*/
  • น้ำปาย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : i-am-surgeon@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-19
  • จำนวนเรื่อง : 85
  • จำนวนผู้ชม : 295320
  • จำนวนผู้โหวต : 198
  • ส่ง msg :
  • โหวต 198 คน
<< กันยายน 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2552
Posted by น้ำปาย , ผู้อ่าน : 7191 , 14:15:47 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ถ้าพูดว่า " คนไม่มีเวลา " หลายๆ คนคงนึกภาพของคนที่ยุ่ง

จนไม่มีเวลาที่จะทำอะไร  คนที่มีชีวิตวุ่นวายรีบเร่ง

แต่สำหรับนักร้องคนนี้  คุณว่าน ธนกฤต  ศิลปินคุณภาพของ AF   

" คนไม่มีเวลา " มีความหมายต่างจากนั้นมากมายนัก

 

ข้อความต่อไปนี้ .. เกิดจากการพูดคุยสัมภาษณ์กับคุณว่าน ธนกฤต

ผมกับพี่จั๊ก (ชวิน จิตร์สมบูรณ์) ทำงานเพลงร่วมกัน

ซึ่งพี่จั๊กแต่งทำนองเสร็จนานแล้วและให้ผมเขียนเนื้อ 

แต่ผมก็ยังเขียนไม่ได้ซักที .. มีอยู่วันหนึ่งขณะที่ผมกำลังจัดรายการ 

ก็มีแฟนรายการคนหนึ่งมาขออัดเสียงผมโดยบอกว่า

จะเอาไปให้เพื่อนที่กำลังป่วยฟังและเพื่อนคนนั้นเค้าชอบผมมาก

ซึ่งผมก็บอกว่าอย่าอัดเสียงเลยครับผมไปเยี่ยมก็ได้

ซึ่งตอนแรกผมรู้เพียงว่าพี่คนนั้นเค้าป่วยต้องผ่าตัดสมอง 

แต่ไม่รู้รายละเอียดว่าเค้าเป็นอะไรขนาดไหน ??

ซึ่งพอผมไปถึงที่โรงพยาบาลสิ่งแรกที่กระทบหูผมคือ

เสียงเพลงจากอัลบั้มแรกของผมดังอยู่ในห้องนั้น 

ภาพที่ผมเห็นคือห้องคนป่วยที่บนผนังห้องติดโปสเตอร์ของผม

รูปของผมและตารางจัดรายการของผม

ส่วนพี่ที่นอนอยู่ในสภาพไม่รู้สึกตัวมีผ้าพันหัว

และอุปกรณ์ช่วยชีวิตเต็มไปหมด

 

ผมได้พบกับครอบครัวของพี่เค้าด้วย 

ทุกคนในห้องเล่าให้ผมฟังว่าพี่ที่ป่วยชื่อ " พี่บี"  

เป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตกต้องผ่าตัดสมองถึง 5 ครั้ง

และตอนนี้ก็ยังไม่รู้สึกตัวเลย

ทั้งแม่และครอบครัวรวมถึงสามีของพี่บี

ทุกคนเล่าให้ผมฟังว่า .. พี่บีดีขึ้น .. คือเริ่มขยับนิ้วได้บ้างแล้ว 

ทุกคนดูมีความหวังและกำลังใจแต่สำหรับความรู้สึกของผม

ผมกลับรู้สึกว่าเวลาในห้องนั้นได้หยุดเดิน

ทุกคนที่รอ .. รออย่างไร้จุดหมาย

เหมือนเวลามันได้ผ่านเลยไปสำหรับคนที่รออยู่

 

วันนั้น .. เมื่อกลับถึงบ้านผมเขียนเพลงที่ดองไว้มานาน

ไม่น่าเชื่อว่าผมเขียนมันเสร็จในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง

" เวลา"  อาจไม่มีความหมายสำหรับคนบางคน

แต่สำหรับผมๆ ได้ไอเดียในการเขียนเพลงนี้

จากเรื่องราวชีวิตของ " พี่บี" และ " พี่มืด"  สามีพี่บี

 

และต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของ " พี่มืดและพี่บี "

พี่มืดกับพี่บี .. รู้จักกันเพราะทำงานที่เดียวกัน

และก็เป็นแฟนกันนาน 8-9 ปีหลังจากนั้นก็แต่งงานกัน 

พี่มืดทำงานเป็นครีเอทีฟบริษัทโฆษณา

ส่วนพี่บีเป็นอาร์ตไดเรคเตอร์

ทั้ง 2 คนเรียนจบเมืองนอกและบ้างานด้วยกันทั้งคู่

เมื่อแต่งงานกันทั้งคู่จึงมีแผนจะสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้นมา

และต้องใช้เงินอีกก้อนใหญ่ 

 

พี่บีซึ่งปกติทำงานเยอะอยู่แล้วก็รับจ๊อบเพิ่มขึ้น

เพื่อหาเงินสร้างบ้าน งานเยอะก็เครียดหนัก

จนปวดหัวประจำและมีไมเกรนเป็นโรคประจำตัว

หลังจากแต่งงานกันมา 1 ปี 2 เดือน

เช้าวันนั้น .. พี่มืดแต่งตัวเสร็จแล้วเตรียมตัวไปทำงาน

แต่พี่บียังไม่ลุกจากที่นอนและบ่นว่าปวดหัว

พี่มืดเลยบอกให้นอนพักอยู่กับบ้านไม่ต้องไปทำงาน

แล้วพี่มืดก็ออกไปทำงาน .. นั่นคือครั้งสุดท้ายที่พี่มืดได้คุยกับพี่บี

 

พี่มืดเล่าว่า .. พี่บีเส้นเลือดในสมองแตก

เพราะอาการปวดหัวอย่างหนัก

ช่วงบ่ายวันที่เกิดเรื่องพี่บีปวดหัวจนสลบไป

จนพี่สาวต้องพาไปส่งโรงพยาบาล

หมอบอกว่า " เส้นเลือดในสมองแตก "  

และต้องเข้ารับการผ่าตัดถึง 5 ครั้ง

ผ่าเส้นนี้อีกเส้นก็แตก  ผ่าแล้วก็แตกถึง 5 รอบ

จนสุดท้ายหมอก็บอกว่าคงไม่มีเส้นไหนให้แตกอีกแล้ว

พอพี่บีออกจากห้องผ่าตัดมาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้นอีกเลย

 

เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว .. พี่มืดก็รับไม่ได้

ไม่ไปทำงาน  ไม่กินไม่นอน  ได้แต่นั่งเฝ้าพี่บีอยู่ที่โรงพยาบาล 

ไม่เข้าใจว่าโชคชะตาเล่นตลกอะไรกับเค้า

เหมือนตกจมดิ่งไปในหลุมลึกที่ไม่มีทางขึ้น 

ดิ้นรนทำทุกทางเพื่อคนรัก

 

พี่บีอยู่โรงพยาบาล 3 เดือนแบบไม่รู้สึกตัว 

จนวันหนึ่งอยู่ๆ พี่บีก็ลืมตาขึ้นมา .. พี่มืดและครอบครัวดีใจกันมาก 

แต่พี่บีก็แค่ลืมตา  กระพริบตา  ไม่ได้รับรู้อะไร  นิ้วก็เริ่มกระดิกได้

ความหวังของพี่มืดเริ่มเกิดอีกครั้ง 

 

พี่มืดเอาแหวนแต่งงานที่ต้องถอดออกมาใส่ให้

แต่นิ้วพี่บีบวมใส่ไม่ได้ .. พี่มืดพูดติดตลกทั้งน้ำตากับพี่บีว่า

" อ้วนขึ้นนะเธอ .. ลุกขึ้นมาเดินได้แล้ว "

หมอบอกว่าสำหรับคนเป็นโรคแบบนี้รักษาอะไรไม่ได้ 

นอกจากรอ .. บางคนก็จะฟื้นตื่นขึ้นมาเอง

บางคนตื่นก็หาย  บางคนถึงตื่นมาก็ช่วยตัวเองไม่ได้

แต่บางคนก็อาจจะเป็นเจ้าหญิงนิทราตลอดไป 

ขอแค่มีความหวังและกำลังใจอะไรก็เกิดขึ้นได้ 

หมอแนะนำให้ครอบครัวพาพี่บีกลับไปดูแลที่บ้าน

 

พี่มืดต้องพยายามทำให้ตัวเองอยู่ได้ .. ทั้งเพื่อตัวเองและเพื่อพี่บี

ชีวิตทุกวันนี้ .. พี่มืดตื่นขึ้นเพราะหมาที่พี่บีเคยเลี้ยงไว้

เข้ามาเลียหน้าปลุกให้พี่มืดต้องเปิดประตูบ้านให้มันออกไปข้างนอก

ลงมาข้างล่างเพื่อชงกาแฟและแวะเข้าไปหาพี่บีที่ห้อง

พี่มืดจะนั่งคุยเรื่องราวโน่นนี่ทั่วไปกับพี่บี  แล้วก็เปิดเพลง  

บางทีก็เอากาแฟเข้าไปใกล้ๆ จมูกพี่บีเพราะพี่บีเป็นคนติดกาแฟ 

ถ้าอยากกินก็ตื่นขึ้นมากินนะ .. พี่มืดจะบอกกับพี่บีอย่างนี้ทุกวัน

หลังจากดูพี่บีเสร็จพี่มืดก็ออกไปทำงาน .. เลิกงานแล้วก็กลับบ้าน 

มานั่งเป็นเพื่อนพี่บีเป็นกิจวัตรอย่างนี้ทุกวัน

 

จากคนที่เคยสนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้ก็กลับเป็นคนเงียบสงบ

รถติดก็จะหยิบหนังสือสวดมนต์มาอ่าน 

จนทุกวันนี้ท่องจบได้เป็นหน้าๆ  ทำบุญ  เข้าวัด 

โดยหวังบุญกุศลจะส่งผลถึงคนรัก

 

ที่บ้านก็ต้องเปิดเพลงที่พี่บีชอบ 

ต้องนั่งพูดคุยเรื่องต่างๆ ให้ฟังทุกวัน

พยายามหาอะไรที่เค้าชอบมาให้ได้รับรู้ 

อะไรก็ได้ที่จะทำให้พี่บีกลับมาเป็นเหมือนเดิม

จนทุกวันนี้เวลาผ่านไปเกือบ 1 ปีแล้วตั้งแต่กลับมาอยู่บ้าน

พี่บีก็ยังเหมือนเดิม  ตาที่ลืมขึ้นมาก็มองอย่างเหม่อลอย 

โดยหาจุดโฟกัสไม่ได้  นิ้วมือทำได้แค่เพียงกระดิก

แต่พี่มืดเชื่อว่าพี่บีรับรู้อยู่ข้างในแต่แสดงออกมาไม่ได้ 

พี่บีก็คงกำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อที่จะกลับมา

พี่มืดก็จะต่อสู้เหมือนกัน .. เค้าจะไม่ทิ้งไปไหน

และจะทำทุกอย่างเท่าที่ชีวิตนี้จะทำให้ได้

จะรอคอยอย่างมีความหวังต่อไปแม้เวลาจะนานต่อไปอีกแค่ไหน

 

เมื่อผมถามว่า .. ถ้าพี่บีตื่นขึ้นมาพี่มืดอยากพูดอะไรกับพี่บีเป็นคำแรก

พี่มืดตอบกับผมว่า " ผมอยากจะขอบคุณเค้า  เพราะที่เค้าเป็นแบบนี้

ทำให้ผมรู้ว่าผมรักเค้ามากแค่ไหนและถ้าผมเป็นคนที่นอนอยู่ตรงนั้น

แทนที่จะเป็นเค้าผมเชื่อว่าเค้าคงดูแลผมได้ดีกว่าที่ผมดูแลเค้า "

 

หลายคนบอกว่า " ไม่มีอะไรเอาชนะกาลเวลาได้ "  

แต่ผมเชื่อว่า .. ความรักสามารถเอาชนะวันเวลาได้ 

ขอบคุณ  " พี่มืด  พี่บี และครอบครัว "  

ที่ทำให้ผมรู้ว่า ... ความรักยิ่งใหญ่กว่าวันเวลา !!


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ทะเลไร้คลื่น วันที่ : 29/09/2009 เวลา : 14.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talay
http://www.oknation.net/blog/yeewawa/2009/11/17/entry-1 " ลูกหลานสายน้ำตาปีเมืองปักษ์ใต้ "

..... แต่วันนี้เค้าว่าง เค้ามีเวลา อิอิ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน