*/
  • ชาจีน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : peenfa@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-08-11
  • จำนวนเรื่อง : 56
  • จำนวนผู้ชม : 198552
  • จำนวนผู้โหวต : 58
  • ส่ง msg :
  • โหวต 58 คน
<< เมษายน 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 11 เมษายน 2554
Posted by ชาจีน , ผู้อ่าน : 3204 , 14:31:23 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน มะอึก , BlueHill โหวตเรื่องนี้

 

        

 วิกฤตมลพิษทางอากาศหรือวิกฤตหมอกควันเป็นปัญหาที่รุมเร้าในภาคเหนือตอนบนมาตลอดช่วงระยะ 3 – 4 ปีที่ผ่านมา ต้นเหตุหลักที่ชัดเจนล้วนเกิดจากฝีมือของมนุษย์เป็นอันดับแรก ทั้งจากการเผาขยะ การจุดเผาป่า หรือการเผาไหม้เพื่อทำการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือ รวมถึงการเผาเพื่อปลูกพืชเกษตรแบบ Contract Farming ในประเทศเพื่อนบ้าน และด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์โดยเฉพาะพื้นที่เชียงใหม่ – ลำพูน อยู่ในสภาวะ Subsidence Inversion ที่เป็นแอ่งกระทะกักควัน ทำให้ประชากรใน 2 พื้นที่ต้องเผชิญปัญหาความรุนแรงนี้หนักหนากว่าพื้นที่อื่นๆ

          เหตุและปัจจัยดังกล่าวได้จุดประกายให้นักวิจัยกลุ่มศึกษาเมืองและสิ่งแวดล้อม  สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง (เชียงใหม่) ดำเนินโครงการ “แป๋งขี้เหยื้อหื้อเป๋นทุนเพื่อลดการเผาขยะ”

          

          ดร.ดวงจันทร์ อาภาวัชรุตม์ เจริญเมือง เลขานุการมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง (เชียงใหม่) และหัวหน้าโครงการวิจัย แป๋งขี้เหยื้อหื้อเป๋นทุนเพื่อลดการเผาขยะปีที่ 3: เอาขี้เหยื้อมาแป๋งเป๋นบ้าน เล่าว่า ช่วง 2 ปีแรกที่ทำโครงการแป๋งขี้เหยื้อหื้อเป๋นทุนเพื่อลดการเผาขยะ ถ้าพิจารณาจากตัวชี้วัดด้านจำนวนการเผาและปริมาณขยะลดลงเกินเป้าหมายร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 46 ในปีที่ 1 และเป็นร้อยละ 55 ในปีที่ 2 ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่ได้วางไว้ คือ สามารถสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนและองค์กรต่างๆมีมุมมองในการจัดการวัสดุเหลือใช้โดยไม่เผา แต่ในกระบวนการผลิตในการจัดการขยะแบบของเสียเหลือศูนย์ก็ยังคงเหลือเศษวัสดุประเภทยาง เศษผิวไม้ไผ่ เศษผ้า ซึ่งหากไม่มีวิธีการจัดการที่ดี ประชาชนก็จะยังคงนำวัสดุเหล่านี้ซึ่งจะก่อมลพิษตามมาอย่างแน่นอน

         

         

 ดังนั้น โครงการแป๋งขี้เหยื้หื้อเป๋นทุนในปีที่ 3 จึงมีความคิดว่าจะนำวัสดุที่เหลือจากการผลิตเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถได้ใช้วัสดุในปริมาณที่มาก จึงเกิดการวิจัยต่อเนื่องที่นำมาสู่ความคิดนอกกรอบในการนำวัสดุเหลือใช้ต่างๆเหล่านั้นมาพัฒนาเป็นวัสดุก่อสร้างอาคาร ซึ่งก็เป็นที่มาของการสร้าง “บ้านดินกลางเวียง เอาขี้เหยื้อมาแป๋งเป๋นบ้าน” 

          “ขี้เหยื้อก็คือ ขยะ เชียงใหม่มีปริมาณขยะมากในแต่ละวัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เผากัน เราพยายามคิดนอกกรอบ ก็เลยมีไอเดียเอาขยะที่เคยถูกเผามาสร้างเป็นบ้านดิน เป็นวัตถุประสงค์หลักของเราที่ต้องการลดการเผาซึ่งก็จะช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศหรือปัญหาหมกควันได้มาก เพราะสร้างบ้านดินหนึ่งหลังต้องใช้วัสดุเหลือใช้หรือขยะในปริมาณมาก”

         

          บ้านดินที่นำเอาเศษวัสดุเหลือใช้มาสร้างบ้าน หรือเอาขี้เหยื้อมาแป๋งเป๋นบ้าน ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในการใช้ผนังบ้านดินเป็นที่ฝังกลบวัสดุเหลือใช้จากการประกอบการต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะถูกนำไปกำจัดโดยการเผา เป็นการสร้างมลพิษทางอากาศอย่างไม่สิ้นสุดให้แก่เมืองเชียงใหม่ นี่คือวัตถุประสงค์หลักของโครงการ นอกจากนี้ ยังเป็นการพัฒนาวัสดุก่อสร้างจากสิ่งของเหลือใช้สำหรับที่จะนำไปก่อสร้างบ้านได้ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้มีรายได้น้อย หรือคนทั่วไปที่ชอบบ้านลักษณะนี้

          

          “เราอยากให้บ้านดินหลังนี้เป็นโมเดลของการจัดการของเสีย เศษขี้เหยื้อหรือขยะที่เราใช้โดยนำเศษยางพื้นรองเท้าแตะและขี้กบไม้สักมาผสมกับก้อนดิน ซึ่งทำให้ก้อนอิฐดินดิบรับแรงน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้มากขึ้นถึงร้อยละ 15 ของก้อนดินที่ไม่ได้ผสมวัสดุอะไรเลย และถ้าเรานำก้อนอิฐดินหลายๆก้อนมารวมเข้ากันและฉาบผิวก็จะยิ่งรับแรงเพิ่มขึ้นได้อีกร้อยละ 23 ซึ่งวัสดุเหลือใช้ที่เคยถูกเผาประมาณ 2 ตันได้ถูกฝังกลบอยู่ในกำแพงบ้านดินหลังนี้ อย่างหลังคาของบ้านเราก็ใช้กล่องนมยูเอชทีและกล่องน้ำผลไม้ที่ทิ้งในกองขยะในโรงเรียนต่างๆ ซึ่งบางโรงเรียนก็กำจัดโดยการเผา เรานำวัสดุเหล่านั้นมาดัดแปลงนำมามุงเป็นหลังคา หรืออย่างแกนกระดาษของม้วนไวนีลที่นำมาทำป้ายโฆษณา เราก็นำมาทำเป็นโครงสร้างหลังคาห้องน้ำ เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ การตกแต่งทุกอย่างผลิตจากวัสุเหลือใช้ทั้งสิ้น”

          ทั้งนี้ วัสดุเหลือใช้ที่ถูกเผามีคุณสมบัติที่ดีอยู่หลายส่วน เช่น ยางพื้นรองเท้ามีรูพรุน น้ำหนักเบา แต่มีความยืดหยุ่นสูง เศษผ้าก็มีคุณสมบัติดีคือมีความเหนียว เป็นเส้นใย วัสดุพวกนี้เมื่อถูกเผาก็จะก่อมลพิษ เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็นสารก่อมะเร็ง ถ้าเรานำมาผสมดินเพื่อสร้างบ้านดินก็ต้องใช้ปริมาณมาก การเผาก็จะลดลง ซึ่งในข้อเท็จจริงก็คือ บ้านดินทำหน้าที่เหมือนพื้นที่ในการฝังกลบเศษวัสดุ (Landfill)  ซึ่งวัสดุเหลือใช้เหล่านั้นก็จะทำให้ก้อนอิฐดินที่ก่อเป็นบ้านดินมีความแข็งแรงมากขึ้น

          “เราใช้พื้นที่ภายในศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ แหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่ดำเนินการโดยมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง (เชียงใหม่) เป็นสถานที่ก่อสร้างบ้านดิน เราอยากให้เป็นโมเดลของการจัดการวัสดุเหลือใช้หรือขยะโดยไม่ต้องเผา ซึ่งทำได้จริงและอยู่อาศัยได้จริง  มีความคงทน สวยงาม และราคาถูก ช่วยแก้ปัญหาความยากจนได้ เพราะคนมีรายได้น้อยสามารถสร้างบ้านเองได้ในราคาถูก ถ้ามีบ้านดินแบบนี้เยอะๆ ขยะที่จะถูกนำไปเผาก็จะลดลง มลพิษทางอากาศของเชียงใหม่ก็จะลดลงตามไปด้วย เรากำลังคิดกันว่าจะนำแนวคิดนี้ไปทำในเชิงธุรกิจบ้างคือ รับสร้างบ้านดิน เพื่อนำรายได้เข้ามาสนับสนุนมูลนิธิฯของเราให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน

         

          บ้านดินหลังนี้จึงมีความพิเศษและมีความแตกต่างจากบ้านดินทั่วๆไป ที่เราได้เห็นรูปธรรมของการจัดการขยะด้วยวิธีการจัดการแบบของเสียเหลือศูนย์ ทั้งยังเป็นต้นแบบที่จะจุดประกายให้มีการนำเศษวัสดุเหลือใช้หรือขยะในพื้นที่ต่างๆมาเป็นส่วนผสมในการก่อร่างสร้างบ้านดินเพิ่มมากขึ้น อันจะช่วยทำให้การจัดการขยะแบบผิดวิธีที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศจากการเผาในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่อื่นๆลดน้อยลงในอนาคต

          เป็นการคิดนอกกรอบในการหวนกลับสู่ธรรมชาติและพึ่งตัวเองได้อย่างแท้จริง

 

 

**************

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
มะอึก วันที่ : 20/04/2011 เวลา : 14.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

สวยงามมากครับ...
แนวคิดดี...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ชาจีน วันที่ : 12/04/2011 เวลา : 13.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sutida

@พี่ลูกเสือ ไอเดียโดนๆแบบนี้รัฐบาลน่านำไปใช้นะคะ
@ครูไทยใจเกินร้อย ชอบไอเดียนี้มากๆเหมือนกันค่ะ
@toondee ถ้าทำกันทุกๆที่ประเทศเราจะน่าอยู่มากขึ้นค่ะ
@ภาษาหลากสี มีแรงหนุนอีกคนแล้วเยี่ยมเลยค่ะ
@พี่ชาลี กรุงเทพฯคงเป็นเมืองที่น่าอยู่ขึ้นอีกเยอะแน่ๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 12/04/2011 เวลา : 10.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

กทม.นำไอเดียนี้มาใช้บ้่าง ก็น่าจะมีประโยชน์นะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 11/04/2011 เวลา : 17.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

สนับสนุนความคิดนี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
toondee วันที่ : 11/04/2011 เวลา : 15.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

อยากให้องค์กรท้องถิ่นนำแนวคิดนี้ไปใช้ ได้ประโยชน์และประหยัดงบประมาณการทำลายขยะในแต่ละปีอย่างมหาศาล หากทำกันอย่างจริงจัง คิดว่ามีคนกลุ่มใหญ่ที่สนใจ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ครูไทยใจเกินร้อย วันที่ : 11/04/2011 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krusak

เป็นความคิดที่ดีมากๆครับ
ขอขอบพระคุณยิ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 11/04/2011 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ถ้าทำกันทุถกแห่ง..โลกน่าอยู่ขึ้นเยอะมากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน