*/
  • น้ำปาย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : i-am-surgeon@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-19
  • จำนวนเรื่อง : 85
  • จำนวนผู้ชม : 295320
  • จำนวนผู้โหวต : 198
  • ส่ง msg :
  • โหวต 198 คน
<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 12 มิถุนายน 2553
Posted by น้ำปาย , ผู้อ่าน : 6864 , 01:21:16 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

และแล้วการประชุมมาราธอน (4 วันครึ่ง) ของพวกเรา

ก็จบลงอย่าง happy ending โดยไม่เสียชื่อแพทย์ไทย

หลังจากการประชุมเสร็จสิ้นก็ตามธรรมเนียมต้องมีการกิน

55555+  วันนี้ก็เลยกินซะไม่ให้เสียชื่อแพทย์ไทยเช่นเดียวกัน

ดีใจจัง ... พรุ่งนี้ก็จะได้กลับบ้านแล้ว ^^ Yeah !!

 

จริงๆ แล้วตามกำหนดการของคณะเราต้องกลับบ่ายวันอาทิตย์

แต่พอดีผู้ติดตามของหมอน้ำปายท่านมีงานค่อนข้างด่วนนิดหนึ่ง

ก็เลยปรึกษาหารือกันว่าเรา 2 คนเลื่อนไฟล์ทกลับกันก่อนดีกว่า

งานนี้ก็ต้องขอกราบงามๆ ไปยัง ... พี่อภิชาติ ... ไกด์หนุ่มที่แสนจะใจดี

ที่เป็นธุระในการเลื่อนไฟล์ทให้กับเรา 2 คนด้วยนะคร้า  ^__^

(หวังว่าพี่คงมีโอกาสและเวลาที่จะเข้ามาอ่านบล็อกนี้นะคะ)

 

เอาเป็นว่าไหนๆ วันนี้ก็ยังอยู่โซล ...

เลยขอใช้เวลาว่างช่วงบ่ายลุยเดี่ยว (คู่) เสียหน่อย

เผื่อจะได้รู้ได้เห็นอะไรที่มัน unseen มาเล่าให้ชาวบล็อกฟัง

รวมถึงช่วงระยะเวลา 5-6 วันที่ใช้ชีวิตวนๆ เวียนๆ อยู่แถวนี้

มีหลายสิ่งหลายอย่างอดที่จะเอามาเล่าสู่กันฟังไม่ได้อ่ะค่ะ 

วันนี้ ... คณะของเรากว่าจะเสร็จจากพิธีปิดการประชุม

และร่วมรับประทานอาหารกันก็เป็นเวลาบ่ายกว่าๆ แล้ว

พี่อภิชาติ ... บอกว่าช่วงบ่ายนี้จะพาไปเที่ยวทางใต้ของโซล

ใครใคร่ไปก็เตรียมตัว ^^ ส่วนใครใคร่ชอปฯ ก็เชิญตามอัธยาศัย

พี่เค้าบอกว่าจะพาไปดื่มกาแฟ .. ตอนแรกเราก็คิดอยู่ว่ากาแฟอะไรหว่า 

ทำไมต้องลำบากลำบนนั่งรถไปไกลเยี่ยงนี้ +++ เดาไม่ถูก

สุดท้ายอีป้าถึงบางอ้อ .. พี่อภิชาติ .. พามาร้านกาแฟชื่อดัง

ที่อยู่ในเรื่อง Coffee Prince นั่นเอง  //  โอ้โห !! 

พี่คะ ... พี่นี่ช่างน่ารักเสียนี่กระไร  ^__^

มาได้เห็นร้านกาแฟ Coffee Prince (Tiramisu Café)

ของแท้กับตาก็มีอาการดี๊ด๊าบ้างตามประสาคนไม่เคยอ่ะนะ

แต่เจ้าของร้านเค้าคงจะเฉยๆ แล้วหล่ะ  55555+

กับกริยาดี๊ด๊าของคนที่มาที่นี่ ... พี่อภิชาติ ... บอกว่าเค้าเคยมาที่นี่

ตอนที่ร้านนี้ยังไม่เป็นที่รู้จัก ++ คือก่อนที่จะถ่ายหนังกับตอนนี้

มันแตกต่างกันเยอะเลย  // แหม ... ก็น่าจะแตกต่างอยู่หล่ะนะ 

 

โต๊ะข้างๆ เราเป็นสาวยุ่น คุยกันเสียงดังโคตร ไม่เกรงใจชาวบ้าน 

พี่อภิชาติ ... บอกว่าไม่เข้าใจว่าทำไมสาวยุ่นถึงนิยมมาที่นี่กันนักหนา 

หนังมันดังขนาดนั้นเลยเหรอ ??  อืมมมม ... เท่าที่เรารู้มันก็ดังอ่ะนะ

ดังมากมากเลย  //  เอาเป็นว่าช่วงนั้นใครไม่ดูเนี่ยถือว่า “เอ้าท์” ละกัน 

 

ที่นี่ ... นอกจากบรรยากาศที่บอกถึงอารมณ์ของหนังที่ แจ่ม แล้ว 

เรื่องเครื่องดื่มก็ไม่ได้เริ่ดอะไรเท่าไหร่  ++ ไม่รู้สั่งผิดรึเปล่า ??

ก็สั่งแค่ ice chocolate เอง ... มันไม่น่าจะแย่ได้ขนาดนี้

ส่วนราคา .. อิ-อิ .. แพงชะมัด !!  ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ 5,000 วอน

แพงกว่าสตาร์บั๊กอีกอ่ะ ^^ แต่ก็ถือว่ามากินบรรยากาศละกันเนอะ

ไอ้เราก็ บ่นๆๆๆๆ เรื่องราคา .. เรื่องไม่อร่อยซะจนบางคนทนไม่ได้

เลยกัดเราว่าอีกไม่กี่วันก็ได้กลับไปกิน “กาแฟวาวี” เจ้าประจำ

ที่อยู่ใต้ถุนคณะแพทย์ฯ อย่างเดิมแล้วหล่ะเจ้าน้ำปายเอ๋ย  55555+ 

พวกเราดื่มด่ำกับบรรยากาศในร้านกันซักพัก + ถ่ายรูปกันจนหนำใจ 

พี่อภิชาติ ... ก็เอ่ยปากชวนไปต่อ ... พี่อภิชาติ ... พาไปอีกที่หนึ่ง

ซึ่งไม่ไกลจากร้านกาแฟเมื่อตะกี้นี้ พี่เค้าบอกว่าที่นี่เป็นถนนที่เต็มไปด้วย

ผับและบาร์  +++  โอ้โห !! ฟังดูแล้วน่าสนใจมั่กๆ น่าสนตรงที่ว่า

คงมีหนุ่ม-สาวเกาหลีมาให้เราแทะโลมด้วยสายตาแน่นอน

ไม่พลาด ^^ คราวนี้หล่ะ ... เสร็จฉันแน่นอน

 

อย่างที่เกริ่นไว้แล้วที่ชื่อเรื่อง ... หลังจากที่ move ออกจากร้านกาแฟ

วันนี้เราได้มีโอกาสนั่งเรือชมสองฝั่ง แม่น้ำฮัน แม่น้ำสำคัญของเกาหลีใต้ 

และยังได้ขึ้นไปชมความงดงามของกรุงโซลแบบ 360 องศาที่ โซลทาวเวอร์ 

หรือหอคอยกรุงโซลอีกด้วยหลังจากที่หมอน้ำปายรีๆ รอๆ มาหลายวันแล้ว

เล็งเอาไว้ตั้งแต่รู้ว่าจะได้มาที่นี่แล้วว่าจะต้องมาเยือน โซลทาวเวอร์ ให้ได้

อีกทั้งยังมีคนที่เคยมาเค้าเล่าให้ฟังเรื่องของ ตำนานกุญแจ ของคู่รัก

ทำให้เราไม่พลาดที่จะเตรียม “กุญแจ” ตัวน้อยหย่อนใส่กระเป๋าเดินทาง

หอบข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเมืองไทยด้วย (เพื่อนบอกว่าเป็นเอามาก)

ท้องฟ้ามืดแล้ว +++ อากาศเย็นราว 20 องศานิดๆ ก็รู้สึกเย็นๆ อ่ะนะ   

รถบัสของคณะเราเริ่มไต่ระดับขึ้นภูเขานัมซานที่สูงชันกว่า 260 เมตร

ใช้เวลาเกือบ 10 นาทีกว่าจะขึ้นมาถึงบริเวณลานจอดรถได้ 

วันนี้อากาศดีมาก เย็นสบาย มีแดดเปรี้ยงเป็นพักๆ แต่ก็ไม่เหนื่อยเลย

 

อย่างที่บอกว่า โซลทาวเวอร์ แห่งนี้เค้าจะมีประเพณีอย่างหนึ่ง

ที่คู่รักหรือเพื่อนรักกันจะเอา แม่กุญแจ ที่เขียนชื่อแล้ว

มาแขวนล๊อคไว้ที่ราวระเบียงด้านล่างตึกเพื่อเป็นนัยว่า

จะได้ล๊อคความรักและมิตรภาพไว้ให้อยู่คู่กันตลอดไป

แล้วจากนั้นก็จะโยน ลูกกุญแจ ทิ้งลงมาด้านล่าง

(หรือจะเก็บไว้เผื่อมาถอดออกตอนเลิกกันก็ตามแต่)

สำหรับเรา ... เราเลือกที่จะเก็บ ลูกกุญแจ ไว้คนละดอกนะ

ก็คุยกันขำๆ ว่าถ้าเกิดวันข้างหน้าหากใครคนใดคนหนึ่ง

มีความรู้สึกที่เปลี่ยนไปไม่เป็นแบบวันนี้แล้ว

ให้คนนั้นเอา ลูกกุญแจ คนละดอกที่เก็บไว้นั่นแหละ

มาไข แม่กุญแจ กลับไปคืนให้อีกฝ่ายซะ (คิดได้ไงเนอะ)

ก็เผื่อว่าแผนนี้จะทำให้ต่างคนต่างไม่อยากเสียค่าตั๋วเครื่องบิน

บินกลับมาไข แม่กุญแจ เพื่อไปคืนอีกฝ่ายอ่ะ  ( หุ-หุ )

หลังจากเพลิดเพลินกับการทำพิธีสะเดาะกุญแจ .... เอ๊ย !!

ล๊อคกุญแจ เป็นที่เรียบร้อยกันแล้ว ^^ ในที่สุดเราก็มาถึงด้านบน

ซึ่งเป็นลานกว้างมีหอคอยอยู่เบื้องหน้าส่วนด้านขวาคือศาลาแปดเหลี่ยม

ขนาดย่อมๆ ว่ากันว่าเจ้าศาลานี้เป็นสถาปัตยกรรมโชซอนสมัยใหม่

สว่างไสวจนดูเด่นเกินหอคอยกรุงโซล !!    

 

นอกจากความโดดเด่นของเบื้องบนแล้ว ... เบื้องล่างก็ดูดีไม่แพ้กัน

เบื้องล่างที่พูดอยู่นี่ก็คือส่วนด้านนอกล็อบบี้หอคอย

ซึ่งมีร้านขายเสื้อผ้ามีชื่ออยู่หลายร้าน ^^ อีกทั้งยังมีประติมากรรมโลหะ

รูปคนลอยเคว้งคว้างจากท้องฟ้าอีกด้วย .......... แหม !! คนเกาหลีนี่

เค้าจะสร้างสรรค์ไปถึงไหนกันนะ  ^__^

 

เมื่อเข้าสู่ล็อบบี้หอคอยซึ่งวันนี้ดูจะมีคนมาขึ้นหอกันเยอะมาก

ถึงกับต้องเข้าแถวกันเพื่อขึ้นลิฟท์ ... อากาศในลิฟท์ร้อนกว่าข้างนอกมาก 

ลิฟท์นี้จุได้ 20 คนและที่สำคัญคือลิฟท์ที่หอคอยกรุงโซลนี้

สามารถบอกระดับความสูงจากพื้นได้ .... ช่างอัจฉริยะเจงๆ 

หลังจากรอนานโขอยู่ ... ทีนี้ก็ถึงคิวของคณะเราในการโดยสาร

พี่อภิชาติ ... พาพวกเราขึ้นมาที่ชั้น T1 หรือชั้น 5 (หอคอยมี 7 ชั้น)

ซึ่งเป็นที่ตั้งของภัตตาคาร Hancook ส่วนอาหารนั้นก็มีหลากหลาย

ทั้งไทย จีน ฝรั่ง และของเกาหลีเองรวมไปถึงไอศกรีม 2 รสชาติอีกด้วย 

แต่ที่สำคัญใน dinner มื้อสุดท้ายของเรา 2 คนในกรุงโซล

ก็คือมื้อที่เขาจัดไว้ให้เป็นเนื้ออบ หมูอบ และอาหารอื่นๆ จานโต !!

และเมื่อได้เวลาพวกเราชาวคณะก็จัดการกันจนไม่เหลือ .... เอิ้กกกก

หลังเสร็จมื้อของหวานแล้วเรา 2 คนก็ปลีกวิเวกเดินขึ้นบันได

ไปยังชั้น T3 หรือชั้น Lookout ซึ่งเป็นชั้นที่เค้าจัดไว้ให้ชมวิวกัน

เมื่อขึ้นมาถึงเรานึกถึงตึกใบหยกที่มีระเบียงเหล็กเปิดโล่งหมุนได้รอบ 

แต่ที่กรุงโซลมีปัญหาในเรื่องของลมแรงจึงไม่สามารถทำแบบเปิดโล่ง

เหมือนบ้านเราได้ ... แต่ที่พิเศษก็คือแต่ละหน้าต่างจะแปะชื่อเมือง

ที่ตั้งอยู่ด้านเดียวกับหน้าต่างบานนั้นๆ ด้วย ^^ เย้ !! เจอแล้ว

หอคอยกรุงโซลได้จารึกชื่อ กรุงเทพมหานคร ของเราไว้ด้วยอ่ะ

แต่นอกจากกรุงเทพฯ แล้วยังจารึกคู่กับกรุงฮานอยของเวียดนามด้วย

อาจเป็นเพราะที่ตั้งของฮานอยนั้นดันไปอยู่ทิศทางเดียวกับบ้านเรา 

โดยบ้านเรานั้นอยู่ห่างจากกระจกนี้ไป 3,713.45 กิโลเมตร

ส่วนฮานอยอยู่ห่างเพียง 2,735.90 กิโลเมตร 

และแล้วก็ได้เวลากลับที่พัก .........

ได้มาเห็นกรุงโซลยามค่ำคืนแบบนี้ถือว่าเป็นบุญตาจริงๆ

กับ 7 วัน 6 คืน และนี่ก็เป็นคืนสุดท้ายที่เราจะอยู่ที่โซลแล้ว

คืนนี้ต้องรีบพักผ่อนเอาแรงอ่ะ ^^ เพราะพรุ่งนี้เรามีนัดสำคัญ

คือไปตะลุยสวนสนุก Everland เป็นการสั่งลากรุงโซลกัน

เสร็จแล้วก็ต้องเดินทางกลับก่อนในคืนพรุ่งนี้ไฟล์ท 21.20 น.

ขอนอนเอาแรงก่อนนะคร้า .......... ราตรีสวัสดิ์ค่ะ  ^__^ 

ป.ล. แอบ “เก็บตก” บรรยากาศเล็กๆ น้อยๆ

ในกรุงโซลมาฝาก ...... ดังนี้ :

+  ตอนดึกๆ เวลาเดินผ่านบาร์ได้ยินเขาเปิดเพลงไทยด้วย

(ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเพลงของ ... เนโกะจัมป์)

+  และตอนดึกๆ อีก .. เจอผู้ชายแบกแฟนที่เมาจนเดินไม่ไหว 

ผู้ชายแบกผู้หญิงขึ้นบันได พี่เค้าคงเหนื่อย + หนักน่าดูอ่ะ

ดูแล้วน่าสงสารผู้ชายมาก (ผู้หญิงเกาหลีดื่มเก่งมาก ... ขอบอก)

+  เจอผู้หญิงเมายืนพิงกำแพงแล้วแฟนหนุ่มหงุดหงิดที่ผู้หญิงเดินไม่ไหว

ทะเลาะกันเสียงดังแล้วผู้ชายก็ดึงแขนผู้หญิงจนล้ม  (แอบโหดอ่ะ)

+  ร้านขายลูกชิ้น 2 ร้านขายราคาเท่ากัน ... เจ้าของร้านแรก

เห็นพวกเราปรึกษากันเพราะราคามันแพงกว่าก็โบกมือไล่

ประมาณว่าไม่ซื้อก็ไปไกลๆ เหอะมึง   5555+

+  Free Hug มีให้เห็นได้ทั่วไป ... โดยไม่เน้นเชิงกามารมณ์

+  วัดในโซลสวยมาก !! สวยมากๆ !! จะเรียกว่ากึ่งเซนก็ไม่ผิดนัก

+  ในช่วงเทศกาลที่คนเยอะๆ ถ้าเราสั่งข้าวไม่ถึงจำนวนเงินที่เค้าบอก

เช่น ... ร้านนี้กำหนดให้ลูกค้าสั่งรวมราคาตั้งแต่ 50,000 วอนขึ้นไป

(ประมาณ 1,000 กว่าบาท) ถ้าเราสั่งรวมกันไม่ถึงเขาก็จะไม่ขายให้ !!

+  แท๊กซี่แต่ละวินมักจะแถให้ฝ่ายตรงข้ามดูไม่ดี ... เช่นแท๊กซี่เดอลุกซ์ 

จะบอกว่าแท็กซี่ธรรมดาเล็ก นั่งไม่สบาย อย่างนู้นอย่างนี้

(ทั้งที่มันก็ไม่ได้ต่างเท่าไหร่นักหรอก) 

+  องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติเกาหลี (KNTO) 

ให้บริการมัคคุเทศก์เพื่อไมตรีจิตที่ช่วยในการแปลภาษา 

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการแนะนำการท่องเที่ยวฟรี 

โดยทั่วไปควรจองตั๋วล่วงหน้าซึ่งการช่วยเหลือนี้เป็นประโยชน์มาก

+  ตามประเพณีดั้งเดิมคนเกาหลีนั่งรับประทานอาหารและนอนบนพื้น

ดังนั้น ... จึงควรถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านของคนเกาหลีเสมอ 

เมื่อท่านไปเยี่ยมครอบครัวคนเกาหลีที่บ้านควรสวมถุงเท้าหรือถุงน่อง 

เพราะการนั่งเท้าเปล่าต่อหน้าผู้สูงอายุถือว่าไม่สุภาพอย่างยิ่ง 

+  คนเกาหลีไม่นิยมการแสดงออกโดยเปิดเผยและมักจะจำกัด

การถูกเนื้อต้องตัวเพียงแค่การจับมือทักทายกันอย่างสุภาพ

อย่างไรก็ตามถ้ารู้จักคนเกาหลีดีขึ้นก็จะเกิดความคุ้นเคยกันมากขึ้น

ชาวต่างชาติอาจแปลกใจที่ผู้ชายโดยเฉพาะชายหนุ่ม

เดินจับมือโอบไหล่กันตามถนนหรือผู้หญิงเดินจับมือกัน 

ซึ่งการสัมผัสร่างกายเพื่อนสนิทขณะคุยกันถือว่ายอมรับกันได้

ในประเทศเกาหลี ... แต่การแสดงความรักระหว่างเพศในที่สาธารณะ

เช่นการกอดและจูบถือว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง

ป.ล.  (อีกครั้ง)  แอบไปได้ยินเพลงๆ หนึ่งมา 

ปกติไม่ชอบฟังเพลงเกาหลีอ่ะ ..... แต่เพลงนี้โดนอย่างแรง

ทั้งชื่อเพลง – เนื้อร้อง – ทำนอง และความหมาย ^^ สุโค่ย !!

ชื่อเพลงว่า  +++++  선물  ซอนมุล

แปลว่า ..... ของขวัญชิ้นใหญ่ในชีวิตฉัน

 

 생애 가장 아름다운 순간은

ช่วงเวลาที่งดงามในชีวิตของฉัน 

 만나 눈부시게 사랑했던 순간들

คือวันคืนอันสว่างไสวหลังจากที่ได้พบเจอเธอและได้รักเธอ

이제  알아 너라는 사람  생애 가장  선 물

ตอนนี้ฉันได้รู้แล้วว่าเธอนี่แหละที่เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉัน

하고 싶은 말이 있나 

มันเป็นสิ่งที่ฉันอยากจะบอกกับเธอ

늦었지만 아직까지 하지 못한 

ถึงแม้จะช้าไปสักหน่อยแต่จนป่านนี้ก็ยังไม่เคยได้บอกเธอเลย

 생애 가장 아름다운 순간은

ช่วงเวลาที่งดงามในชีวิตของฉัน

 만나 눈부시게 사랑했던 순간들

คือวันคืนอันสว่างไสวหลังจากที่ได้พบเจอเธอและได้รักเธอ

이제  알아 너라는 사람  생애 가장  선물

ตอนนี้ฉันได้รู้แล้วว่าเธอนี่แหละที่เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉัน

우리 둘이 얘기하고 우리 둘이 걸어가고

เราสองพูดคุยกัน ... เราสองเดินด้วยกัน

언제나 둘이라서 행복한  시간들

เป็นช่วงเวลาที่แสนสุขเพราะมีเพียงเราสองตลอดเวลา

서로 다른 사람인데 우린 서로 많이 닮아

แม้เราจะเป็นต่างคนต่างชีวิตกันแต่เราก็มีอะไรเหมือนๆ กัน

남매이냐는 이야기도 가끔 듣곤 했었지

จนหลายคนคิดว่าเราเป็นพี่น้องกันหรือเปล่า 

 생애 가장 아름다운 순간은

ช่วงเวลาที่งดงามในชีวิตของฉัน

 만나 눈부시게 사랑했던 순간들

คือวันคืนอันสว่างไสวหลังจากที่ได้พบเจอเธอและได้รักเธอ

이제  알아 너라는 사람  생애 가장  선물

ตอนนี้ฉันได้รู้แล้วว่าเธอนี่แหละที่เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉัน

지금 잡은  손을 놓지 않을게 남자답게 약속 지킬게

ฉันจะไม่ปล่อยมือของเธอให้หลุดไปจะสัญญาอย่างจริงใจ

누구 보다 사랑하니까

เพราะฉันรักเธอมากกว่าใครทั้งหมด

이세상 가장 아름다운 사람은

คนที่งดงามที่สุดในโลกนี้

너라고 수천 번을 말을 해도 부족해

ก็คือเธอไงหล่ะ .. ต่อให้พูดอีกกี่ร้อยพันครั้งก็ดูเหมือนจะยังไม่พอ

얼마나 너를 사랑하는지 영원히 가르쳐 줄게

ฉันจะแสดงให้เธอเห็นตลอดกาลว่าฉันรักเธอมากแค่ไหน 

 향한  사랑은 영원하기 때문에

เพราะของรักฉันที่มีต่อเธอนั้นมันเป็นนิรันดร์ !!


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Hiriotappa วันที่ : 16/06/2010 เวลา : 14.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa


เคยได้ยินแต่ตำนานลายนิ้วมือในกุญแจหน่ะครับ อันนั้นเรื่องสยอง

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
BlueHill วันที่ : 13/06/2010 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เขียนได้สนุกมาก ๆ ครับ

เรื่องกาแฟนั้น ของไทยเราไม่แพ้ชาติไหนครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
konthai24hours วันที่ : 13/06/2010 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konthai24hours
konthai24hours@yahoo.com

ภาพชวนชม คนชวนหิว ชอบร้านกาแฟครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
พิณแก้ว วันที่ : 13/06/2010 เวลา : 10.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jakajeena

ภาพสวยๆ ทำให้อยากไปเกาหลีใต้ ครับ
มองเกาหลีใต้ วันนี้เขาไปไกลแล้ว เศร้าใจเมืองไทย ยังขาดความสามัคคี อนาคตของเมืองไทยเราจะเป็นอย่างไรหนอ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Toitoi วันที่ : 13/06/2010 เวลา : 09.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Toitoi


ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ไออุ่นพฤษภา วันที่ : 13/06/2010 เวลา : 00.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konlapat

สวัสดีค่ะ
เขียนเล่า อ่านเพลินดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ครูสบเมย_แม่ฮ่องสอน วันที่ : 12/06/2010 เวลา : 23.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krubaantong
ครบรอบ  ๒๐  ปี พอดี...

บ้านเมืองเขาก็งามนะครับ..วันนี้เกาหลีชื่อกระฉ่อนอีก..อักกรีซ...ซะ ๒ เม็ด...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 12/06/2010 เวลา : 22.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

ล็อคกุญแจเหมือนที่กำแพงเมืองจีนเลยเนอะ
ที่นั่นน่ะ ล็อคติดกำแพงเชียวคะ คงพรากกจากกันยากซักหน่อย 555

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปวิภา วันที่ : 12/06/2010 เวลา : 06.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...ของขวัญ...ชิ้นที่มีคุณค่า...และน่ารักจัง (แอบตามกลิ่นกาแฟมา)...อารมณ์ ...โซล...น่ารักมากมาย...

...ขอบคุณนะคะ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
โคมทอง วันที่ : 12/06/2010 เวลา : 02.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

เพราะของรักฉันที่มีต่อเธอนั้นมันเป็นนิรันดร์ !!....

บทจบของเพลงเจ๋งมากค่ะ....


อ่านอาหารน่าทานมากมายเช่นเดิม...

และลงเรื่องให้อ่านจุใจมากๆ

โหวตค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พญาสุขุม วันที่ : 12/06/2010 เวลา : 01.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangrak

สักวันคงได้ไปชม ครับ
http://www.oknation.net/blog/sangrak/2010/06/12/entry-1

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
soonthorn วันที่ : 12/06/2010 เวลา : 01.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soonthorn-filmkayab
    Life+Bright  ชีวิต...งดงามเสมอ  

หวัดดี ยามดึก
ความรัก ทำให้ใจงดงาม ทำให้โลกสวยงาม
เวลาไปต่างประเทศชอบกินอะไรที่เป็นอาหารพื้นถิ่น
ชอบเที่ยวตลาด ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน