*/
  • ชาจีน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : peenfa@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-08-11
  • จำนวนเรื่อง : 56
  • จำนวนผู้ชม : 198416
  • จำนวนผู้โหวต : 58
  • ส่ง msg :
  • โหวต 58 คน
<< กุมภาพันธ์ 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555
Posted by ชาจีน , ผู้อ่าน : 2802 , 11:14:57 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน มะอึก , ชบาตานี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

        การมาเยือนของวิกฤติหมอกควันในภาคเหนือตอนบนปีนี้มาเร็ว โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ฟ้าหลัวมีหมอกควันปกคลุมทั้งเมืองมาตั้งแต่เมื่อวาน ซึ่งครั้งนี้มิใช่เป็นการเกิดขึ้นปีแรก ปฐมบทของปัญหาหมอกควันในภาคเหนือตอนบนของไทยเมื่อ 4 - 5 ปีที่ผ่านมา หรือในปี 2550 ได้สร้างผลกระเทือนมหาศาลโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่หยุดชะงัก  อุบัติภัยทางการจราจร และปัญหาสุขภาพของประชาชน   ซึ่งมีการประเมินมูลค่าความเสียหายในครั้งนั้นไม่ต่ำกว่า  2,000  ล้านบาท 

         ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่าวิกฤติหมอกควันเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายจะต้องมาร่วมไม้ร่วมมือกันแก้ไข รณรงค์ เพราะความเสียหายไม่เฉพาะภาคเศรษฐกิจเท่านั้น แต่หมายถึงภาวะความเป็นอยู่ สุขภาพของประชาชนในภาคเหนือตอนบนทั้งหมด อันเนื่องจากลักษณะภูมิศาสตร์ของภาคเหนืออยู่ในสภาวะ  Subsidence inversion ที่เป็นแอ่งกระทะกักควัน และไออากาศร้อนจนไม่สามารถลอยขึ้นไปสู่บรรยากาศที่สูงขึ้นไปได้ ทำให้ควันไฟกระจายคละคลุ้งอยู่ใกล้ระดับพื้นดินเกิดเป็นปัญหา ไม่ว่าช่วงนั้นจะเป็นช่วงต้น กลาง หรือปลายของฤดูไฟป่าและไม่ว่าสถานการณ์ไฟป่าจะมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใดก็ตาม

          ต้นเหตุหลักทุกฝ่ายได้ข้อสรุปที่ชัดเจนคือเกิดจากฝีมือของมนุษย์ เป็นอันดับแรก ทั้งจากการชอบเผาขยะแบบไม่เลือกที่    การจุดเผาป่า  หรือการเผาไหม้เขตชุมชน  หรือการเผาไหม้เพื่อทำการเกษตร  เพิ่มขึ้นแทบทุกภาคในประเทศไทย รวมถึงการเผาเพื่อปลูกพืชเกษตร Contract Farming ในประเทศเพื่อนบ้าน อันดับที่สองคือ ภาวะของภูมิอากาศที่เกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่ส่งผลให้เกิดอากาศแห้งแล้ง  และอาจเกิดการเผาไหม้ในที่โล่งเพิ่มมากขึ้นในแถบอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

          ดร.วิจารย์  สิมาฉายา  อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่าปัญหามลพิษหมอกควันจากการเผาในที่โล่งครึ่งหนึ่งมาจากในประเทศ  แต่อีกครึ่งหนึ่งเป็นปัจจัยแวดล้อมจากประเทศเพื่อนบ้าน  มาจากการเผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นการเผาในพื้นที่การเกษตรประมาณ 60% และเผาในพื้นที่ป่าประมาณ 40% จากที่ได้ประเมินข้อมูลจากดาวเทียมพบว่า  ในพื้นที่แถบอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง  5  ประเทศ  มีค่าเฉลี่ยเกิดจุด  Hot Spot ที่เผาไหม้จริงมากถึง  80,000  จุดต่อปี  โดยประเทศพม่าที่มีค่ามากที่สุด  ไทยและลาวรองลงมา  จากนั้นก็เป็นกัมพูชา   

          ตัวเลขสถิติที่น่าสนใจในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีความน่าสนใจในความเข้มขนของปริมาณฝุ่นละออกขนาดเล็กกว่า  10   ไมครอน  (PM10)  ที่มีค่าเฉลี่ย  24  ชั่วโมง ที่มีค่าสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน  120  ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  ในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าวิตก

          โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน  จากปี 2550 มี  339.6  ไมโครกรัม/ลบ.ม.   ขณะที่ปี 2553 พื้นที่แอ่งกระทะแม่ฮ่องสอน สภาพอากาศอยู่ในขั้นเลวร้ายในรอบ 20 ปีมานี้ โดยวัดค่า PM10 ได้มากถึง 518.5 ไมโครกรัม/ลบ.ม.  ค่า AQI ก็สูงถึง 409.0 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานกว่า 4 เท่าตัว ขณะที่ปี 2547-2548 ระดับ AQI ที่ว่าเลวร้าย ยังอยู่ที่ 180-190 เท่านั้น

          สำหรับเชียงใหม่ในปี  2550  พบค่า  PM10  มีค่าสูงสุดอยู่ที่  383  ไมโครกรัม/ลบ.ม.  ขณะที่ปี  2552  อยู่ที่  238.3  ไมโครกรัม/ลบ.ม.   ปี 2553 อยู่ที่  268 ไมโครกรัม/ลบ.ม.  ก็ยังวัดได้ค่าสูง จังหวัดเชียงรายมีค่า   PM10   เพิ่มขึ้นจากปี  2550  มีค่าอยู่ที่  201.4  ไมโครกรัม/ลบ.ม.   ในปี  2552  เป็น  288  ไมโครกรัม/ลบ.ม.  และปี 2553 มีค่าสูงสุด 267 ไมโครกรัม/ลบ.ม. 

จังหวัดลำปาง  ค่า  PM10   เพิ่มขึ้นจากปี  2550  อยู่ที่  258.6  ไมโครกรัม/ลบ.ม.  เป็น  272.5  ไมโครกรัม/ลบ.ม.  ในปี2552  และมีจำนวนวันเกินค่ามาตรฐานสูงสุดอยู่ที่ 37  วัน ส่วนจังหวัดลำพูนในปี 2553 มีค่าเพิ่มสูงสุด 350 ไมโครกรัม/ลบ.ม.  

ผลกระทบของ "ฝุ่นขนาดเล็ก"  ที่มีอานุภาคเล็กกว่า  10  ไมครอน  มีความรุนแรงที่สามารถฝังอยู่ในขั้วปอด  ในหัวใจ  โดยที่ร่างกายไม่สามารถขับออกได้  ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนในระบบทางเดินหายใจ   โรคหัวใจ โรคผิวหนัง-ดวงตา กรณีร้ายแรงมากอาจถึงขั้นเสียชีวิต  ขณะที่ขนาดฝุ่นละอองที่ร่างกายขับทิ้งได้มีขนาดใหญ่กว่า  10  เท่า  หรือ  100  ไมครอน  

          นายแพทย์วัฒนา กาญจนกามล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปีนี้สถานการณ์หมอกควันและไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่มีแนวโน้มรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา ด้วยเพราะปัจจัยสภาพอากาศที่แห้งแล้งเร็ว ขณะที่การเผาเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ยังมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น การณรงค์ลดการเผาตลอดหลายปีต่อเนื่องยังไม่สามารถลดปัญหาการเผาได้อย่างเบ็ดเสร็จ      

          ทั้งนี้ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงทั้งเด็กและคนแก่ รวมถึงผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจ จำเป็นต้องดูแลรักษาสุขภาพเป็นพิเศษ และเลี่ยงการออกทำกิจกรรมนอกบ้านในช่วงที่คุณภาพอากาศแย่

          ขณะที่จังหวัดตากตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เกิดปัญหาหมอกควันทั้งอำเภอแม่สอด และจังหวัดเมียวดี ประเทศพม่า เป็นบริเวณกว้าง สาเหตุหลักมาจากการเผาป่าเพื่อทำไร่และทำไร่เลื่อนลอย ทั้งมีการบุกรุกพื้นที่ป่าโดยการเผา มีการตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มขึ้นจนป่าไม้แห้งและเกิดการลุกไหม้ได้ง่าย ขณะเดียวกันก็พบว่า 5 อำเภอชายแดน ได้แก่ อำเภอแม่สอด-พบพระ-อุ้มผาง-แม่ระมาด-และอำเภอท่าสองยาง รวมถึงชายแดนที่ติดต่อกับพม่า มี HOT SPOT ให้เห็นหลายแห่งแล้ว

บทสรุปเบื้องต้นถือว่าสถานการณ์หมอกควันที่เป็นมลพิษ เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมได้คือการป้องกันการเผาจากมนุษย์เป็นหลักซึ่งต้องอาศัยกลไกการบริหารจัดการ และการเข้าไปดับให้เร็วที่สุดโดยการใช้เทคโนโลยีและการลงทุน ส่วนเรื่องที่ควบคุมไม่ได้และเป็นปัจจัยเร่งแรงคือเรื่องโลกร้อน อากาศวิปริต และความกดอากาศที่ไม่สามารถให้เกิดการระบายหมอกควันไปได้ แม้ว่าจะมีการใช้วิธีการต่าง ๆ อย่างที่เชียงใหม่ทำก็เป็นการบรรเทาในพื้นที่แคบ ส่งผลในเชิงจิตวิทยา ประชาสัมพันธ์มากกว่าไม่ส่งผลมากนักในเชิงปัญหาหมอกควันเชิงโครงสร้างใหญ่ 

          หากดำเนินการไม่ได้และไร้ทางออกเช่นนี้เรื่อย ๆ  ในช่วง 3 เดือนคือ กุมภาพันธ์-เมษายน ภาคเหนือคงมีฤดูกาลแห่งหมอกควันพิษเพิ่มขึ้นอีก 1 ฤดูเสียแล้ว


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ชินเดช วันที่ : 10/02/2012 เวลา : 18.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chindej

เป็นการทำลายการท่องเที่ยวอย่างหนึ่งใช่ไหมครับ..เหมือนความรู้สึกผม แค่อ่านข่าวก็ไม่อยากไปแล้ว..สงสารคนที่นั่น..ทั้งสุขภาพทั้งเศรษฐกิจที่ย่ำแย่..ภาครัฐและจังหวัดเชียงใหม่เองหาวิธีแก้ไม่ได้จริงๆเหรอครับ..แล้วประชาชนจะอยู่กันอย่างไร..?

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ชาจีน วันที่ : 03/02/2012 เวลา : 15.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sutida

@คนปทุมฯ เป็นปัญหาเรื้อรังที่ภาครัฐยังจัดการไม่ได้

@ภาษาหลากสี ต้องช่วยกันหลายฝ่ายทั้งภาครัฐและประชาชน ที่ต้องมีจิตสำนึกถึงสิ่งแวดล้อมแบบจริงจัง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 03/02/2012 เวลา : 14.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

เจอทุกปีเลยน่ะคะ หลายปีติดต่อกันมาแล้ว

ยังไม่สามารถแก้ไขได้เลย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 03/02/2012 เวลา : 00.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

หมอกควันเยอะจริงๆ เป็นปัญหาที่ได้ยินมานาน และแก้ไขกันไม่ได้ซักที???

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ชาจีน วันที่ : 02/02/2012 เวลา : 20.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sutida

@พี่ชาย ใช่ค่ะเป็นปัญหาของประเทศ ที่อนาคตสถานการณ์จะรุนแรงขึ้น น่ากังวลมากค่ะ

@backpacker เร็วๆนี้งบประมาณคงจะถูกถมลงมาแน่ๆค่ะ เป็นอย่างนี้ตลอดๆ

@พี่ชาลี หวังว่าปีนี้จะมีมาตรการแก้ไขจริงๆจังๆซะทีนะคะ เฮ้อ

@ชบาตานี ปีนี้ถูกรมควันอีกแล้วอ่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ชบาตานี วันที่ : 02/02/2012 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ปัญหาซ้ำซาก ที่ผู้รับผิดชอบไม่เคยคิดจะแก้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 02/02/2012 เวลา : 17.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ปัญหาเดิม ๆ แต่ทางจังหวัดไม่ได้สามารถจัดการได้อย่างเบ็ดเสร็จ
ชาวบ้านก็ได้รับผลกระัทบตามเคย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
backpacker4x4 วันที่ : 02/02/2012 เวลา : 13.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaisawang
http://jimchaisawang.spaces.live.com/

เดี๋ยวจะมีประกาศ พื้นที่ประสบภัยควันไฟ เพื่อจะได้ใช้งบฉุกเฉินมาแก้ไขกันอีก

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 02/02/2012 เวลา : 12.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณมากครับ...อ่านสะดวกแล้ว

กรณี"หมอกภาคเหนือ"ต้องแก้รัดับประเทศเลยมั๊ง
เหมือนภาคใต้ พอปลายปีก็จะมีหมอกและควันจากอินโดมาถึงหาดใหญ่ ซึ่งแก้ยาก เพราะมีการเผาป่าที่อินโดฯ

และเหมือนกัน บางครั้งก็ต้องดีเลย์การขึ้นเครื่องบินจากสนามบินหาดใหญ่

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ชาจีน วันที่ : 02/02/2012 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sutida

อ้อ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 02/02/2012 เวลา : 11.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ลดขนาดภาพลงหน่อยครับ ตัวหนังสือตกขอบ ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน