*/
  • ในนามสุรินทร์สโมสร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : surinsamosorn@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-25
  • จำนวนเรื่อง : 93
  • จำนวนผู้ชม : 164677
  • จำนวนผู้โหวต : 252
  • ส่ง msg :
  • โหวต 252 คน
คารวะครูกันตรึม

บทเพลง อาเรเร ขับร้องโดย สุพินเครื่องวิชา อยู่ในชุด บทเพลงกันตรึมพื้นบ้านสุรินทร์ คารวะครู บันทึก เมื่อ พ.ศ 2545..นำโดย ครูพูน สามสี และครูเปรย บุญช่วย

View All
วันศุกร์ ที่ 14 พฤษภาคม 2553
Posted by ในนามสุรินทร์สโมสร , ผู้อ่าน : 1825 , 11:18:04 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ห่างหายจากหน้าเว็ปไปนานด้วยภารกิจส่วนบุคคลบางประการ ต้องขออภัยพี่ๆ เพื่อนๆ ชาวโอเคเนชั่นทุกๆท่าน วันนี้ขอนำเรื่องราวของคุณตาพร ศรีไทยมานำเสนอต่อจากตอนที่แล้ว (ซึ่งก็ผ่านมาแล้วเืกือบครึ่งปี ฮา)
เอื้อเฟื้อภาพจาก www.visitsurin.com

  ในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๘๗-๒๔๙๐ ชาวบ้านแกใหญ่(ต.แกใหญ่ อ.เมือง จ.สุรินทร์) คนหนึ่งชื่อ "พร ศรีไทย" พร้อมพรรคพวกและญาติพี่น้องคนสนิทได้นำกองเกวียนคาราวานเดินทางไปซื้อปลาแห้งและปลาร้ายังอำเภอปากแพรก จังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา กลับมาขายยังเมืองสุรินทร์
        การเดินทางในแต่ละครั้งล้วนมีเรื่องราวตื่นเต้นอกสั่นขวัญแขวนและหวุดหวิดวานเสียวแทบจะเอาชีวิตไม่รอดก็หลายครั้ง...บันทึกการเดินทางตอนนี้เป็นเรื่องราวต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว

(๘)นอนกลางป่าดงดิบที่บ่อทองร้าง
        การเดินทางไปซื้อปลาในเที่ยวนี้ ข้าพเจ้าลงพนมดองแร็กทางช่องเสม็ดอย่างเคย เมื่อข้ามเขาไปหนึ่งคืนก็ถึงป่าดงดิบ เรียกกันเป็นภาษาพื้นเมืองว่า "ด๊บซึบตึบ" ป่าแห่งนี้กว้่างใหญ่มาก กว้างยาวราว ๕๐ กิโลเมตร เป็นที่สูง ขาดแคนแหล่งน้ำ ประมาณบ่ายหนึ่ง         โมง ฝนก็ตกพรำๆตลอดทางจนมาถึงบ่อทองร้างแห่งหนึ่งจึงหยุดพักเกวียน ฝนหยุดตกพอดี แต่ทว่าไม่มีไฟจะหุงข้าว ช่วยกันตีเหล็กกับหินเพื่อให้เป็นประกายไฟกระเด็นเข้ากระบอกนุ่นก็ไม่ติด เพราะกระบอกนุ่นเปียกฝน จึงเอาไม้ไผ่แห้งที่ติดมากับเกวียนถูกกันให้เป็นไฟ เมื่อได้ไฟแล้วก็นั่งคอยคนที่ไปตักน้ำ แต่ก็ไม่ได้น้ำกลับมา เนื่องจากตักน้ำไม่ได้ เพราะบ่อทองร้างนั้นลึกมาก ต้องใช้เชือกวัวหลายเส้นจึงจะหย่อนครุลงไปถึงน้ำ แต่ครุก็เอียงและลอยอยู่เฉยๆ ไม่จมเลยตักน้ำไม่ได้ พอข้าพเจ้าไปถึงก็เอาก้อนหินผูกที่หูครุข้างหนึ่ง ครุจึงจมน้ำและตกน้ำมาได้
        เมื่อหุงข้าวกินเสร็จแล้วก็ก่อไฟนอน ตกดึกประมาณ ๕ ทุ่มเศษ ได้ยินเสียงเหมือนลมพายุพัดมาแต่ไกลทางทิศตะวันตก ข้าพเจ้าตื่นก่อนเห็นกองไฟกำลังจะดับ จึงคว้าเอาขี้ครั่งโยนลงไป กลิ่นควันขี้ครั่งลอยขึ้นไปบนอากาศ เสียงพายุนั่นก็เงียบหายไป
        ข้าพเจ้าปลุกคนอื่นๆ สุมกองไฟให้สว่างขึ้น ข้าพเจ้าบอกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นยังไม่ทันขาดคำ ก็ได้ยินเสียงลมพายุพัดมาจากทิศตะวันออก แล้วก็จางหายไปจนเงียบ พากันนอนไม่หลับตลอดคืน ยังดีที่ข้าพเจ้ารู้ทันเหตุการณ์ ถ้านอนหลับก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะที่ตรงนี้เคยมีคนนอนตายหลายคนแล้วโดยไม่รู้สาเหตุ
        บ่อทองที่ร้างไปแล้วนั้นก็เพราะคนทำงานไม่ได้ เวลาลงไปทำงานขึ้นมาแล้วก็เกิดชอกตายเกือบทุกวัน คนงานก็กลัวไม่กล้าลงไป บริษัทจึงล้มและเลิกทำ

(๙)เสือกัดวัวของคนพิมาย
      การเดินทางคราวนี้ "นายสมัน เองงาม"ขอไปด้วย เพราะจะเอาผ้าไปขาย ตอนขากลับมาขึ้นพนมดองเเร็กก็เห็นคนจากเมืองพิมายขึ้นเขาไปพวกเราก็จะขึ้นตามไป
      เมื่อขับเกวียนขึ้นเขาก็คำ่มืดมองอะไรไม่เห็น นายสมันสะพายดาบเดินนำหน้าเกวียน ได้ยินเสียงเหมือนเสือกระโดดผ่านไปข้างหน้า นายสมันชะงักไม่กล้าเดินต่อ ข้าพเจ้าบอกว่าไม่ต้องกลัว เพราะร่ายมนต์คาถาไล่ศัครูทั้งหลายให้หลีกออกจากทางไปหมดแล้ว พอเดินต่อไปอีกหน่อยก็ยิ่งมืดลงทุกทีจนมองทางไม่เห็น จึงหยุดพักนอนใต้ต้นไทร ไม่มีลานให้จอดเกวียน จึงจอดนอนเรียงกันเป็นแถวไตามทางเกวียนขึ้นเขา
      ข้าพเจ้าขึ้นไปยืนบนก้อนหินสูงร่ายมนต์คาถาเสกก้อนหินขว้างไปทั้ง ๘ ทิศ เพื่อให้เทวดาทั้ง ๘ อยู่ยามรักษาการณ์ป้องกันอันตรายทั้งปวงเหมือนที่เคนนินบนเขาหรือป่าดงดิบทุกๆครั้ง แล้วให้นายสมันนอนบนเกวียน ส่วนวัวผูกไว้ข้างเกวียน ข้าพเจ้านอนบนทางเกวียนข้างหน้าวัวแล้วก่อไฟไว้ข้างหน้า ตลอดทั้งคืนก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น
       รุ่งเช้าขับเกวียนต่อไปอีก พอลงจากเขาพบกองทางที่กำลังทำทาง หยุดพูดคุยกันสักพัก พวกกองทางเล่าให้ฟังว่า บริเวณที่ข้าพเจ้าพักนอนนั้น เมื่วานเวียนของพวกคนพิมายเกิดหักขึ้นมา จึงปล่อยวัวให้กินหญ้าอยู่ข้างๆ ที่ซ่อมเกวียน แต่ไม่รู้มีเสือโคร่งตัวหนึ่งหมอบซุ่มอยู่ใกล้ทางขึ้นเขา พอวัวเข้าไปใกล้มันก็กระโจนเข้ากัดที่ลำคอวัว วัวสะบัดดิ้นจาขาหัก พวกที่ซ่อมเกวียนได้ยินเสียงวัวร้อง พอมองไปเห็นเสือก็พากันร้องลั่นเสือได้ยินเสียงคนจึงปล่อยวัวแล้วกระโจนหนีไป
     เจ้าของวัวจึงขายวัวตัวนั้นให้พวกกองทางที่ทำงานบนเขาใกล้ๆ กันนั้นเอง โชคดีที่คนพิมายมีวัวเกินมาตัวหนึ่ง ข้าพเจ้าคิดในใจว่า ถ้ารู้กันตั้งแต่เมื่อคืน คนอื่นๆ คงนอนไม่หลับ

(๑๐)โรคท้องร่วงที่ปากแพรก
         คราวนี้ไปกันเพียง ๒ คน คือข้าพเจ้ากับนายผล ศรีไทย พี่ชาย ข้าพเจ้าจึงไปรวมกองเกวียนของ ตาต่วน,ตายูง และ ตาแย้ม จากบ้านท่าสว่าง คนพวกนี้ความจริงบ้านเดิมอยู่บ้านอันลองซา (ประเทศกัมพูชา) เมื่อไปถึงบ้านเดิมของเขาแล้ว เขาก็ยังไม่กลับ จะรอจนถึงเดือนพฤษภาคม
        ก่อนเดินทางไปนั้น "ยายเพาะ"มารดาของ"นายจวน พุ่มภา" ได้ขอร้องกับข้าพเจ้าว่า ให้ไปบอกนายจวน บุตรชายที่อยู่บ้านเพนียดเปรี๊ยะ(ประเทศกัมพูชา)ให้มาคัดเลือกทหารในเดือนเมษายนด้วย ข้าพเจ้าจึงไปบอกนายจวน นายจวนก็รับปากจะกลับมาพร้อมกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงนัดหมายให้ไปรอที่วัดตะปน ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเมืองพิบูลสงคราม เมื่อนัดกับเรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าก็ไปซื้อปลาที่อำเภอปากแพรก
         คืนแรกข้าพเจ้าพักนอนที่บ้านกำปงกระสังชาวบ้านถามข้าพเจ้าว่าจะไปซื้อปลาที่ไหน ข้าพเจ้าบอกจะไปซื้อที่อำเภอปากแพรก ชายคนนั้นพูดว่าที่ปากแพรกมีปลาไม่มากเท่ากำปงกระสังและที่ปากแพรกชาวบ้านกำลังเป็นโรคท้องร่วงตายขนเอาไปทิ้งเหมือนฟืน ซื้อปลาที่นี้ไม่ต้องไปทางโน้นหรอกข้าพเจ้านึกในใจว่าพวกเขาคงพูดหลอกเพื่อให้ข้าพเจ้าซื้อปลาของพวกเขา ข้าพเจ้าไม่เชื่อ เพราะปลาที่กำปงกระสังแพงกว่า
         รุ่งเช้าข้าพเจ้าขับเกวียนไปถึงปากแพรกในตอนเย็นวันนั้นเองมื่อถามชาวบ้านเขาก็บอกว่าไม่จริง เขาหลอกให้เรากลัวแล้วซื้อปลาของพวกเขา ข้าพเจ้าจึงว่าจริงเหมือนที่ข้าพเจ้านึกไว้ เมื่อซื้อปลาแห้งได้แล้วิข้าพเจ้ารีบขับเกวียนไปวัดตะปน  ซึ่งก็มืดพอดี ข้าพเจ้าเข้าไปถามพระว่า"เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งมาพักอยู่ที่นี้ไหมครับ เขาจะไปคัดเลือกทหารที่เมืองสุรินทร์"พระท่านบอกว่า"ชายคนนั้นไปตั้งแต่เมื่อเช้ากับเณรรูปหนึ่ง"ข้าพเจ้าก็ตกใจฮวบขึ้นมาทันทีเพราะแต่ก่อนนึกว่าจะได้ ๓ คนร่วมเดินทาง ในที่สุดก็เสี่ยงเดินทางกลับเพียง ๒ คน
         คืนนั้นนอนพักที่หมู่บ้านร้างตั้งแต่เมื่อสมัยสงครามโลก ไม่มีคนอาศัยอยู่เลย พอค่ำมืดมีตำรวจ ๓ คน เดินตรวจท้องที่มาถึงขอซื้อปลาย่างข้าพเจ้ากินเพราะหิว ข้าพเจ้าก็ให้ไปคนละหนึ่งไม้ ไม่ได้เอาเงิน กินเสร็จแล้วก็บอกข้าพเจ้าว่า "เมื่อวานนี้มีผู้ร้ายปล้นกองเกวียนฆ่าเจ้าของตายคนหนึ่ง"ข้าพเจ้าไม่ถามว่าที่ไหน
         พอตำรวจไปแล้วก็มีชายหนุ่ม ๓ คน เอาไม้ไผ่ผูกถุงแบกของบนบ่าเดินมาเมื่อข้าพเจ้าเห็นนึกว่าคนร้าย ข้าพเจ้าก็คว้าดาบปลายแหลม พี่ชายของข้าพเจ้าก็คว้ามีดพร้าด้ามยาวมาถืออยู่ในมือ ข้าพเจ้าพูดว่า
         "อย่าหนีนะ สู้ตายกับเวียนนี่แหล่ะ"
         พอเขามาถึงก็ถามว่า"เกวียนบรรทุกอะไร"?
         ข้าพเจ้าตอบว่า"บรรทุกปลา"
        "อยู่ที่ไหน?"
        "เมืองสุรินทร์"
        "อยูบ้านไหน?"
        "อยู่บ้านแกใหญ่ ทางเหนือสถานีรถไฟ"
        เขาบอกว่า"ผมอยู่บ้านแสลงพัน ด้านตะวันออกบ้านแกใหญ่ ทำงานเป็นบุรุษไปรษณีย์ นำจดหมายออกจากอำเภอสำโรงไปจังหวัดพิบูลสงครามกลางวันนอนพัก เพราะอากาศร้อน กลางคืนอากาศเย็นจึงค่อยเดินทาง"
       คุยกันพักเดียวเขาก็เดินทางต่อไป สักประเดี๋ยวก็มีคนขี่ม้ามาถามแต่ไกลว่า"มีน้ำกินไหม?"
      ข้าพเจ้าตอบว่า "มี"
       "ถ้างั้นจะขอมาพักที่นี้ด้วย"
       เขาก็ขี่ม้ากลับไปแล้วพาเกวียนเล่มหนึ่งมาพักนอนด้วย เป็นเกวียนของศึกษาธิการอำเภอสำโรง ซึ่งพาพวกครูประมาณ ๒๐ คน ไปประชุมที่จังหวัดพิบูลสงคราม จึงนอนด้วยกันทำให้หายกลัวตลอดคืน
      พอรุ่งเช้าแยกกันขับเกวียนต่อไปอีก ตอนจะขึ้เขา โชคดีไปทันเกวียนของคนพิมาย ๖ เล่ม พวกเขาลงไปขายผ้า แล้วก็ขับเกวียนเปล่ากลับมา จึงได้เพื่อนนอนรวมกันที่เชิงเขาหนึ่งคืน และนอนบนเขาอีกหนึ่งคืนจากนั้นขับเกวียนมาจนถึงบ้านแกใหญ่ ส่วนนายจวจ พุ่มภา อีก ๕ วัน จึงค่อยมาถึงบ้าน


โปรดติดตามเรื่องราวของคุณตาพร  ศรีไทย  ต่อในตอนต่อไปค่ะ
ด้วยความเคารพรัก
ชาวสุรินทร์สโมสร​​​​​​​​​​
​​​​​​​​​​​​​​







อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chawa วันที่ : 21/05/2010 เวลา : 02.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mixedandmatch
Mixed & Matched

ชอบมาก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน