*/
  • น้ำปาย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : i-am-surgeon@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-19
  • จำนวนเรื่อง : 85
  • จำนวนผู้ชม : 295320
  • จำนวนผู้โหวต : 198
  • ส่ง msg :
  • โหวต 198 คน
<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2552
Posted by น้ำปาย , ผู้อ่าน : 1429 , 23:48:53 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยไม่มีใครต้องการหย่าร้าง 

เมื่อได้ตัดสินใจแต่งงานไปกับใครสักคน

เพราะก่อนแต่งเราก็คงคิดแล้วคิดอีก 

ไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดใดๆ ขึ้นกับชีวิตของเรา

 

การแต่งงาน ... เป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต

เราไม่ได้มีโอกาสได้แต่งบ่อยๆ

ถ้าคุณเป็นผู้หญิงธรรมดาปกติคุณก็คงหวังจะแต่งงาน

เพียงครั้งเดียวในชีวิตนอกจากจะเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆ 

ซึ่งเราก็คงไม่อยากให้เกิดขึ้นกับชีวิตถ้าเป็นไปได้

 

ดังนั้น ... ผู้หญิงทุกคนก็น่าที่จะมีความรอบคอบ

ในการตัดสินใจก่อนที่จะลงเอยไปกับใครสักคน

แต่จากสถิติของการหย่าร้างที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี 

น่าจะเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าคู่สมรสเกิดความผิดพลาด

ในการตัดสินใจแต่งงานสูงขึ้นเรื่อยๆ

เมื่ออยู่กันไม่ได้ก็เลิกรากันไป .. บางคนก็แค่ 7 วัน

ของขวัญยังแกะไม่ทันหมดก็หย่ากันเสียแล้ว 

ในขณะที่บางคนก็ทนกันไม่ได้ตอนแก่ก็มี 

 

อะไรที่ทำให้คนเราแต่งงานแล้วหย่า ??

จะมีทางใดที่จะช่วยทำให้การหย่าร้างนี้ลดลงได้บ้างหรือไม่ ??

 

สิ่งที่ทำให้คนเราแต่งแล้วหย่าดูจะมีมากมายค่ะ 

ทั้งจากตัวของคู่สามีภรรยาเองและจากทั้งที่เป็นสิ่งแวดล้อม

หรือเหตุการณ์ที่เกิดกับชีวิตของคนทั้งคู่

เราคงไม่สามารถที่จะนำมาจาระไนได้หมด 

แต่สิ่งหนึ่งที่อาจจะช่วยลดการเกิดสภาวะแต่งแล้วหย่า

ให้น้อยลงได้นั้น ... น่าจะเป็นไปได้ถ้าหากคุณผู้หญิง

จะใช้การวิเคราะห์ดูสักนิดจากสาเหตุที่ทำให้คุณ

นึกอยากแต่งงานกับเขาตั้งแต่ก่อนที่จะตัดสินใจแต่งงาน

 

นักจิตวิทยาได้กล่าวถึงสาเหตุของการแต่งงาน 

ที่ผู้หญิงไม่ควรใช้เอาไว้หลายข้อ

โปรดตรวจดูว่าคุณมีข้อใดข้อหนึ่งในนี้บ้างหรือไม่ ?? 

ถ้าเผอิญคุณมีข้อใดข้อหนึ่งใน 9 ข้อนี้ 

มันก็อาจจะเป็นเครื่องสะกิดใจคุณบ้างไม่มากก็น้อย 

ก่อนการตัดสินใจกระโดดลงไปสู่ประตูวิวาห์ก็ได้

ข้อเตือนใจเหล่านี้ได้แก่ .......... 

 

1.  อย่าแต่งงานเพราะคุณกลัวว่าจะไม่ได้แต่ง

ผู้หญิงหลายคนพอชักเริ่มมีอายุสูงขึ้น 

ก็เกิดอาการวิตกจริตว่าถ้าเราไม่รีบ "คว้า" ใครไว้สักคน

พอเราแก่ตัวลงไปจริงๆ คงไม่มีใครมา "คว้า" เราเป็นแน่

อย่ากระนั้นเลยเจอใครที่พอดูได้ก็รีบด่วนตัดสินใจลงเอยกับเขา 

เพียงเพราะกลัวว่าจะต้องเข้าไปเป็นสมาชิกคานทองนิเวศ

หรือหมู่บ้านสาวโสดนั่นเอง .. การตัดสินใจแต่งงาน

ด้วยเหตุผลทำนองนี้น่าจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดีนะคะ 

เพราะคุณไม่ได้ไตร่ตรองให้รอบคอบ

คล้ายกับลอยคออยู่ในน้ำอะไรลอยผ่านมา

ก็คว้าเอาไว้ก่อนไม่ทันได้พิจารณาให้รอบคอบ

และดูว่าสิ่งที่คุณคว้าไว้นั้นเป็นสิ่งมีพิษมีภัย

หรือเป็นที่พึ่งได้จริง .. บางทีสิ่งที่คิดว่าเป็นทุ่นให้เกาะได้

กลับกลายเป็นเพียงฟางหญ้าหรือปลิงที่คอยดูดเลือด

นอกจากนี้ถ้าคุณอยู่ในวงสังคมคุณอาจจะถูกแรงกดดัน

ทั้งภายในและภายนอกครอบครัวของคุณ 

ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องพ่อแม่เพื่อนฝูงที่คอยผลัดเปลี่ยน

มาแสดงความเป็นห่วงเป็นใยคุณด้วยคำถามประเภท

ทำไมจึงยังไม่แต่งงานเสียที ?? สิ่งต่างๆ เหล่านี้

อาจทำให้คุณรู้สึกอึดอัดใจและในที่สุดคุณก็ตกลงใจ

ที่จะลดมาตรฐานของชายในฝันลงอย่างฮวบฮาบจนน่าใจหาย

ขอให้ได้ชื่อว่า "ได้แต่ง" ก็เป็นพอ .. ถ้าคุณทำเช่นนี้

ย่อมเป็นของแน่นอนว่าคุณกำลัง "ลนลาน" หาคู่

และย่อมเป็นของแน่อีกเช่นเดียวกันว่าคู่ที่หาได้

จากการไม่พิจารณาให้รอบคอบนั้นจะมีผลร้ายกับชีวิต

 

2. อย่าแต่งงานเพราะคุณอยากจะออกจากครอบครัวเดิม

นี่เป็นเหตุผลที่ผู้หญิงบางคนตัดสินใจที่จะแต่งงาน

เพราะเธอเบื่อพ่อแม่ที่ทะเลาะกันแทบจะทุกวี่ทุกวัน

เธอเบื่อสภาพแวดล้อมของบ้านและความไม่ปรองดองกัน

ของพี่ๆ น้องๆ เธอคิดว่าการออกไปอยู่ข้างนอกจะหมดปัญหา

แต่เมื่อเธอออกไปจริงๆ เธอกลับต้องไปเผชิญกับปัญหา

แม่ผัวลูกสะใภ้ที่เธอนึกว่าน่าจะหมดไปตั้งนานแล้ว

นอกจากนี้ยังอาจมีปัญหาพี่ๆ น้องๆ ของเขาที่ไม่ยอมรับเธอ

 

3. อย่าแต่งงานเมื่ออกหักหรือเพื่อประชดแฟนเก่า

ผู้หญิงหลายคนอกหักจากแฟนเก่าและด้วยความเจ็บใจ 

ก็จะรีบแต่งงานกับผู้ชายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างปุบปับ

เป็นทีประชดแฟนเก่าว่า  "ฉันก็มีเสน่ห์เมื่อเธอจากฉันไปได้

ฉันก็สามารถหาผู้ชายคนอื่นมาแทนเธอได้เหมือนกัน"

ความจริงเรื่องการอกหักนี้เป็นเรื่องปกติในความรัก

เมื่อเกิดขึ้นก็ย่อมเจ็บปวดเป็นธรรมดา

แต่เมื่ออกหักคุณยังไม่ควรรีบ "คว้า" ใครก็ได้และแต่งๆ ไป

เพราะผู้หญิงอกหักทุกคนจะมีสภาพจิตใจที่ตกต่ำ 

ความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองจะลดลงไปและช่วงนั้น

คุณมักจะขาดวิจารณญาณในการเลือกผู้ชายที่ดีๆ 

คุณมักจะไปเลือกเอาผู้ชายที่ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติมาแต่งด้วย

เพราะจิตใจคุณบอบช้ำ  คุณต้องการคนมาเยียวยา

และเขาเสนอตัวเข้ามาพอดีซึ่งคุณก็จะตกลง

เพราะคุณคิดว่าคนนี้แหละที่จะมาสมานแผลใจให้คุณได้

แต่เมื่อแต่งไปแล้วจิตใจคุณเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ

คุณอาจจะนั่งมองสามีพร้อมกับตั้งคำถามให้กับตัวเองว่า

"นี่ฉันเลือกเขามาได้อย่างไร ??" 

 

4. อย่าแต่งงานเพราะความสงสาร

ผู้หญิงบางคนตกลงใจแต่งงานเพราะเขาดูน่าสงสาร 

เฝ้ารัก  เฝ้าติดตาม  เฝ้าห่วงใย  เอาอกเอาใจเธออยู่เสมอ

ท่าทางเขาก็ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรจากเธอเลย 

ดูเขาเป็นผู้ชายที่แล้วแต่เธอจะกรุณา  แม้รู้ว่าไม่ได้รักเขาเลย

แต่ดูเขาก็ไม่มีอะไรเสียหายน่าจะเป็นผู้นำครอบครัวได้ 

พอหลังจากแต่งงานกันไปได้ระยะหนึ่งเขากลับแสดงตัว

เป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธออย่างน่าเกลียด .. แม้กระทั่ง

เพื่อนฝูงของเธอเขาก็ไม่ต้องการให้เธอไปคบค้าสมาคมด้วย

 

5. อย่าแต่งงานเพราะหลงใหลในรูปสมบัติของเขา 

รูปสมบัติหรือความหล่อล่ำอาจเป็นสิ่งที่ถูกตาถูกใจในเบื้องต้น 

แต่ถ้าคุณมัวไปหลงใหลในรูปที่เห็นเพียงอย่างเดียว

คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าภายใต้รูปที่ดูหรูเริดของเขานั้น

ซ่อนอะไรไว้ภายใน .. เขาอาจจะเป็นพยัคฆ์ร้าย

ที่ซ่อนอยู่ภายใต้หนังราชสีห์ก็ได้ 

คุณควรจะหัดมองคนให้ถึงแก่นแท้ของบุคลิกมากกว่า

เพียงแค่รถสปอร์ตราคาเป็นล้านของเขา 

และยิ่งกว่านั้นคนสวยๆ หล่อๆ มักจะใช้เวลา

ตกแต่งแต่รูปภายนอกของเขามากกว่ารูปภายใน 

และจะมีประโยชน์อะไรที่จะได้แต่เปลือกซึ่งไม่มีแก่นของเขา

หรือไม่ก็เป็นแก่นที่เน่าหรือกลวงข้างใน

ยิ่งกว่านั้น .. ภายใต้ความหล่อและกลิ่นน้ำหอมของเขา

ก็คือกลิ่นเหงื่อ  กลิ่นตัว  ยิ่งเจาะลึกลงไป

ก็เจอแต่น้ำเลือดน้ำเหลืองน้ำหนองเหมือนๆ กัน 

แล้วคุณจะไปหลงใหลได้ปลื้มอะไรกันนักหนา

กับรูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่กี่วันก็สามารถเหี่ยวเฉาลงไปได้

 

6. อย่าแต่งงานเพราะทรัพย์สมบัติของเขา

ผู้หญิงหลายคนแต่งงานกับผู้ชายที่ร่ำรวย 

เพราะขี้เกียจไปกัดก้อนเกลือกินกับใคร

ความจริงเรื่องความรวยนั้นใครๆ ก็ชอบ 

เป็นคุณสมบัติในทางที่น่าพิสมัยของผู้ชายด้วยซ้ำไป

แต่ถ้าผู้ชายที่มีแต่ความรวยให้คุณเพียงอย่างเดียว 

แต่เขาไม่มีเวลาให้คุณหรือเขาให้คุณเสวยสุข 

อยู่บนกองเงินกองทองของเขาแต่เขาไม่ซื่อสัตย์กับคุณ

แอบไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยให้คุณช้ำใจอยู่เสมอ 

คุณจะทนได้เหรอคะ ??  ต่อให้เขามีเงินล้นฟ้า

คุณก็จะต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่าและคิดว่า

สู้เขาไม่ร่ำไม่รวยแต่มีเวลาและความรักให้คุณจะดีกว่า

ดังนั้น .. เมื่อรู้จักผู้ชายที่ร่ำรวยควรศึกษาเขาให้ดี

ว่าเขาทำมาหากินอะไร  อย่าให้ความรวยมาทำให้คุณ

ตามืดมัวไปกับวัตถุสำเร็จรูปที่เขาสรรหามาให้ 

มากกว่าความรักและความจริงใจของเขานะคะ 

 

7. อย่าแต่งงานเพราะอยากหนีตนเอง

คนบางคนแต่งงานเพราะไม่ต้องการเผชิญกับความรู้สึก

สับสน  ว้าวุ่น  และขาดเป้าหมายของชีวิตตนเอง 

ใช้การแต่งงานเป็นการแสวงหาความหมายให้ชีวิต

อยากให้คู่สมรสมาเติมความ "ขาด" ในชีวิต

ที่เขาควรจะเติมให้ตนเอง .. ผู้หญิงบางคนไม่ชอบตนเอง 

ไม่เชื่อถือหรือไว้วางใจว่าจะมีใครที่รักเธอจริง 

เมื่อมีความสัมพันธ์กับใครก็มักจะต้องการให้ผู้ชายคนนั้น

มาเติมให้ชีวิตของเธอเต็มขึ้นมาซึ่งเธอก็มักจะพบแต่กับ

ความผิดหวังเพราะเธอไม่ได้รักผู้ชายคนนั้น

เธอต้องการแต่งงานเพื่อหลีกหนีบางสิ่งบางอย่างของชีวิต

ที่เธอไม่อยากเผชิญกับมันเท่านั้นเอง 

 

8. อย่าแต่งงานเพราะคิดว่าจะเปลี่ยนนิสัยเขาได้

นิสัยคนเรานั้นจะเปลี่ยนได้หรือไม่ .. ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณ 

แต่ขึ้นอยู่ที่ตัวของเขาเอง ** อย่าคิดว่าคนเราจะเปลี่ยนนิสัย

กันได้ง่ายๆ เพราะเรามักจะมีความเคยชินดั้งเดิมที่ได้รับ

การปลูกฝังมาเป็นสิบๆ ปี  การเปลี่ยนความเคยชิน

ต้องใช้ความพยายามและความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยว 

อย่าแต่งงานเพราะคิดจะเปลี่ยนนิสัยใคร

เพราะถ้าเขาไม่อยากเปลี่ยนตัวของเขาเอง 

คนที่จะเสียใจที่สุดก็คือตัวคุณเองนั่นแหละ 

 

9. อย่าแต่งงานเพราะความเหงา 

คนเราทุกคนล้วนมีความเหงาอยู่ภายในจิตใจ

มากบ้างน้อยบ้าง .. ถ้าคุณเป็นคนขี้เหงา

มองหน้าตัวเองในกระจกก็เบื่อ  มองไปรอบๆ ห้อง

ก็เจอแต่สิ่งเก่าๆ เฟอร์นิเจอร์เดิมๆ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น

และคุณก็คิดอยากจะได้ใครสักคนมาแก้เหงา 

คุณก็เลยแต่งงานไปกับคนที่คุณรู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่เหมาะกับคุณ

แต่คุณคิดว่า "ดีกว่าอยู่คนเดียว" เขาคงมาช่วยบำบัด

ความหงอยเหงาเปล่าเปลี่ยวในจิตวิญญาณคุณได้ละก็

ขอบอกว่าคุณคิดผิดค่ะ !!  เพราะเมื่อความเหงา

เข้าจู่โจมจิตใจนั้นคนเรามักขาดการกลั่นกรอง

เห็นผิดเป็นชอบ .. คุณอาจจะไปคว้าใครก็ไม่รู้

มาบำบัดความเหงาของคุณและคนๆ นั้น

อาจจะเป็นอันตรายอย่างยิ่งกับชีวิตในภายภาคหน้า

 

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่า .. คุณไม่ควรแต่งงาน 

หรือถ้าคุณแต่งงานโดยไม่มีข้ออ้างทั้ง 9 ข้อนี้

ชีวิตคู่คุณจะปลอดโป่งโล่งใจตลอดไป 

การแต่งงานจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว

ขึ้นอยู่กับตัวแปรมากมาย .. เหตุผล 9 ข้อนี้ 

เป็นเพียงข้อควรระวังว่าถ้าคุณแต่งงานด้วยเหตุผลเหล่านี้

โอกาสที่คุณจะผิดหวังในชีวิตคู่นั้นอาจจะมีสูงกว่าคนอื่น

 

การแต่งงานที่ประสบความสำเร็จมักจะเริ่มจากความรัก 

ความเข้าใจเป็นพื้นฐาน .. แต่ก่อนที่ความสัมพันธ์ของคุณ

จะพัฒนาไปสู่การแต่งงานนั้นคุณอาจจะใช้วิจารณญาณ

ใคร่ครวญสักนิดว่าคุณรักเขาหรือไม่ ?? 

คุณอยากแต่งงานกับเขาเพราะเหตุใด ?? 

อย่าเพิ่งให้อารมณ์โรแมนติกเข้ามาเกาะกุมหัวใจของคุณ

ก่อนการใช้สมอง ** ถ้าคุณเข้าไปสู่ความสัมพันธ์อย่างมีสติ

และวิจารณญาณที่ดีคุณอาจจะป้องกันตัวเองจากการ

ผิดหวังและเจ็บปวดที่ไม่จำเป็นเลยแม้แต่น้อย

....... ยังไงก็ขอให้โชคดีนะคะ !!


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปลัดแรมโบ้ วันที่ : 01/11/2009 เวลา : 03.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaifreeman
http://www.oknation.net/blog/wangnuea

โสดชัวร์

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
yai2333 วันที่ : 16/10/2009 เวลา : 00.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yai2333
..Everything can do... If you done..

มาอ่านครับ...





...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
dreamcometrue วันที่ : 16/10/2009 เวลา : 00.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamcometrue

น่าจะเป็นเพราะการด่วนตัดสินใจโดยไม่คิดให้รอบคอบจึงหย่าร้างกันมาก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
HS7NUU วันที่ : 16/10/2009 เวลา : 00.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/HS7NUU

เป็นแพทย์หญิงที่มีเชี่ยวชาญเรื่องการแต่งงานมากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน