• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2011-02-10
  • จำนวนเรื่อง : 149
  • จำนวนผู้ชม : 601991
  • ส่ง msg :
  • โหวต 108 คน
ชีวจิต,ชีวใจ...กับคนชื่อสุทธิชัย
ข้อคิดความเห็นว่าด้วยวิถีชีวิต, วิธีคิด, อาหารปาก, อาหารสมองของคนบ้าข่าว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/suthichai
วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิถุนายน 2554
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 1441 , 10:54:02 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ลุงจรัส , คนชั้นล่าง โหวตเรื่องนี้

วันก่อน, ผมนั่งกินข้าวในร้านอาหารอยู่คนเดียว แอบได้ยินคนสองคนที่โต๊ะข้าง ๆ เข้าคุยกันอย่างมีสีสันและอารมณ์อันตื่นเต้น คงจะเป็นเพื่อนสนิทกันมาก เพราะฟังแล้วเหมือนดูมวยบนเวทีทีเดียวเชียวแหละ

คนแรกสั่งสเต๊กเนื้อเสียงดังลั่น (“เอาแบบเกรียม ๆ เลยนะ”), ส่วนอีกคนหนึ่งสั่งอาหารมังสวิรัติแล้วหันมามองเพื่อนด้วยสายตาตำหนิ

นาย ก....”ก็ผมชอบกินเนื้อ, ทำไมผมจะกินสิ่งที่ผมชอบไม่ได้ ไม่ได้หนักหัวใครมิใช่หรือ?”

นาย ข....”พูดผิดพูดใหม่ได้นะ เพราะคุณกินเนื้อ, ทำให้ต้องมีการฆ่าสิ่งที่มีชีวิตเพียงเพื่อให้ลิ้นคุณอร่อยเท่านั้นเอง คุณคิดว่าอย่างนี้ถูกหรือ?”

นาย ก...”อ้าว, แล้วนั่นมันผิดอะไรเล่า?”

นาย ข. “ถ้าคุณคิดอย่างนั้น สมมติว่าใครบอกว่าเนื้อมนุษย์อร่อยกว่าเนื้อสัตว์ใด ๆ เลย แล้วมีคนเริ่มฆ่าคนเพื่อเอาเนื้อมนุษย์ไปทำเป็นอาหาร คุณจะยอมรับได้ไหมโดยเฉพาะถ้าเป็นเนื้อของคุณเอง?”.

นาย ก....”คุณหมายถึงทำนองเป็นแบบซีอุย มนุษย์กินคนหรือ? ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ได้ซิ”

นาย ข. “แต่คุณกลับเห็นดีด้วยกับการฆ่าหมู, วัว, ไก่เพื่อกินเนื้อของมันอย่างนั้นหรือ?

นาย ก....”ใช่”

นาย ข....”ถ้าอย่างนั้น, ผมคิดว่าคุณจะต้องหาเหตุผลมาอิบายหน่อยว่าทำไมฆ่าสัตว์อย่างอื่นไม่ผิด แต่ฆ่าสัตว์ที่เรียกว่ามนุษย์นั้นกลับผิด...คนกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ต่างกันอย่างไร และต่างกันมากเพียงไห จึงทำให้เรามีเหตุผลที่จะปฏิบัติต่อสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนและสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าสัตว์ต่างกันได้ถึงขนาดนี้?”

ผมเหลือบไปเห็นบ๋อยเอาสเต๊กมาวางบนโต๊ะแล้ว แต่คนสั่งยังไม่ยอมกินมัน เพราะกำลังมีอารมณ์ค้างอยู่ ต้องการจะถกเถียงกับเพื่อนผู้ไม่กินเนื้อสัตว์ทุกชนิดให้รู้ดำรู้แดง

ผมเริ่มเอาสมุดมาจดบันทึก เพราะท่าทางงานนี้จะยาวและน่าสนใจยิ่งนัก นาน ๆ ผมจะได้เป็น “ผู้สังเกตการณ์” ประเด็นร้อน ๆ อย่างนี้

นาย ก...”นี่คุณ, เรื่องฆ่าสิ่งมีชีวิตเป็นบาปนั้น คุณคงไม่ได้หมายรวมถึงผักหญ้า, ก้อนหินดินทรายด้วยนะ”

นาย ข...”พูดอย่างนั้นก็เกินไป....”

นาย ก....”อ้าว,  ก็ไหน ๆ คุณบอกว่าเราต้องไม่ทำบาป เป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องอธิบายเตุผลว่าทำไมเราจึงไม่หยุดกินผักหญ้าด้วย เพราะมันก็มีชีวิตไม่ใช่หรือ?”

นาย ข...”ยกตัวอย่างระหว่างวัวกับก้อนหินก็ได้ วัวเป็นสิ่งมีชีวิตใช่ไหม?และมันก็ควรจะมีความสุขกับชีวิตของมันถึงแม้มนุษย์จะคิดว่านั่นเป็นความสุขในระดับต่ำกว่าของคนก็ตาม วัวมีความสุขได้, แต่ก้อนหินมันไม่มีอารมณ์ความสุขอย่างนั้น”

นาย ก...”ก็จริงของนาย”

นาย ข...”เมื่อเป็นเช่นนั้น เราในฐานะมนุษย์มิควรจะพิจารณาความสุขและความทุกข์ของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในแง่ของศีลธรรมจรรยาหรือ? ผมว่าถ้าถามคนทั่วไป, เขาก็จะบอกว่าถ้าไปตีวัวให้ตายเพื่อความสนุกก็คงจะไม่ใช่เรื่องถูกต้อง, เป็นเรื่องผิดศีลธรรม

นาย ก...”พูดอีกก็ถูกอีกนั่นแหละ”

นาย ข...”เดี๋ยว, ผมยังพูดไม่จบ, คุณคิดว่าการทรมานสัตว์เป็นเรื่องผิดศีลธรรม และใครที่ทำอย่างนั้นสมควรจะต้องถูกลงโทษด้วยกฎหมายบ้านเมืองด้วยซ้ำไป ใช่ไหม? แต่ขอให้คิดตามผมมาด้วย...เอาวัวตัวเดียวกันนี่แหละ...ถ้าใครเอามันไปทุบตีและฆ่าให้ตาย, คุณก็จะบอกว่าเป็นเรื่องบาปกรรม แต่ถ้าจับมันไปฆ่าในโรงฆ่าสัตว์ ด้วยวิธีการที่ค่อนข้างทรมานเหเหมือนกันนี่แหละ...แต่เพื่อให้คุณให้ลิ้มรสอร่อยของสเต๊กเนื้อ, เหตุไฉนคุณจึงเห็นว่าเป็นเรื่องที่ควรจะทำได้...มโนธรรมคุณไม่ตำหนิคุณเลย...ไฉนจึงเป็นเช่นนั้น?”

นาย ก....”อ้าว, คุณต้องยอมรับว่าสัตว์มันต่างจากคน สัตว์มันโง่กว่าคน วัวพูดไม่ได้, เขียนอ่านไม่ได้....มันไม่รู้อะไรถูก, อะไรผิด..ความสุขของมันก็เป็นแค่ความสุขแบบพื้นฐาน ที่เราปฏิบัติต่อวัวต่างไปจากคนก็เพราะวัวกับคนต่างกัน...นี่คือเหตุผลที่ผมกินเนื้ออย่างไม่รู้สึกผิด...เพื่อนเอ๋ย...”

นาย ข....”คุณกำลังจะบอกผมว่าที่เรากินวัวได้เพราะวันโง่กว่าเรากระนั้นหรือ?”

นาย ก...”ถูกต้อง”

นาย ข...”ถ้าอย่างนั้น, ผมขอยกตัวอย่างหน่อย อย่าว่ากันนะ ผมเคยอ่านหนังสือฝรั่งเขียนเล่มหนึ่ง ว่าด้วยปรัชญาแห่งการกินเนื้อกับไม่กินเนื้อนี่แหละ สมมติว่ามีเด็กเกิดมาผิดธรรมชาติ จะเพราะติดโรคร้ายจากในครรภ์หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม, และสมมติต่อว่าเด็กคนนี้ไม่สามารถเรียนรู้อะไรได้เพราะโรคร้ายนี้ และสมมติว่าเด็กคนนี้ไม่มีสัมผัสประสาทที่จะรับรู้ความสุขเหมือนมนุษย์ทั่วไปอย่างที่คุณอ้างถึง...สมมติให้โหดไปเลยว่าเด็กคนนี้ไม่อาจจะโตขึ้นมาเป็นเหมือนมนุษย์คนอื่นได้ หรือพูดง่าย ๆ คือมีระดับสติปัญญาและการรับสู้เหมือนวัวตัวหนึ่งเท่านั้น คุณจะว่าอย่างไร?”

นาย ก...”ก็เป็นเรื่องน่าเศร้ามากนะซิ”

นาย ข...”ใช่ แต่คำถามของผมก็คือว่าเราควรจะปฏิบัติต่อคนที่เกิดมามีสภาพเช่นนี้อย่างไร?”

นาย ก...”เราก็อาจจะต้องสร้างศูนย์พิเศษ และหาคนมาดูแลพวกเขาเป็นการเฉพาะ เราก็ควรจะต้องพยายามให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะพึงทำได้...”

นาย ข...”อ้าว...ทำไมคุณไม่ฆ่าแล้วเอาเนื้อไปกินล่ะ? คุณเพิ่งบอกว่าเหตุผลที่เรากินเนื้อวัวเพราะวัวโง่กว่ามนุษย์, ไม่มีสติปัญญาที่จะมีความสุขเหมือนคนโดยเฉลี่ยไงเล่า?”

นาย ก....”คุณพูดอะไรบ้า ๆ”

นาย ข...”อ้าว, คุณเป็นคนบอกเองว่าเรากินวัวเพราะวัวโง่กว่าคนและมันไม่มีความสามารถที่จะหาความสุขเหมือนเรา...ถ้าอย่างนั้น, สิ่งมีชีวิตใด ๆ ที่สมองไม่ฉลาดเท่าคนก็เป็นเหยื่อของคนส่วนใหญ่ได้ซิ? แต่พอบอกว่าถ้าเป็นคนที่อยู่ในสภาพไม่เหมือนคนทั่วไป, คุณบอกว่าต้องดูแลเป็นพิเศษ...ก็แปลว่าคุณมีอคติ...คุณเลือกปฏิบัติกับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่น...คุณเป็นคนประเภทพูดอย่างทำอย่าง

นาย ก...”คุณพูดอย่างนี้ได้ไง? ก็คนส่วนใหญ่เห็นว่าการฆ่าวัวฆ่าหมูฆ่าไก่เป็นอาหารนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาของโลก คุณอย่าเป็นคนขวางโลกหน่อยเลย คนเป็นพัน ๆ ล้านๆ คนทั่วโลกจะผิดได้อย่างไรเล่า?”


นาย ข...”ขอโทษ...การที่คนส่วนใหญ่บอกว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ไม่ผิด, ไม่ได้แปลว่าสิ่งนั้นถูก จำได้ไหม เพียงแค่ไม่กี่ร้อยปีก่อน, พวกมะกันและยุโรปเป็นร้อย ๆ ล้านคนเชื่ออย่างสนิทใจว่าการเอาคนผิวดำและผิวสีอื่นนอกจากผิวขาวมาเป็นทาสนั้นเป็นเรื่องถูกต้องด้วยศีลธรรมทุกประการ...เป็นเวลาหลายร้อยปีติดต่อกันที่คนทั้งหลายในแถบนั้นบอกว่าการเหยียดผิวเป็นเรื่องถูกต้อง, การแบ่งแยกสังคมให้มีสิทธิต่างกันเป็นเรื่องไม่ผิดศีลธรรม...เพราะอะไร? เพราะคนส่วนใหญ่บอกว่าคนอื่นก็คิดอย่างนั้น...เพราะผู้มีอำนาจทางการเมืองและผู้ปกครองประเทศอ้างว่าสิ่งเหล่านั้นถูกต้อง...ก็จึงไม่มีใครตั้งคำถามเรื่องนี้...วันนี้, เราย้อนกลับไปดูพฤติกรรมอย่างนั้นแล้ว, เราบอกตัวเองไม่ใช่หรือว่ามนุษย์ตอนนั้นช่างโหดร้ายทารุณ, ช่างไร้มนุษยธรรม, ช่างไร้ศีลธรรมเหลือเกิน...เรื่องกินเนื้อก็เหมือนกัน, ไม่แน่, อีกสักร้อยปีจากนี้ไป, เมื่อมนุษย์มองกลับมาตอนนี้ ก็อาจจะคิดตกเหมือนกันว่ามนุษย์ช่างโหดเหี้ยมทารุณเหลือเกินที่ฆ่าสัตว์ไปกินเป็นอาหาร....”

ผมจดเกือบไม่ทัน...หันไปดู, ทั้งสองคนยังมีสีหน้าเคร่งขรึม, คนแรกหันไปบอกกับบ๋อยให้เอาจานสเต๊กนั้นคืนไปก่อน

“ถ้าผมเถียงแพ้เพื่อนผมคนนี้ ผมจะไม่ยอมกินสเต๊กจานนี้เป็นอันขาด...”

ท่านผู้อ่านต้องตามมาฟังการถกแถลงระหว่างคนสองคนนี้ในตอนต่อไป...เพราะชาวชีวจิตไม่กินเนื้อเหมือนกัน...แม้เหตุผลของการตัดสินใจดำเนินวิถีชีวิตเช่นนี้จะไม่เหมือนกันเสียเลยทีเดียว

ต้องอ่านต่อตอนหน้าแล้วครับ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนกันเอง วันที่ : 03/06/2011 เวลา : 02.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tt
...  Memory Blog  ... 

เห็นหลายคนเข้าใจผิดนะ...

คิดว่าคนที่กินมังสวิรัสนี่คงต้องใช้ความอดทนมาก...

เห็นอาหารเนื้อสัตว์ที่เคยชอบจะอดใจไหวเหรอ...

จะอดกินเนื้อไปได้ซั๊กกี่น้ำ...

ขอบอกเลยว่าถ้าได้กินมังสวิรัสไปได้สักระยะจะเบื่อเนื้อไปเอง...

ไม่ถวิลหามันอีกเลยตลอดชีวิต...

ต่อให้ต้องอดตายก็ไม่รู้จะกินลงหรือเปล่า...

อาหารมังสวิรัสมันอร่อยที่ใจ...

แต่ถ้ามื้อใหนอร่อยที่ลิ้นด้วยนั่นคือกำไรครับพี่น้องครับ...

ส่วนตัวเคยกินมังสวิรัสอยู่พักใหญ่...

ส่วนเหตุผลก็เหมือนคุณ ข...

แต่ตอนนี้พบกันครึ่งทาง...

เพราะด้วยสภาพสังคมจะเรื่องมากนักก็ไม่ได้(คนส่วนใหญ่เขาไม่กินกันก็หาว่าเราเรื่องมาก)...

สัตว์เล็ก ๆ กินบ้าง แต่ถ้าเป็น ไก่ ขึ้นไปก็เริ่มจะไม่ไหวแล้วหล่ะ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มะละกอชายไฟ วันที่ : 03/06/2011 เวลา : 01.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naeney

ตกลงจะได้กินมั้ยน้าาาาา.... ฮ่า ฮ่า

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนชั้นล่าง วันที่ : 02/06/2011 เวลา : 20.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/culminate
JACk

ผมจะรออ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
hayyana วันที่ : 02/06/2011 เวลา : 14.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

มันส์มากครับผม
รออ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดูคลิบนี้แล้วจะรู้ครับว่าสุขภาพจิตสุขภาพกายนั้นมีความสำคัญเพียงใด

ดูคลิบนี้แล้วจะรู้ครับว่าสุขภาพจิตสุขภาพกายนั้นมีความสำคัญ เพียงใด

View All