*/
  • ในนามสุรินทร์สโมสร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : surinsamosorn@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-25
  • จำนวนเรื่อง : 93
  • จำนวนผู้ชม : 164677
  • จำนวนผู้โหวต : 252
  • ส่ง msg :
  • โหวต 252 คน
คารวะครูกันตรึม

บทเพลง อาเรเร ขับร้องโดย สุพินเครื่องวิชา อยู่ในชุด บทเพลงกันตรึมพื้นบ้านสุรินทร์ คารวะครู บันทึก เมื่อ พ.ศ 2545..นำโดย ครูพูน สามสี และครูเปรย บุญช่วย

View All
วันพุธ ที่ 2 มิถุนายน 2553
Posted by ในนามสุรินทร์สโมสร , ผู้อ่าน : 6700 , 11:27:26 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู , ni_gul โหวตเรื่องนี้

สระโบกขรณี สระอโนดาต ลำดวนดง ชมดี เรียบเรียง


                           

เอื้อเฟื้อภาพจาก http://www.dailyworldtoday.com/html/300-03b_1.jpg

         (๑) ปฐมมรดกบุพการี  (พ.ศ.๒๔๘๘-๒๕๐๕)

         "พ่อ" ได้ให้โอวาสเบื้องต้นอยู่เนืองๆ ว่า ถ้าจะทำให้พ่อมีความปกติสุขทางจิต พึงหลีกเลี่ยงสถานที่ ๒-๓ แห่ง คือ สถานีตำรวจ ๑ , ศาลสถิตยุติธรรม ๑ และ คุกตะราง ๑ ส่วนสถานที่ที่ควรไปเป็นประจำ ได้แก่ วัด-โบราณสถาน ๑ , โรงเรียน ๑ และ ธรรมชาติ ป่าเขาลำเนาไพร ๑

          สำหรับสิ่งที่ลูกควรต้องกระทำมากที่สุดสิ่งเดียว คือ “การแสวงหาปัญญา”

          (๒) ปฐมมรดกทางโลกียะ (พ.ศ.๒๔๙๓-๒๔๙๗)

         "พ่อ" จัดการให้ลูกได้เข้าเรียนหนังสือ โดยมงคลอุบายพิสดาร ลูกอยู่คุ้มสระทลา ฟากตะวันตกของตัวเมืองสุรินทร์ แต่พ่อให้ไปเรียนที่ฟากตะวันออกเกือบสุดขอบเมือง คือ “โรงเรียนวัดศาลาลอย (วิภัชศึกษา) หรือ เทศบาล ๒”

          "ลำดวนดง" ในวัย ๗ ขวบ ต้องเดินฝ่าเมืองไปโรงเรียนเป็นเวลา ๔ ปี = ๙๖๐ วัน (หักวันหยุด นักขัตฤกษ์ เสาร์ อาทิตย์ ก็ประมาณนี้) ด้วยเสื้อผ้าชุดเดียว ๕ วันซักครั้ง ตีนเปล่า อุปกรณ์มีกระดานชนวน ดินสอหิน ๑ , หนังสติ๊ก ๑ , เมล็ดแต้ตุงกระเป๋า ๑ และห่อข้าวมื้อกลางวัน ๑

         ช่วงเช้าเดินทางด้วยความรีบเร่งให้ทัน ๘ นาฬิกา แต่ตอนเลิกเรียนไม่ต้องรีบร้อนกลับบ้าน จึงพอมีเวลาที่จะลัดเลาะ แวะเวียนไปตามที่ต่างๆ ตามวิสัยเด็ก

         การเดินทางกลับบ้านจึงได้เห็นเหตุการณ์หลากหลาย พบผู้คนมากมาย ตามสถานที่ต่างๆ อาทิ ได้เห็นพิธีการยกศพกลางแจ้งที่วัดหนองบัว ศพใหม่เมื่อโดนไฟตีนชี้ฟ้าขาชี้ดิน มือกางหราไขว่คว้าหานรก-สวรรค์ ได้สังเกตเห็นกำแพงเมือง ต้นไม้ (ข่อย ตะโก ตะขบป่า ฯลฯ) เดินเท้ากลับอีก บนถนนสายหนึ่ง (หลักเมือง) ก็จะเห็นวัด โรงพัก เรือนจำนำ สถานที่ราชการ และที่สำคัญที่สุดก็คือ เห็น “สระอโนดาต” หรือ “สระโบกขรณี” 

         (๓) ปฐมมรดกทางศิลป์-วัฒนธรรมโบราณสถาน (พ.ศ.๒๔๙๓-๒๔๙๗)

         ความที่ยังเยาว์วัย หรือจะด้วยความซุกซน อยากรู้อยากเห็นจึงแวะไปที่ข้างเรือนจำ เยื้องอนามัยจังหวัดสุรินทร์ ตรงมุมเรือนจำด้านตะวันตกมีสระที่ทำขึ้นด้วยหิน สระแห่งนี้จะเป็นที่ประทับใจมาก มีความพิเศษน่าพิศวงกว่าสระใดๆ ในเมืองสุรินทร์ ดังที่ท่าน “นายหนหวย” เขียนไว้ว่า “เมืองสุรินทร์ มีสระมากมายเหลือเกิน” แต่สระที่ลำดวนดงเห็นและสังเกตได้มันแปลกพิสดารยิ่งนัก แท้จริงแล้ว สระที่ไม่คล้ายคลึงกับใคร มีถึง ๒ สระ (“สระตู๊จ” กับ “สระธม”)

         สระโบกขรณีธม ตั้งอยู่ ณ สถานที่ดังกล่าวข้างต้น มีองค์ประกอบพิเศษอย่างยิ่งดังกล่าว สระสร้างขึ้นด้วยหินทราย มีความกว้างประมาณ ช้าง ๗ เชือกเรียงกัน ความยาวประมาณช้าง ๑๕ เชือกเรียงกัน รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า (หน้ากว้างอยู่ด้านถนนหลักเมือง) ตัวสระมีบันได ๗ ชั้น (ถ้าจำไม่ผิด) เป็น ๗ ชั้นทุกด้านลงสู่พื้น พื้นลาดด้วยหินเช่นกันหมด ขอบสระมีความกว้างประมาณ ช้าง ๓ เชือก เรียงกันทุกด้าน ที่น่าชมที่สุด คือ ตรงมุม ๔ มุม มีเสาจำหลักหินตั้งอยู่บนไหหิน (แท่นหินมีรูปปักหลัก) เดาว่า “ศิวลึงค์” ขอบสระมีรูปเทวรูปหลายองค์ อาทิ พระนารายณ์ พระพิฆเนศ พระอุมาเทวี นางอัปสร และรูปสัตว์ต่างๆ

         หลายครั้งจึงชวนเพื่อนๆ ร่วมสมัยไปเล่นไปดูเทวรูปแปลกๆ ที่นั่น ที่ชื่นชอบที่สุดคือ องค์พระพิฆเนศ ดูแล้วทำให้เกิดจิตนาการจากรูปธรรมมาเป็นนามธรรม คล้ายๆ กับ อัลเบิร์ล ไอสน์สไตน์ ที่ว่า “จินตนาการเหนือกว่าความรู้” สิ่งเหล่านี้มาประจักษ์กับตัวเองในปัจจุบัน

         สระโบกขรณีตู๊จ ตั้งอยู่ ณ หน้าจวนผู้ว่าฯ ห่างประมาณ ๕๐ เมตร เมื่อก่อน ข้างๆ สระจะมีลานเทนนิสสำหรับข้าราชการมาตีเล่น สระนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับสระโบกขรณีธม เพียงแต่มีความยาวประมาณ ช้าง ๔ เชือกเรียงกัน ยาวประมาณ ช้าง ๗ เชือกเรียงกัน องค์ประกอบของเทวรูปมีแบบสระธม เพียงแต่ขนาดของเทวรูป รูปสลักหินจะมีขนาดย่อส่วนให้เล็กตามลักษณะของขอบสระ ส่วนไหหินจะไม่มีเสาจำหลัก ดังนั้น ชาวบ้านใกล้เคียงจะใช้ไหหินเป็นที่ลับมีด ลับขวาน (ข้อมูลเชิงประจักษ์ จากคุณประกอบ เภสัชศาสตร์นุกูล ร้านเชี่ยงชุนโอสถ หลังตลาดสดเทศบาลเมืองฯ)

          (๔) มรดกทางวัฒนธรรมยังตราตรึง (พ.ศ.๒๔๙๘-๒๕๐๕)

         ความงามของสระโบกขรณีทั้ง ๒ แห่งนี้ยังฝังลึกอยู่ในขันธ์ ๕ (เวทนา สังขาร วิญญาณ ๑ จิตสำนึก และใต้สำนึก) อยู่เสมอมา

         ครั้น พ.ศ. ๒๔๙๘ ชาวสุรินทร์ได้ชื่นชมพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ร. ๙) และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชะนีนาถ เสด็จฯเยี่ยมเมืองสุรินทร์ ลำดวนดงอายุ ๑๑ ขวบ แต่งลูกเสือ ถือไม้พลองยืนรับเสด็จ ข้างๆ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย(รัฐธรรมนูญ) ริมรั้วด้านหลังศาลากลาง เมื่อยามรับเสด็จเสร็จสิ้น พวกเราชาวลูกเสือพากันไปชุมนุมที่สระโบกขรณีธม ทานของว่างคุยกันเรื่องในหลวง-ราชินี รวมถึงคุยโวเรื่องการพักแรม การแสดงความสามารถก่อกองไฟด้วยไม้ขีดก้านเดียว การวิ่งทน การว่ายน้ำ การผูกเงื่อนต่างๆ อย่างสนุกสนาน ที่สุดแล้วก็มาลงเอยที่องค์เทวรูป ฯลฯ

         (๕) สระโบกขรณี รอบ ๒ (พ.ศ.๒๔๙๙-๒๕๐๕)

         เมื่อวันเวลาผ่านไป ลำดวนดงเข้าเรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนสุรินทร์ราษฎร์บำรุง และไปต่อมัธยมปลาย (ม.๔-ม.๘) ที่โรงเรียนสุรวิทยาคาร โดยลำดับ ช่วงเวลานั้นบ้านเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เหตุการณ์ที่หนักหน่อยช่วงหนึ่งก็คือ “กรณีพิพาทเรื่องเขาพระวิหาร” นี่เองที่ทำให้ลำดวนดงย้อนนึกถึงสระโบกขรณี

         ระหว่างที่เรียนอยู่ ม.๗ (พ.ศ.๒๕๐๔) เราชาวสุรวิทยาคารสมัยนั้นได้รับนิมิตที่ดีคือ ได้อาจารย์ “เพ็ญแข งามเนตร” (บญโสดากร) อบ.คบ. (จุฬา) จบหมาดๆ มาสอนวรรณคดีไทย และอาจารย์ “เสงี่ยม พวงคำ” มาสอนวิชาวาดเขียน สำหรับลำดวนดงเอง เกิดความฮึกเหิมยิ่งนัก เพราะรักทั้งสองวิชานี้เป็นที่สุด อาจารย์เพ็ญแข สอนวรรณคดีเรื่อง “รามเกียรติ์” ทำให้ได้ย้อนระลึกถึงสระโบกขรณีที่เคยเห็น เปรียบเทียบกับสระโบกขรณีของ “อินทรชิต” ที่สู้รบกับพระลักษณ์ ขอให้วิเคราะห์เอาจากกาพย์ฉบัง ๑๖ ว่า วรรณศิลป์-สุนทรียศาสตร์ เป็นดังนี้ 

               "อินทรชิตบิดเบือนกายิน     เหมือนองค์อมรินทร์

        ทรงคชเอราวัณ

              ช้างนิมิตฤทธิ์แรงแข่งขัน      เผือกผ่องผิวพรรณ

        สีสังข์สะอาดโอฬาร์

              สามสิบสามเศียรโสภา         เศียรหนึ่งเจ็ดงา

         ดังเพชรรัตน์รูจี

              งาหนึ่งเจ็ดโบกขรณี             สระหนึ่งย่อมมี

         เจ็ดกออุบลบันดาล

              กอหนึ่งเจ็ดดอกดวงมาลย์     ดอกหนึ่งเบ่งบาน

          กลีบเจ็ดกลีบผกา

              กลีบหนึ่งมีเจ็ดเทพธิดา        เจ็ดองค์โสภา

         แน่น้อยลำเพานงพาล

              นางหนึ่งย่อมมีบริวาร อีกเจ็ดเยาวมาลย์

         ล้วนรูปนิรมิตมายา

              จับระบำรำร่ายส่ายหา        ชำเลืองหางตา

         ทำทีดังเทพอัปสร

              มีวิมานแก้วงามบวร          ทุกเกศกุญชร

         ดังเวชยันต์อมรินทร์...ฯลฯ”

 

         นี่คือความประทับใจรอบ ๒ ของสระโบกขรณีที่ทำให้คิดถึง “มรดกของบุพการี”

         (๖) โบกขรณีจำพราก (พ.ศ.๒๕๐๕-ปัจจุบัน)

         รกที่ถูกฝังอยู่ใต้กระได ณ ดงลำดวน ได้ลบเลือนหาย แม่ฝังรกลูกไว้แต่กาลเวลาแปรผันไปตามหลักไตรลักษณ์ของพระพุทธองค์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) “โลกย์” เปลี่ยนแปลงเร็วแรงเหลือเกิน การที่ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปอยู่แดนไกล ๔๐ ปี เมื่อย้อนเวลากลับมาก็สายไปเสียแล้ว “ไม่เห็น ไม่มีสระโบกขรณี...จำพรากจากเราไปเสียแล้ว”

         (๗) ทบทวนความทรงจำ (ปัจจุบัน) (พ.ศ.๒๕๕๑)

         ออกจากวัดกลางประมาณ ๘ นาฬิกาเศษในวันธรรมสวนะ สภากาแฟหน้าวัดย่อมมีประดาเพื่อนๆ ร่วมสมัย (Che-Contemporary : Era ๕๐ ‘s ๖๐’s และ ๗๐ “s ) หลายหน้าหลายตา วันหนึ่งได้กล่าวถึง “สระโบกขรณี” สหายผู้หนึ่งว่า

         "ข้าฯ จำได้ ข้าเคยเห็นสระ...ตั้งอยู่ตรงนั้น และบรรดาเทวรูปข้าก็เห็น...ไปอยู่บ้าน...แถวจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ”

         อีกผู้หนึ่งว่า

         "กูไปเห็นมากับตาที่พิพิธภัณฑ์ลูฟ กรุงแพรีส ประเทศฟรั่งเศส มีเทวรูปอยู่ที่นั้น ที่กูเห็นสมัยเด็กๆ นั่นแหละ กูยืนยันโดยไม่ต้องสาบาน”

         อีกคนและหลายคนว่า

         "สระ...มันอยู่ตรงสโมสรข้าราชการ กูเห็นตำตา แต่เดี๋ยวนี้ไม่มี และไอ้ที่ใครเอาไป (เทวรูป) กูก็พอรู้ รู้แล้วพูดไม่ได้...สระมันอยู่กลางเมืองสุรินทร์นี่แหละ”

        (๘) อภินิหาร เทวรูป สระโบกขรณี (อกาลิโก)

 ณ  นาทีนี้ ลำดวนดงอยากบิดเบือนกายาเป็นมหาวานรหนุมาน (ลัดนิ้วมือเดียวถึงพระอาทิตย์) เพื่อดูชมของที่เคยคุ้นเคยในวัยเยาว์

         แต่ถ้าจะให้ดี ขอเป็นขอมดำดิน...เพื่อที่จะมุดไปดูว่า “สระโบกขรณีทั้ง ๒” ยังปกติสุขดีอยู่หรือ?...มีเสียงจากผู้ไม่มีตัวตน...เปล่งออกมาว่า

         "เฮ้ย! เทวรูป สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ ท่านมีอภินิหาร ท่านก็เหาะเหินเดินอากาศไปเที่ยวตามประสาของท่านบ้างซิ (โว้ย)”

         ...ก็ O.K. เย้ !! สวัสดีเมืองสุรินทร์



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 19/12/2010 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puprasit
puprasit

บรรยายได้เข้าขั้นชั้นครูเลยครับ โหวตให้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ni_gul วันที่ : 19/12/2010 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

สวัสดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
TKDH วันที่ : 02/06/2010 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TKDH
จอบขวา...ปากกาซ้าย

ขุดหากันเถอะครับ เมืองสุรินทร์จะตื่นขึ้นหลังจากหลับไหลมานาน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tatuk วันที่ : 02/06/2010 เวลา : 20.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

สวัสดีและราตรีสวัสดิ์ครับลำดวนดง
จากลำเดินดาว...


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 02/06/2010 เวลา : 18.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

ขอบคุณมากครับ สำหรับเรื่องราวดี ๆ
ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ ตั้งแต่เมื่อคราวที่ไปเที่ยวปราสาทคราวที่แล้ว ...

ยังคิดถึงอยู่ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 02/06/2010 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน