*/
  • ในนามสุรินทร์สโมสร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : surinsamosorn@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-25
  • จำนวนเรื่อง : 93
  • จำนวนผู้ชม : 164892
  • จำนวนผู้โหวต : 252
  • ส่ง msg :
  • โหวต 252 คน
คารวะครูกันตรึม

บทเพลง อาเรเร ขับร้องโดย สุพินเครื่องวิชา อยู่ในชุด บทเพลงกันตรึมพื้นบ้านสุรินทร์ คารวะครู บันทึก เมื่อ พ.ศ 2545..นำโดย ครูพูน สามสี และครูเปรย บุญช่วย

View All
วันพุธ ที่ 26 พฤษภาคม 2553
Posted by ในนามสุรินทร์สโมสร , ผู้อ่าน : 4095 , 11:25:50 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กูยบ้านตรึม  อัตลักษณ์และการดำรงอยู่ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์  ดำเกิง โถทอง เรียบเรียง
จากหนังสือ "สุรินทร์สโมสร" ปีที่ ๒  ฉบับที่ ๗ (ตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๕๑)



พื้นที่ในดินแดนอีสานใต้
เป็นพื้นที่ซึ่งชาวพื้นเมืองดั้งเดิมส่วนใหญ่พูดภาษามอญ-เขมร ตระกูลออสโตรเอเชียติก ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ เป็นภาษาเขมรราว ๑ ล้านคน อีกส่วนหนึ่งใช้ภาษากูย/กวย ราว ๔ แสนคน นอกจากนั้นยังมีภาษาเญอ ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภาษากูย/กวย อีประมาณ ๑ หมื่นคน หนึ่งในจำนวนนี้รวมถึงชุมชนชาวกูยบ้านตรึม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ด้วย
         กูย (kui) ในที่นี้มีความหมายทางชนชาติ แปลว่า "คน" เป็นชาติพันธุ์โบราณแห่งลุ่มน้ำโขง ตั้งถิ่นฐานอยู่ ณ บริเวณแนวพนมดองแร็กเมื่อประมาณ ๓,๐๐๐ ปีก่อนพุทธศักราช และบริเวณตอนเหนือของเมืองกำปงธม ประเทศกัมพูชา ปัจจุบันยังคงรักษาอัตลักษณ์ทางภาษา วัฒนธรรม จารีตประเพณีเป็นของตนเองอย่างชัดเจน เช่น เครื่องแต่งกาย การนับถือผีบรรพบุรุษ การบูชาสิ่งที่อยู่ธรรมชาติ พิธีกรรมการแกลมอ และความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านการโพนช้างป่ามาฝึกใช้งานดุจดังสมาชิกในครอบครัว
         หลักฐานทางประวัติศาสตร์หลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า ชนชาติกูยเคยเป็นรัฐอิสระในช่วงก่อนพุทธศตวรรษที่ ๒๐ มีการส่งทูตไปค้าขายกับราชสำนักอยุธยา และเคยช่วยกษัตริย์เขมรแห่งนครธมปราบกบฏ แต่ต่อมาเขมรได้ใช้อำนาจทางทหารปราบปรามชาวกูย ผนวกเอาอาณาจักรกูยเข้าเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเขมร ชนชาติกูยจึงเป็นชนชาติผู้มีความสำคัญในการสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ดินแดนส่วนนี้ การก่อสร้างเทวาลัย ศาสนสถานต่างๆของชนชาติขอมในบริเวณนี้ ชาวกูยมีส่วนไม่น้อยในการนำช้างเข้ามาเป็นแรงงานในการขนศิลาแลงและหินขนาดใหญ่ที่ใช้ในการก่อสร้างปราสาทขอมโบราณ
         พงศวดารจำปาศักดิ์และประวัติศาสตร์เมืองสุรินทร์กล่าวสอดคล้องกันว่า ในต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๓ ชาวกูยจำนวนมากได้อพยพจากบริเวณใต้แถบเมืองอัตปือแสนแปข้ามแม่น้ำโขงมาทางฝั่งตะวันตก เหตุผลของการอพยพครั้งสำคัญนี้ กล่าวกันว่าเพื่อหนีการบีบคั้นทางใจ ถูกข่มแหงบังคับให้จัดหาช้างศึกให้กับนครจำปาศักดิ์ และแสงหาดินแดนที่จะใช้ชีวิตอย่างอิสระได้ พวกเขามุ่งหน้ามาทางทิศตะวันตกโดยมีเป้าหมายคือ แหล่งอุดมสมบูรณ์ลุ่มน้ำมูลแนวเทือกพนมดองแร็ก ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ต่อแดนกับสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว ทางภาคใต้ในแขวงจำปาศักดิ์ อัตปือ เซกอง และบางส่วนของประเทศกัมพูชา
 
บ้านตรึม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ จากบันทึกการเดินทางในลาวภาคสอง พ.ศ. ๒๔๔๐ ของเอเตียน แอร์มอนิเยร์ นักสำรวจชาวฟรั่งเศษที่เดินทางเข้ามาสำรวจหาศิลาจารึกในภาคอีสานขณะนั้นบันทึกว่า "...สรกตรัมมีกระท่อมของคนเผ่ากูยเมโล(มะหลั่ว) อยู่ ๑๐๐ กว่าหลัง..." ในขณะที่ปัจจุบันเป็นชุมชนหมู่บ้านชาวกูยขนาดใหญ่จนชาวกูยบริเวณนั้นเรียกว่า "เซาะผืด"  หรือบ้านใหญ่มีครอบครัวชาวกูยอาศัยอยู่ราว ๓๔๐ หลังคาเรือน แบ่งเขตการปกครองเป็น ๒ หมู่ คือ หมู่ ๑ และ หมู่ ๑๖ มีประชากรประมาณ ๒,๐๐๐ คน จากการบอกเล่าของชาวกูยบ้านตรึมสืบต่อกันมาว่า เดิมอาศัยอยู่บ้านกู่ อ.ปรางกู่ จ.ศรีสะเกษ อพยพมาอยู่ที่ปัจจุับันเมื่อประมาณ ๒๐๐ ปีมาแล้ว
         บริเวณที่ตั้งหมู่บ้านเรียกว่า "เนินโคกคราม" สภาพพื้นที่เป็นป่าทึบติดต่อกันกว้างใหญ่ มีหนองน้ำที่อุดมสมบูรณ์ เป็นที่อาศัยของสัตว์นานาชนิด เช่น เก้ง กวาง หมูป่า สุนัขจิ้งจอก สัตว์เลื้อยคลานประเภท เต่า ตะกวด และนกป่านานาชนิด เช่น นกกระสา นกเป็ดน้ำ เป็นต้น
         หมู่บ้านอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอศีขรภูมิ ห่างจากตัวอำเภอราว ๑๘ กิโลเมตร บริเวณที่ตั้งหมู่บ้านเป็นพื้นที่สูงลาดไปทางทิศเหนือและทิศตะวันออก มีหนองน้ำธรรมชาติสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นบารายที่กักเก็บน้ำไว้อุปโภคบริโภคของชุมชน
         บริเวณที่เป็นเนินดินขนาดใหญ่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เป็นอารยธรรมเก่าแก่ถูกฝังจมกองดินกระจัดกระจายจำนวนมากคือ ใบเสมาหินขนาดกว่าง ๘๐ เซนติเมตร สูงประมาณ ๑๓๐ เซนติเมตร หนา ๒๙ เซนติเมตร เสมาหินเหล่านี้เป็นโบราณวัตถุสมัยทวารวดี ซึ่งชาวบ้านได้เคลื่อนย้ายมาตั้งกองรวมกันไว้ภายในวัด สันนิษฐานว่าเดิมน่าจะเป็นที่ใช้ปักแสดงเขตศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ครั้นพระพุทธศาสนาแพร่เข้ามาจึงถูกดัดเเปลงให้เป็นเสมา ใช้ปักแสดงเขตศักดิ์สิทธิ์ทางพระพุทธศาสนา ภายหลังจึงถูกนำมาปักเป็นหลักบ้านทำหลังคาคลุมเป็นที่เซ่นสรวงบวงพลีกราบไหว้บูชาของชุมชนสืบต่อมา

ความคิดความเชื่อของชาวกูยบ้านตรึมในยุคโลกาภิวัฒน์
         ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ดั้งเดิมของหมู่บ้านเต็มไปด้วยป่าไม้และสัตว์ป่าชาวบ้านตรึมมีคติความเชื่อในการนับถือหมูป่าเป็น "อาหยะ"   หรือผีประจำหมู่บ้าน เมื่อออกไปล่าสัตว์ได้หมูป่าและสัตว์อื่นๆ จะตัดหูมาไว้ที่บ้านเฒ่าจ้ำ คือ หัวหน้าหมู่บ้าน ต่อมาหมูป่าถูกล่าจนหมดป่า แล้วจึงเกิดภัยแล้งขึ้น ชาวบ้านจึงร่วมกันทำพิธีทรงเจ้าหาสาเหตุจึงรู้ว่าผีประจำหมู่บ้านไม่พอใจและหนีกลับไปปรางค์กู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านเดิม อยู่ในร่างตะกวด ชาวบ้านขณะนั้นจึงขอให้หัวหน้าหมู่บ้านไปรับตะกวดกลับมา
         นับตั้งแต่นั้นมา ชาวบ้านตรึมจึงนับถือตะกวดเป็นตัวแทนอาหยะ คือ ผีปู่ตา หรือผีประจำหมู่บ้าน ตะกวดจึงเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เสมือนบรรพบุรุษชาวบ้านตรึมไม่ทำร้ายและไม่กินตะกวด
         ชาวกูยบ้านตรึมยังใช้ลูกตะกวดที่เกิดในปลายฤดูหนาวมาใช้ในการเสี่ยงทาย ทำนายฝนฟ้าจากปล้องสีที่ห่างลูกตะกวด หากสีเหลืองเป็นปล้องยาวนั่นหมายความว่าในปีนั่นฝนฟ้าจะแล้ง
         อีกหนึ่งในคติความเชื่อของชาวกูยบ้านตรึม คือ "พิธีแกลมอ" เป็นพิธีที่สืบเนื่องจากความเชื่อว่า ชาวกูยทุกคนมีดวงวิญญาณของบรรพบุรุษคอยปกป้องคุ้มครอง ปกปักษ์รักษาอยู่ตลอดเวลา ในทุกๆปี ชาวกูยจะจัดให้มีพิธี "แกลมอ" เพื่อบูชาดวงวิญญาณบรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นการเสริมสร้างกำลังใจ ซึ่งพิธีแกลมอมีสาระสำคัญ ๓ ประการ คือ
         ๑) การบูชาดวงวิญญาณบรรพบุรุษเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ
         ๒) ประกอบพิธีกรรมเพื่อรักษาผู้ป่วย เป็นการเชิญดวงวิญญาณของบรรพบุรุษมาให้ความช่วยเหลือแนะนำผ่านเฒ่าจ้ำหรือคนทรงเพื่อหาสาเหตุของการเจ็บป่วยและหาทางรักษาตามความเชื่อ
         ๓) การประกอบพิธีกรรมเพื่อเป็นการแก้บน หรือสักการะตอบแทนดวงวิญญาณบรรพบุรุษที่ดลบันดาลให้ได้รับความสำเร็จตามคำขอของลูกหลาน
         ภายใต้กระแสยุคโลกาภิวัฒน์ พิธีกรรมแกลมอ เป็นพิธีกรรมที่ส่งผลให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขของคนในชุมชนโดยผู้นำประกอบพิธีกรรม หรือแม่หมอทำหน้าที่ในการอัญเชิญดวงวิญญาณประทับร่าง มี แคน กลอง เป็นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะในการร่ายรำประกอบพิธีด้วยนางรำตามความเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีเครื่องบวงสรวงเซ่นสังเวย ๑ ชุด  ประกอบด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องประดับ พานบายศรี ดอกไม้ธูปเทียน เงิน ทอง เหล้า บุหรี่ หมากพลู ชุดขันธ์ ๕ ดาบ ๑ เล่ม ไข่ไก่ ๑ ฟอง ข้าวสาร และเครื่องประกอบอื่นๆ
         พิธีกรรมเริ่มด้วยการอัญเชิญดวงวิญญาณบรรพบุรุษเข้ามาประทับร่างแม่หมอ หรือคนทรง แม่หมอจะโยกสั่นไปทั้งร่าง จากนั้นลูกหลานที่เข้าร่วมพิธีผูกข้อมือให้แม่หมอพร้อมแจ้งความประสงค์ที่ได้อัญเชิญดวงวิญญาณของบรรพบุรุษมาเข้าทรง จากนั้นแม่หมอหรือคนทรงจะดื่มกินเครื่องเซ่นสังเวย ก่อนจะลุกขึ้นฟ้อนรำไปรอบเครื่องสักการะ ผู้ร่วมอยู่ในพิธีก็มีอาการเข้าทรงตัวสั่นตามกัน จนคนที่อยู่ใกล้ๆ เอาได้มาผูกข้อมือรับ ผู้ที่มีอาการดังกล่าวก็จะลุกขึ้นฟ้อนรำเช่นเดียวกับแม่หมออย่างเอาจริงเอาจัง กินเวลานานข้ามวันข้ามคืน

บทสรุป 
 ชุมชนชาวกูยบ้านตรึมเป็นชุมชนใหญ่มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ยาวนาน สืบทอดต่อเนื่องกันมาหลายชั่วอายุคน สะท้อนความเป็นตัวตน อัตลักษณ์ วิถีชิวิตกลุ่มชาติพันธุ์กูย ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ รากเหง้าทางวัฒนธรรม ดำรงอยู่ภายใต้ความแตกต่างทางวัฒนธรรม ไม่มีความแตกแยกทางสังคม มั่นคงยั้งยืน สืบทอดวิถีชีวิตวัฒนธรรมแบบพอเพียง เป็นแบบอย่างในการดำรงอยู่ของสังคมประเทศชาติได้อย่างเหมาะสม มีการจัดระเบียบความสัมพันธ์ทางสังคมกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่น เช่น ลาว เขมร จีน ไทย ยอมรับในกติกาทางสังคม สะท้อนออกจากพิธีกรรมการแกลมอ เคารพในธรรมชาติด้วยการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชนให้สัตว์ประจำชุมชน ตลอดจนความสนใจใฝ่รู้ใฝ่เรียน ปรับตัวให้เข้ากับบริบททางสังคมในยุคโลกาภิวัฒน์ได้อย่างเหมาะสมเ้ป็นแบบ
อย่างให้กับชุมชนอื่นๆ ได้อย่างแท้จริง
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน