• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2011-02-10
  • จำนวนเรื่อง : 149
  • จำนวนผู้ชม : 592176
  • ส่ง msg :
  • โหวต 108 คน
ชีวจิต,ชีวใจ...กับคนชื่อสุทธิชัย
ข้อคิดความเห็นว่าด้วยวิถีชีวิต, วิธีคิด, อาหารปาก, อาหารสมองของคนบ้าข่าว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/suthichai
วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม 2554
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 3569 , 13:38:36 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน BlueHill , พู่กันกับดินสอสี และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

ผมได้รับอีเมล์บ่อย ๆ จากเด็กเรียนมหาวิทยาลัยที่ขอให้ผมส่งรายละเอียดของหัวข้อที่ครูเขาได้สั่งให้ทำคล้าย ๆ กับจะให้ผมทำรายงานส่งครูแทนเขาหรือเธอทีเดียวเชียวแหละ

เช่นมีรายหนึ่งเขียนมาว่า

“คุณ......ครับ, ผมเป็นนักเรียนมหาวิทยาลัย..... ผมกำลังต้องทำรายงานเกี่ยวกับเรื่องแม่น้ำโขงครับ....เห็นคุณรายงานทางโทรทัศน์เรื่องนี้พอดี, ผมขอรายละเอียดทั้งหมดที่คุณมีนะครับ...ของคุณครับ”
 
เอากันง่าย ๆ ขอกันดื้อ ๆ อย่างนี้แหละ

อีกคนหนึ่งเขียนว่า

“ดิฉันชอบการวิเคราะห์ข่าวของคุณมากเลย ช่วยบอกหน่อยว่าจะเป็นอย่างคุณในระยะเวลาอันสั้น, จะทำได้ไหม? มีที่ไหนเขาสอนคอร์สสั้น ๆ บ้าง?”

คนเรียนหนังสือทุกวันนี้ มีจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าหนทางสู่สิ่งที่เขาเรียกว่า “ความสำเร็จ” นั้นคือการหาทางลัดที่จะไปถึงเป้าหมายโดยเร็ว, ไม่จำเป็นจะต้องทำงานหนัก, ไม่ต้องอดหลับอดนอน, ไม่ต้องลำบากเหมือนคนรุ่นก่อนอีกแล้ว

คนที่เขียนอีเมล์ถึงผมอย่างนี้จะไม่ได้รับคำตอบจากผม เพราะผมต้องการทดลองว่าเขาเหล่านี้มีความมุ่งมั่นจะทำอย่างที่กล่าวอ้างหรือเปล่า

หากมีความตั้งใจจริง, เขาและเธอจะไม่ตั้งคำถาม “มักง่าย” อย่างนั้น และจะต้องเขียนกลับมาเพื่อแสดงความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้

ร้อยละ 90 จะหายเงียบเข้ากลีบเมฆ

ทำให้ผมเชื่อว่าพวกเขาและเธอก็คงจะเขียนอีเมล์ไปหาใครต่อใครต่ออีกเพื่อจะหาคนที่หา “สูตรความสำเร็จ” ให้พวกเขาโดยที่เจ้าตัวไม่ต้องลงมือทำอะไรเองให้เหนื่อยเหมือนคนรุ่นก่อน

ครูมหาวิทยาลัยคนหนึ่งบ่นให้ผมฟังว่าเด็กไทยมักไม่ค่อยชอบคิดเอง, และชอบหา “สูตรสำเร็จ” หรือ “ทางลัด” แห่งความสำเร็จเหมือนกัน

ผมเกือบจะต่อว่าครูคนนั้นไปแล้วว่าสงสัยที่เด็กมหาวิทยาลัยอย่างน้อยก็จำนวนหนึ่ง “มักง่าย” เพราะต้องการจะได้อะไรมาง่าย ๆ โดยที่ตัวเองไม่ต้องลงมือลงไม้นั้นอาจจะเป็นเพราะคุณครูทั้งหลายสอนให้มีค่านิยมอย่างนั้นหรือเปล่า?

(ผมใช้คำว่า “ครู” แม้จะเป็นมหาวิทยาลัยเพราะผมไม่ชอบคำว่า “อาจารย์” ซึ่งบัดนี้ได้ถูกทำลายความหมายไปเพราะความเฟ้อที่ใช้เรียกใครต่อใครเป็นอาจารย์ไม่เว้นแม้แต่หมอดู)

แต่เมื่อครูเองก็ยังเจอปัญหานี้กับตัวเอง, ผมก็เริ่มจะเห็นว่าสาเหตุแห่งความตื้นเขินแห่งปัญญาและความเหยาะแหยะทางความมุ่งมั่นนั้นเป็นเพราะระบบการศึกษาที่ไร้รากไร้ทิศทางและไร้ชีวิต

ทำไมเราเห็นเด็กที่สนามเด็กเล่น, เด็กอนุบาล, เด็กประถมกล้าคิดกล้าถามเมื่อเข้าเรียนใหม่ ๆ แต่สังเกตุให้ดีเถิด, พอเรียนจบแต่ละชั้น, เด็กกลุ่มเดียวกันที่เคยมีน้ำเสียงสดใส, กล้าซักกล้าถาม, กล้าตะโกนกลางก้องกลางสนามว่า

“หนูรู้แล้วว่าจะทำอะไร...”

แต่พอเข้าห้องเรียน, กลับเงียบงัน...ยิ่งเรียนหนังสือนาน, อีกไม่กล้าแสดงออก, ยิ่งไม่กล้าบอกว่า “หนูมีความเห็นว่า....”

ระบบการศึกษาไทยไม่อนุญาตให้ “หนูมีความเห็นว่า...” เพราะการมีความเห็นนั้นเป็นเรื่องของการเป็นปฏิปักษ์ต่อสถานภาพของผู้ใหญ่ที่ต้องการแต่เพียง “ความประพฤติเรียบร้อย” และ “การเชื่อฟัง” เท่านั้น

ด้วยเหตุนี้กระมังที่เด็กไทยเห็นว่าการ “คิดอะไรเอง” เป็นความเสี่ยงในชีวิตเกินกว่าที่ควรจะทำ และยิ่งหากถูกปลูกฝังว่า “เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด” และ “รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี” แล้วไซร้, ก็ยิ่งทำให้คนรุ่นใหม่ของประเทศชาติกลายเป็น “กึ่งคนกึ่งเครื่องยนต์”

ส่วนที่เป็น “คน” ครึ่งเดียวนั้นเป็นเฉพาะส่วนที่เอาตัวรอด, สมองก็ทำงานเพียงส่วนเดียว, คือส่วนของการใช้อารมณ์แต่อีกซีกหนึ่งที่เกี่ยวกับใช้ความคิดและการสร้างสรรค์นั้นไม่ได้เอามาใช้เลย

เพราะถูกสอนว่าการ “คิดเองวิเคราะห์นั้นจะผิดขบบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของความเป็นไทย”

คนจำนวนไม่น้อยไม่ว่าจะเรียนหนังสือถึงชั้นไหน (แม้จะได้ถึงปริญญาเอก็เถอะ)  จึงมุ่งจะหา “ทางลัด” ไปสู่ “ความสำเร็จ” โดยพยายามหา “เส้นสาย” และ “ผู้มีอุปการคุณ” เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งชีวิตของตนเท่านั้น

ไม่ต้องสงสัยว่าในแง่ของการสร้างสรรค์และสร้างสิ่งใหม่ ๆ เพื่อสามารถแข่งกับคนอื่นนั้น, ไทยเราจึงอยู่ในลำดับที่ถดถอยน่าเป็นห่วงมากขึ้นทุกวัน

แต่ก่อนเรานำหน้าประเทศในแถบนี้เกือบหมด...วันนี้ถูกสิงคโปร์, ฮ่องกงและมาเลเซียนำห่างออกไปในแง่ของการสร้างความสามารถในการแข่งขัน

ระยะหลังนี้, เวียดนามตีตื้นขึ้นมาแม้บ้านเมืองเขาจะถูกทำลายล้างไปมากมายเพราะสงครามหลายสิบปี, แต่เมื่อเขาตั้งหลักได้, เวียดนามก็เร่งเครื่องอย่างรวดเร็ว

ไม่ใช่ด้วยวิธี “หาทางลัด” แต่ด้วยความบากบั่นมุ่งมั่นและขยันขันแข็งและไม่กลัวการทำงานหนัก, ไม่ว่าจะด้วยแรงกายหรือทางสมองก็ตาม

เผลอนิดเดียว, เราเหลือบไปดูเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาและลาว, เขาก็เร่งฝีเท้าไล่เรามาติด ๆ...และในบางด้าน, เขาก็แซงหน้าไปโดยที่เราตามไม่ทัน

เพราะเด็กเรายัง “ให้คนอื่นช่วยทำการบ้าน” หรือไม่ก็ “ลอกการบ้าน” คนอื่นเขาหน้าตาเฉยนี่เองแหละขอรับ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ต้นตะวัน วันที่ : 21/05/2011 เวลา : 11.04 น.
http://www.thailandblogawards.com/blogs/show/2243

ลอกข้อสอบ ผมก็เคยได้ยินมา จากเจ้าลูกชายตัวดี

ขณะที่พ่อกำลังตั้งใจที่จะสอนหนังสือ เจ้าลูกชาย เพื่อเตรียมตัวก่อนสอบ
พ่อ: ตั้งใจหน่อย เด๋วก็ทำข้อสอบไม่ได้ หรอก
ลูก: ไม่เป็นไรพ่อ เด๋วเพื่อน เขาก็ให้ลอก คุณครูก็ไม่ว่า ให้ลอกได้
พ่อ: !?(หน้าชา)

วันหนึ่งขณะคุยกับครูที่ร.ร. เรื่องการสอบ
พ่อ: ครูครับ ทำไม เจ้าลูกชายบอกว่า ที่ห้องเรียน ครูให้ลอกข้อสอบได้ครับ
ครู: ถ้าไม่ลอก เด็กก็ตกทั้งชั้น นะสิครับ
พ่อ: !? (ตกลง ครูห่วงนร. หรือห่วงตนเอง ว่าจะโดนเพ่งเล็ง หากนร.ตกชั้นเยอะ)

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
sunnylittle วันที่ : 19/05/2011 เวลา : 13.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Buwant2B
Be yOu  wAnt To bE  nOt other   wAn a  sEe

...เลยเจอแต่เด็กน้อย ตาลอย เอ๋อเหรอ
พอเป็นวัยรุ่น ก้อไม่ตั้งใจเรียน ไปซิ่ง ไปแว้น
พอเป็นบันดิด มันก็คงงงตัวเอง ว่าจบกะเค้าด้วย
เคยเจอครูสอนเด็ก เรียนรู้แบบธรรมชาติรอบตัว
เด็กตื่นเต้น สนใจการเรียนรู้ สนุกสนานร่าเริงดี
อยากให้แบบการศึกษาย้อนทบทวนของดีที่เคยมีมา
ไม่ใช่ตั้งเป้าสำเร็จรูปแบบกลวงๆ
ว่าต้องได้คะแนนดี
จะได้เข้า โรงเรียนดัง
จบ มหาวิทยาลัยมีชื่อ (สักแต่เอาชื่อ)
จบแล้วจะได้แข่งเอางานที่ได้เงินสูงๆ
วัตถุนิยมเกินไป จนลืมคุณค่า สาระที่แท้ของชีวิต

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 19/05/2011 เวลา : 11.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/daniel

เรื่องแย่ ๆ แบบนี้ไม่ได้เกิดกับวงการศึกษาของเด็กใสนระดับพื้นฐานจนถึงมัธยมศึกษาหรอกครับ ในแวดวงการทำงานของบรรดานักวิชาการในวงการต่าง ๆ ก็ไม่ต่างกัน รวมทั้งบรรดาผู้ใหญ่ที่วิ่งรอกเป็นนักวิชาการรับจ้างกันให้วุ่นในทุกวันนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
เฒ่าไผ่เขียว วันที่ : 19/05/2011 เวลา : 11.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/okokbaby

แวะมาลอกความเห็นครับ...
สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
tengpong วันที่ : 19/05/2011 เวลา : 10.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

บ้านเรามีแต่เด็กหลังห้อง
เด็กหน้าห้องมักโดนแกล้ง

เวลามีการประชุม ก็จะไปนั่งข้างหลัง เพราะกลัวถูกถาม

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
เบดูอิน วันที่ : 19/05/2011 เวลา : 10.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somdej

สุดยอดเห็นด้วยอย่างมากครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
แมงปอล้อลม วันที่ : 19/05/2011 เวลา : 09.27 น.

เห็นด้วยกับหลายความคิดในนี้
ทุกอย่างเริ่มต้นที่ครอบครัว
พ่อแม่ทำให้เด็กทุกอย่าง คิดแทนเด็ก แล้วให้เด็กทำตาม

เอ...จะว่าไป ฟังแล้วก็คุ้น ๆ เหมือนแนวทางของพรรคการเมืองพรรคนึงนะเนี่ย
....คิด ....ทำ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
BlueHill วันที่ : 19/05/2011 เวลา : 09.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อยากให้เริ่มต้นที่ครอบครัวครับ
สอนให้เด็กทำเป็น ไม่ใช่ ทำให้เด็กทุกอย่าง

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
หนุ่มฮวงซุ๊ย45 วันที่ : 19/05/2011 เวลา : 09.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/huawgsui45
แย่งกันทำมาหากินแย่งถิ่นกันอาศัยแย่งคู่กันพิสวาสแย่งอำนาจกันเป็นใหญ่    โลกจึงเดือดร้อนวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด......

ยิ่งการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแบบ ภาคพิเศษ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ประเภทจ่ายครบจบแน่ ก็คงได้กระดาษไปแผ่นนึง ส่วนสมองสติปัญญาก็กลวงโบ๋เ่่ช่นเดิม

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
thienchai วันที่ : 19/05/2011 เวลา : 08.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaizenza

นอกจากชอบลอกแล้ว เด็กระดับอุดมศึกษาเดี๋ยวนี้เริ่มเป็นโจร "จับตัวประกัน" เป็นแล้วนะครับ คือจับตัวเองเป็นตัวประกัน เช่น ส่งงานไม่ตรงเวลาก็อ้างว่า หนูกลับบ้านเพิ่งมาถึง ไฟล์เสียคะหนุพริ้นไม่ทัน กลุ่มหนูผู้หญิงล้วนคะ(ทีสิทธิสตรีอยากให้เท่าเทียมกัน) สอบไม่ผ่านก็มาอ้อนวอนบอกผมไม่สบายไปสองสัปดาห์ครับ ฯลฯ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
elessar วันที่ : 19/05/2011 เวลา : 08.35 น.

เพราะถูกสอนว่าการ “คิดเองวิเคราะห์นั้นจะผิดขบบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของความเป็นไทย”

--- มันจริงเหรอครับ ผมไม่เห็นจำได้ว่าเคยถูกสอนมาแบบนั้นนะครับ เคยแตุ่ถูกสอนมาว่าใครพูดอะไรให้ คิดตามด้วยเหตุด้วยผล อย่าด่วนสรุปเชื่อ (โยมนิโสมนสิการ)

--- ซึ่งผมเองก็โตมาในรุ่นที่สอนสูตรลัด กวดวิชาเต็มบ้าน ลอกการบ้านเต็มโรงเรียนนี่แหละ และผมกับเพื่อนก็ช่วยกันแกะสูตรลัดต่างๆเต็มที่ หาที่มาที่ กวดวิชาที่ไหนสอนสูตรลัด ก็จะช่วยกันบอกต่อว่าอย่าไปเรียน

ผมเชื่อว่ายังมีรุ่นน้องเยาวชนอีกมากนะครับ ที่ไม่ได้เป็นแบบนี้ อ่านบทความอันนี้แล้ว เกิดความรู้สึกอยากจะตะโกนบอกสังคมเหมือนกันว่า ให้มันรู้สึกมีหวังกันบ้างกับสังคมไทย

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
Maira วันที่ : 19/05/2011 เวลา : 05.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดียามเช้าค่ะคุณสุทธิชัย..

นอกจากลอกการบ้าน เพื่อให้สอบได้แล้ว
ยังมีอีกทางลัดค่ะ ...อันนี้สั้นสุด

"ซื้อใบประกาศ"
"ซื้อปริญญา"

เมื่อเร็วๆเห็นมีข่าวว่ามีมหาวิทยาลัยทางอิสาน
ต้องปิดเพราะขายปริญญาปีละหลายพันใบ

ปล. เด็กที่คิดเป็น คิดอะไรนอกกรอบ อยู่ในสังคมไทยยากค่ะ จะโดนประณามว่า "เป็นเด็กดื้อ"

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ยายเช้า วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 23.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/titletete
หนังสือย่อโลกให้เล็กลง การอ่านขยายโลกให้ใหญ่ขึ้น 

โดนใจมาก ๆ



ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ราษีไศล วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 23.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

วิเคราะห์ ได้น่าอ่านมากครับท่าน

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 22.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

คนที่ทำให้เด็กคิดเป็นหรือไม่เป็นคนแรกคือพ่อแม่
คนต่อมาคือครู
การสร้างคนให้คิดเป็น เป็นงานยากและหนัก ต้องให้โอกาสเขาคิดต่าง แล้วจึงค่อยๆชี้ให้เขาเห็นว่าอะไรผิด อะไรถูก
ค่านิยมของสังคมไทยชอบคนหัวอ่อน เพราะเลี้ยงง่าย (สำหรับพ่อแม่) สอนง่าย (สำหรับครู) และปกครองง่าย (สำหรับผู้มีอำนาจทางการเมือง)
ผลจึงเป็นอย่างที่เป็นมาและคงจะเป็นต่อไป

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
หน่อผุด วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 22.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

ก่อนเข้าห้องเรียน เด็ก 40 คนก็ 40 ความคิด
หลังจากเดินออกนอกห้อง ทั้งหมดเหลือความคิดเดียว คือคิดเหมือนครู

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 18.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

คนไทย..มากมาย..ติดนิสัย..เงินด่วน..ความสำเร็จเเบบด่วนๆ..งานเบาเงินดี..กู้ง่ายๆเเล้วพักหนี้ยกหนี้.....เมื่อไรจะโตเสียทีนะคนไทย-ขยันๆอย่างจีนอย่างเวียดนามเขาไปถึงไหนเเล้ว-เเล้วจะมาโทษเเค่รัฐบาลบริหารไม่ดีไม่ได้เพราะสำคัญที่ คน. คุณภาพของคนในสังคม.

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

“คิดเองวิเคราะห์นั้นจะผิดขบบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของความเป็นไทย”
ทำอย่างไรจึงจะทำให้เด็กไทยกล้าที่จะคิดและวิเคราะห์เอง ไม่ใช่เป็นการเชื่อตามโดยไม่ขัดแย้ง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยากที่จะทำให้เด็กไทยทำ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
phecon วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 14.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phecon
สมิหลาพลัดถิ่น

ในมุมกลับ.. อย่างน้อยต้องมี 1 คนที่คิดเป็น.. เพื่อนๆ จึงจะมีคำตอบให้ลอก.!!

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 14.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

ไม่เคยได้ยินข่าวว่ามีการปรับปรุงวิธีการสอนของครู

มีแต่ข่าวปรับหลักสูตร ปรับตำรา เห็นเหมือนเด็กเป็นหนู

ทดลอง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เพียงลำพัง วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 14.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/palnglampung
"เขียนมาเถอะ..เราจะอ่านข้างๆ กัน"

ปัญหานี้มีมาก..เด็กๆ ที่มาเรียนพิเศษกับเพียงฯ
ก็มาคุยมาเหล่าให้ฟัง...
คนลอกทำไม..ได้คะแนนมากกว่า..คนถูกลอก..

+ 1 ค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
MyDay วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 14.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/once-aday

พฤติกรรม "มักง่าย" อย่างที่คุณสุทธิชัยว่านั้น อย่าว่าแต่เด็กๆเลยค่ะ ผู้ใหญ่ในสังคมทุกวันนี้ก็แสดงความ "มักง่าย" ให้เด็กๆเห็นเป็นตัวอย่างจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาแล้ว เช่น การก็อปปี้ไอเดียไม่ว่าจะเป็นสินค้า วิชาการ ฯลฯ ของคนอื่นมาแล้วบอกว่าเป็นของตัวเองหน้าตาเฉย
เด็กๆทุกวันนี้ทำการบ้านและรายงานด้วยการค้นหาข้อมูลจาก internet โดยมาจากแหล่งเดียว เวปเดียว และไม่หาข้อมูลอะไรอื่นเพิ่มเติมเลย ลอกมาทั้งดุ้นทั้งกระบิ แค่ copy แล้ว paste ร้ายกว่านั้นคือพ่อแม่ช่วยทำให้ด้วย
นี่เรื่องจริง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 14.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Anthonyc วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 14.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TEE-NOI
.

โหวตครับ...

ไม่มีคำบรรยายอื่นใด เป็นจริงอย่างท่านว่าครับ
มหาวิทยาลัยสมัยนี้ เป็นสถาบันการตลาดมากกว่าสถาบันการศึกษาครับ....

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
NN1234 วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 14.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

อาจเป็นเพราะ เคยมีใครบางคนชอบพูดว่า "เรียนๆ ลอกๆ ไปนอกก็มี"
หมายถึงคนที่ต้องการประสบความสำเร็จนั้นไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรด้วยตนเองเสมอไป
การวัดความสำเร็จที่ปลายทางของการศึกษามุ่งวัดกันที่"ใครหาเงินได้มากกว่า" ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงของระบบทุนนิยม
มีตัวอย่างทั้งที่ใกล้ตัว เช่น อดีตนายกฯ ไกลตัว เช่น บิลล์ เกต เป็นต้น
ตัวอย่างที่ไม่ไกลเกินประเด็นที่ผมกล่าวถึง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
NN1234 วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 14.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

เป็นเอนทรี่ที่คุณสุทธิชัย"มีความเห็น"ยาวที่สุด(เท่าที่จำได้)
พฤติกรรมการเรียนและความต้องการจะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยวิ่งหา"ช๊อตคัต"ตลอดเวลา ทำให้เด็กไม่มีความมานะพยายามที่จะเรียนรู้ความยากลำบาก
ประสบการณ์จึงมีน้อยลงๆ อย่างไม่น่าให้อภัย... แท้จริงผมว่า ควรต้องโทษผู้ใหญ่ก่อนหน้ามากกว่าที่พยายามมองหา"ทางลัด"มาก่อน
ทางลัดดังกล่าวจึงทำให้สมองของพวกเขาหดสั้นลงๆ....จนต่อไปคนเหล่านี้จะกลายเป็นคนที่เอาเปรียบและสร้างปัญหาให้แก่สังคมตลอดเวลา

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เด็กหญิงมะลิ วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baangmaan

หนูเคยให้เค้าลอกการบ้านเหมือนกัน
แต่ไหงได้คะแนนมากกว่าเรา...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดูคลิบนี้แล้วจะรู้ครับว่าสุขภาพจิตสุขภาพกายนั้นมีความสำคัญเพียงใด

ดูคลิบนี้แล้วจะรู้ครับว่าสุขภาพจิตสุขภาพกายนั้นมีความสำคัญ เพียงใด

View All