์สะกิดใจ

ให้กับกัลยาณมิตรทั้งหลาย ไม่ค่อยอยากเก็บไว้รู้เอง แม้เพียงคนเดียว

ที่ฟังอ่านแล้วคิดว่ามีประโยชน์ ก็ยังจะเล่าต่อไป
 
 
 

เยอะหน่อยนะวันนี้ เพราะตื้นตันมาก ที่ลูกได้คะแนนวิชาเศรษฐกิจ

พอเพียงเต็ม 100 เป็นวิชาพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9

เพื่อคนไทยทุกคน วิชาไหนก็ไม่สำคัญเท่าวิชานี้"
 
 
 

ปล. เพิ่มเติมนิด  ข้างบนนี้ไม่ได้พูดเรื่องสังคม ไม่ได้แปลว่า
 
ลูกไม่มีเพื่อนหรือสังคม ร่องรอยรูปที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้
 
ของลูกสาวชาย บ้านพี่ตอนนี้มีประมาณ 50,000 ภาพขึ้น
 
อย่ากังวลค่ะ ถ้าเราไม่ได้เก็บลูกไว้ในบ้าน และเปิดใจกว้าง
 
รับมิตรภาพ ยังไงสังคมมาแน่
 

แต่ทำยังไง  อย่าให้สังคมจำยอม มากดดันเราต่างหาก
 
ที่สำคัญกว่า
 
 
 
 

ท่านผู้อ่านมีความคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง  อยากเชิญชวนมา

ช่วยแสดงความคิดเห็นกันครับ  แต่ใคร่ขอให้ช่วยกันมองหลายๆ ด้าน

หลายๆ มุม  ทั้งในแง่บวก และแง่ลบ  เชื่อว่าจะได้ประโยชน์มากครับ
 
 
 
 
***
ที่มาและภาพประกอบ :

"14 ปีไม่เคยให้ลูกไปโรงเรียน!! เรียนรู้ด้วยตนเองที่บ้าน"

https://teen.mthai.com/variety/133365.html
 
ขอขอบคุณ
 
 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 07/10/2018 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ค2
สวัสดีครับ คุณยั้งคิด

อาจเป็นระบบการศึกษาหลักในอนาคตได้เหมือนกัน
ถ้าระบบโรงเรียนอ่อนแอและไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยแสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 สุรศักดิ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 07/10/2018 เวลา : 09.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ระบบ unschooling อาจกลายเป็นระบบหลักทางการศึกษาในอนาคต แต่มันอาจจะอ่อนไหวได้ง่าย ต้องคำนึงถึงประเด็นนี้

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 06/10/2018 เวลา : 22.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

สวัสดีครับทุกท่าน

วันนี้ ใคร่ขอนำเรื่องเกี่ยวกับการศึกษามานำเสนอสักเรื่องหนึ่ง
นั่นคือ Unschooling หรือการเรียนที่ไม่ใช่ระบบโรงเรียน
ซึ่งเชื่อว่า ท่านผู้อ่านคงจะได้เคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้าง ไม่มากก็น้อย

การเรียนที่ไม่ใช่ระบบโรงเรียน ดีหรือไม่ดี กันแน่ ??

ขอเชิญพบกับเรื่อง "Unschooling...14 ปี ไม่เคยให้ลูกไปโรงเรียน
แต่เรียนอยู่ที่บ้านแทน !!"

ได้แล้วครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ไทรโยคแห่งความหลัง

วงจันทร์ ไพโรจน์

View All
<< ตุลาคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านทราบบล็อกนี้จาก
OK Nation
0 คน
Google
0 คน
Facebook
0 คน
Twitter
1 คน
Multiply
0 คน
Wordpress
0 คน
อื่น ๆ
0 คน

  โหวต 1 คน