*/
  • ฝายมีชีวิต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2015-11-15
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 36247
  • จำนวนผู้โหวต : 8
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
<< ธันวาคม 2017 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม 2560
Posted by ฝายมีชีวิต , ผู้อ่าน : 1752 , 19:44:06 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


ฝายมีชีวิตยางค้อมคือฝายมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีขนาด 35 คูณ 45 เมตร

กั้นแม่น้ำต้นน้ำตาปี ตั้งอยู่ที่ ต.ยางต้อม อ.พิปูนจังหวัดนครศรีธรรมราช ใช้งบประมาณการสร้างประมาณ 2 ล้านบาท

เป็นงบประมาณที่เกิดจากความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง โดยไม่ใช้งบประมาณของทางภาครัฐ

ฝายมีชีวิตยางค้อมเริ่มต้น 13 ก.ค.58 ด้วยการตรวจพื้นที่ และเกิดจากการทำความเข้าใจทั้งประชาชนในพื้นที่

และผู้นำชุมชน จนได้รับงบบริจาคจากผู้นำชุมชนทั้ง 9 หมู่บ้านในตำบลยางค้อมเป็รงบประมาณเริ่มต้นในการก่อสร้าง

จนแล้วเสร็จและทำพิธีเปิดประมาณต้นปี 59 ใช้เวลาเกือบ 6 เดือนในการก่อสร้าง เกิดการมีส่วนร่วมของทุกส่วนที่เห็นการ

เปลี่ยนแปลงของการยกระดับน้ำของฝายมีชีวิต ด้วยการสนับสนุนแรงงานจากกองทัพภาคที่ 4

และหางบประมาณจากการเลี้ยงน่ำชา ทอดผ้าป่า และรับบริจาค ผลัดกันเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหาร

สำหรับแรงงานที่มาช่วยกันก่อสร้างฝาย ในระหว่าง 6 เดือนก่อนเสร็จ ฝายมีชีวิตยางค้อมโดยการนำของ กำนันต้อ

ที่กินนอนอยู่ที่นั้น น้ำหลากมาก 5 ครั้ง และทุกครั้งฝายมีชีวิตจะชำรุดเสียหายในทุกครั้ง

แต่กำนันและผู้นำชุมชนแกนนำในการสร้างฝายก็ไม่ย้อท้อเพราะเห็นประโยชน์ของฝายมีสามาาถยกระดับน้ำ

ทำให้น้ำในบาอน้ำตื้นของชาวบ้านแต่ละบ้านมีน้ำเต็มบ่อไว้ใช้ได้ทุกบ้าน จนแล้วเสร็จ

ก็เกิดการเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนเกิดเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ชาวบ้านตอนเย๋นจะมาเล่นน้ำ

วันเสาร์อาทิตย์มีคนมาเล่นน้ำนับรวมเกือบพันคน เกิดการค้าขาย เศรษฐกิจชุมชน เกิดเป็นที่จัดกิจกรรมของชุมชน 

 เกิดเป็นแหล่งพันธุ์ปลา 38 สายพันธุ์ที่สูญหาย กลับคืนมากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

จนต้นปี 60 ฝนตกหนักน้ำหลากมาอีกครั้งแต่น้ำเปลี่ยนทิศทางเข้าไปแทงที่อ่อนที่สุดของฝายทำให้น้ำ

ซึ่งมีมวลขนาดใหญ่เข้าไปแทงจนด้านซ้ายของฝายมีชีวิตหายไปกินที่ชาวบ้านไปหลายไร่

แต่ชาวฝายยางค้อมก็ไม่ท้อแท้ก็ลุกขึ้นสู้ เพียงแค่คำพูดของเด็กๆ ว่า" แล้วหนูจะเล่นน้ำที่ไหน"

กำนันต้อและแกนนำจึงลุกขึ้นอีกครั้ง ด้วยการะดมทุนเพื่อที่จะซ่อมแซมให้กลับมาสวยสง่าเหมือนเดิม

แต่ด้วยพละกำลังของชาวบ้านจึงซ่อมด้วยการใช้บิกแบกปิดที่ด้านซ้ายโครงสร้างก็ทำให้ยกระดับน้ำเกือบ

จะกลับมาเหมือนเดิมแต่การใช้เครื่องจักรรถแบคโฮต้องหยุดตัวลง ด้วยการที่มีเรื่องร้องเรียนว่าฝายมีชีวิต

คือสิ่งล้วงล้ำทางน้ำ จึงทำให้ภาครัฐ เช่น อบจ ต้องยกเลิกการสนับสนุนเครื่องจักร และไม่มีหน่วยงานไหน

กล้าที่จะสนับสนุน เนื่องจากยังไม่ได้ข้อสรุป ในระหว่างนั่นพันธุ์ปลาต่างๆ ก็มาอยู่เต็มหน้าฝายเต็มไปหมด

จนน้ำมาเมื่อธันวา 60 ที่ผ่านมาทำให้มวลน่ำหาที่ที่อ่อนที่สุดของฝายมีชีวิตแทงไปที่ด้านขวาของฝายมีชีวิต

เพราะด้านซ้ายเราใช้บิกแบ็คลงไว้แล้ว คราวนี้มันเลยไปด้านขวาแทงผนังกั้นน้ำที่กันน้ำในอดีตที่ไม่ให้น้ำเข้าไปในเขตชุมชน

เสียหายชำรุด และในระหว่างนั่นชาวฝายยางค้อมก็พยายามหาทางแก้ไข ขอรถแบ็คโฮจากส่วนราชการ ปรึกษา

นายอำเภอเพื่อให้ทางแก้ไข ก็ไม่ได้รับการแก้ไข จนเห็นว่ามีรถแบ็คโฮมา 3 คันเราก็เข้าใจว่า

มาช่วยปรับดินที่มีอยู่มาโปะด้านผนังกั้นน้ำที่ชำรุด แต่สุดท้ายแล้วคือไม่ใช่

เค้าสั่งมารื้อฝายมีชีวิตยางค้อมออกเพื่อแก้ปัญหาไม่ให้น้ำแทงเข้าไปซ้ำที่ผนังกั้นน้ำ

หากฝนตกลงมาอีก โดยที่ไม่ปรึกษาชาวบ้านเลย ซึ่งสุดท้ายฝนก็ไม่ได้ตกเพิ่ม แต่เค้าก็ได้รื้อ

และทำลายจิตใจของชาวฝายมีชีวิตยางค้อม และชาวฝายมีชีวิตทั่วประเทศไปเสียแล้วครับ


..................
พันเอกภัทรชัย ผู้พันฝายมีชีวิต 

..........................

พันปลาหน้าฝาย

 

ร่องรอยฝายที่ถูกรื้อทิ้ง

 

พันปลาหน้าฝาย

 

พันปลาหน้าฝาย

..................................

ฝายยางค้อมขณะกำลังก่อสร้าง

ทราบแบกกันอย่างนี้ครับ..

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ฝายมีชีวิต วันที่ : 24/12/2017 เวลา : 21.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/susu123

มวลมิตรจากพันทิปกล่าวถึงเรื่องฝายไว้น่าสน

ลองอ่านแลกันนะครับ..
......................................

สมาชิกหมายเลข 4234850,

ฝายมีชีวิตมันก็คล้ายคุ้งวังน้ำตามธรรมชาติที่เคยมีสมัยก่อนนั่นหละ แถวบ้านผมมีเยอะเลย
สมัยก่อนไม่ใช่แค่รากไม้วังน้ำนะครับ ขอนไม้ล้มโตสามคนโอบก็มีขวางลำน้ำ
กระพี้ผุแก่นที่ฝังโคลนไม่ผุตาม กั้นอั้นน้ำจนเข้าหน้าแล้งชาวบ้านค่อยมาเลื่อยตัดไปใช้งาน
บางต้นฝังเป็นร้อยปีเลย

ทีนี้ปกติไม่ต้องสร้างมันก็มีได้เองตามธรรมชาติ แต่มีไม่เยอะเท่าไร ู
ถ้าเป็นลำธารเล็กๆอาจจะ ต้องเดินยี่สิบสามสิบเมตรค่อยเจอหนึ่งวังน้ำ จะเป็นคุ้งใหญ่วังเล็กก็ว่ากันไป
หรือสักสองร้อยเมตรจะมีวังใหญ่มากๆสักวังหนึ่ง พื้นที่แบบนั้นน้ำจะไปพักอยู่ชั่วคราว จึงลึกนิ่ง มักมีน้ำวนหน่อยๆ
ก็สะสมโขดหิน ซอกกาบหิน ใบไม่เน่าทับถม ขอนไม้อะไรต่างๆ เป็นที่อยู่กุ้งฝอยหอยปูไปตามธรรมชาติ

สรุปคือเขื่อนมีชีวิตมันไม่ได้กีดขวางลำน้ำอย่างไร้สาระ มันคือการฟื้นสภาพดั้งเดิมของลำน้ำต่างหาก
แต่บางคนไม่ยอมเข้าใจว่าลำธารธรรมชาติ มันมีระบบนิเวศน์ในตัวของมันเองนะ
ดันพยายามเข้าใจไปเองคล้ายๆลำธารมีฟังค์ชั่นแค่ระบบคูน้ำคอนกรีตใหญ่ๆ แบบในเมือง ซึ่งมันไม่ถูกต้องเลยนะ

ปัญหาในช่วงหลังๆ คือมีคนเข้าใจผิดเยอะ
พอคนไปทำสวนทำไร่โค่นไม้ชายคลอง พื้นที่ชายน้ำ หรือเอารถไปขุดลอกถมขุดปรับปรุงให้พื้นที่ลึกกว้างเท่ากันไปแทบหมด
ต้นไม้ริมตลิ่งก็เสียหาย ตลิ่งพังล่มง่ายๆ วังน้ำก็ตื้น ขังน้ำได้น้อย
ทำให้ปกติน้ำไม่ค่อยเอ่อ และลดปัญหาน้ำท่วมตลิ่งที่เกิดบ่อยได้ก็จริง แต่ปริมาณสัตว์น้ำต่างๆก็เสียสมดุลย์ไปด้วย
แถมพื้นที่ชุมน้ำลดลงเยอะ

ทีนี้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาหละ คือธรรมชาติของระบบน้ำมันขาดความยืดหยุ่นไปมากมาย
ฝนตกหนักไม่ท่วมเพราะระบายน้ำได้เร็วก็จริง แต่ถ้าฝนตกแบบหูดับตับไหม้เกินความจุของลำน้ำเมื่อไร
เป็นอันโดนเฉลี่ยให้พินาศทั่วกันทั้งสองฝั่งตลิ่งแบบกำหนดพื้นที่น้ำได้ยากครับ

ส่วนแบบธรรมชาติเดิมๆจะท่วมหนักเฉพาะพื้นที่ต่ำ แถวบ้านเรียกที่ทอน
แบบนี้คือมีพื้นที่รองรับชะลอน้ำท่วมได้อยู่ในระบบ
ซึ่งสมัยก่อนมันก็เป็นส่วนตะกอนดินชุ่มน้ำอยู่ก่อนแล้ว คนแก่ๆเขาไม่ให้ลูกหลานไปสร้างบ้านในที่แบบนั้น
ถ้าน้ำหลากจะลำบากเอา มักใช้ปลูกเงาะทุเรียนผักตะไคร้อะไรต่างๆที่ทนน้ำได้ดีหน่อยหรือไม่หวังผลมากนัก

การทำฝ่ายมีชีวิตจึงเป็นเรื่องเอื้อธรรมชาติที่สุดที่มนุษย์สามารถปรับตัวให้อยู่ร่วมกันได้เรื่องหนึ่ง
ไม่ได้ดัดแปลงลำน้ำอะไรมากมายหรอก

หรือยกตัวอย่างง่ายๆ
การขนหินกั้นลำธารเพื่อสร้างแอ่งน้ำใว้อาบหน้าแล้ง ชาวบ้านเขาก็ทำกันเป็นปกติ
ยุคก่อนๆไปอาบน้ำวังไหน พื้นที่บ้านใครเขาก็ไม่หวงกันหรอก
เดินผ่านตัดสวนได้เลย เพราะยังไงลำธารในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นของธรรมชาติ
มันไม่ได้ทำลายธรรมชาติอะไรมากมาย เจอฝนหนักเข้าสักสองห่าก็พังหมดแล้วครับ
รอเข้าปลายฝนต้นหนาวก็ค่อยเลือกวังน้ำ แล้วขนหินทำกันใหม่อีกรอบ

เรื่องแบบนี้บางคนอาจไม่เข้าใจวิถีชีวิตชาวบ้าน มันก็เลยเกิดปัญหาขัดแย้งกันขึ้น
...............................

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน