*/
  • น้ำปาย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : i-am-surgeon@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-19
  • จำนวนเรื่อง : 85
  • จำนวนผู้ชม : 295510
  • จำนวนผู้โหวต : 198
  • ส่ง msg :
  • โหวต 198 คน
<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 6 มิถุนายน 2553
Posted by น้ำปาย , ผู้อ่าน : 2268 , 23:31:55 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โย่วววว !!  ในที่สุดก็มาถึงเกาหลีโดยสวัสดิภาพแล้ว  

ใจยังเต้นตึกๆตักๆ สั่นไม่หาย ... ก็คนไม่เคยมานิ   

ในที่สุดก็ถึง กรุงโซล เมืองที่มีสถานที่สุดโรแมนติกมากมาย

Trip นี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดีคือมีโอกาสมาประชุมประจำปี

ในงานที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า 

“102th Asian Annual Meeting of Korean

Ophthalmological Society 2010 ” 

  Korea University มหาวิทยาลัยที่ติดอันดับที่ 184

มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลกปี 2009 !!

 

และครั้งนี้ก็เหมือนเดิม ( แหะๆๆๆ ) 

ไปเรื่องงานพร้อมๆ กับหาเรื่องเที่ยวไปด้วย 

ก็ตามประสาคนชอบท่องเที่ยวและบ้าถ่ายรูปอ่ะนะ

3,713.49 km.  from Bangkok to Seoul

เมื่อคืนนี้ที่สนามบินสุววรณภูมิเวลาประมาณ 5 ทุ่มเศษ 

เครื่องบินของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG658

ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารประมาณ 300 กว่าคน

ได้พาพวกเราคณะศัลยแพทย์ตกแต่งและทีมงานกว่า 30 ชีวิต

จากประเทศไทยทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่ สนามบินอินซอน 

ประเทศเกาหลีใต้ (Incheon International airport)

 

ตลอดระยะเวลาเดินทางราว 5 ชั่วโมง 

ถึงแม้อาหารบนเครื่องบินจะอร่อยถูกปากมาก 

และถึงแม้ภาพยนตร์จากจอมอนิเตอร์ส่วนตัวจะสนุกแค่ไหนก็ตาม

แต่ความอ่อนเพลียทำให้เราเผลอหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ 

รู้สึกตัวตื่นมาอีกทีก็ได้ยินเสียงประกาศจากแอร์โฮสเตสแจ้งว่า 

ขณะนี้พวกเราได้เดินทางมาถึง สนามบินอินซอน ประเทศเกาหลีใต้แล้ว

ก้มดูนาฬิกาก็บอกเวลาประมาณตี 5 กว่าๆ (เวลาในเมืองไทย)

จึงต้องตั้งนาฬิกาให้เข้ากับเวลาของที่นี่ซึ่งเร็วกว่าบ้านเราไปประมาณ 2 ชม. 

 

เรามองลอดหน้าต่างออกไป ... เครื่องบินกำลังลดระดับลงเรื่อยๆ 

แสงแดดสีทองยามเช้าของฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) 

ส่องลอดผ่านหน้าต่างเครื่องบินเข้ามาให้เราได้รู้สึกคิดถึงคนที่อยู่เมืองไทย

มองไปเบื้องล่าง ... เห็นทะเลและพื้นดินที่เกิดใหม่จากการถมทะเล 

เพื่อสร้างเมืองใหม่ของคนเกาหลี ^^ ตื่นเต้นจริงๆ เลย

สนามบินอินชอน ตั้งอยู่ที่เกาะยางจอง เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ 

อยู่ห่างจากกรุงโซลมาทางทิศตะวันตกประมาณ 60-70 กิโลเมตร 

และใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 1-2 ชั่วโมง

 

หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

อันเข้มงวดและขึ้นชื่อกับคนไทยของเกาหลีใต้เรียบร้อยแล้ว 

เรากับชาวคณะก็ไม่ลืมที่จะแวะซุ้ม Tourist Information

เพื่อหยิบแผนที่ต่างๆ ในเกาหลีที่คิดว่าจำเป็นต้องใช้

(ตอนหนีเที่ยวนอกเวลางาน 555+) ติดไม้ติดมือกันไว้ด้วย

จากนั้นพวกเราทั้งคณะรวม 30 กว่าชีวิต

ก็ได้เจอกับ พี่อภิชาติ (ทำไมต้องมาเจอคนชื่อนี้เนี่ย ??)

ซึ่งเป็นมักคุเทศน์ท้องถิ่นมารอรับพวกเราขึ้นรถบัสอยู่แล้ว

พี่อภิชาติ เป็นผู้ชายชาวเหนือตัวเล็กๆ อัธยาศัยดี แล้วก็คุยสนุก 

เราจึงได้มีโอกาส speak คำเมืองกับพี่แกอย่างออกรส

แกบอกว่าอยู่ที่นี่ (เกาหลี) จะหาคนที่คุยภาษาไทยด้วยยังยาก

นับประสาอะไรกับจะพูดภาษาท้องถิ่น  พอมาเจอเราแกเลยดีใจใหญ่

ที่ได้พูด คำเมือง ทำให้แกหายคิดถึงบ้านลงไปแยะเลย

และ พี่อภิชาติ ก็จะกิน +นอนอยู่กับคณะเราตลอด trip นี้เลย

 

ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากอาคาร สนามบินอินซอน 

ลมที่พัดเข้ามากระทบผิวกายทำให้เราถึงกับสะดุ้ง

จนต้องรีบดึงเสื้อกันหนาวตัวเก่งให้กระชับกับตัว 

แล้วรีบช่วยกันเข็นสัมภาระไปเก็บที่รถบัสให้เร็วที่สุด

(หน้าร้อนของที่นี่ก็ยังรู้สึกว่าเย็นสำหรับคนขี้หนาวอย่างเราอ่ะ)

รถบัสพาคณะเดินทางทั้ง 30 กว่าคนออกจาก สนามบินอินซอน

เพื่อมุ่งสู่ที่พักซึ่งก็คือ Seoul Plaza Hotel โรงแรมสุดหรู

ระดับ Luxurious ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งชอปปิ้งใจกลางกรุงโซล !!

ระหว่างทางก็ผ่านด่านเก็บเงินบนทางด่วนหลายด่านอยู่เหมือนกัน 

แต่ที่น่าสังเกตเห็นชัดๆ ก็คือเกือบทุกด่านใช้พนักงานผู้หญิงอ่ะ

และก็เห็นการโค้งก้มหัวเพื่อขอบคุณ (คัมซาฮัมนิดา) กันทุกครั้งไป

 

หลังจาก check in เข้าที่พัก ณ Seoul Plaza Hotel แล้ว

พวกเราชาวคณะทั้งหลายก็แยกย้ายเข้าห้องใครห้องมัน

โดยพวกเราตกลงกันตั้งแต่ในรถแล้วว่าวันนี้เชิญทุกท่านตามอัธยาศัย

เข้าทางหมอน้ำปายเลยอ่ะ ... เพราะเมื่อกี้ตอนที่นั่งรถผ่านเข้ามา

ก็แอบสอบถามกับ พี่อภิชาติ และเล็งที่เที่ยวไว้หลายเสียที่เชียว

 

เราและผู้ติดตามได้ห้องพักชั้นที่ 17 ซึ่งเป็นชั้นที่อยู่เกือบท้ายๆ

มองออกไปด้านนอกแล้วก็ต้องพากันร้อง ว้าว !! เสียหลายที

เพราะสามารถเห็นทัศนียภาพของกรุงโซลได้ แจ่ม มาก

ยังคุยกันอยู่ว่าบรรยากาศยามค่ำคืนคงสวยมาก (ซึ่งก็สวยจริงๆ)

แต่ที่ถูกใจที่สุดก็คงจะเป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ ultraspeed

ให้ฟรีถึงในห้อง ^^ ทีนี้หล่ะเราก็จะไม่พลาดการติดต่อกับเพื่อนๆ แล้วหล่ะ

ชื่นชมความงามกันได้พอสมควรก็เริ่มจัดสัมภาระให้เข้าที่เข้าทาง

อาบน้ำอาบท่า + ทดสอบระบบอินเตอร์เน็ตและพักผ่อนอีกนิดหน่อย

เราก็ได้เวลาเริ่มต้นท่องเที่ยวในแดนกิมจิด้วยตัวเองแล้วหล่ะค่ะ

 

เรา 2 คนพากันเดินออกมาที่หน้าโรงแรมพร้อมกับแผนที่ 1 แผ่นใหญ่

เยื้องๆ กับ City Hall เราก็ได้เห็นเด็กๆ รวมทั้งวัยรุ่นจำนวนหนึ่ง 

กำลังเล่นน้ำพุกลางกรุงโซลกันอย่างสนุกสนาน ... ม่วนซื่นสำราญ 

คงเพราะเป็นช่วงฤดูร้อน (สำหรับคนเกาหลีอากาศแบบนี้เค้าถือว่าร้อน) 

แต่สำหรับคนไทยที่ขี้หนาวอย่างเราคิดว่า 21-22 องศานี้ก็เย็นๆ อ่ะค่ะ

 

เราเดินเล่นกันอยู่สักพักหนึ่งก็ตกลงว่าจะไปหาอะไรใส่ท้องกันก่อน

เป็นอาหารมื้อเช้า + กลางวัน  (อาหารมื้อแรก 2 in 1 ในเกาหลี) 

เพราะล่วงเลยเวลามาเที่ยงกว่าแล้ว ... เราหิวมากเลยอ่ะ 

เราพากันเดินวนเวียนหามื้อแรกของเราใจกลางกรุงโซล 

งง ค่ะ ... ไม่รู้จะสั่งอะไรดี  เวลาหิวเห็นอะไรก็น่ากินไปหมด

อีกอย่างผู้คนที่นั่นเค้าชาตินิยมเหลือเกิน  สื่อสารกันลำบากจัง

เราก็พูดภาษาเกาหลีไม่ได้ ... แม่ค้าก็ฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง

เดือดร้อนท่านอัยการต้องงัดเอา dictionary เกาหลี-ไทยมาเปิด

สรุปคือมื้อแรกนี้เรากิน หมี เป็นอาหารกลางวันอ่ะค่ะ 

..... หมีย่างเกาหลู ^^ หมูย่างเกาหลี ....... 555555+

โบราณเค้าว่า “กองทัพต้องเดินด้วยท้อง” แหม .... เห็นด้วยๆๆๆ

อาหารมื้อแรกที่โซลของเราจึงจบแบบทั้งขำ ทั้งอร่อย ทั้งเหนื่อย

ถือว่าเป็นประสบการณ์ร่วมกันอีกอย่างหนึ่งอ่ะค่ะ

เวลาเราไปที่ไหนที่ลักษณะประมาณนี้  พอกลับมาถึงเมืองไทย

ต่างฝ่ายก็ต่างจะมีเรื่องเล่า เรื่องอำกันไปได้อีกหลายเดือน

 

สถานที่แรกที่เราตกลงกันว่าจะไปชมก็คือ ...

พระราชวัง Gyeongbokgung โดยใช้บริการ Subway

แต่ว่าเราก็ไปกันได้แค่ไม่กี่ที่เพราะเริ่มสตาร์ทก็บ่ายโมงกว่าแล้ว 

..........  let’s go มาซื้อตั๋วกันเลยดีกว่า !!

ตั๋ว 2 คน ... ราคา 3,000 วอน  ก็ตกคนละ 1,500 วอน 

แต่ว่าเวลาคืนตั๋วที่สถานีปลายทางเราจะได้เงินคืน 500 วอน

ประมาณว่าเป็นค่ามัดจำว่างั้นเหอะ  (แปลกๆ แฮะ) 

ออกจาก Subway โผล่ขึ้นมาก็มาเจอคนขายหอย 

โอ้ววว .. พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ... หอยเกาหลีทำไมใหญ่จัง !!

เอ๊ะ !! โน่น ... เห็นขบวนทหารเฝ้ายามเดินตรวจตราด้านนอกพระราชวัง 

ถึงแล้วๆๆๆ พระราชวัง Gyeongbokgung ที่เราเคยเห็นบ่อยๆ

เรียกได้ว่าเห็นในแทบจะทุกเรื่องในซีรี่ส์เกาหลีเลยก็ว่าได้

ไหนๆ ก็มาถึงเกาหลีแล้ว

ยังไงก็ต้องใส่เสื้อผ้าย้อนยุคซักหน่อย  ^__^

จะได้เป็นหลักฐานยืนยันว่าเรามาถึงเกาหลีแล้วจริงๆ

เที่ยวย่านวัฒนธรรมอินซาดง  (Insa-dong)

อินซาดง ... เป็นชื่อถนนสายศิลปะ

ที่สองข้างของถนนเต็มไปด้วยร้านขายของ 

ร้านอาหาร ร้านน้ำชาในแบบฉบับเกาหลี 

และยังมีห้องแสดงงานศิลปะด้วย 

แต่เดิมย่านนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยของพวกที่มีเชื้อสายขุนนาง

ในสมัยราชวงศ์โชซอน  แล้วก็มีร้านขายของจำพวกงานศิลปะเข้ามาตั้ง

ในสมัยที่ญี่ปุ่นยึดครอง  จากนั้นไม่นานจำนวนร้านก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

จนกลายเป็นแหล่งขายศิลปวัตถุและงานฝีมือซึ่งโดยส่วนใหญ่

สินค้าจะเป็นพวกภาพวาด งานเซรามิค และไม้แกะสลัก

 

ห้องแสดงงานศิลปะในอินซาดงนี้มีมาตั้งแต่ในยุคทศวรรษที่ 70 

และในปัจจุบันนี้มีอยู่กว่า 70 แห่ง  ห้องแสดงงานศิลปะเหล่านี้ 

จัดแสดงและจำหน่ายทั้งงานศิลปะโบราณและงานศิลปะสมัยใหม่ 

บางแห่งจำหน่ายทั้งผลงานของศิลปินอาชีพและศิลปินสมัครเล่น

 

ย่านวัฒนธรรมอินซาดงนี้ พระราชินีอลิซาเบธที่ 2 เคยเสด็จเยือน

ในปี .. 1999 ครั้งนั้นพระองค์ได้มีพระราชดำรัสชมเชยงานศิลปะโบราณ

ที่พระองค์ทรงทอดพระเนตรอย่างมากมาย

 

ในช่วงวันเสาร์ - อาทิตย์  (เหมือนอย่างวันนี้ที่เรามาเดินกัน)

อินซาดงจะกลายเป็นถนนคนเดินปลอดยานพาหนะ 

ที่ย่านอินซาดงนี้เราเดินดูวัฒนธรรมและอารยธรรมของคนเกาหลี 

ซึ่งมีคนบอกว่าถ้ามาเกาหลีให้มาวันที่ตรงกับวันหยุดเสาร์อาทิตย์ด้วย 

เพราะคนเกาหลีนิยมที่จะออกไปเที่ยวกับครอบครัว 

เพราะความที่เป็นคนรักครอบครัวแล้วเราก็เห็นอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ

มาถึงช่วงเย็นย่ำ ... เรา 2 คนแวะโฉบมาที่ย่านเมียงดง 

สไตล์ก็ประมาณเหมือนสยามบ้านเราดีๆ นี่เอง 

เป็นแหล่ง Shopping บรรดาของแบรนด์เนมหลากหลายยี่ห้อ

พอเดินมาถึงจุดนี้แล้ว .... โอ้ววว !! คนเยอะแยะมากมายเลยจริงๆ 

คงเพราะเป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนด้วยแหละมั้ง ??

 

กว่าจะปลีกตัวเองออกมาจากสิ่งล่อตาล่อใจได้ก็ปาเอามืดค่ำ

ได้เสื้อผ้าและของเล่นมาฝากหลานสาวตัวน้อย 3-4 ชิ้น

ได้นาฬิกาสไตล์เกาหลี๊-เกาหลีมาฝากหลานสาววัยรุ่น

ได้กระเป๋า brand name สุดเริ่ดกลับไปฝากท่านแม่ด้วย

เฮ้อออออ ........... ขนหน้าแข้งร่วงกันกราวเชียว

 

ก้มดูนาฬิกาเป็นเวลา 2 ทุ่มกว่าแล้ว  (บ้านเราน่าจะซัก 6 โมงเนอะ)

ท้องเริ่มหิวอีกแล้วสิ ............ ก็เล่นเดินๆๆๆๆ กันซะรอบเมือง

แวะหาร้านกินข้าวกันแถวๆ ทางกลับเข้าโรงแรม

เจออยู่ร้านหนึ่งท่าทางน่านั่งมาก บรรยากาศเงียบๆ

เหมาะแก่การคุยกันไปด้วยทานข้าวไปด้วย

dinner แรกในเกาหลี ........ กับคนคุ้นเคยคนเดิม

กินข้าวเย็นด้วยเมนูประมาณว่า ........ แกงส้มเกาหลี

พอหนังท้องตึงหนังตาก็ชักจะเริ่มหย่อน  5555+

บวกกับความเพลียจากการเดินทางและการท่องเที่ยว

อีกทั้งพรุ่งนี้ต้องเข้าร่วมประชุมแต่เช้าอีก

แต่ก็ยังอุตส่าห์มีแรงแวะมาอัพบล็อกซะงั้น

 

ตอนนี้ .... ดูนาฬิกาก็ตี 2 กว่าแล้วหล่ะ

มองออกไปด้านนอกเห็นท้องฟ้าโปร่งมีดาวเต็มไปหมดเลย

บางคนที่เมืองไทยจะเป็นยังไงบ้างหนอ ??

ยังไงก็ฝาก ความคิดถึง ไปให้ด้วยนะคะ   

“อัน ยอง ฮิ จุ มู เซ โย” แปลว่า “ราตรีสวัสดิ์” ค่ะ

 

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

 

ป.ล.  เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยก่อนเดินทาง 

ไม่ต้องเตรียมอะไรไปมากเพราะจะดูยุ่งยากเกินไป 

สิ่งสำคัญๆ ที่ควรเตรียมมีแค่ ............

1. แลกเงิน ตอนนี้ค่าเงินเกาหลีถูกลงกว่าเมื่อก่อนมากแต่ก็ยังแพงอยู่ดี

ณ วันที่เดินทางมานั้น 1 บาท เท่ากับ 37.35 วอน

หรือ 1 ดอลล่าสหรัฐ เท่ากับ 1,218.5 วอน 

2. ตัวแปลงปลั๊กไฟ อันนี้เอาไปกันเหนียวเพราะจากการสืบข้อมูล 

พบว่าเต้าเสียบของที่เกาหลีนี่มันจะลึกลงไป .. เผื่อเสียบไม่ได้

แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้เพราะสายชาร์จกล้องเป็นหัวกลมอยู่แล้ว 

และในโรงแรมใหญ่ๆ เค้าก็จะมีตัวแปลงไว้บริการแขกที่มาพักอยู่แล้ว


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
phithak-P วันที่ : 09/06/2010 เวลา : 23.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phithak-P

อ่านเรื่องการเดินทางของคุณหมอชาวเหนือก็อดจะระทึกตามไปด้วย
เรื่องราวริมทางหลายเรื่องน่าสนใจจริง อย่างไรฝากเอาไว้ก่อน อีกไม่กี่เดือนไปเยี่ยมเยือนแน่ๆ
มีความสุขกับงานประชุมเน้อ-น้ำปายเน้อ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
bon09 วันที่ : 09/06/2010 เวลา : 13.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean







ฟังเพลงคลายเครียดที่
http://www.onehitwondercenter.com/

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 09/06/2010 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

รอดูสวนเอเวอร์แลนด์..

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
พิณแก้ว วันที่ : 08/06/2010 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jakajeena

เห็นภาพแล้ว อยากไปเที่ยว คุณหมอเอารูปมาลงให้ดูด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
tanthainium วันที่ : 07/06/2010 เวลา : 21.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

กำลังนั่งเขียนเรื่องทริปเกาหลีให้โอเคฯอยู่พอดี ...สงสัยวางปากกามานั่งอ่านดีกว่านะเนี่ย...เหอ เหอ...ชอบเกาหลีเช่นกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
INDYLOVE วันที่ : 07/06/2010 เวลา : 17.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

เน้นอาหารเยอะหน่อยๆค่ะ น่าหม่ำมากๆ
เลิกงานหิวแว้วววค่ะ... อาหารเกาหลีน่ากินจัง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
มีนา วันที่ : 07/06/2010 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

ตามไปเที่ยวด้วยคน
คิดถึงอาหารเกาหลีขึ้นมาทันทีเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 07/06/2010 เวลา : 17.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

เกาหลี ตอนนี้ดูภาพแล้วอากาศคงไม่หนาวเท่าไหร่ นะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
market วันที่ : 07/06/2010 เวลา : 10.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

เขียนได้สนุกค่ะ
หมอมีอารมณ์ขันแบบนี้
เวลาคนไข้ไปทำศัลยกรรม
ออกจากโรงหมอมาจะหน้าเป็นตัวตลกหรือเปล่าคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/06/2010 เวลา : 10.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าเที่ยวนะครับ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 07/06/2010 เวลา : 00.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

ตามน้ำปายมาเที่ยวเกาหลี..
เคยไปมาสามปีที่แล้ว..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
khox วันที่ : 06/06/2010 เวลา : 23.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khox
เค-ฮ๊อคซ์ : "เช่น นั้น เอง"

แวะมาอ่านครับ

ผมชอบดูวิวทะเลก่อนที่เครื่องบินจะบินลงที่อินชอน
ให้ความรู้สึกเหมือนเหาะเหนือน้ำลงสู่พื้นดิน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน