• สุรศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-23
  • จำนวนเรื่อง : 1301
  • จำนวนผู้ชม : 6734055
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2063 คน
บล็อกสุรศักดิ์ OK Nation
บล็อกความรู้ สู่ จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม โลกในอนาคต สุขภาพ และการพัฒนาตนเอง เพื่อรู้เท่าทันโลก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม 2563
Posted by สุรศักดิ์ , ผู้อ่าน : 499 , 12:06:20 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ni_gul , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

ปาฐกถานายปรีดีฯ...จะมีทางได้ประชาธิปไตยโดยวิธีสันติหรือไม่
(ตอนที่ 6)

 


นายปรีดี พนมยงค์

 

 

ปาฐกถาของ นายปรีดี พนมยงค์
เรื่อง "จะมีทางได้ประชาธิปไตยโดยวิธีสันติหรือไม่"
แสดงในงานประชุมประจำปี
นักเรียนไทยในสหพันธรัฐเยอรมัน
เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๖

(นายปราโมทย์ พึ่งสุนทร ผู้จัดพิมพ์
ครั้งที่ ๑ กันยายน ๒๕๑๖)


(ความท้ายตอนที่แล้ว)
ฉะนั้น เพื่อรักษาระบบทุนของอังฏฤษในอินเดียไว้
รัฐบาลอังกฤษจึงผ่อนผันโดยวิธีสันติให้อินเดีย
ได้รับเอกราชและสถาปนาระบบประชาธิปไตย
แบบตะวันตกขึ้น

 

***
ตอนที่ ๖

จากอุทาหรณ์ในประวัติศาสตร์ที่ผมกล่าวมาข้างต้น
จึงเห็นได้ว่า ในยุโรปนั้นระบบประชาธิปไตยโดยวิธีสันติ
เป็นไปได้ โดยเงื่อนไข ๒ ประการ คือ

 

ประการที่ ๑ เงื่อนไขฝ่ายราษฎรที่ตกทุกข์ได้ยาก
พร้อมที่จะรับการเปลี่ยนทุกข์โดยระบบประชาธิปไตย
แบบตะวันตก และมีกองหน้าเป็นขบวนนำ มีทัศนะ
ประชาธิปไตยยึดถือเป็นหลักนำการปฏิบัติของตน

เพราะถ้าเพียงแต่คิด ๆ ว่า อยากได้ระบบประชาธิปไตย
แต่ยึดถือทัศนะล้าหลังที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย การปฏิบัติ
ในขั้นสุดท้ายของตนก็จะวกไปสู่ความไม่เป็นประชาธิปไตย


ประการที่ ๒ เงื่อนไขฝ่ายผู้กุมอำนาจเศรษฐกิจและการเมือง
และผู้กุมอำนาจทางจิตใจของมวลราษฎร ว่าจะพร้อม
เสียสละผลประโยชน์ของตนให้แก่มวลราษฎรได้มีระบบ
ประชาธิปไตยแบบตะวันตก หรือไม่ เพื่อให้ระบบนั้นสมาน
กับพลังการผลิตที่พัฒนาขึ้น เพื่อเปลื้องทุกข์ของมวลราษฎร

 

เงื่อนไขประการที่ ๒ นี้สำหรับผู้กุุมอำนาจที่นับถือธรรม
ของพระพุทธองค์อย่างแท้จริง โดยไม่ถือแต่เปลือกนอก
เพียงให้ขึ้นชื่อว่านับถือพุทธศาสนาแล้ว ก็มีทางที่จะให้
เกิดประชาธิปไตยโดยวิธีสันติได้

 

พระพุทธองค์ได้ทรงบำเพ็ญเป็นตัวอย่างมาแล้วในการที่
พระองค์ได้ตรัสรู้สัมโพธิญาณมองเห็นความทุกข์ยากของ
มนุษย์ปกครองกันโดยสามัคคีธรรมและทรงปกครองคณะสงฆ์
ของพระองค์ให้เป็นตัวอย่างแก่ระบบประชาธิปไตย

 

ผู้ที่เคยอุปสมบทหรือเคยศึกษาพระธรรมวินัย ย่อมรู้ว่า
ตามวินับของสงฆ์ที่ปกครองกันในวัด "ตามฉบับแท้ "
ของพระพุทธองค์ ซึ่งปรากฏอยู่ในหนังสือวินัยมุข ซึ่ง
สมเด็จพระมหาสมณะเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส
ได้ทรงนิพนธ์ไว้นั้นเป็นระบบประชาธิปไตยเพรียบพร้อมด้วย
สามัคคีธรรมโดยแท้ หากในสมัยต่อๆ มามีผู้ละเมิดคำสอน
ของพระองค์

 

ในสมัยพุทธกาลนั้น พระองค์ได้เทศนาโปรดพระราชบิดา
ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์และโปรดกษัตริย์ใหญ่น้อยให้ตั้ง
อยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และได้ทรงพระราชทานพระพุทโธวาท
แก่บรรดากษัตริย์ในชมพูทวีป ให้ตั้งอยู่ใน "ทศพิธราชธรรม"
คือธรรม ๑๐ ประการของราชาธิบดี ซึ่งสมเด็จพระมหาสมณเจ้า
กรมพระยาวชิรญาณวโรรสได้ทรงนำมาวิสัชนาถวาย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ เมื่อวันที่ ๗
ธันวาคม ร.ศ. ๑๑๒ (ค.ศ. ๑๘๙๓)

 

เมื่อพระพุทธศาสนาเข้ามาสู่สยามแล้ว ได้มีพระมหากษัตริย์
หลายพระองค์ได้ถือเคร่งครัดในทศพิธราชธรรม และปกครอง
สยามตามคติประชาธิปไตยโดยขจัดอิทธิพลไสยศาสตร์แห่ง
คติพราหมณ์ อาทิ พ่อขุนรามคำแหงแห่งกรุงสุโขทัย ก็ได้
ทรงบำเพ็ญเป็นตัวอย่างที่รับฟังความเดือดร้อนของราษฎร
ผู้ใดทุกข์ก็ทูลเกล้าถวายฎีกาซึ่งพระองค์ได้ทรงช่วยแก้ไข
ทำให้ชาวไทยได้รับความผาสุก สมดั่งที่ทรงจารึกไว้ใน
หลักศิลาว่า "ในน้ำมีปลาในนามีข้าว"

 

ต่อมาในสมัยที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีนั้น ก็มี
พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ ได้เจริญรอยตามพ่อขุน
รามคำแหง แต่อิทธิพลไสยศาสตร์ได้แทรกเข้ามา จึงทำให้
บางพระองค์สนับสนุนวิธีนั้นของลัทธิพราหมณ์ อันเป็นลัทธิ
ที่ขัดแย้งต่อคติประชาธิปไตยทางพุทธศาสนา

 

ผลก็คือในระหว่างเวลา ๔๑๗ ปี แห่งสมัยอยุธยานั้น

ท่านที่เคยอ่านพระราชพงศาวดารก็รู้แล้วว่า ได้มีการเปลี่ยน

พระราชวงศ์หลายพระราชวงศ์ และภายในพระราชวงศ์

ก็มีการต่อสู้แย่งราชสมบัติระหว่างกัน

 

หมอแมกฟาร์แลนด์ได้สรุปไว้ในหนังสือปทานุกรมของเขาว่า
สมัยอยุธยามีพระมหากษัตริย์ถึง ๓๔ พระองค์ ถัวเฉลี่ย
องค์ละ ๑๒.๓ ปีเท่านั้น

 

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์แห่งพระราชวงศ์จักรีนั้น พระบาท
สมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นรัชกาลที่ ๕
ได้ทรงสละพระราชอำนาจหลายประการของพระองค์ เพื่อ
เบิกทางสู่ประชาธิปไตยแบบตะวันตก โดยวิธี "Evolution"
หรือ "วิวัฒน์" อย่างสันติ อาทิ

 

ได้ทรงแก้ไขระบบทาษ ต่อจากที่กษัตริย์สมัยอยุธยาได้

แก้ไขไว้บ้างในการให้ทาษได้มีมนุษยภาพมากขึ้น

โดยวิธีสันติทีละขั้นๆ ครั้นแล้วใน ค.ศ. ๑๙๐๕ ก็ได้ทรง

ประกาศยกเลิกระบบทาษทั้งระบบ พระองค์ได้ทรงเริ่ม

ปรับปรุงระบบสังคมและประเพณีโบราณที่ล้าสมัยหลายอย่าง

 

ผมได้เคยกล่าวไว้ว่า การที่จะมีระบบประชาธิปไตยได้นั้น
ขบวนการนำก็จะต้องมีทัศนะประชาธิปไตยเป็นหลักนำการ
ปฏิบัติและช่วยให้มวลราษฎรมีทัศนะเช่นนั้นดุจกัน

 

ในเรื่องนี้รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงเริ่มให้ราษฎรของพระองค์
เลิกความเชื่อถือไสยศาสตร์และมีความเชื่อถือที่ไม่ใช่
วิทยาศาสตร์เป็นขั้น ๆ ไป อาทิมีความปรากฏในพระราช
หัตถเลขาถึงเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ มกุฏราชกุมาร ซึ่งต่อมา
เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๖

 

คือในกาลหนึ่ง มกุฏราชกุมารเสด็จประทับที่พระปฐม
ทรงเห็นแสงรัศมีแผ่มาจากองค์พระปฐมเจดีย์ (องค์เดิม)
มกุฏราชกุมารเห็นเป็นสิ่งมหัศจรรย์ จึงทำบุญสมโภช
แล้วนำความกราบบังคมทูลรัชกาลที่ ๕ จึงพระราชทาน
พระราชหัตถเลขาคอยอธิบายว่า ปรากฏการณ์นั้น ได้ปรากฏ
ในเจดีย์หลายแห่ง แต๋ก็เป็นในฤดุฝน ซึ่งน้ำฝนอาจจะชะ
มายังปูนขาวที่ประกอบเจดีย์นั้น

 

มีอีกกรณีหนึ่งคือเมื่อครั้งเจ้าพระยาสุรศักดิมนตรี สมัยเป็น
เจ้าหมื่นไวยวรนารถได้รับแต่งตั้งเป็น แม่ทัพไปปราบฮ่อ
ที่รุกรานหลวงพระบาง สมัยขึ้นอยู่กับสยาม ท่านเจ้าหมื่น
ได้ไปเฝ้ารัชกาลที่ ๕ ที่วังบางปอินแล้วเอาผ้าเช็ดหน้าขาวของตน
ปูขึ้น ขอพระราชทานให้พระองค์ประทับพระบาทบน
ผ้าเช็ดหน้านั้นทูลว่า จะนำติดตัวไปในกองทัพเพื่อความ
สวัสดีมีชัย

 

รัชกาลที่ ๕ ก็ทรงอนุโลมตามความประสงค์ แต่รับสั่งว่า
ต่อไปพระองค์จะใช้วิธีใหม่แทนวิธีของเจ้าหมื่นนั้น คือ
พระองค์จะเอาเส้นผมของพระองค์ (ซึ่งตามราชาศัพท์
เรียกว่า เส้นพระเจ้า) มาบรรจุในยอดธงประจำกองทหาร
ให้ถือว่า พระองค์ได้เสด็จไปกับกองทหาร ทั้งนี้เป็นการเลิก
วิธีไสยศาสตร์อย่างหนึ่ง

 

ยังมีประเพณีโบราณที่ล้าสมัยบางอย่างที่พระองค์ยกเลิก

อาทิ เมื่อได้เป็นพระมหากษัตริย์แล้วได้โปรดเกล้าฯ ให้

ข้าราชการเลิกวิธีหมอบคลานกราบ ในการเข้าเฝ้า

โดยให้ใช้วิธียืนถวายคำนับ

 

ข้าราชการไทยสมัยนั้น และสมัยต่อมาก็รู้กันอยู่ทั่วไป
ฝรั่งหลายคนก็เขียนบันทึกไว้เชิดชูพระเกียรติคุณ

ดังนั้น รัชกาลที่ ๕ จึงทรงวางเบิกทางการมีระบบประชาธิปไตย
แบบตะวันตก โดยทาง "EVOLUTION" หรือวิวัฒน์

 

(โปรดติดตามต่อ ตอนสุดท้าย)

 

 

***
ที่มาข้อมูลและภาพ :
หนังสือปาฐกถาของนายปรีดี พนมยงค์
เรื่อง "จะมีทางได้ประชาธิปไตยโดยวิธีสันติหรือไม่"
แสดงในงานประชุมประจำปี
นักเรียนไทยในสหพันธรัฐเยอรมัน
เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๖
(พิมพ์ที่ โรงพิมพ์นีติเวชช์ หน้าพระลาน
กรุงเทพมหานคร, ๒๕๑๖.)
ขอขอบคุณ

ภาพ ดร.ปรีดี พนมยงค์ จากอินเตอร์เน็ต
ขอขอบคุณ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 16/12/2020 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "สิงคโปร์ มีแนวทางใหม่บริหารหนี้สาธารณะอย่างไร " [เชิญคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลยครับ]

สวัสดีครับทุกท่าน

ขอเชิญท่านที่สนใจ ติดตามปาฐกถา
ของท่าน ดร.ปรีดีฯ ได้พบกับ
"ปาฐกถานายปรีดีฯ...จะมีทางได้ประชาธิปไตย
โดยวิธีสันติหรือไม่ (ตอนที่ 6)"

ได้แล้วครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ขอเชิญติดตาม บล็อกสุรศักดิ์ oknation

scan ที่นี่

View All
<< ธันวาคม 2020 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านทราบบล็อกนี้จาก
OK Nation
0 คน
Google
0 คน
Facebook
0 คน
Twitter
1 คน
Multiply
0 คน
Wordpress
0 คน
อื่น ๆ
0 คน

  โหวต 1 คน