• suriyasai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : suriyasai1@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-08
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 75714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 285 คน
สุริยะใส กตะศิลา
ประชาธิปไตยสร้างจากข้างล่าง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/suriyasai
วันศุกร์ ที่ 31 สิงหาคม 2550
Posted by suriyasai , ผู้อ่าน : 3287 , 18:26:33 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

Jason  Bourne ความพร่ามัวของเสรีภาพ?

วันก่อนผมได้รับคำแนะนำจากเพื่อนคนหนึ่ง เขาแนะนำให้ผมหาเวลาไปดูหนังเรื่อง Bourne ภาค 3

ผมถามเขาว่าทำไมต้องไปดู พร้อมสอบถาม concept ของหนังเรื่องนี้

เพื่อนผมไม่รีรอสาธยายด้วยความระทึกต่อว่า มันเป็นเทคโนโลยีด้านข้อมูลข่าวสาร หรือ ความก้าวหน้า ล้ำสมัยบนโลกยุค IT ที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อควบคุมเสรีภาพของมนุษย์ บนข้ออ้างเรื่องความมั่นคงแห่งรัฐ เป็นแนวแอ๊คชั่นมันส์ๆ  ผสมสืบสวนสอบสวนด้วย

เอาหละสิ! แค่นี้มันก็ดลใจให้ผมอยากไปดูซะแล้ว ไม่ใช่อะไรหรอกครับ บังเอิญว่ามันเป็นหนังแนวที่ผมชอบดู

          แต่ไอ้เจ้าเพื่อนคนเดิมของผม ก็ทำให้ผมต้องสะดุด เพราะเขาแนะนำเพิ่มเติมว่า ถ้าจะให้ดี  หรือดูแล้วได้เรื่องครบถ้วนกระบวนความ ให้ไปเช่า DVD ตั้งแต่ภาคแรกมาดู ผมก็ชักเครียดขึ้นมาแล้วสิ เพราะไม่เคยเป็นสมาชิกร้านเช่า DVD กับใครเขามาก่อนเลย แล้วจะหาหนังเรื่องนี้ได้ที่ไหน

จึงตัดสินใจตระเวนหาซื้อ DVD เรื่อง Bourne  อยู่เกือบครึ่งวันจนได้ครบทั้ง 2 ภาค หลังจากนั้นผมไม่รีรอรีบกลับบ้าน แล้วตั้งใจดูต่อเนื่องทั้ง 2 ภาคจนจบ วันรุ่งขึ้นผมตัดสินใจไปดู Bourne ภาค 3  ว่ากันว่าอาจเป็นภาคจบ

เกือบไม่ทันครับ  เพราะเป็นช่วงที่หนังออกโรงไปแล้ว แต่ยังโชคดีมีรอบสุดท้ายให้ได้ดู

          ต้องบอกว่าเป็นหนังอีกเรื่องที่ผมดูแล้ว ไม่เผลอหลับครับ

โดยเฉพาะบทไล่ล่าแบบพลิกแผ่นดินของ CIA  โดยหน่วยงานลับพิเศษที่ชื่อ เทรดสโตน โครงการลับสุดยอดที่สร้างสุดยอดมือสังหารผู้นี้ขึ้นมาได้ถูกล้มล้างไปแล้ว แต่แล้วมันถูกหยิบขึ้นมาริเริ่มใหม่โดยเป็นโครงการที่ชื่อแบล็กไบรเออร์ ของกระทรวงกลาโหม และได้สร้างนักฆ่าที่ผ่านการฝึกฝนรุ่นใหม่ ซึ่งถูกซ่อนตัวให้พ้นจากสายตาประชาชนอเมริกันและคนทั่วโลก สำหรับพวกเขาแล้ว บอร์น คือภัยคุกคาม และเป็นคนที่ต้องถูกกำจัด      

ความมันส์ของเรื่องทำให้ผมไม่มีโอกาสเผลอหลับหรือสูญเสียสมาธิในการดูแต่อย่างใด โดยเฉพาะ เมื่อ เจสัน  บอร์น ที่รับบทโดย Matt demon พระเอกหนุ่มเจ้าของบทบาท “เจสัน บอร์น” มือสังหารของซีไอเอผู้เสียสูญเสียความทรงจำ ได้เปลี่ยนสถานะจาก ผู้ถูกไล่ล่า เป็น ผู้ไล่ล่า ขึ้นมาบ้าง

แน่นอนหากไม่คิดอะไรมาก มันก็เป็นเพียงแค่หนังแอ๊คชั่นมันส์ๆ อีกเรื่องหนึ่ง อาจไม่ต่างจาก  James bond หรือ Diehard หรือ Enemy of state หรืออีกหลายต่อหลายเรื่องก่อนหน้านี้ แต่อาจจะต่างกันตรงที่บรรดานักวิจารณ์หนัง ต่างฟันธงว่า

 เจสัน บอร์น เป็นสายลับที่อยู่บนโลกของความเป็นจริง ไม่อยู่บนโลกที่สร้างโดยจินตนาการมากจนเกินไป เพราะการย้อนรอยค้นหาตัวตนของ เจสัน บอร์น ว่าเขาเป็นใครนั้น เต็มไปด้วยความชาญฉลาดและปราดเปรื่องของสมอง ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งมากกว่าการใช้เทคโนโลยีใดๆ เข้ามาช่วย

หนังเรื่องนี้ชวนให้ผมคิดตามตลอดเวลา และจินตนาการต่อไปอย่างไม่มีขีดจำกัดว่า ไอ้เสรีภาพที่เราเรียกร้องและถวิลหาอยู่ทุกวี่ทุกวันในขณะนี้  มันจะมีความหมายอะไร? 

 เพราะดูเหมือนว่าเสรีภาพยิ่งเบ่งบานเมื่อไหร่ ก็ยิ่งมีกลุ่มคนคิดค้นเรื่องการควบคุมเสรีภาพ และอิสรภาพ เป็นเงาตามตัวเช่นกัน

การดักฟังโทรศัพท์  การตรวจจับความเคลื่อนไหวด้วยสัญญาณคลื่นความถี่ และโทรศัพท์มือถือ การบันทึกการเคลื่อนไหวโดยพาสปอร์ตของเราเอง  การดูดเสียงสนทนาระยะไกล  หรืออะไรต่อมิอะไรในหนังเรื่องนี้

บอกตรงๆ ครับขนลุก

ผมเดินออกจากโรงหนัง เดินไปคิดไปว่า เส้นแบ่งระหว่างเสรีภาพของปัจเจกชนกับความมั่นคงแห่งรัฐ มันอยู่ตรงไหน หรือความมั่นคงแห่งรัฐ ไม่อนุญาตให้มนุษย์หน้าไหนก็ตามอวดอ้างเสรีภาพ หรือความเป็นส่วนตัวได้อีกต่อไป

ผมคิดกลับว่าแทนที่เราจะประดิษฐ์คิดค้นกลไกควบคุมเสรีภาพ ทำไมเราไม่ลงทุนในการกระตุ้นให้คนใช้สิทธิเสรีภาพและมีสำนึกรับผิดชอบไปในตัว จะไม่ดีกว่าหรือ? 

 พลัน!  ผมก็นึกถึงร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  (กอ.รอมน.) ที่กำลังจะเข้าสภาฯ  พ.ร.บ.ว่าด้วยคอมพิวเตอร์ที่ประกาศใช้ไปแล้ว หรือร่าง พ.ร.บ.กรมทางหลวง (ที่ต้องขออนุญาตตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐทุกครั้งที่มีการชุมนุม) ซึ่งถูกดองไว้ก่อน บนเงื่อนไขและข้ออ้างที่ไม่ใช่ประเด็นการละเมิดสิทธิของประชาชน

ผมตั้งคำถามกับตัวเองต่อว่าสิทธิ เสรีภาพ และอิสรภาพ ของคนเรา จะมีไว้ทำไม เพื่ออะไร  ความมั่นคงของรัฐหรือไอ้ที่เรียกกันว่าเป็นภัยต่อรัฐนั้น แท้ที่จริงแล้วใครได้ประโยชน์ หรือเราต้องยกเลิกไอ้สิ่งที่เรียกว่า “รัฐ” ทิ้งเสีย เพื่อรักษาไว้ซึ่งเสรีภาพของปัจเจกบุคคลอย่างนั้นหรือ

 เป็นไปได้หรือไม่ว่าตราบใดที่ความสัมพันธ์ระหว่างความมั่นคงแห่งรัฐกับสิทธิเสรีภาพของบุคคล อยู่บนเงื่อนไขของความหวาดระแวง และสถานการณ์การก่อการร้ายสากลที่ขยายตัว นับวันเราจะถูกตัดตอนเสรีภาพลงเรื่อยๆ  ช่วยผมคิดหน่อยครับ       

 อุทาหรณ์จากหนังเรื่องนี้

 แม้  เจสัน บอร์น จะเก่งกาจปราดเปรื่องแค่ไหนก็ตาม  แต่หากคนๆ หนึ่งมีชีวิตอยู่ท่ามกลาง เสรีภาพและอิสรภาพอันจอมปลอมแล้ว คนๆ นั้นต้องรับมือการสูญเสียอันใหญ่หลวงตลอดเวลา

มันน่ากลัวครับ ต้องออกตัวก่อนว่า ผมเป็นคนหนึ่งหละไม่ขอเป็น เจสัน บอร์น

แต่ยังหวังครับว่าจะมี  Bourne ภาค 4  มาให้เราดูอีก...





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 56 (0)
ปากกาดำนำทาง วันที่ : 21/10/2007 เวลา : 01.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/udomgran

คนเดือนตุลานั้นมีทั้งดีและไม่ดีคละเคล้ากันไป ดูอย่างคนเดือนตุลาที่ต่อสู้เพื่อ
ประชาธิไตย แล้วต่อมาได้เข้ามามีส่วนบริหารบ้านเมืองอุดมการหายหมดมีแต่การ
หาผลประโยชน์ของชาติไปเป็นของตนเอง ก็รู้ๆเห็นๆกันอยู่จึงของเรียนมาให้ทราบส่วนอีกเรื่อง ท่านนำพาประชาชนขับไล่และ
ได้ัรับชัยชนะมาแล้วแต่ ไม่เดินไปให้สุดและถึงจุดหมายปลายทางที่แท้จริงผล่อยครึ่งกลางๆ
จริงอยู่ทำไม่หวังผลประโยช์ใดๆก็ตาม แต่ก็น่าจะทำให้สมบูรณ์ให้มากกว่านี้
ถ้าท่านจะถอนก็น่าจะหาใครมารับช่วงหรือส่งต่อ ช่วงงานกันผมอยากให้ท่านเชิญท่านพลเอกสพรั่ง มารับตำแหน่งโดยจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาและให้เชิญท่านบรรณาวิทย์
และท่านสังข์ศิต พิริยะรังสรรค์ มาเป็นเลขาธิการพรรค เพื่อสืบทอดการทำงาน
เพื่อสังคมและเพื่อประเทศชาติ และเพื่อไม่ให้คนดีต้องถูกรังแกจากฝ่ายที่ไม่หวังดีและเพื่อไม่ให้คนทำงาน
กำลังใจอในการต่ไม่หมดและต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้องต่อไป จึงอยากให้ท่าน
เรียนเชิญท่านพลเอกสพรั่ง มาจัดตั้งพรรคเพื่อ ต่อสู้ต่อไปในความดีเพราะ
ถ้าไม่ทำอย่างนี้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนี้จะไม่สงลเป็นอย่างแน่แท้ดังนั้นจึงอยาก
ให้ท่าน รีบเชิญ ท่านพลเอกสพรั่ง และพลเรือเอกพรรณาวิทย์ และท่านสังข์ศิตมารับหน้าที่อันสำคัญนี้ไว้ด้วย ท่านเป็นคนเก่งหน้าจะมีการวางแผนที่ดีให้กับชาติบ้านเมืองเพื่อมิให้ผู้ที่ไม่
หวังดีเข้ามาเอาผลประโยชน์ของชาติไปเป็นของสวนตัวนะครับดังนั้นจงรีบ
ดำเนินการด้วยนะครับเชิญพลเอกสพรั่งและพลเรือเอกบรรณาวิทย์และท่าน
สัข์ศิตด้วยนะครับเพีื่อชาตินะครับอย่างคิดอะไรมากถ้าอย่างไหนถูกต้อง
ทำไปเลยครับ ไม่ต้องอายหรือเกรงกลัวอะไรครับ จังหวะและตำแหน่งท่าน
มันเหมาะแล้วควรรีบดำเนินการ ถ้าท่านไม่ซ่อนเร้นอะไรนะครับ

ความคิดเห็นที่ 55 (0)
piggylin วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 17.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/piggylin

บ้านเมืองแต่ละแห่ง หน ที่ แต่ละท้องถิ่น มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมแตกต่างกันไป มีความภูมิใจในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นต่างๆกันไป มีวีรบุรุษ วีรสตรีไว้เป็นแรงบันดาลใจให้รักชาติ หวงแหนชาติที่ได้ธำรงอยู่จนทุกวันนี้ รูปแบบการปกครองก็เป็นผลผลิตของบทเรียนทางประวัติศาสตร์เช่นกัน รูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นรูปแบบที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม มีเสรีภาพ แต่กระนั้นก็เถอะ ทุกๆการปกครองจะมีขอบเขตเสมอ ขอบเขตที่ว่าคือธรรม ความดี ความชอบธรรม รับฟังเสียงส่วนใหญ่ ถ้าบ้านเมืองไหนขาดซึ่งสิ่งเหล่านี้แล้ว ไม่ว่าจะปกครองระบอบใดก็จะนำพามาซึ่งความวุ่นวาย สงคราม ไม่เป็นสุข อย่างที่เราเห็นในประเทศพม่า(เผด็จการทหาร) ในปัจจุบัน เอแล้วตอนนี้ประเทศไทย(ประชาธิปไตย)ในปัจจุบันก็วุ่นวายอยู่นี่ วุ่นวายจากการคอรัปชั่นของอดีตรัฐบาลเก่า

ความคิดเห็นที่ 54 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 14.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee


แถมอีกรูป

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 14.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee


เอาแถลงการณ์พี่น้องสหายเราจากระยองมาฝาก เด้อ

แถลงการณ์
จากการรวมกลุ่มคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัดมหาชน ของประชาชน
ชาวระยองอย่างเหนียวแน่นและมีจุดยืนในการคัดค้านที่ชัดเจนคือเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยทางด้านสุขภาพจากมลพิษของถ่านหิน รวมถึง ความไม่เหมาะสมในสถานที่ตั้งของโรงไฟฟ้าแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นต้น โดยเริ่มมีการจัดเวทีเสวนา ,รณรงค์ , ปราศรัยให้ความรู้,จัดทำสื่อเผยแพร่ , ออกรายการตามสื่อต่าง ๆ และปิดท้ายด้วยการชุมนุมใหญ่บนถนนสุขุมวิทหน้าโรงงานไออาร์พีซี ในวันที่ 3-5 กันยายนที่ผ่านมา

โดยเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2550 เป็นต้นมา นับเป็นเวลา 3 เดือนเต็มแห่งความพยายาม ความอดทนของชาวระยองต่อการคัดค้านโรงไฟฟ้าในครั้งนี้โดยมิได้มีใครว่าจ้างใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะได้ตระหนักเห็นแล้วถึงปัญหามลพิษ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาทางด้านสุขภาพ ที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่นิคมมาบตาพุด และโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในจังหวัดระยอง รวมถึงโรงไฟฟ้าที่แม่เมาะ ที่เกิดปัญหาแล้วยังหาทางแก้ไขปัญหายังไม่ได้อยู่ในปัจจุบัน จึงมีการรวมกลุ่มประชาชนชาวระยองครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์เพื่อลุกขึ้นมาบอกกล่าวคนในสังคมไทยว่าชาวระยองพอแล้วกับการพัฒนาที่เบียดบังและต้องการการพัฒนาแบบพอเพียงตามแนวพระราชดำริ สร้างความสมดุลย์ และความอยู่ดีมีสุขแก่ชาวไทยต่อไป

นี่คือจุดยืนในการแสดงพลังของชาวระยองในครั้งนี้ รวมถึงต้องกราบขออภัยที่ต้องปิดถนนสุขุมวิทในช่วงที่ผ่านมา กราบขออภัยทุก ๆ ฝ่ายที่ทำให้สถานการณ์แลดูวุ่นวาย ด้วยใจจริง และกราบขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ รวมถึงสื่อมวลชนทุกแขนงที่นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด นับเป็นการแสดงพลังประชาชนที่สร้างสรรค์ ตามสิทธิแห่งรัฐธรรมนูญ 2550 และนี่คือผลสำเร็จก้าวแรกของชาวระยองและของชาวไทยทุกคนที่มีความพอเพียงในชีวิตเป็นที่ตั้ง

ต่อกรณีที่ทางบริษัทไออาร์พีซี แถลงว่าจะไม่ยื่นซองประมูลสร้างโรงไฟฟ้าในคราวนี้นั้นชาวระยองก็ถือว่าเป็นคำตอบที่น่าพึงพอใจในระดับหนึ่ง แต่เพื่อความรอบคอบในทางปฏิบัติให้เกิดผลในทางนโยบายของรัฐบาล จึงมีการกำหนดทิศทางการทำกิจกรรมเคลื่อนไหวภาคประชาชนชาวระยองต่อไปดังนี้

1.รวบรวมรายชื่อประชาชนผู้คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเสนอต่อ นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 11 กันยายน 2550 ที่ทำเนียบรัฐบาลเวลา 12.00 น.

2.สักการะ ถวายความขอบคุณ สาบานตนต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกันของชาวระยอง ณ.ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ในวันที่ 9 กันยายน 2550 เวลา 9.00 น

3.ปราศัยใหญ่แสดงจุดยืนร่วมกันของชาวระยองต่อภาระกิจปกป้องผืนแผ่นเกิดของบรรพบุรุษอันปลอดจากมลพิษ และการรุกรานจากการพัฒนาแบบเบียดบัง ในวันที่ 15 กันยายน 2550 ณ.ลานเทศบันเทิง เวลา 16.00 น เป็นต้นไป

4.ขอสลายความเป็นเครือข่ายชาวระยองต้านโรงไฟฟ้า มาเป็น เครือข่ายชาวระยองรักษ์สิ่งแวดล้อมและผืนแผ่นดินมาตุภูมิ ในการขับเคลื่อนภาระกิจดูแลสิ่งแวดล้อมของชาวระยองต่อไป


ด้วยความสมานฉันท์
เครือข่ายชาวระยองรักษ์สิ่งแวดล้อมและผืนแผ่นดินมาตุภูมิ

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 06/09/2007 เวลา : 17.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee


ยินดีไปเยี่ยม ขอบคุณที่ไปเยือน ประชาชนจงเจริญ
เชิญดื่ม...ท่านสหาย ....มิตรภาพ ยั่งยืนยง
คนจน..จงมีชัย

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
กระเช้าสีดา วันที่ : 05/09/2007 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanapa

พลาดไปไม่ได้ดู แต่กำลังจะหา dvd มาดูอยู่เหมือนกัน ภาค 1,2 ดูแล้ว แต่ก็ลืมๆ ไป ก็ต้องเอามาดูใหม่อีกรอบก่อนดูภาค 3
แวะมาอ่านและทักทายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
พญาไพร วันที่ : 05/09/2007 เวลา : 14.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yeeheng

อยากให้ท่านสุริยะใส เปลี่ยนแนวมาวิจารณ์หนังผมว่าก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย เบื่อมุมวิจารณ์หนังที่ไม่โยงกับอำนาจและการเมืองเลย เพราะมันทำให้คนดูหนังแล้วไม่สำนึกต่อปัญหาบ้านเมืองครับ
ชื่นชมงานของท่านเสมอ ยินดีที่ท่านเข้ามาเปิดบล็อก ที่นี่จะได้ไกล้ชิดกันมากขึ้นครับ

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
ปรมาจารย์เจได วันที่ : 05/09/2007 เวลา : 13.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jedimaster


จ๊าบ

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
วิตามินบี วันที่ : 05/09/2007 เวลา : 02.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ความคิดเห็นที่ 160
suriyasai วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 23.28 น.
http://www.oknation.net/blog/suriyasai
สุริยะใส

รวมงานเขียนขิ้นนี้พิมพ์เป็นเล่ม ส่งชิงรางวัลซีไรท์ปีหน้า ได้ลุ้นแน่ครับคุณบี เยี่ยมครับ

.......................................
คุณสุริยะใสคะ
เห็นคุณมาเยี่ยมบ้าน ปลื้มใจจนบอกไม่ถูก
เรื่องรวมเล่มก็อยากรวมค่ะ
แต่จะให้ชิงซีไรท์ แค่คิดยังไม่กล้าเลยค่ะ
บียังอ่อนหัดนัก เพิ่งจะอยู่ในช่วงเดินเตาะแตะเองค่ะ
สงสัยว่าต้องขอเวลาไปฝึกขายหมี่เป็ดก่อนนะคะ


ความคิดเห็นที่ 47 (0)
suriyasai วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suriyasai
สุริยะใส

เห็นด้วยกับความเห็นที่ 46 bigboom007 ครับ
ดูหนังดูละครและย้อนดูตัวเอง จะได้มากกว่าการพักผ่อนทั่วๆ ไป

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
มะโหนก วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 23.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigboom007

หนังส่วนใหญ่ก็สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงของคนอย่างเราๆ เทคโนโลยีต่างๆ ที่เราเห็นอยู่ก็ดูเหมือนจะพัฒนามาจากจินตนาการของหนัง รวมถึงรูปแบบและวิธีการในการกระทำความผิด การจารกรรม หรือฉ้อฉลต่างๆ บางครั้งเราก็จดจำมาจากหนัง... เราว่าหนังก็เปรียบเหมือนดาบ 2 คมจริงๆ นะ

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
ศรีลำดวน วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 14.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lumduan
ขอต่อต้านระบอบทักษิณ

|| แวะมาทักทาย.....
|| ----------------------------------------------
||> http://www.samrongplan.com : http://www.samrongplan.com ||

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
วิตามินบี วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 21.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


สวัสดีค่ะคุณสุริยะใส
เคยแต่เห็นคุณแบบห่างไกลทางจอทีวี
แต่วันนี้ได้มาเห็นผ่านบล็อกอย่างไม่คาดฝัน
ตอนแรกไม่แน่ใจว่าใช่ตัวจริงหรือเปล่า
เลยลองเอานิ้วจิ้มๆหน้าจอคอมดู
ก็ปรากฏว่า ใช่ตัวจริงๆแน่แท้

อ่านเรื่องนี้จบแล้ว ทำให้อยากไปเอาหนังมาดูบ้างค่ะ
ตอนแรกไม่เคยสนใจ
เพราะเป็นคนไม่ชอบดูหนังแอ็คชั่นเท่าไหร่
ปกติจะสนใจดูแต่หนังการ์ตูนค่ะ
เพราะดูจบแล้วมีแต่ความสุขและ
ได้จินตนาการที่ไม่เสแสร้งดีค่ะ
แต่คงต้องเอามาดู จะได้เข้าใจในสิทธิเสรีภาพมากขึ้น
คนไทยทุกวันนี้รู้จักคำๆนี้
แต่อาจยังไม่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
คนป่วย วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 19.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/delastsuffer
do you believe what you've seen is real?

อยากเข้า ถาปัตย์ ศิลปากร จริงๆเล้ย...
จะสอบตรงผ่านกะเค้ามั๊ยเนี่ย

ป.ล.
1 ขออภัยที่เปลี่ยนบล็อกการเมืองเป็นบล็อกวัยรุ่น
2 มาเจิมบล็อกฉันมั่งเซ่ เรียกร้องความสนใจน่ะ เข้าใจม๊าย...

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
คนป่วย วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 19.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/delastsuffer
do you believe what you've seen is real?

ฟังเพลง survivalism
ของวง nine inch nails สิครับ

จะเข้าใจว่า เสรีภาพ (อันไร้ตัวตน) สงคราม (ที่ไม่มีวันจบ) และทางออก (อันว่างเปล่า) ของมนุษยชาติได้

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
piggylin วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 18.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/piggylin

ยังไม่ได้อ่านบทความที่คุรสุริยใสเขียนหรอกค่ะ ไว้ว่างจริงๆ จะกลับมาอ่านค่ะ อ่านแล้วมันต้องใช้เวลาคิดตามอีกสักหน่อยมังคะ

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
piggylin วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 18.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/piggylin

เราอยู่ข้างความถูกต้อง เราอยู่ข้างธรรม ไม่รู้ล่ะ เขาจะใส่สีอะไรก็ช่าง ถ้าเขามีพฤติกรรมที่บ่งบอกว่าทำเพื่อส่วนรวม เป็นคนดี เราชื่นชมทั้งนั้น เผด็จการแบบเป็นธรรมก็มี ถ้าผู้นำปกครองแผ่นดินโดยธรรม ถ้าผู้นำอยู่ในทศพิธราชธรรม บ้านเมืองก็เจริญได้ ประวัติศาสตร์ประเทศไทยก็อยู่ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมายาวนานกว่าระบอบประชาธิปไตยชะอีก ยังพัฒนาเติบโตมาได้
เพียงแต่ว่าระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ มันพึ่งเริ่มต้นปล่อยให้กลไกต่างๆที่เกิดขึ้นมาจากความผิดพลาด บกพร่องค่อยๆดำเนินไป เรียนรู้ว่าความไม่ชอบธรรม ฉ้อฉลของนักการเมืองมันเป็นกันอย่างไร เมื่อประชาชนค่อยๆเรียนรู้จากบทเรียนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ในไม่ช้าการเมืองไทยก็น่าจะเข้ารูปเข้ารอยได้สักวันหนึ่งน่ะ

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
จูกัดเหลียงเซี่ยงซุน วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thinkover

ผมขอเป็นสหายอีกคนศิษย์พี่ ขอคาระวะ 1 จอก

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
suriyasai วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suriyasai
สุริยะใส

คุณ mataharee ความเห็นที่ 35 กำลังกระตุ้นให้ผมใช้สิทธิพาดพิง ผมตรองดูแล้วไม่แน่ใจว่าคุณกำลังคุกคามสิทธิส่วนตัวของผมหรือเปล่านะ คือต้องเข้าใจว่าสิทธิที่จะไม่ใช้สิทธิพาดพิงหรือตอบโต้ใคร ก็พึงเป็นสิทธิที่ย่อมได้รับการคุ้มครอง
แต่เอาหละไหนๆ mataharee ก็แสดงตนเป็นสหายอย่างเปิดเผยเช่นนี้ ก็เอาหละลองคุยกับท่านพี่ โป๊ะ เจษฎา ผู้ให้สัมภาษณ์ชิ้นนั้นที่พาดพิง ถึงผมในบางช่วง
......ถึงเวลาแล้วที่ต้องยกเครื่องกันภายในว่า การที่เราเชื่อแนวคิดแบบผู้นำง่ายๆ ไม่ได้ มีคนเตือนกันมาแล้วว่ามันจะหนักกว่าเก่า เราก็เห็นชัดว่าพอรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาก็หนักกว่าเก่าจริง และถ้าคนเรียนรู้ประวัติศาสตร์การเมือง เข้าใจเรืองเหล่านี้ก็น่าจะประเมินออกแล้วว่ามันเป็นจริง ผมคิดว่าองค์กรภาคประชาชน องค์กรเอ็นจีโอ เหล่านี้ต้องกลับมาทบทวนตรวจสอบบทบาทและก็ยกเครื่องกันภายในด้วย ถ้าตอนนี้ยังอิงแอบไปทางแนวคิดแบบเก่าก็ต้องถอนตัวออกมา ไม่ใช่ว่าไปเชื่อคนที่เขาตั้งตัวว่าเป็นองค์กรประชาชนแล้วก็เดินตามแนวทางแบบเดิม คือมันมีบทเรียนครั้งสำคัญด้วยนะ เป็นสิ่งที่ผมเป็นห่วงอยู่ ที่เดินตามการเคลื่อนไหวของ สนธิ ลิ้มทองกุล พันธมิตรประชาธิปไตย เราต้องเป็นอิสระด้วย ไม่ต้องเป็นนอมินีเขา ต้องถือว่าเขาเป็นแค่องค์กรหนึ่งที่สนับสนุนแนวทางรัฐประหารไม่ว่าจะแก้ตัวให้ดูดีก็ตาม

ถ้าเราตามการเคลื่อนไหวของเขาก็จะเห็นว่า สนธิลิ้มพูด ประสงค์ชี้นำ พันธมิตร สุริยะใส สมเกียรติ พิภพ เสริม ทำนองนี้ ลองพิจารณาดูกรณีตำแหน่ง ผบทบ.ซิ ที่ออกมาเชียร์พลเอกสะพรั่ง หรือกรณีอื่นๆ เขาน่าจะเป็นสายเดียวกัน พวกเขาล้วนเป็นนอมินิของพลเอกสะพรั่ง แต่องค์กรประชาชนที่แท้จริงต้องไม่เป็นนอมินิชนชั้นนำเหล่านั้น ทั้ง คมช.และทักษิณ และปัจจุบันนี้เราต้องเป็นอิสระแล้ว....
อ่านแล้วก็งงอยู่ว่าตกลงพี่โป๊ะแกอยู่องค์กรไหน ทำงานอะไร ผมเห็นแกตั้งองค์กรใหฟม่ๆ ได้ทุกปีแล้วก็หาย เลยไม่รู้ว่าหมวกแกสีอะไร
แต่เท่าที่รู้จักกันก็เคารพแกนะ ไอ้บทวิพากษ์พันธมิตรฯ หรือที่พาดพิงถึงผม สะท้อนการมองประวัติศาสตร์แบบ มีองค์ประธาน มากเกินไป และละเลยคนเล็กคนน้อย คนที่ไม่ปรากฎชื่อในส่วนนำไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจนที่เข้าร่วมพันธมิตรฯ ต้องถามเขาว่ามีใครไปจูงเขามา หรือพวกเขาถูกคนธิ ลิ้มฯ หรือ 5 แกนนำ หลอกมาชุมนุม อย่างนั้นหรือ
การมองประวัติสาสตร์ด้วยกรอบล้าหลังแบบนี้จึงไม่มีทางเห็นคุณค่าหรือด้านบวกจากการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ เลย ผมจึงเป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อว่าข้อเสนอของพี่โป๊ะแกจะไปรื้อขบวนหรือทบทวนกันภายในได้
ไม่ถึงกับไม่เห็นด้วยแต่ทัศนะที่ปนอคติและไม่มีข้อเท็จจริงที่อ้างอิง อ่านหน้า นสพ.แล้วมาสรุปเหมือนไทยรัฐหน้า 3 ผมว่ามันคลาดเคลื่อนจนไม่รู้จะแลกเปลี่ยนอย่างไง
ผมไม่เจอแกมา 3 ปีแล้วเข้าใจว่าแกไปเป็น อ.อยู่ ม.ราชภัฎเชียงราย เลยห่างกันไปหน่อยบางทีหมู่มิตรสหายติดตามเราผ่านหน้า นสพ.ก็อาจเข้าใจอะไรผิดก็ได้
โดยเฉพาะการยกประเด็นเรื่องพันธมิตรฯ หนุน พล.อ.สะพรั่ง เป็น ผบ.ทบ. ผมว่าตลกจริงๆ
เพราะสำหรับผมใครก็ได้มาเป็น ผบ.ทบ. แต่มีข้อแม้ว่ารีบพากองทัพกลับบ้านซะเถอะ และคนที่เกษียอายุ ก็ไม่ควรลงเล่นการเมือง
นี่คือจุดยืนผม และพี่พิภพ ธงไชย ที่ปรึกษา ครป.ก็คิดไม่ต่างกันในเรื่องนี้
ไม่ทราบว่าหลับตาข้างเดียวหรืออย่างไร
ฝากพี่โป๊ะ ด้วยผมยังระลึกถึงเสมอ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
มะลิจัง วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 10.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/marijung

แวะมาอ่านค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
เทียนบูรพา วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/world-revolution

เอาไปเอามา ผมกับคิดว่า เสรีภาพ ทุกวันนี้มันจอมปลอมไปแล้ว ครับ ตราบใดที่ ปัจจัยสี่ประการ ไปถูกกำหนดบทบาทที่ ตัวเงิน เสรีภาพผมว่าคงเป็นไปได้อย่าง กลัวจะเป็นเพียง ความคิดเท่านั้นอ่ะครับ
คุณ มุสิกะตะวัน วันนี้เอาประเด็นของประชาไทมา น่าสนใจนะครับ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 09.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

ท่านเลขาฯ กรุณาใช้สิทธิถูกพาดพิง

สัมภาษณ์ เจษฎา โชติกิจภิวาท (กลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ) "ชาวบ้านไม่ได้โง่ ดักดาน และถูกซื้อ"

ประชาไท 3 กันยายน 2550

การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ที่ผ่านมา มีหลายกลุ่มที่รักประชาธิปไตย-คัดค้านรัฐประหาร ออกมารณรงค์ให้ประชาชนออกมาโหวต “ไม่รับ” ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ว่าเราไม่ต้องการรัฐประหาร หนึ่งในหลายๆ กลุ่มที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งและต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือ คือ กลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ (ปรส.) ซึ่งผู้ปฏิบัติงานของกลุ่มนี้เป็นบุคคลที่ทำงานสนับสนุนเรื่องสิทธิและความเป็นธรรมด้านต่างๆ ให้กับคนยากคนจน เกษตรกร คนจนในเมือง กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ใช้แรงงาน และนักศึกษาภาคเหนือมาเป็นเวลานานพอควร

ประชาไทจะนำท่านผู้อ่านไปพูดคุยกับ เจษฎา โชติกิจภิวาทย์ หนึ่งในผู้ปฏิบัติงานของกลุ่ม เกี่ยวกับผลการลงประชามติที่ผ่านมา และก้าวต่อไปของประชาชนในการต่อสู้กับระบอบเผด็จการ



+ประเด็นเรื่องปัญหาประชาชนคนจน คนชายขอบกับเรื่องการคัดค้านรัฐประหารเกี่ยวกันอย่างไร แล้วมวลชนคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ?

ก่อนอื่นขอย้ำว่า ปัญหาของประชาชนคนจน ไม่ว่าเกษตรกรรายย่อย, ประมงพื้นบ้าน, กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ นั้น คิดว่า รัฐไทย ไม่ว่าพรรคการเมืองใดของนายทุนหรือระบบราชการที่มีทหารครองอำนาจรัฐก็ตาม ล้วนมีความจงใจออกนโยบาย กฎหมาย มติ ครม.มาตรการต่างๆ ที่จะยึดปล้นทรัพยากรธรรมชาติจากของชุมชนส่วนรวมมามอบให้เป็นกรรมสิทธิ์ของนายทุน เป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นสินค้าและจงใจทำให้ประชาชนคนจนเหล่านั้นกลายสภาพเป็นเพียงแรงงานรับจ้าง เป็นกรรมกรที่มีแรงงานเป็นสินค้า มีนโยบายส่งเสริมนายทุนไม่ว่าต่างชาติหรือนายทุนในประเทศ เพื่อให้แรงงานราคาถูกไม่มีหลักประกันด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ไม่ส่งเสริมการรวมตัวของคนงานในรูปแบบสหภาพแรงงาน แม้จะมีกฎหมายรองรับก็ตามแต่ ซึ่งเป็นไปตามการเคลื่อนตัวของระบบทุนนิยมไม่ว่ายุคสมัยไหนก็ตาม แม้ว่าจะอ้างความพอเพียง พึ่งตนเองก็ตาม

ยิ่งปัจจุบันเดินแนวทางเสรีนิยมใหม่ เร่งการแปรรูปรัฐวิสาหกิจต่างๆ ทั้งการศึกษามหาวิทยาลัยให้เป็นแหล่งการค้าหากำไรของกลุ่มทุนมากกว่าเพื่อบริหารสังคมยิ่งชัดเจนขึ้น เพียงแต่การเติบโตของขบวนการภาคประชาชน มีการเคลื่อนไหวปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิพื้นฐาน ได้อย่างสันติวิธี จำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนต้องมีเสรีภาพ สังคมต้องมีประชาธิปไตย สื่อไม่ถูกปิดกั้นควบคุมไม่ว่าด้วยรูปแบบไหนก็ตาม

การคัดค้านระบอบทหาร รัฐประหาร จึงปฏิเสธมิได้สำหรับองค์กรภาคประชาชน องค์กรประชาชนที่ตื่นตัว เข้าใจประวัติศาสตร์สังคมเศรษฐกิจการเมือง สำนึกถึงฐานะประวัติศาสตร์ จึงต้องเคลื่อนไหว เพื่อเสรีภาพ ประชาธิปไตย ที่มิใช่เพื่อทักษิณ แต่เพื่อการเติบโตของภาคประชาชน เพื่อปกป้องอำนาจประชาชนในการตรวจสอบอำนาจรัฐได้อย่างเสรี

มีหลายคนอ้างว่า ประชาชนที่รับร่าง รธน.50 นั้น ไม่รู้ข้อมูล ทำนองโง่ ติดกับการถูกอุปถัมภ์ เป็นการดูถูกดูแคลน แท้ที่จริงแล้วประชาชนจำนวนมากเมื่อมีโอกาสฟังข้อมูล ทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทางภาคเหนือ เช่น เครือข่ายเกษตรกรภาคเหนือ แนวร่วมเกษตรกรภาคเหนือ เครือข่ายสื่อ เครือข่ายคนจนเมือง สหภาพแรงงาน นักศึกษา พวกเขามีศักยภาพ ปลดปล่อยจากความคิดแบบอุปถัมภ์ ไม่ยึดติดตัวบุคคล แม้ว่าเขาอาจจะเคยเคลื่อนไหวร่วมกับนักพัฒนาองค์กรเอกชน นักวิชาการ สายที่รับร่าง รธน.แต่พวกเขากลับประกาศไม่รับร่าง รธน.ซึ่งสมาชิกสภานิติบัญญัติอย่างคุณเจิมศักดิ์ ผู้ที่รับใช้อำนาจ คมช.กลับตั้งใจที่จะไม่เข้าใจ และเวลาพูดถึงรัฐธรรมนูญ 50 ก็พูดเพียงบางส่วนพูดไม่หมดไม่เชื่อมโยง

แน่นอนว่า องค์กรประชาชนต้องเป็นอิสระจากพรรคทักษิณ ประชาธิปัตย์ มัชฌิมา รวมใจไทย รักชาติ พลังประชาชน และจากราชการ รวมทั้งพวก สส. สว. สนช. หรือเอ็นจีโอด้วย เพียงแต่บทเรียนที่ผ่านมาชี้ว่า ทั้งทักษิณ และรัฐบาลราชการที่มาจากรัฐประหารล้วนแล้วแต่มีนโยบายเพื่อนายทุนและระบบทุนนิยม ไม่ว่า แปรรูปรัฐวิสาหกิจ การศึกษา สาธารณูปโภค การทำจีเอ็มโอ เอฟทีเอ และอื่นๆ ตลอดทั้งไม่มีนโยบายเก็บภาษีก้าวหน้า ปฏิรูปที่ดิน สร้างสังคมสวัสดิการ และอื่นๆ

บทเรียนที่ผ่านมาบอกกับองค์กรประชาชนว่า การต่อสู้กับระบบราชการที่มีกฎอัยการศึก อำนาจนิยมแบบเก่านั้น ได้ปิดพื้นที่ให้แคบลงสำหรับภาคประชาชน การออกกฎหมายต่างๆ มีลักษณะงุบงิบภายในหมู่อำมาตอภิสิทธิ์ชน ไม่เปิดเผย ไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ภาคประชาชนไม่มีโอกาสคััดค้านได้อย่างเสรีในยุคที่เสรีภาพหดหาย ยิ่งสื่อมวลชนจำนวนมากเชียร์ชอบระบอบทหาร ยิ่งซ้ำเติมในการปิดพื้นที่ภาคประชาชนมากขึ้นด้วย และมีกฎหมายหลายฉบับถูกบิดเบือนบิดเบี้ยวไป เช่น พรบ.ป่าชุมชน พรบ.รัฐวิสาหกิจ พรบ.คุ้มครองสุขภาพ สิ่งแวดล้อมคนงาน กฎหมายควบคุมสื่อ 70 ฉบับ และอื่นๆ รวมทั้ง พรบ.ความมั่นคงฯ ที่จะสร้างรัฐทหารขึ้นถ้าผ่าน สนช.และมีบางคนที่ใกล้ชิด องค์กรประชาชนไม่น้อย คาดหวังว่าเมื่อไล่ทักษิณแล้วฟ้าจะสีทอง แต่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่เลย


+ช่วยวิเคราะห์ผลคะแนนของเสียงที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในช่วงการลงประชามติที่ผ่านมา ว่ามันสะท้อนอะไรบ้าง ?

มันชี้ให้เห็นว่าสังคมมันเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น หลังจากบทบาททหารเพิ่มขึ้นมาอีกครั้งหลังจากในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา และทางรัฐก็พยายามใช้กลไกมหาดไทย กลไกราชการ กลไกทหาร สสร. เข้าไปโฆษณาต่างๆ เพื่อให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ มันไม่ง่ายแล้ว ในสังคมที่พัฒนาประชาธิปไตยมาพอสมควร และกลไกที่สำคัญ สังคมที่มีการเลือกตั้ง กลไกของนักการเมืองกลไกของพรรคการเมืองมันจะมีบทบาทมากขึ้น พร้อมๆ กับจุดเด่นของไทยรักไทย ก็คือบทบาททางด้านนโยบาย อาจจะเป็นสิ่งที่ชาวบ้านจับต้องได้ตอนนี้ ชาวบ้านไม่ได้โง่ ไม่ได้ดักดาน ไม่ได้ถูกซื้ออย่างกับปัญญาชนคนชั้นกลางในเมืองกรุงกล่าวประณามกัน มันจะสะท้อนแบบนั้นไม่ได้แล้ว ชาวบ้านเขาก็มีสิทธิ์เลือก แล้วก็สำนึกแห่งความเป็นประชาธิปไตยมันมีสูงมากขึ้นด้วย แล้วว่าอย่างน้อยผู้แทนก็ต้องมาจากการเลือกตั้ง จะมาใช้อำนาจแบบเจ้าขุนมูลนายแบบเดิม คำสั่งจากระดับบนลงมา อย่างนี้ใช้ไม่ได้แล้ว สังคมมันไปไกลแล้ว อย่างที่เห็นชัดๆ ในภาคอีสานและภาคเหนือ



+มีหลายคนที่ออกมาพูดว่าเสียงที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมามีความสัมพันธ์กับพรรคไทยรักไทยเดิม คิดว่าอย่างไร ?

ผมไม่รู้ข้อมูลมากนัก เพียงแต่รู้ว่ากลไกรัฐพยายามไม่ให้รับร่าง แต่ว่ากระแสไม่รับร่างก็มี โดยเฉพาะตอนท้ายๆ ที่กลุ่มไม่รับร่างมีโอกาสออกทีวี ออกวิทยุ ออกอะไรต่างๆ ทำให้ชาวบ้านได้รับข้อมูล ได้รู้ถึงการวิเคราะห์ของกลุ่มไม่เห็นด้วยมากขึ้น ในการคิดต่อ ในการตัดสินใจ แต่ก็น่าเสียดายที่มีเวลามันสั้นมาก และผมก็มีโอกาสได้จัดเวทีฝ่ายรับร่างและฝ่ายไม่รับร่างเป็นการดีเบตภายในองค์กร เห็นชัดเลยหลังจากชาวบ้านฟังข้อมูล น้ำหนักเสียงคือการไม่รับร่างสูง คือถ้ามีการเปิดเผยข้อมูลจริงๆ ตามหลักการจริงๆ ตามหลักสากลจริงๆ ได้ฟังข้อมูลทั้งสองส่วน ชาวบ้านฟังข้อมูล ฟังเหตุฟังผล มีเหตุมีผล แล้วเขาก็พร้อมจะตัดสินใจ

ถ้าโดยตรรกะแล้ว เราก็เห็นว่าเหตุผลของฝ่ายรับ รธน.ซึ่งถึงที่สุดแล้วอำนาจอยู่ที่ศูนย์กลาง อยู่ที่ฝ่ายราชการ โดยที่ชาวบ้านไม่มีส่วนเชื่อมโยงไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในสิทธิของเขาเลย พอเขาฟังข้อมูล เขาก็ไม่เอา เพราะประสบการณ์ของเขาโดนราชการเอาเปรียบมาตลอดไม่ว่าจะเป็นเรื่องดินเรื่องป่า เรื่องเขื่อน และอื่นๆ การรวมศูนย์อำนาจ เขาโดนตลอด พอ รธน. จะนำพาเขาไปเจอแบบนี้อีก เขาก็ไม่เอา อันนี้เป็นกลุ่มที่ผมจัดนะ



+แสดงว่าชาวบ้านเบื่อระบบราชการ ?

ใช่ แต่ว่าพรรคการเมืองปัจจุบันไม่ใช่ทางออกทั้งหมด ผมพยายามจะเปรียบเทียบส่วนได้ส่วนเสีย การมีโอกาสต่อรองมากกว่า เช่นเรื่องเขื่อนปากมูน พอมีมติ ครม.ปั๊บ ทหารลงพื้นที่โครมครามๆ ชาวบ้านก็กลัวหรือว่ากังวล แต่พอเป็นนักการเมืองก็ต่อรอง แต่เป็นแบบราชการมันทำอะไรไม่ได้เลยเขาก็มีประสบการณ์ อย่างกรณีชาวบ้านปากมูน เขาก็ต่อรองเรื่องเขื่อน เรื่องค่าชดเชยได้ อันนี้เขาทำมาตลอดเป็นประสบการณ์ตรงของชีวิต แต่พอทหารขึ้นมามีอำนาจเขาเคลื่อนไหวอะไรไม่ได้เลย เมื่อทหารมาเยี่ยมถึงหมู่บ้านับร้อยๆ คน ถ้าพูดง่ายๆ ให้ชาวบ้านไปเจอทหารกับเจอนักการเมือง เจอหัวคะแนน ชาวบ้านเลือกไปเจอหัวคะแนน ไปเจอนักการเมือง ชาวบ้านสบายใจกว่า มึงหลอกกู-กูหลอกมึง ก็ต่อรองกันไป ชาวบ้านก็มีบทเรียนของเขา การที่บอกว่าชาวบ้านโง่ ชาวบ้านถูกซื้อมันไม่จริง ผมว่าวิธีคิดแบบนี้ไม่ไหวแล้ว ปัญญาชนต่างๆ ที่ออกมาแล้วก็มีคนออกมาเปรียบเทียบว่า ถ้าคุณบอกว่าคนชั้นกลางในกรุงเทพฉลาด ทำไมคนอีสานมาออกเสียงมากกว่าคนกรุงเทพล่ะ คนกรุงเทพฉลาดกว่าหรือว่าไม่มีการตื่นตัวทางการเมืองประชาธิปไตยมากกว่ากันแน่



+มองว่าคะแนนที่ไม่รับร่าง มีความสัมพันธ์กับไทยรักไทย ?

ก็อาจจะมีความสัมพันธ์ด้วย แล้วมันผิดตรงไหนกัน ถ้าจะบอกว่าพรรคการเมืองเป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่มันเป็นระบบประชาธิปไตย ระบบที่ประชาชนมีสิทธิมีเสรีภาพมีเสียง ที่สามารถต่อสู้ต่อรองได้โดยสันติวิธี เขาก็ต้องเลือกระบบไปทางพรรคการเมืองมากกว่าระบบทหาร แต่ว่ากลไกไทยรักไทยไปรณรงค์มากมายขนาดไหนผมไม่รู้นะ แต่เท่าที่ผมมีโอกาสได้คุย ชาวบ้านเขาชื่นชมระบบรัฐสภามากกว่า และก็ไม่แปลกที่เขาจะชอบไทยรักไทย เพราะไทยรักไทยยังให้อะไรกับเขาบ้าง เช่น การรักษาทุกโรค มีหลักประกันอะไรให้เขาบ้าง มันก็ไม่แปลกที่ชาวบ้านจะชอบ ระบบทหารมีไหมล่ะ มีแต่จัดการกับชาวบ้านปากมูน ออกกฎหมายไม่รู้ตอนนี้กี่ฉบับ กฎหมายป่าไม้ที่ดิน ที่จำกัดสิทธิชาวบ้าน ประมาณ 7-8 ฉบับ เหมือนกฎหมายด้านสื่อ กฎหมายแรงงานด้วย เป็นกฎหมายที่รวมศูนย์อำนาจให้ราชการหน่วยใดหน่วยหนึ่งเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากมายเลย จำกัดสิทธิชาวบ้าน เราก็รู้อยู่แล้วว่าพวก สนช.ก็เต็มไปด้วยข้าราชการ อำมาตยาธิปไตย พวกขุนนาง พอเข้าไปก็ออกกฎหมายโดยราชการเพื่อราชการ ชาวบ้านก็รับรู้เขาก็บอกว่าต้องหยุด เพราะมันไม่ชอบธรรม และก็อีกไม่กี่เดือนก็จะมีการเลือกตั้ง ควรปล่อยให้รัฐบาลใหม่ดีกว่า

ที่สำคัญ มันจะเป็นบทเรียนให้กับองค์กรประชาชนด้วย ในเรื่องกฎหมายต่างๆ ที่องค์กรประชาชนหลายองค์กรคิดง่ายๆ หรือถูกทำให้เชื่อว่าเมื่อไหร่ทักษิณไปแล้ว จะทำให้กฎหมายต่างๆ ที่มันลิดรอนสิทธิเสรีภาพ กฎหมาย นโยบายที่ไม่เป็นธรรมต่างๆ จะหายไป ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มเอฟทีเอวอทช์ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ และอื่นๆ และเช่นเดียวกับสมัยก่อน เมื่อรัฐบาลจิ๋ว รัฐบาลชวน ไม่แก้ปัญหา ก็จะตกอยู่ในมายาคติ ทำนองเดียวกันว่า ต้องไล่รัฐบาลก่อนแล้วปัญหาจะได้รับการแก้ไข ซึ่งมันไม่ใช่

ถึงเวลาแล้วที่ต้องยกเครื่องกันภายในว่า การที่เราเชื่อแนวคิดแบบผู้นำง่ายๆ ไม่ได้ มีคนเตือนกันมาแล้วว่ามันจะหนักกว่าเก่า เราก็เห็นชัดว่าพอรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาก็หนักกว่าเก่าจริง และถ้าคนเรียนรู้ประวัติศาสตร์การเมือง เข้าใจเรืองเหล่านี้ก็น่าจะประเมินออกแล้วว่ามันเป็นจริง ผมคิดว่าองค์กรภาคประชาชน องค์กรเอ็นจีโอ เหล่านี้ต้องกลับมาทบทวนตรวจสอบบทบาทและก็ยกเครื่องกันภายในด้วย ถ้าตอนนี้ยังอิงแอบไปทางแนวคิดแบบเก่าก็ต้องถอนตัวออกมา ไม่ใช่ว่าไปเชื่อคนที่เขาตั้งตัวว่าเป็นองค์กรประชาชนแล้วก็เดินตามแนวทางแบบเดิม คือมันมีบทเรียนครั้งสำคัญด้วยนะ เป็นสิ่งที่ผมเป็นห่วงอยู่ ที่เดินตามการเคลื่อนไหวของ สนธิ ลิ้มทองกุล พันธมิตรประชาธิปไตย เราต้องเป็นอิสระด้วย ไม่ต้องเป็นนอมินีเขา ต้องถือว่าเขาเป็นแค่องค์กรหนึ่งที่สนับสนุนแนวทางรัฐประหารไม่ว่าจะแก้ตัวให้ดูดีก็ตาม

ถ้าเราตามการเคลื่อนไหวของเขาก็จะเห็นว่า สนธิลิ้มพูด ประสงค์ชี้นำ พันธมิตร สุริยะใส สมเกียรติ พิภพ เสริม ทำนองนี้ ลองพิจารณาดูกรณีตำแหน่ง ผบทบ.ซิ ที่ออกมาเชียร์พลเอกสะพรั่ง หรือกรณีอื่นๆ เขาน่าจะเป็นสายเดียวกัน พวกเขาล้วนเป็นนอมินิของพลเอกสะพรั่ง แต่องค์กรประชาชนที่แท้จริงต้องไม่เป็นนอมินิชนชั้นนำเหล่านั้น ทั้ง คมช.และทักษิณ และปัจจุบันนี้เราต้องเป็นอิสระแล้ว



+คิดว่าภาคประชาชนที่เข้าไปร่วมกับสนธิ ลิ้มทองกุล โดนหลอก ?

อาจจะไม่โดนหลอก แต่เขาอาจจะเชื่อ แต่สิ่งที่เขาเชื่อมันไม่ใช่ แล้วเราก็ต้องยอมรับว่าองค์กรประชาชนที่ผ่านเคลื่อนประเด็นเฉพาะปัญหาของตนเอง จนลืมเรื่องการเมืองในเชิงโครงสร้าง คือประเด็นพื้นฐานเอาอยู่แล้ว เพียงแต่คิดว่าเปลี่ยนผู้มีอำนาจใหม่แล้วประเด็นของเราก็แก้ได้ แต่มันไม่ใช่ มันเป็นเรื่องของระบบ เป็นเรื่องของโครงสร้าง เป็นเรื่องของการเคลื่อนตัวของทุนนิยมต่างๆ

ปัญหาของประชาชน คือ เราจะมีเสรีภาพได้อย่างไรในการต่อสู้ภายใต้ระบบทุนนิยม เพราะฉะนั้นระบบรัฐสภามันเอื้อกว่า สำหรับการเติบโตอย่างสันติวิธี แต่ระบบทหารมันไม่ใช่อยู่แล้ว ระบบราชการมันไม่ใช่อยู่แล้ว ไม่ได้บอกว่าทักษิณดี แต่ว่าระบบแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นทักษิณ เป็นประชาธิปัตย์ เป็นอะไรขึ้นมามีอำนาจ การต่อรองมันเอื้อกว่าต่อภาคประชาชนในการเคลื่อนขบวน ในการจัดองค์กรในการชุมนุมประท้วง ในการเรียกร้องสิทธิ์ มันต้องมีเสรีภาพ เพราะเสรีภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญให้กับองค์กรประชาชนในการเติบโตในการเคลื่อนไหวโดยสันติวิธี ถ้าไม่มีเสรีภาพ เราคงไม่ได้ข่าวกันใช่ไหมว่าคนนับพันถูกฆ่าจากนโยบายยาเสพติดสมัยทักษิณ ใครใช้นโยบายรุนแรงเหวี่ยงแหที่ภาคใต้ แล้วเราก็ต่อต้านนโยบายเหล่านี้้กัน



+ตอนนี้ผลรัฐธรรมนูญผ่านแล้วจะเกิดผลกระทบอะไรกับการเคลื่อนไหวภายใต้รัฐธรรมนูญ 2550 และการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนจะไปในทิศทางใด ?

มันมีการเรียกร้องให้มีการแก้ไข รธน.แต่ประสงค์ สุ่นศิริ บอกว่าแก้ไม่ได้ มันยาก แต่เมื่อก่อนบอกว่าแก้ได้ แค่ห้าหมื่นชื่อก็แก้ได้แล้ว ก็พูดกลับไปกลับมา ก็ว่ากันไป เรื่องแก้ไข รธน. ในมาตราที่เรามองว่าเป็นปัญหา เช่น การแต่งตั้ง สว. การกำหนดวุฒิการศึกษา องค์กรอิสระ ก็คงต้องสู้กันต่อไปในการแก้ไข รธน.และมีการเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ต้องมีหลักการลดอำนาจรัฐทั้งฟากราชการและการเมือง เพิ่มพื้นที่ภาคประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะนโยบายการสร้างรัฐสวัสดิการ เก็บภาษีคนรวย ฯลฯ ที่มิใช่ประชานิยมเชิงสงเคราะห์ของทักษิณ และวาระประชาชนของประชาธิปัตย์ของอภิสิทธิ์

และเฉพาะหน้าตอนนี้ต้องยกเลิกกฎอัยการศึก และมีกฎหมายหลายฉบับที่อยู่ใน สนช.ที่รอการนำออกมา เราต้องออกมาคัดค้านและเรียกร้องให้ยุติบทบาทของ สนช.ได้แล้ว และก็รอรัฐบาลใหม่ แต่เท่าที่รู้ก็คือ สนช กำลังฉวยโอกาส เร่งออกกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิของประชาชนในระดับล่าง ไม่ว่าจะเป็นแรงงาน ชาวนา หรือประมงพื้นบ้าน มันกำลังบีบให้เราเดือดร้อนขึ้น องค์กรภาคประชาชนก็ต้องคัดค้าน พรบ.เหล่านี้ เช่น พรบ.ความมั่นคงฯ ที่เป็นกฎหมายเผด็จการ พรบ.ป่าชุมชน และอื่นๆ ที่ให้อำนาจราชการรวมศูนย์กันต่อไป

การปฏิรูปสังคมเศรษฐกิจการเมืองเป็นสิงที่ดี แต่คิดว่าสิ่งที่องค์กรประชาชนต้องให้ความสำคัญมากๆด้วยเช่นกัน ก็คือการปฏิรูปองค์กรประชาชนด้วยเช่นกัน เพราะการสร้างองค์กรประชาชนที่เข้มแข็งคงมีหลายด้าน ทั้งด้านความคิดขององค์กร การสร้างการนำรวมหมู่ มีผู้นำหมุนเวียน การมีโรงเรียนขององค์กรประชาชนเอง สร้างปัญญาทางชนชั้นของตนเอง มีกระบวนการการจัดองค์กรที่เป็นประชาธิปไตยมีการตรวจสอบถ่วงดุลภายใน การสร้างองค์ความรู้ของภาคประชาชน การระดมทุนจากภายใน และอื่นๆ ที่ต้องขบคิดกัน ตลอดทั้งการจัดความสัมพันธ์กับเอ็นจีโอ นักวะ 4ชาการ ปัญญาชน องค์กรต่างๆ อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน

การเคลื่อนไหวต่อไป แน่นอนว่า ต้องคัดค้านนโยบายเสรีนิยมใหม่ ใช้กลไกตลาดเสรีแบบพวกทักษิณ ประชาธิปัตย์และทุกพรรคการเมืองก็ว่าได้ และสกัดพวกรัฐประหารด้วยเช่นกัน และต้องระวังพวกฉวยโอกาสตีสองสามหน้าหาประโยชน์เฉพาะหน้าส่วนตนด้วยเหมือนกัน เพราะการเมืองภาคประชาชนต้องมั่นคงมีเอกลักษณ์ของตนเองต้องไม่นิยมขุนนางในหมู่ประชาชน พฤติกรรมแบบวีรชนเอกชน แบบพวกนักการเมืองจากพรรคการเมือง นักการเมืองจากระบบราชการ และต้องสร้างวัฒนธรรมการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ภายในองค์กรด้วย คัดค้านความคิดที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าผ่านการล็อบบี้ของผู้ที่่แอบอิงอำนาจด้วยเหมือนกัน ที่สำคัญต้องคิดสร้างให้องค์กรประชาชนชนชั้นล่างนำตนเองได้อย่างแท้จริง เพื่อความเข้มแข็งขององค์กรที่มิใช่เพียงบุคคลเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 08.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vihokpludtin
..'AVihok's Family@Mafia War


ยังไม่เคยได้ดูหนังเรื่องนี้ค่ะ

แต่คิดว่า ทุกคนย่อมต้องการสิทธิและเสรีภาพ

หากจะทำอะไรแล้วต้องอยู่ในสายตาผู้คนตลอด

มันก็ไม่ใช่เสรีภาพที่แท้จริง

*************
แวะมาเยี่ยมค่ะ
วันนี้ครบรอบ 6 ปี การจากไปของอ.จรัล มโนเพ็ชร
เชิญไปร่วมไว้อาลัยอ่านและชมภาพ
จากภาพยนตร์เทิดพระเกียรติ "ด้วยเกล้า" ด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
นักข่าวเกียร์ว่าง วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 23.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/reporter2526
"อยากเป็นนักเขียน ต้องหัดตั้งไข่จากการเขียน"

ดีครับดูหนังแล้วย้อนดูชีวิตประจำวัน

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
Visaninee วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lawyee

แวะมาอ่านบล๊อกพี่แวะไปอ่านที่บล๊อกด้วยนะ
พระราชประวัติพ่อหลวงของแผ่นดิน
และสมเด็จเจ้าฟ้าชายศิริราชฯ พระโอรสรัชกาลที่๕นะคะปีมหามงคลควรรู้รักสามัคคีก่อนนะภาคการเมืองควรหยุดก่อนนะ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ราษีไศล วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 19.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

มาทักทายคุณสุริยะใสย์ อีกครับ ไปเยี่ยมคนบ้านดวนน้อบ
แหน่เด้อครับพี่น้อง

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 18.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee


"...คนอย่างเรา นอกจะมีเพื่อนไว้ดื่มสุราแล้ว
เรายังสามารถคบเพื่อน..ไว้สำหรับร่วมตายได้อีกตะหาก

พวกมัน...นอกจากจะชำนาญใช้สมองประลองยุทธ
ภายหลัง พานพบ พวกมันไม่มีหัวใจไว้สำหรับคบเพื่อน....

ยินดี...ยินดี ... เชิญดื่ม....เชิญ ยะใส ดื่มให้กับทุกท่าน

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
GPEN วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 17.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/comicbook

ขอแวะมาทักทายด้วยคนครับ ชอบโพสท์นี้ครับ
เพราะทำให้เห็นด้านบันเทิงคุณสุริยะใส

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ต้นไม้(ไชยสุภา) วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 14.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tree-chaisupa

แวะมาเยี่ยมครับ ชื่นชมในบทบาทที่ผ่านมา แม้จะวิเคราะห์ได้น่ารับฟังยิ่งก็ตาม...สุดท้ายมันก็แค่"ความว่างเปล่า"ตามที่ท่านพุทธทาสกล่าวไว้นั่นเอง ยังงัยก็ขอเอาใจช่วย และจะพยายามสืบสานเจตนารมณ์ต่อ หากว่าสิ่งที่ปรากฎต่อสื่อมิได้มีอะไรแอบแฝง..หากมีเวลาว่างช่วยชี้แนะได้ที่ blog ครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ฅนไทบ้าน วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 09.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konthaiban

ตามท่านพี่ฯ มาจาก ดาวตก ผีเสื้อ กระบี่
ที่บ้านพี่มุสิกะตะวัน ......

วิสัยของนัก “ฆ่า .. ย่อมไม่นำพาวิธี แม้จะพลีประเทศ เพื่อชีพตัวกรูและครอบครัวก็ยอม .. ”

มันคือ ความท่องแท้ของ . .. อำนาจที่ไร้จำกัด
ขอเพียง " งานรับจ้าง ..." บรรลุผลสำเร็จเด็ดขาด ก็พอ
เป็นเพียงแค่นั้น จริง ๆ ...

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
visitor วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 00.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/visitor

ยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้เลยค่ะ แต่เคยได้ยินมาว่าเป้นหนังดีที่น่าดู
พอคุณมาคอนเฟิร์มอีกคน เลยชักนึกอยากดูขึ้นมาบ้างแล้ว
บางครั้งหนังก็เป็นแค่หนัง แต่บางทีหนังก็ดันไปตรงกับชีวิตจริงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
นักรบนักรัก วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mymemory
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วได้รับชัยชนะ นั่นคือการที่ คนดีๆนิ่งดูดาย ! !

เพิ่งทราบว่าคุณมีบล้อกที่นี่ ผมขอชื่นชม "บุคคลต้นแบบ"การเมืองภาคประชาชน ครับ คุณสุริยะใส กตะศิลา

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
LIBERTY วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 16.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/libertyposci

ได้รับความรู้เกี่ยวกับเสรีภาพเพิ่มอีกแล้ว แวะมาทักทายเราบ้างนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
jintavaree วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jintavaree

ได้ดูเรื่องนี้อยู่ ครับ แต่เป็นภาษาอังกฤษหมดเลย เจ้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็พอจับเนื้อเรืองได้
เมือประมาณเดือนที่แล้ว รัฐบาลฟิลิปปินล์ภายใต้การนำของประธานาธิบดี อาโรโย ได้มีความพยายามผลักดันร่างพระราชบัญญัติ " Anti-terrorsime law" โดยอ้างเพื่อควบคุม และปราบปรามผู้ก่อการร้ายในประเทศ และเพื่อความสงบสุข แต่ในมุมมองแนวทางแบบนี้ เป็นลักษณะการเกื้อหนุนทางการเมืองเสียมากกว่า เนื่องจากกฏหมายนี้จะใช้ในการควบคุมการชุมนุม การรณรงค์ของภาคประชาชน ประชาสังคมและพรรคการเมืองฝ่ายค้าน รวมถึงพรรคคอมมิวนิสต์ฟิลลิปินล์ ( CPP ) เนื้อหาของกฏหมายมุ่งไปที่"ผู้สมรู้ร่วมคิด" ( Conspricy) แน่นอนครับการจะบอกว่าใคร กลุ่มใหน พรรค ใด คือ ผู้สมรู้ร่วมคิด ก็อยู่ที่ประธานาธิบดีนั้นแหละครับ และจะมีการติดระบบกล้องวงจรปิด ไว้ในเกลือบทุกแห่ง และนี้เองครับทั้งหนังเรื่อง enemy of state diehard 4 หรือ bourne 3 จึงได้พยายามอธิบายปรากฏการณ์ การแทกกแซง( intervention) สิทธิของมนุษย์ชาติ ที่รัฐเองใช้เป็นเครื่องมือในการกอบโกย สร้างผลประโยชน์ให้กับกลุ่มตนเองและเบียดขับ ผู้ที่ต่อต้านออกจากระบบด้วยกลไกทางกฏหมาย เทคโนโลยี ..
โอฬาร
Matalino st, Metro Manila

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
การเมืองข้างถนน วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 14.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paya1408

มีให้ยืมดูก่อนได้ไหมครับเดี๋ยวผมจะมาคอมเม้นเรื่องครับผม

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
คนจนๆก็คนทั่วไปประชาธิปไตยสร้างจากคนจน วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 14.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nbk45

เสรีภาพกลังจะหมดแล้วหรอครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
suriyasai วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 12.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suriyasai
สุริยะใส

"bourne ภาค 4 และ 5 มีเป็นหนังสือ
แต่คนเขียนไม่ใช่ robert ludlum
เป็นคนอื่น (นั่นคือ eric van lustbader)

ภาค 4 ชื่อ the bourne legacy
ภาค 5 ชื่อ the bourne betrayal

อยากจะบอกว่าเวอร์ชั่นหนังสือ กับหนังนั้น ต่างกันแทบจะเป็นคนละเรื่อง แค่ใช้ plot เดียวกันแค่นั้น..."

ขอบคุณความเห็นที่ 8 และ 7 ครับ
ที่อุตส่าห์มาขยายความและชี้ช่องให้พวกเราเห็นตัวตนของหนังเรื่องนี้มากขึ้นคัรบ
เดี๋ยวนี้เขามีเทคโนโลยีที่เรียกกันว่า "หูทิพย์" ครับคือเป็นเครื่องดูดเสียงระยะหลายกิโลเมตรได้ สามารถรับรู้การเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงกันข้ามได้ตลอดเวลา

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
feng_shui วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

หนัง กับเรื่องจริง สะท้อนกันไป มา....ได้เสมอนะคะ
อาจเป็นเพราะหนังเอาจากเรื่องจริง และเรื่องจริง บางทีก็เอามาจากหนัง

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Jui วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

แวะมาทักทายและรู้จักครับ สำหรับคนที่กระทำตามความเชื่อที่คิดว่าถูกต้อง

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Jui วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

แวะมาทักทายและรู้จักครับ สำหรับคนที่กระทำตามความเชื่อที่คิดว่าถูกต้อง

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ปรีเปรม วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preprem

เด๋วมันก็ผ่านไป..............

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
สหาย วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 02.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sattawat

สิทธิเสรีภาพ และ ความมั่นคง คงจะเติบโตไปพร้อมกันไม่ได้อยู่ที่ว่าอะไรที่จำเป็นและควรดำรงอยู่หรือควรให้ความสำคัญมากว่ากัน

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
vincentoldbook วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 00.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...


แวะมาทักทายครับ ...

ภาพมายาของ เจสัน บอร์น ...

เป็นเงาสะท้อนของมนุษย์ทุกๆคนบนโลกใบนี้ ..

มันบอกให้เรารู้ว่า ..เราจะมีคุณค่ายามใด ? และ เราจะไม่มีคุณค่าในยามใด ?

ดูแล้วได้แต่หนาวๆ มันส์ๆ ...

ไม่ใช่เพราะหนัง ไม่ใช่เพราะ..เจสัน บอร์น

แต่เป็นเพราะชีวิตมนุษย์นั้น..

มันก็มันส์ๆ หนาวๆ อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว

จริงไหมครับ ?

..มีความสุขมากๆนะครับผม ...

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
walkrally วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 23.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/walkrally
::  www.WalkRally.net  ::

และหลังจากที่ดู ก็อดคิดไม่ได้ว่า
เพื่อนความมั่นคงของรัฐ หรือความมั่นคงของคนของรัฐ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
มองการณ์ใกล้ วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 23.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/visionary

ดูแล้วเหมือนกัน ดูแล้วหนาวเลย แม้ว่าแอร์จะไม่เย็นก็ตาม
คิดว่าเรื่องนี้เป็นจริงเสียส่วนใหญ่
ถ้าเช่นนั้น มนุษย์เราที่อวดอ้างเสรีภาพ ก็ใช่ว่าจะเป็นอย่างที่คิด เพราะมีคนจับตามองตลอด หากเราเป็น somebody
หรือเกี่ยข้องกับ somebody
พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นการทำให้การสอดแนมคนอื่นเป็นเรื่องถูกกฏหมาย

เหล่าผู้ปกครองเป็นเช่นนี้เสมอ ชั่วกาลนาน
เสรีภาพไม่เคยมีอยู่จริง เป็นแค่คำลวงให้มนุษย์ผู้ควบคุมกฏเป็นสัตว์ประเสริฐ ทำอะไรก็ไม่ผิด



ความคิดเห็นที่ 11 (0)
หัวผักกาด วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bowwy

แวะมาอ่านเรื่องของพี่ชาย ว่างๆ แวะไปอ่านบล็อกเราบ้างนะ สิทธิ เสรีภาพ มีหรือไม่ อยู่ที่ว่าเราคิดยังไง ถ้าเราคิดว่ามี มันก็มี อย่าซีเรียสมากเลย เนอะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
michael วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 22.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/michael

ผมชอบ borne ตรงที่เข้าพยายามหาความเป็นตัวตนของเขาเองว่าที่แท้จริงเขาคือใคร แม้ว่าจะยากลำบากสักเพียงใดก็ตาม วัตถูประสงค์แรกเริ่มเขาต้องการเป็นอะไร เพื่อใคร และทำไมถึงต้องเป็นเช่นนั้น บางครั้งชีวิตคนเรามักจะลืมวัตถุประสงค์แรกเริ่มในชีวิตของเรานะครับ


ความคิดเห็นที่ 9 (0)
walkrally วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 22.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/walkrally
::  www.WalkRally.net  ::


เสรีภาพส่วนบุคคล.... มีจริงหรือ ?
ผมพอจะสะกดได้ แต่ไม่แน่ใจว่าตีความได้ตรงตามคนอื่นหรือเปล่า

เดียวนี้คนเราขาดเสรีภาพตั้งแต่ยังไม่มีสภาพความเป็นบุคคลตามกฎหมายเลย
อย่างไรหรือ ?

คุณแม่ปัจุบัน เมื่อรู้ว่าต้องครรภ์ ต้องไปบันทึกประวัติแล้ว หรือที่เราเรียกว่าฝากท้อง

เมื่อคลอดออกมาแล้วอยู่รอดเป็นทารก ก็มีการบันทึกประวัติไว้อีก คือการแจ้งเกิด (ใบสูจิบัตร) พร้อมทั้งมีการตรวจ DNA ตรวจกลุ่มเลือด และหลังจากนั้นมาก็มีการบันทึกประวัติโดยตลอด จนกว่าจะสิ้นสภาพความเป็นบุคคล แม้แต่หลังความตาย ก็มีการบันทึก

ยังขาดอย่างเดียว คือยังไม่เป็นหมาของคุณสมัคร (ฝัง Micro Chip)

เสรีภาพ หรือความมั่นคงแห่งรัฐ....

หรือความเสรีภาพ คือ การอยู่นอกระบบสังคม
---------------------------------------------------------

แม้แต่ปัจจุบัน คุณเพื่อนลองค้นหา และถามอาจารย์ Goo ดูสิ (Google) ค้นคำว่า "สุริยะใส กตะศิลา" แน่นอนผลที่ออกมา คงไม่ใช่เสรีภาพทางความคิดอย่างเดียว ทางกลับการ บ้านเลขที่ ภูมิลำเนา แม้แต่หมายเลขประจำตัวของเรา ไม่ใช่บุคลากรของภาครัฐก็สามารถหาได้อย่างไม่ยาก

----------------------------
ที่สำคัญครับ คุณเพื่อน

"หนังเขาดูให้คลายเครียด"

แต่ผมดูจบทีไร ก็เครียดหนังกว่าเดิมทุกที
เครียดตรงที่ ภาค 4 มาเมื่อไหร่ บอกกันด้วยเด้อ.....

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
คนป่วย วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/delastsuffer
do you believe what you've seen is real?

อ้อๆ ลืมไป
bourne ภาค 4 และ 5 มีเป็นหนังสือ
แต่คนเขียนไม่ใช่ robert ludlum
เป็นคนอื่น (นั่นคือ eric van lustbader)

ภาค 4 ชื่อ the bourne legacy
ภาค 5 ชื่อ the bourne betrayal

อยากจะบอกว่าเวอร์ชั่นหนังสือ กับหนังนั้น ต่างกันแทบจะเป็นคนละเรื่อง แค่ใช้ plot เดียวกันแค่นั้น

อย่าบอกนะว่า พี่เขียนบล็อกใหม่อยู่จนลืมอ่าน comment บล็อกเก่า...

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
คนป่วย วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 21.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/delastsuffer
do you believe what you've seen is real?

เสรีภาพมันไม่มีจริงอยู่แล้วครับพี่
ดาวเทียมเกือบล้านดวงจ้องมองเราอยู่
ใน the bourne identity ภาคแรก
ตอนที่ Mr. Conklin บอกกับลูกน้องของเขาเรื่องตามล่า bourne ประมาณว่า
"ทำยังไงก็ได้ให้ได้ตัวมันมา เดินตาม แฮ็ค แอบมอง ดักฟัง อะไรก็ได้"
แค่นี้้ก็เห็นชัดแล้วว่า เราอาจจะ "สามารถ" ถูกมองได้ตลอดเวลา

ส่วนการก่อการร้ายเป็นเพียงการหาทางออกของผู้คนที่โง่ งี่เง่า และขาดความตื่นเต้นในชีวิต แค่นั้นเอง

อยากเป็นผู้ก่อการร้ายงั้นหรือ
ถือคัตเตอร์ไว้ในมือแล้วจี้เครื่องบินแบบเหตุการณ์ใน 911 ซิ

ป.ล. ไม่ต้องสนใจ comment ไร้สาระของผมก็ได้ เพราะผมเป็นได้แค่ "คนป่วย" ที่เรียกร้องความสนใจเท่านั้นเอง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 20.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

ต้องไปหาดู น่าสนใจครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เทียนบูรพา วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/world-revolution

เอาแล้วสิครับ คุณ สุริยะใส ทำหนังเรื่องนี้เป็นประเด็นอีกแล้ว สงสัยช่วงนี้การเมืองจะคุกคามหนักนะครับ พี่สุริยะใสถึง ทำหน้าที่เป็นนักวิจารณ์หนัง ซะงั้น ดีครับสำหรับบทบาทวิจารณ์หนัง ถือว่าผ่าน ครับ แต่ถ้าดี พี่สุริยะใสต้องแทนตัวเองเล่นเป็นคน( พิการ ) คงจะพิลึกน่าดูเลยครับ เพราะช่วงนี้สงสัยจะขาลง อิอิอิอิอิอิอิอิอิ โดดภัยการเมืองคุกคามมากไปหน่อย
ผมแนะนำครับ ไปดูเรื่อง ( มวยไทยไชยา ) หนังไทย แม้จะดูแล้วสู้ เจสัน บอร์น ไม่ได้ แต่เนื้อหา รับรอง จะรู้ว่า สองมือสองเท้า สมารถสู้อำนาจมืด ของสังคมไทยจริงๆได้ครับ ไม่ว่าอำนาจเก่าหรือใหม่ 555555555

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 18.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

เคยดูแต่ enemy of state
Jason Bourne คงต้องหามาดูแล้วล่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Thaihippy วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 18.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thaihippy

..แวะมาทักทาย และทำความรู้จัก ว่างๆแวะไปที่บ้านผมได้ยินตีต้อนรับ
ได้แลกเปลี่ยนความคิดกันบ้าง..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เมธา วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 18.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

วิเคราะห์ได้สุดยอดครับ น่าสนใจที่เราเดินอยู่ทุกวัน กล้องดาวเทียมก็จับตาดูเราอยู่ตลอดเวลา....
เรื่องไดร์อาร์ท 4.0 ก็น่าดูนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 18.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ภาค 3 ตอนจบ ไม่ได้ดู...เซ็งเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]