• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2011-02-10
  • จำนวนเรื่อง : 149
  • จำนวนผู้ชม : 629426
  • ส่ง msg :
  • โหวต 108 คน
ชีวจิต,ชีวใจ...กับคนชื่อสุทธิชัย
ข้อคิดความเห็นว่าด้วยวิถีชีวิต, วิธีคิด, อาหารปาก, อาหารสมองของคนบ้าข่าว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/suthichai
วันพฤหัสบดี ที่ 8 มีนาคม 2555
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 3152 , 09:18:55 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน มือใหม่ , สุวิริโย และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

เขียนถึงเรื่อง “นรก-สวรรค์” ในแง่คิดของพุทธศาสนาเมื่อตอนที่แล้ว, ก็ทำให้คิดถึงใครที่เคยพูดไว้ว่า

“ใคร ๆ ก็อยากจะไปสวรรค์, แต่ไม่มีใครอยากตายก่อน...”

เออ, ถ้าไม่ยอมตายแล้วจะไปสวรรค์ได้อย่างไร?

เหตุก็เป็นเพราะมนุษย์เรานั้นอยากได้อะไรโดยไม่ต้องลงทุน, ไม่ต้องเสี่ยงและไม่ต้องเหนื่อย

ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้น, เรื่องนรก-สวรรค์น่าสนใจตรงที่ว่าคนเราใช้ทั้งชีวิตเพื่อจะได้ไปสวรรค์หลังตาย, แต่พอถามว่าพร้อมจะไปสวรรค์แล้วหรือยัง, คำตอบคือไม่เอา, เพราะการไปสวรรค์หมายถึงการต้องตายก่อน

ผมเล่าให้ฟังในตอนก่อนว่าท่านอาจารย์พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตโต) ได้เคยอธิบายให้พุทธศาสนิกชนที่สนใจว่านรกกับสวรรค์ในความหมายของพุทธศาสนาเป็นเช่นไร

สรุปสั้น ๆ ว่าสวรรค์ไม่ใช่จุดหมายของพระพุทธศาสนา แต่พระพุทธศาสนาบอกว่ามีสิ่งที่สูงกว่านั้น สิ่งที่สำคัญกว่า “สวรรค์” คือ “นิพพาน”

และที่สำคัญคือ “ท่าที” ของพุทธศาสนาต่อเรื่องนรก-สวรรค์ซึ่งท่านบอกว่า “การวางท่าทีสำคัญกว่าคำถามที่ว่าสวรรค์กับนครมีจริงหรือไม่...”

การวางท่าทีที่จะปฏิบัติของชาวพุทธในเรื่องนรก-สวรรค์คืออย่างไร?

ท่านอาจารย์บอกว่าจะต้องมีปัจจัยดังต่อไปนี้

๑. ต้องมีศรัทธา

ท่านบอกว่าพระพุทธเจ้าเป็นผู้มีปัญญามาก เท่าที่แสดงออกเป็นคำสั่งสอนต่าง   ๆ นั้นเป็นจริง มีเหตุผลน่าเชื่อไหม?

พระองค์มีความปรารถนาดี มีเมตตากรุณา สอนเราโดยบริสุทธิ์พระทัย ต้องการให้เราได้รับประโยชน์ใช่ไหม? 

ถ้าเรามั่นใจในพระองค์โดยเหตุผลทั้งสองประการ เราก็มีศรัทธา พระองค์สอนเรื่องนรก-สวรรค์ว่าชาติหน้ามีจริงหรือเปล่า ถ้าเรามีศรัทธา เราก็น้อมไปทางที่จะเชื่อตามที่มีหลักฐานว่าพระองค์ได้ตรัสไว้ เรื่องก็เป็นอย่างนั้น เป็นอันตกลงว่า นรก-สวรรค์ขั้นนี้อยู่ที่ศรัทธา

๒. ต้องพิจารณาเหตุผล

พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า จะเชื่อหรือไม่เชื่อไม่เป็นไร ไม่ได้ถือเป็นเรื่องที่ต้องเชื่อ เพราะในพุทธศาสนาไม่มีการบังคับ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงพบกับคนที่ยังไม่เชื่อ ไม่มีศรัทธา พระองค์ก็ทรงสอนให้มีท่าทีอย่างที่สอง คือท่าทีในกรณีที่ยังไม่มีศรัทธา เช่นที่ตรัสใน “กาลามสูตร”

ท่านสรุปว่า ถึงแม้ไม่ต้องใช้ศรัทธา, เอาตามเหตุผล, ก็ควรทำกรรมดี, ละเว้นกรรมชั่ว,

นี่คือแนว “กาลามสูตร” ซึ่งเป็นการวางท่าทีในขั้นปัญญา

๓. ต้องมั่นใจตน ไม่อ้อนวอน

อาจารย์พระธรรมปิฎกบอกว่าในการที่พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องนรก-สวรรค์ นั้นทรงแสดงว่าผลอะไรต่าง ๆ ย่อมเป็นไปตามเหตุ หลักพระพุทธศาสนาถือเรื่องกรรม ซึ่งเป็นเรื่องของเหตุปัจจัย เป็นกฎธรรมดาองธรรมชาติ เมื่อมันเป็นไปตามกฎธรรมดา ก็เป็นเรื่องของการที่เราจะรู้เท่านั้น เราไม่ต้องไปวิงวอนให้ผลอย่างนั้นเกิด

พูดง่าย ๆ ก็คือว่า “ผลเกิดจากเหตุ” เมื่อเหตุเป็นอย่างนี้แล้ว, ผลอย่างนั้น ๆ ก็เกิดเอง ราไม่ต้องอ้อนวอนว่าฉันทำเหตุนี้แล้ว ขอให้ผลนั้นเกิดขึ้นเถิด

เพราะแม้จะอ้อนวอนอย่างไร, มันก็ไม่เป็นไปตามคำอ้อนวอน แต่มันเป็นไปตามเหตุที่ทำ

เมื่อทำกรรมดี, ผลดีที่เกิดเป็นไปตามหลักกรรม มันเป็นไปตามกฎธรรมดา ไม่เป็นไปตามคำอ้อนวอนร้องของเรา

อ่านที่อาจารย์เขียนและพูดอย่างนี้, เราท่านก็คงจะถึงบางอ้อ เพราะแปลว่าหากใครอยากไปสวรรค์จริง, ก็จงทำความดี, ละเว้นความชั่ว

หรือถ้าทำความชั่วแล้ว, แก้ไขและปรับตัวใหม่ได้และหันมาทำความดีเสีย, ก็จะได้ไปสวรรค์เอง, ไม่จำเป็นต้องไปไหว้พระที่วัด, หรือสวดมนต์กี่ศาลเจ้า, หรือไปทำบุญด้วยเงินด้วยทองจำนวนมหาศาล

เพราะเงินไม่อาจจะซื้อความดีได้, ความดีจะเกิดได้ก็ด้วยการกระทำเท่านั้น

๔. ต้องไม่หวังผลตอบแทน

อาจารย์ท่านบอกว่าคนของพระพุทธศาสนาจริงต้องเป็น “อริยสาวก” ซึ่งแปลว่าเป็นคนที่ทำความดีโดยไม่ห่วงผล

ที่ว่าไม่ห่วงผลนั้นเป็นเพราะเรื่องผลดีผลร้ายนั้น มันเป็นไปตามกฎธรรมดาของมันเอง เมื่อเรารู้แล้ว เราย่อมมีความมั่นใจในตัวเอง และเมื่อปฏิบัติให้สูงไปกว่านั้น ก็คือต้องไม่หวังผลเลย

แปลว่าเราทำความดีเพื่อให้สิ่งที่ดีงามเกิดขึ้น ไม่ได้หวังว่าทำแล้วจะได้โน้นได้นี่, หรือจะได้รางวัลไปสวรรค์ชั้นเจ็ดแต่ประการใด

สิ่งที่เรียกว่า “ดีงาม” คืออะไร? ก็คือสิ่งที่เกื้อกูลแก่ชีวิตจิตใจของเราตั้งแต่ปัจจุบัน และมีผลดีเกิดแก่สังคมและแก่ผู้อื่นด้วย

สั้น ๆ ง่าย ๆ อย่างนี้นี่เอง

ท่านอาจารย์บอกว่าท้ายที่สุดแล้วคนเราก็ต้องยึดมั่นหลักการที่ว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” หรือหว่านพืชเช่นไร, ได้ผลเช่นนั้น

ปลูกมะปรางก็ได้มะปราง...อย่ามองข้ามขั้นตอนว่าได้มะปรางแล้วจะได้เงินกำไรจากการขายมะปรางเท่าไหร่ เพราะการมองอย่างหลังนี้ไม่เป็นเหตุเป็นผลที่ถูกต้องเลย

สะท้อนว่ามนุษย์ทำอะไรหวังผลตอบแทนมาก แต่ไม่ทำเหตุปัจจัยให้พอแก่ผลที่หวังจะได้ตอบแทนนั้น ตัวเองปัญญาไม่ถึง และทำไม่ถูก ก็ไปโทษกฎธรรมชาติ

ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว, ตัวเองหลังผิดไปเอง

ท่านสรุปได้อย่างน่าฟังยิ่งนักว่า

อย่าเป็นห่วงเรื่องนรก-สวรรค์ที่มาขู่กันอยู่ ถ้าจิตของเราประณีตขึ้นไป, จนกระทั่งรักความบริสุทธิ์ความดีงามของชีวิต รักธรรม อยากให้ชีวิตของเราเป็นชีวิตที่ดีงาม เป็นธรรม อยู่ในธรรม ประณีตด้วยธรรม และต้องการให้ธรรมแผ่ไป ก็อยู่กันได้ด้วยความดี ขั้นนี้ถึงธรรมแล้ว

ไม่ต้องหวังรอผลตอบแทนอีกต่อไป

และคำว่านรกกับสวรรค์ก็ไม่มีความสำคัญอีกต่อไปเช่นกัน




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
dept วันที่ : 12/03/2012 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Numdeep

สาธุ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มือใหม่ วันที่ : 08/03/2012 เวลา : 12.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thanapornk

อ่านแล้ว ได้หลักคิดใน "ความดีงาม" ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สุวิริโย วันที่ : 08/03/2012 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/19
 พระภูธรกับบทกลอน, หลักธรรม, การเมือง, และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย...

เป็นบทความที่ดีมาก ขอเจริญพร

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เขียดขาคำ วันที่ : 08/03/2012 เวลา : 11.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kiadkakam


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดูคลิบนี้แล้วจะรู้ครับว่าสุขภาพจิตสุขภาพกายนั้นมีความสำคัญเพียงใด

ดูคลิบนี้แล้วจะรู้ครับว่าสุขภาพจิตสุขภาพกายนั้นมีความสำคัญ เพียงใด

View All