*/
  • น้ำปาย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : i-am-surgeon@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-19
  • จำนวนเรื่อง : 85
  • จำนวนผู้ชม : 295320
  • จำนวนผู้โหวต : 198
  • ส่ง msg :
  • โหวต 198 คน
<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม 2552
Posted by น้ำปาย , ผู้อ่าน : 25040 , 08:34:08 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อแผนการคุมกำเนิดผิดพลาด 

เช่น  ถุงยางอนามัยรั่ว   

ลืมกินยาคุมกำเนิดเกิน 2 วัน

นับวันผิด   มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ตั้งใจ   

ถูกข่มขืน ฯลฯ

 

"ยาคุมฉุกเฉิน"  อาจเป็นทางเลือกที่ดี 

แต่ในกรณีที่นอกเหนือไปจากนี้หากทางเลือกของคุณ

ยังคงเป็นยาคุมฉุกเฉิน ... มีเรื่องอีกมากที่คุณต้องรู้ 

 

ปัจจุบัน ..... ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน

( emergency contraceptive pill ) 

หรือเรียกง่ายๆ  "ยาคุมฉุกเฉิน" 

ซึ่งชื่อของมันบอกวัตถุประสงค์ในการใช้ไว้อย่างชัดเจน 

ได้ถูกนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์มากขึ้น 

และข้อมูลในใบกำกับยาเองก็ขัดแย้ง

กับผลงานวิจัยในหลายประเทศทั่วโลก

 

"ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน"  เป็นยาที่มีส่วนประกอบ

เหมือนยาคุมกำเนิดแต่มีปริมาณยามากกว่า 

มีให้เลือก 2 แบบ  คือแบบฮอร์โมนเดี่ยว

ซึ่งมีฮอร์โมนโปรเจสตินเพียงอย่างเดียว

และแบบฮอร์โมนผสมซึ่งประกอบด้วย

ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสตินรวมกัน

 

แบบฮอร์โมนเดี่ยวมีข้อดีคือ

มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ 

ได้ 85 เปอร์เซ็นต์ซึ่งมากกว่าแบบฮอร์โมนผสม

ซึ่งมีประสิทธิภาพเพียง 75 เปอร์เซ็นต์

และมีผลข้างเคียง (เช่นคลื่นไส้อาเจียน) น้อย 

 

ยาคุมตัวนี้จะเข้าไปขัดขวางการตกไข่

หรือทำให้การตกไข่ช้าไปกว่าเดิม

และอาจมีผลทำให้เนื้อเยื่อของผนังมดลูก 

ที่กำลังก่อตัวหนาขึ้นเพื่อเตรียมรับการฝังตัว 

ของไข่อ่อนแอลงรวมทั้งมีผลอื่นๆ 

ที่จะไปขัดขวางการผสมระหว่างไข่กับอสุจิ 

พูดง่ายๆ ว่ามันจะทำงานตั้งแต่ตัวอ่อนยังไม่เกิด

ถ้าตัวอ่อนเกิดแล้วมันจะไม่ไปขัดขวาง

การพัฒนาของตัวอ่อนเลย

ดังนั้นยาตัวนี้จึง  ไม่ใช่ยาทำแท้ง 

 

โดยทั่วไปเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน

ผู้ใช้จะต้องกินยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน

เม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมง

หรือภายในสามวันและกินเม็ดที่ 2

หลังจากนั้นอีก 12 ชั่วโมง

ซึ่งวิธีนี้ได้รับการยืนยันผลจากงานวิจัย

ในหลายประเทศว่าสามารถป้องกัน 

การตั้งครรภ์ได้ถึง 75-85 เปอร์เซ็นต์

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็คือ 

ได้มีผู้หันมานิยมใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน

แทนการคุมกำเนิดแบบปรกติ   

ซึ่งวิธีดังกล่าวเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์

ทั้งยังเป็นอันตรายต่อผู้ใช้มากกว่า

ที่สำคัญผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้

เกี่ยวกับการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน   

และข้อมูลในใบกำกับยาเองก็ยังเป็นปัญหา

การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆ

จึงเกิดขึ้นตามมา 

 

ข้อมูลในใบกำกับยาดังกล่าว

ทำให้ผู้ใช้ยาส่วนใหญ่เข้าใจว่า

หากกินยาหลังร่วมเพศเกินหนึ่งชั่วโมง 

ยาจะไม่ได้ผลหลายคนจึงปล่อยเลยตามเลย

จนแน่ใจว่าตั้งครรภ์แล้วค่อยกินยาขับหรือทำแท้ง  

ทั้งที่หากทราบข้อมูลการใช้ยาที่ชัดเจนถูกต้องเพียงพอ

ก็จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ 

จนต้องมาจัดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันภายหลัง 

 

ปัญหาที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้คือ

จำนวนผู้ใช้ยาผิดวัตถุประสงค์

หรือไม่ได้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งทำการสอบถามผู้ใช้ยาจำนวน 60 คนพบว่า

กลุ่มตัวอย่างใช้ยาเฉลี่ยเดือนละ 3.6 เม็ด   

ซึ่งแสดงว่ากลุ่มตัวอย่างใช้ยาอยู่เป็นประจำ

ไม่ได้ใช้ในกรณีฉุกเฉินตามที่ควรจะเป็น

 

เพื่อนของหมอหลายคนที่เปิดร้านขายยา

เล่าให้ฟังว่าทุกวันนี้มีคนใช้ยาตัวนี้

กันอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น

ที่น่าตกใจก็คือ  คนซื้อกลับเป็นผู้ชายซึ่งไม่ใช่คนกิน 

.. ส่วนผู้หญิงซึ่งเป็นคนกินกลับไม่ได้ซื้อ 

 

สาเหตุหนึ่งที่ผู้ชายจำนวนมากหันมาซื้อ 

ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินให้คู่นอนของตน

มาจากทัศนคติไม่ดีเกี่ยวกับถุงยางอนามัย 

ที่ว่า "ใช้แล้วไม่เป็นธรรมชาติ"  

หรือ  "ถุงยาง .. เหมาะสำหรับโสเภณี"  

บ้างก็อ้างว่า  "ถุงยางอนามัย" 

เป็นสัญลักษณ์ของความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน

 

แต่จากการวิจัยพบว่าเหตุผลหนึ่งที่ผู้ชาย

นิยมใช้วิธีนี้ก็คือ สะดวกดี  ผลจากทัศนคติดังกล่าว

ผู้หญิงจึงตกอยู่ในอันตรายโดยไม่รู้ตัว 

เพราะการกินยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินบ่อยครั้ง

ทำให้ผู้หญิงได้รับฮอร์โมนบางตัวสูงเกินไป 

ซึ่งก่อให้เกิดผลข้างเคียงมากมาย

และการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย 

ยังทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์ง่ายขึ้นด้วย 

 

จากงานวิจัยได้ผลออกมาว่ายาตัวนี้มีผลข้างเคียงมากมาย 

ทั้งคลื่นไส้อาเจียน   ปวดหัว   ซึม  ง่วง  ท้องเสีย 

ประจำเดือนมามากหรือน้อยเกินไป

ทั้งยังพบว่ามีอัตราเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งเต้านมด้วย

ผู้หญิงที่กินยาตัวนี้มากเกินไปอาจเป็นอันตราย

อย่างคาดไม่ถึงเพราะยาตัวนี้ผลิตขึ้นมาสำหรับ 

กรณีฉุกเฉิน ไม่ใช่สำหรับใช้เป็นประจำ 

 

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา

เกี่ยวกับเม็ดยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน 

ว่าควรเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการ 

อาหารและยา ( อย. ) แก้ไขใบกำกับยา

ให้ถูกต้องโดยเร็วที่สุด  และองค์กรต่างๆ

ทั้งภาครัฐและเอกชน  อาทิ กระทรวงสาธารณสุข

องค์กรพัฒนาเอกชน   ร้านขายยา

และสื่อมวลชนจะต้องช่วยกันเผยแพร่ข้อมูล

ที่ถูกต้องสู่ประชาชนเพื่อลดอันตราย 

จากการใช้ยาตัวนี้พร่ำเพรื่อ

รวมทั้งเผยแพร่ยานี้ให้เป็นที่รู้จัก

ในฐานะที่เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้หญิง

ที่ไม่พร้อมตั้งครรภ์แต่อยู่ในกรณีฉุกเฉินจริงๆ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
workingwomen วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 17.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arada

ขอบคุณเรื่องราวดีดีค่ะ หมอ

จะได้นำไปแบ่งปันให้เพื่อนๆที่ไม่เข้าใจ

เป็นวิทยาทาน นะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ซันญ่า วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

มาหาความรู้

ขอบคุณมากนะคะ

.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เกษม วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kasemsan
www.facebook.com/training2goal

ต้องสื่อสารให้เห็นความสำคัญ และถ้าให้ดียาพวกนีควรเป็นยาควบคุมครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
su.63 วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 08.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/su
ไทบ้านพระเสาร์

ดีครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 08.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พร-หล้า วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 08.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/karnpipatch
~แค่ผู้หญิงธรรมดาจอมเพ้อเจ้อ...~

ยาแบบนี้น่าจะให้แพทย์เขียนใบสั่งยาให้ถึงขายได้ค่ะ

อันตราย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน