• ท่านเจ้าคุณ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sut1919@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-02
  • จำนวนเรื่อง : 931
  • จำนวนผู้ชม : 3653354
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3536 คน
หนุ่ม - สุทธิคุณ กองทอง
หนุ่ม - สุทธิคุณ กองทอง http://www.facebook.com/home.php?ref=home,http://sutthikhun.hi5.com,http://innold.blogspot.com/2008/11/inn_24.html
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sutku
วันพุธ ที่ 14 พฤศจิกายน 2550
Posted by ท่านเจ้าคุณ , ผู้อ่าน : 12600 , 09:11:46 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

"ทัวร์นรก-สวรรค์"

เรื่องเล่าจากปาก...คนตายแล้วฟื้น "พัชรินทร์ บูรีจิตตินันท์"

-------------------

ปัญหาโลกแตกอย่างหนึ่ง ซึ่งมีข้อถกเถียงที่ไม่มีวันสิ้นสุด คือ "นรก สวรรค์ ชาติที่แล้ว ชาติหน้า มีจริงหรือไม่" แต่สำหรับ "นางพัชรินทร์ บูรีจิตตินันท์" แล้ว เชื่ออย่างไมีข้อโต้เถียงใดๆ เลยว่า ทั้งนรกและสวรรค์มีอยู่จริง ด้วยเหตุว่า ได้ไปยมโลกด้วยการไปทัวร์นรก-สวรรค์มาแล้ว เพราะเธอเป็นอีกคนหนึ่งที่ตายแล้วฟื้น

นางพัชรินทร์ เล่าว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งได้ไปซื้อตึกแถว ๑ ห้องย่านศูนย์การค้าเมโทร ความที่อยากจะได้จึงได้อธิษฐานถ้าหากเจ้าที่มีจริง ขอช่วยดลบันดาลให้ซื้อตึกแถวนี้ได้ง่ายๆ การอธิษฐานครั้งนั้นไม่ได้มีความเชื่อว่าจะมีจริง เพื่ออยากจะได้บ้านหลังนี้ เพียงสัปดาห์เดียวก็ได้บ้านหลังนี้มา แล้วได้ให้เทเลคอมเอเชียเช่าพอเศรษฐกิจไม่ดีเขาก็ไม่ได้เช่าต่อ หลังจากนั้นทางคุณสมชายเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ประตูน้ำได้ติดต่อมาขอเช่าตึกแถวดังกล่าวเพื่อทำเป็นสาขาชั่วคราวของไปรษณีย์ประตูน้ำ

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ๑ เดือน มีความรู้สึกไม่สบายใจทั้งๆ ที่ไม่มีเรื่องทุกข์อะไร มีความรู้สึกเหมือนว่างานที่เราทำอยู่แล้วถ้าเราตายกระทันหันใครจะมารับรู้กับงานที่เราทำอยู่ มีงานหลายๆเรื่องที่คิดเสมอว่า หากเราตายไปจะมีใครมาสานต่อ แปลกใจว่าทำไมถึงคิดแต่เรื่องตาย ไม่สบายใจจึงได้นำพระนางพญา ส.ก. ๖๐ พรรษา ของแม่ที่ให้ไว้มาแขวนติดตัวพร้อมอธิษฐานขอให้คุ้มครอง เช้าวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๓ มีนัดไปดูสถานที่ แม้ว่าความจริงไม่อยากไป แต่คุณสมชายได้โทรมาบอกว่าอย่าเลื่อนนัดเพราะหัวหน้าที่ชื่อวิชัยจะไปดูด้วย แต่เหมือนเป็นลางสังหรณ์ว่าถ้าเราไปจะต้องตกตึกลงมาตายแน่ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคิดแบบนี้อยู่ตลอดเวลา

ก่อนเดินทางได้เรียกให้ป้อมที่เป็นเด็กส่งไปด้วยกัน หากเวลาที่ตกตึกลงมาตายจะได้เป็นคนวิ่งมาบอกที่บ้าน ทันใดที่เดินทางไปถึงนั้นได้ไขประตูเข้าไปแล้วขึ้นไปชั้นลอย แต่ผู้เช่าเดิมได้ต่อเติมเป็นชั้นเต็ม ตอนที่เข้าไปเหมือนมีลมหมุนเล็กๆในบ้านแล้วเหมือนมีคนมาถามว่า เมื่อไหร่จะตั้งศาลเจ้าที่ ในใจก็ปัดว่าเอาไว้ก่อนกำลังจะพาคนมาดูสถานที่ แล้วลืมไปนานแล้วว่าเคยบนอะไรไว้ จากนั้นคุณสมชายและคุณวิชัยต่างก็เดินไปตรงบริเวณชั้นลอยที่ต่อเติม แล้วถามว่าบริเวณตรงนี้มันมีอะไรแปลกๆ เหมือนมีอะไรแล้วทั้งสองท่านก็เดินผ่านไป

"ก็ได้ลองไปยืนบริเวณนั้นบ้าง ได้มองทะลุลงไปด้านล่างเห็นลายกระเบื้องเคลือบเซอนามิก แล้วยังเห็นผู้ชายคนหนึ่งนุ่งกางเกงแต่งตัวมอซอ ผมเป็นสีเทา แล้วเอื้อมมือขึ้นมาว่าเป็นเจ้าที่เสี้ยววินาทีนั้นเขาได้ดึงขาทันที พอเห็นอย่างนั้นก็ตะโกนร้องดังอย่าดึง ใจก็นึกถึงองค์พระให้ท่านคุ้มครอง มีแสงสว่างสีเหลืองทองออกมาจากองค์พระ แล้วท่านได้มาจับขาข้างขวาแล้วบอกว่าอย่าทำร้ายเขา จังหวะนั้นเหมือนว่าท่านจับแล้วมันหลุดมือ ทันใดนั้นเจ้าที่ได้จับขากระชากลงมาแล้วเอาหน้ากระแทกพื้นมีความรู้สึกว่าเจ็บปวดมาก"เธอเล่าด้วยน้ำเสียงอย่างตื่นเต้นเหมือนเพิ่งเกิดขึ้น

นางพัชรินทร์ กล่าวต่อว่า ขณะถูกฟาดลงกับพื้นได้ลุกขึ้นมา เห็นร่างตัวเองยังนอนแน่นิ่ง แล้วได้เห็นทั้งสองคนหิ้วร่างเพื่อไปขึ้นรถ แปลกใจมากว่ามีสองร่างได้อย่างไร แล้วทันใดนั้นได้มีรูปร่างประหลาดตัวใหญ่ขึ้น หน้าตาเหมือนยักษ์ดุ รูจมูกกว้างหนา ปากกว้างหนา หน้าแดงเป็นสีชมพู ตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นยมฑูต ตรงนี้รู้แล้วว่าร่างที่นอนอยู่คือร่างกาย แต่ตัวเองที่ยืนอยู่เป็นวิญญาณแล้วลองมองไปที่มือก็สามารถมองผ่านทะลุมือตัวเองได้ ท่านยมฑูตพูดเสียงดังก้องกังวาลว่า จิตวิญญาณออกจากร่างแล้วให้ตามมา ทั้งนี้ คุณสมชายได้ถามร่างว่าเบอร์โทรศัพท์อะไร และมีประวัติอยู่โรงพยาบาลอะไร แม้จะเดินทางยมฑูตอยู่แต่ก็ได้เดินกลับมาตอบให้ทั้งสองครั้ง

กระทั่งมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งมีนายสมุดบัญชีถามชื่อนามสกุล พร้อมกับบอกชื่อจีนไป แล้วท่านได้ถามว่าสวดมนต์ได้ไหม พอบอกว่าได้ท่านก็ให้ไปคุกเข่ารอ ระหว่างที่คุกเข่ารอเหมือนมีคนอุทิศบุญกุศลมาให้ มารู้ตอนหลังว่าหมอตรวจเห็นว่ามีเลือดออกในสมองหากภายใน ๒๔ ชั่วโมงไม่ฟื้นจะต้องผ่าสมอง สามีกลัวถ้าผ่าคงเป็นเรื่องใหญ่แน่นอนเขาเลยไปทำบุญ แล้วบอกว่า ด้วยผลบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้สะสมมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันขออุทิศให้กับนางพัชรินทร์ฟื้นกลับมาเป็นคนปกติ

ทันใดนั้นได้เห็นขาคู่หนึ่งใหญ่มากๆ ของท่านพญายมราชใส่รองเท้าปลายงอน ปลายกางเกงปักฉลุลวดลายสวยงาม ได้ยินเสียงดังก้องกังวาลว่า ยังเป็นห่วงอะไรอยู่ จึงได้พูดไปว่าห่วงแม่กลัวไม่มีคนพาไปหาหมอ ห่วงลูกสองคนที่ยังเรียนไม่จบ จังหวะนั้นได้เห็นกล่องกตัญญูโผล่ขึ้นมา เป็นกล่องที่ใหญ่กล่องบุญ มีความรู้สึกเหมือนได้รับผลบุญนั้นเป็นสุขบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ จากนั้นมองไปเห็นทางแก้วเป็นทางขึ้นจึงลุกขึ้นยืน ท่านพญายมราชพูดขึ้นว่า ยังไม่ถึงเวลาท่านยมฑูตเอาจิตวิญญาณไปส่ง แต่ในใจคิดว่าทำยังไงถึงจะได้เห็นหน้าพญายมราช เพียงแค่คิดเหมือนท่านรู้ใจท่านก็ได้ย่อตัวลงมาเท่ากับมนุษย์ให้ได้เห็นท่านเป็นเทพสวยงามมาก

"ต่อมายมฑูตก็มาส่งถึงศาลพระภูมิหน้าโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เหมือนท่านขออนุญาตเจ้าที่ ยมฑูตก็พาเดินผ่านทะลุประตูเราเองก็ผ่านประตูได้เหมือนกัน ลักษณะเหมือนหนังหลายๆ เรื่อง ท่านยมฑูตเดินผ่านหน้าสามีและลูกชายที่ยืนกอดอก ก็แปลกใจว่าทำไมลูกกับสามีถึงไม่ยกมือไหว้ยมฑูต ทันใดนั้นท่านยมฑูตพูดเสียงดังว่า จิตวิญญาณจงเข้าร่าง แล้วรู้สึกตัวก็เหมือนเพิ่งตื่น ตลอดชีวิตที่ผ่านมาไม่เชื่อเรื่องนรกสวรรค์ ไม่เชื่อว่าตายแล้วต้องไปเกิดใหม่ วันนี้เชื่อแล้วว่าการทำความดีบุญจะส่งผลตามเราไปทุกชาติ และต้องละชั่ว ละบาป" นางพัชรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย

"หน้าตาเหมือนยักษ์ดุ รูจมูกกว้างหนา ปากกว้างหนา หน้าแดงเป็นสีชมพู ตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นยมฑูต"

กฎแห่งกรรม

           พระมหา ดร. สุเทพ อกิญฺจโน เจ้าอาวาสวัดสมานราษฎร์ ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี ในฐานะเจ้าอาวาสวัดไทยมคธพุทธวิปัสสนา กล่าวว่า เรื่องตายแล้วเกิด หรือตายแล้วสูญเป็นปัญหาที่ถกเถียงกันอยู่ไม่รู้จบสิ้น สำหรับผู้ที่ไม่รู้จริง แต่สำหรับผู้ที่รู้จริงแล้ว ท่านจะไม่สงสัย อะไรเลย ทั้งนี้ก็เพราะความจริงนั้น ตายแล้วต้องเกิดแน่ แต่จะไปเกิดช้าเกิดเร็วเกิดเมื่อไรนั้น ย่อมสุดแต่ผลของกรรมที่ทำมาไว้ในสมัยเมื่อยังไม่ตายเท่านั้น 

ตามพุทธโอวาท ที่ตรัสไว้ว่า “กมฺมุมา วตฺตตี โลโก” สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ต้องยอมรับตามพระพุทธเจ้าตรัสยืนยันไว้ว่า คนเราตายแล้วต้องไปตามกรรมของตน แต่ที่ว่าไปไหนนั้น ยังให้คำตอบชี้ชัดลงไปแน่นอนยังไม่ได้ เพราะแล้วแต่กรรมที่ทำไว้จะเสกสรรปั้นแต่งให้เป็นไป พระพุทธศาสนาเชื่อถือในสังสารวัฎ การเวียนว่ายตายเกิดและถือว่าคนเราทุกคน ล้วนเกิดมาแล้วทั้งสิ้น นับชาติไม่ถ้วนและเกิดภพภูมิที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ตามกฎแห่งกรรมที่ได้ทำไว้ 

กรรมจะนำไปเกิดในภพภูมิใหม่ คือคนที่ทำกรรมดีไว้ ย่อมไปเกิดในภพที่ดี คนทำกรรมชั่ว ย่อมไปเกิดในภพที่ชั่วที่เลว กรรมที่ส่งให้เกิดนั้น เรียกว่า ” ชนกกรรม ” ชนกกรรมฝ่ายดีส่งให้เกิดในตระกูลที่ดี ตระกูลสูงมั่งคั่งด้วยทรัพย์สมบัติและบริวาร 

กรรมดี หรือ กรรมชั่ว จะคอยติดตามบุคคลผู้ทำอยู่เสมอเหมือนเงาตามตัว แต่การที่คนมองไม่เห็นการตามของกรรม ก็เพราะดำเนินชีวิตอยู่ในความมืด เหมือนบุคคลไม่เห็นผู้ติดตามตน อยู่ในที่มืด พอเข้าสู่ที่สว่างถ้าเขาเหลียวไปมองย่อมเห็นได้ บุคคลที่ได้รับการอบรมจิตให้สงบ สะอาด สว่างมากเท่าใด ก็จะมองเห็นกรรมและผลของกรรมมากขึ้นเท่านั้น 

หลักกรรมกับสังสารวัฎ หรือการเวียนว่ายตายเกิด มีความสัมพันธ์กับอย่างใกล้ชิด หลักกรรมจะดำรงอยู่ไม่ได้ หรือถ้าได้ก็ไม่สมบูรณ์ถ้าไม่มีเรื่องสังสารวัฎ เพราะชีวิตเดียวสั้นเกินไปไม่พอ พิสูจน์กรรมให้หมดสิ้นได้ ปัญหาที่น่าสังสัย เช่น ทำไมคนดีบางคนจึงมีความเป็นอยู่ลำบากต่ำต้อย สุขภาพไม่ดี ร่างกายอ่อนแอ ส่วนคนที่เห็นว่าชั่วบางคนกลับมีความสุขสบาย มีร่างกายแข็งแรงเราไม่อาจคลายความสงสัยได้ ถ้ามองดูชีวิตกันเพียงชาติเดียว 

หลักรรมและการเกิดใหม่ จะบอกเราว่าคนที่เราเห็นว่าชั่วนั้นเขาย่อมต้องเคยทำกรรมดีมาบ้างในอดีตชาติ และคนที่เราเห็นอยู่ในเวลานี้ ย่อมต้องเคยทำกรรมชั่วมาบ้างเหมือนกัน กรรมดีย่อมให้ผลดี กรรมชั่วย่อมให้ผลชั่วตามอิทธิพลของมัน เที่ยงตรงที่สุดไม่เลือกที่รักผลักที่ชัง 

พระพุทธศาสนายืนยันว่า การเวียนว่ายตายเกิดมีอยู่จริงซึ่งหลักฐานปรากฏอยู่ในคัมภีร์พระพุทธศาสนาจำนวนมาก เช่น ในคัมภีร์ชาดกเปรตวัตถุ วิมานวัตถุ ฯ ล ฯ 

สัตว์โลกที่ไปเกิดอยู่ในภูมิทั้ง ๓๑ ภูมินั้น ย่อมเกิดในกำเนิดทั้ง ๔ คือ 

๑. ชลาพุชะ   เกิดในครรภ์
๒. อัณฑชะ   เกิดในไข่

๓. สังเสทชะ   เกิดในเถ้าไคล
 

๔. โอปปาติกะ   เกิดผุดขึ้น 

คำว่า “ สัตว์โลก” คือ ผู้ยังข้องอยู่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพภูมิต่าง ๆ ฉะนั้น จึงหมายรวมถึงมนุษย์ เทวดา พรหม ในทุกภพภูมิและสัตว์ในอบายภูมิทั้ง ๔ มิได้หมายเฉพาะสัตว์เดียรัจฉานประเภทเดียว 

จะขอขยายความ กำเนิด ๔ ดังนี้ 

๑. ชลาพุชะกำเนิด   ได้แก่ สัตว์ที่เกิดในมดลูก คือ มนุษย์ และสัตว์เดียรัจฉานที่คลอดออกมาเป็นตัว และเลี้ยงลูกด้วยนม เช่น โค กระบือ สุนัข แมว เป็นต้น 

๒. อัณฑชะกำเนิด   ได้แก่ สัตว์เดียรัจฉานที่ออกมาเป็นไข่ก่อนแล้วจึงฟักออกมาเป็นตัว เช่น ไก่ เป็ด นก ปลา เต่า จิ้งจก งู เป็นต้น 

ชลาพุชะกำเนิดและอัณฑชะกำเนิดนี้ รวมเรียกว่า ศัพภเสยยะกำเนิด เพราะเกิดอยู่ในครรภ์ของมารดาก่อน ภายหลังจึงออกจากครรภ์ 

๓. สังเสทชะกำเนิด   ได้แก่ สัตว์ทั้งหลายที่เกิดโดยไม่อาศัยท้องพ่อแม่ แต่อาศัยเกิดจากต้นไม้ ผลไม้ ดอกไม้ ของโสโครก ที่ชุ่มชื่น เชื้อรา เป็นต้น 

๔. โอปปาติกะกำเนิด   ได้แก่ สัตว์โลกที่เกิดมาโดยไม่ได้อาศัยพ่อแม่และของโสโครก หรือที่ชุ่มชื้น แต่อาศัยอดีตกรรมอย่างเดียว และเมื่อเกิดก็เติบโตขึ้นทันที เช่น พวก สัตว์นรก เปรต เทวดา มนุษย์สมัยต้นกัป เป็นต้น 

ทุกคนที่เกิดมาแล้ว ไม่มีใครหนีพ้นความตายไปได้เลย นี้คือ สัจจธรรมของโลก  เมื่อคนที่ใกล้จะตายจวนเจียนจะสิ้นใจนั้น กรรมดีหรือกรรมชั่วที่เขาได้เคยทำไว้จะเเสดงปรากฏการณ์ออกมาให้ทราบอาการที่ปรากฏ เมื่อจวนเจียนจะตายเช่นนี้ท่านเรียกว่า   “มรณาสันนวิถี ” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าศึกษาและสนใจเกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิดในพระพุทธศาสนา เพื่อความเข้าใจดีในการค้นคว้าเรื่องการตายแล้วเกิดใหม่ มีดังนี้ 

มรณาสันนวิถี   เป็นวิถีใกล้จะตาย คือ เมื่อมรณาสันนวิถีเกิดขึ้นแล้วจุติจิตย่อมเกิดขึ้นในลับดับที่ใกล้เคียงกัน จะไม่มีวิถีจิตที่มีอารมณ์เป็นอย่างอื่นคั่นระหว่างจุติจิตเลย 

ในมรณาสันนวิถีนี้ มีชนวนจิตเกิดขึ้นเพียง ๕ ขณะเท่านั้น เพราะเหตุที่จิตมีกำลังอ่อน เนื่องจากอำนาจของกรรมที่ส่งมานั้นใกล้จะหมดอำนาจอยู่แล้ว และอีกประการหนึ่งหทัยวัตถุอันเป็นที่ตั้งของจิตมีแต่เสื่อมกำลังไปเรื่อย ๆ กำลังของจิตก็อ่อน เมื่อสุดมรณาสันนวิถีแล้ว ต่อจากนั้น จุติจิตจะเกิดขึ้น ๑ ขณะเท่านั้น ซึ่งเรียกว่า   “ สัตว์ถึงความตาย ” 

ในทันทีที่จุติจิตดับลง ปฎิสนธิจิตต้องเกิดอย่างแน่นอนโดยไม่มีจิตอื่นมาคั่นในระหว่างเลย นี้หมายถึงจิตของสัตว์ทั่วไป แต่ถ้าเป็นจิตของพระอรหันต์แล้วเมื่อจุติจิตหรือจิตดวงสุดท้ายดับลงแล้วเข้าสู่นิพพานไม่มีการเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป 

มรณาสันนวิถี ของปุถุชนและบุคคลทั้งหลาย เมื่อใกล้จะตายก่อนที่จุติจิตจะเกิดขึ้น ถ้ามีรูป เสียง กลิ่น รส หรือสัมผัส เป็นอารมณ์ มรณาสันนวิถีเช่นนี้ เรียกว่า   มรณาสันนวิถีทางปัญญาทวาร   แต่ถ้าเป็นความรู้สึกนึกคิดทางใจมรณาสันนวิถีนั้น เรียกว่า  มรณาสันนวิถีทางมโนทวาร 

สัตว์ทั้งหลายที่ยังไม่หมดกิเลส ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์นรก เปรตสัตว์เดียรัจฉาน เทวดา พรหม เมื่อใกล้จะตาย จะมีอารมณ์ ๓ ประการ คือ กรรม , กรรมนิมิต, คตินิมิต อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น โดยจิตได้หน่วงหรือยึดอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ในอารมณ์ทั้ง ๓ อย่างนี้ โดยมีอารมณ์ทั้ง ๓ อย่างนี้ อย่างใดอย่างหนึ่ง มาปรากฏทางทวารใดทวารหนึ่ง ในจำนวนทวารทั้ง ๖ คือ 

๑.กรรม  ได้แก่      กรรมมารมณ์ที่เกี่ยวกับกุศลอกุศล 

๒. กรรมนิมิต   คือ เครื่องหมายหรืออุปกรณ์ในการทำบุญ ได้แก่ อารมณ์ ๖ คือ รูป เสียง กลิ่นรส      สัมผัสทางกาย      หรือสภาพที่รู้ทางใจ 

๓. คตินิมิต   คือ นิมิต หรือเครื่องหมายที่บ่งบอกให้ทราบถึง คติ หรือภพที่จะไปเกิด จะไปเกิดในสุคติภพ ก็มีนิมิตบ่งบอกให้ทราบ จะไปเกิดในทุคคติภพก็มีนิมิตบ่งบอกให้ทราบ 

ฉะนั้น ในเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิดที่มีอยู่ในหมู่สัตว์โลก ไม่รู้จักจบสิ้นนั้น เพื่อเป็นการยืนยันของการตายแล้วเกิดใหม่จริง ผู้เขียนจะขอนำเรื่องของคนที่ตายแล้ว กลับมาเกิดใหม่และได้จดจำเรื่องราวในอดีตของเขาได้ ว่าเขาคือใคร มีพ่อแม่พี่น้อง ฐานะ ร่ำรวย ยากจน อย่างไรอยู่ที่ใด ซึ่งตรงกับความเป็นจริงทุกประการ นั้นคือ การระลึกชาติของบุคคลต่าง ๆ ที่ปรากฏในปัจจุบัน

เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
วิตามินบี วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 20.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


สวัสดีวันหยุดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
กิต วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 05.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้



อืม

ดีครับ

เรื่องแบบนี้

ต้องขยาย คนจะได้กลัวการทำความชั่ว


อยากทำความดีเพิ่มมากขึ้น

อนุโมทนาในความเอื้อเฟื้อเรื่องราวน่าอ่านครับ


สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
KOKKA วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 01.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kittyland

แวะมาเยี่ยมชมบล็อคคนธัมมะธัมโมนะครับ รายละเอียด ละเอียดยิบจริงๆ เรื่องตายแล้วฟื้น กฎแห่งกรรมของผู้หญิงคนนี้ให้ข้อคิดกับคนที่ยังมีลมหายใจได้อีกมากมายครับ ความดีมันอยู่ที่ตัวคุณว่าจะทำหรือไม่ทำแค่นั้นเอง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
pat วันที่ : 18/11/2007 เวลา : 19.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pat

แหล่มเลย เข้ามาอ่านในบล็อคนี้แหล่มมากๆๆๆๆ ผู้หญิงคนนี้เคยออกรายการอะไรมาแล้วนะจำไม่ได้เคยดูชีวิตเรื่องราวของเค้ามาแล้วเหมือนกัน พอมาอ่านอีกครั้งทำให้ เราได้รู้ว่า เราควรทำอะไร // ทำดีได้ดี ซิคะ //

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
รัตติกาลแห่งราตรี วันที่ : 16/11/2007 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/happyIateekan
มีความสุขกับเวลาที่เป็นกลางคืนแห่งราตรีกาลไปบ้านหลังที่ 2" บ้านนิยายทั้งเรื่องสั้นและเรื่องยาว. ( ก๊อปลิ้งค์ข้างล่างนี้ได้เลยครับ ) http://www.oknation.net/blog/happylateekan

อ่านแล้วรุ้สึกทึ่งและกลัวการทำในสิ่งที่ไม่ดีเลยครับ การสะสมการทำความดีคือสิ่งที่สะสมไว้ในยามที่เราอาจจะต้องใช้ไม่รู้เมื่อไหร่ แต่การทำดีการทำบุญ ก็เปรียบเหมือนเป็นเสบียงที่เราจะเตรี่ยมเอาไว้ใช้เมื่อยามจำเป็นครับ....

ผมมีความเชื่อครับ...และมิเคยลบลู่ผู้ไม่รู้ก็คงเพราะเขาอาจมิเข้าใจในสิ่งนี้ครับ...ขอขอบคุณทีนำเสนอเรื่องราวให้ได้ศึกษาและได้ความรู้ดีครับ....

จาก.รัตติกาลแห่งราตรี.1 และ 2 ครับ.

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
วิตามินบี วันที่ : 16/11/2007 เวลา : 00.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


เชื่อในบุญกรรม
เชื่อในเหตุที่เราสร้าง
และผลที่เกิดจากเหตุ
วันนี้ของเราล้วนเกิดจากอดีตที่เราสร้างมา

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
บัวบูชา วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaimoog
...บัวบูชา...

เชื่อค่ะ
เรื่องแบบนี้บัวเชื่อ


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 14.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

พึงทำความดี
ละความชั่วขอรับ
***************
จากhttp://www.oknation.net/blog/namsean/2007/11/12/entry-1
ความคิดเห็นที่ 52
ท่านเจ้าคุณ วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 11.44 น.
ไม่ทราบไปลำบากไหมครับ
***
เดี๋ยวนี้ไปกันแบบสะดวกแล้วครับ
ถนนหนทางดีมากครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มีนา วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 21.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

กฎแห่งกรรมเป็นสัจธรรมที่หลีกหนีไม่พ้น

ขอบคุณนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
9ton วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 15.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/IsAmR
(เงินทอง ของมายา ข้าวปลา คือ ของจริง)ขอทำหน้าที่ผู้ชม(อ่าน) ก็พอนะ..............

ขอบคุณครับ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 14.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...บรรยากาศ เตะบอลให้ได้บุญ สนับสนุนเด็กน้อยให้ได้เรียน#11 

หนี้กรรม...กิเลสช่างหนากว่า...อย่างนี้ถ้าไม่เห็นโรงศพคงไม่หลั่งน้ำตาแน่เรา....

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
anchi วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lakorn

นี้ขนาดมีคำสอนด้วยนะ ไม่ใช่เรื่องงมงาย คนถอดเขาคิดไงเนอะ สงสัยจะคนละศาสนากัน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 09.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่เชียวนะ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เก็บตกจากเนชั่น

สมัคร สุนทรเวช และชีวิตลินดา ค้าธัญเจริญ

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]