*/
  • พริกหวาน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ypo7y@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 45
  • จำนวนผู้ชม : 43834
  • จำนวนผู้โหวต : 8
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน 2551
Posted by พริกหวาน , ผู้อ่าน : 7029 , 18:03:39 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มารียาจค์ แฟรร์ ชาชั้นสูงของฝรั่งเศส

 

วลัญช์ สุภากร
ภาพ : ศุภชัย เพชรเทวี

ชาในโลกมีมากกว่า 20,000 ชนิด ลำพังแค่ในประเทศจีนก็มีชาแตกต่างกันกว่า 2,000 ชนิด แต่ละมณฑลแต่ละจังหวัดของจีนก็มีชาที่เป็นลักษณะของตัวเอง ต่างถิ่นต่างพื้นที่ต่างภูมิอากาศก็ทำให้รสชาติชาออกมาแตกต่างกัน เมืองไทยก็มีชาหลายชนิด แต่ความจริงใบชาล้วนเก็บมาจากพืชที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์เดียวกันคือ คามิเลีย (camellia) ธรรมรัตน์ จินดาพล ผู้เชี่ยวชาญด้านชา (Tea Master) ประจำห้องอาหาร เดอะ ไชน่า เฮ้าส์ โรงแรมโอเรียนเต็ล กล่าวและว่า แต่ที่ทำให้โลกนี้มีเครื่องดื่มชาที่แตกต่างกันไปมากมายก็เนื่องจากกรรมวิธีการผลิตและการเก็บชาที่กำหนดโดยบริษัทที่ผลิตชา

โลกมักรู้จักชาเขียวของญี่ปุ่นและน้ำชาจีน แต่ประเทศที่ทำให้การดื่มน้ำชากลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่น่ารื่นรมย์กลับเป็นประเทศทางยุโรปซึ่งภูมิอากาศไม่สามารถปลูกชาได้ เนื่องจากต้นคามิเลียปลูกขึ้นในแถบภูมิอากาศร้อนชื้นของเอเชียและแอฟริกาเท่านั้น พวกเขาใช้วิธีนำเข้าใบชาและศึกษาวิธีการผสมชา(Blend) เพื่อสร้างสรรค์เครื่องดื่มชาที่มีกลิ่นหอมและรสชาติแตกต่างกันไปมากมายภายใต้ชื่อแบรนด์ของตัวเอง หนึ่งในนั้นคือชา มารียาจค์ แฟรร์ (Mariage Freres) ของฝรั่งเศส

ชาในประเทศฝรั่งเศสเริ่มได้รับความนิยมเมื่อราวสามร้อยปีก่อน โดยมีจุดเริ่มต้นอันเนื่องมาจากความต้องการที่จะสัมผัสความแปลกใหม่และมนต์เสน่ห์แห่ง อีสต์ อินดิส (East Indis) ของราชนิกุล ณ พระราชวังแวร์ซายน์อันลือลั่นในเรื่องของความหรูหราฟุ่มเฟือย พอดีกับช่วงเวลาที่ 'ตระกูลมารียาจค์' สนใจริเริ่มธุรกิจค้าชาหลังจากสั่งสมประสบการณ์ในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศภายใต้พระบรมราชานุญาตจากกษัตริย์ฝรั่งเศสมาระยะหนึ่งแล้ว ราวปีค.ศ.1660 นิโคลัส มารียาจค์ ออกเดินทางไปเพื่อทำการค้ายังหลายแห่ง ทั้งอาณาจักรเปอร์เซีย หมู่เกาะอินดิส และอาณาจักรมูกาล (ปัจจุบันคืออนุทวีปอินเดียและบางส่วนของประเทศอัฟกานิสถาน) และต่อมาในฐานะผู้แทนพระองค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส นิโคลัส มารียาจค์ สามารถตกลงสัญญาการซื้อขายกับเจ้าผู้ครองแคว้นเปอร์เซีย ด้วยเหตุผลและประวัติศาสตร์เหล่านี้ ชาของมารียาจค์ แฟรร์ จึงได้ชื่อว่าเป็นชาที่เกิดจากการผสมผสานสุนทรียภาพ ความงาม และความลงตัวอย่างที่สุดเอาไว้ด้วยกัน ดังปรากฏในคำกล่าวของ อองรี มารียาจค์ ผู้ก่อตั้งชา มารียาจค์ แฟรร์ เมื่อปีค.ศ.1854 ณ กรุงปารีส ว่า

"ชาคือเครื่องดื่มชั้นสูง การตระเตรียมชาเป็นศิลปะที่ต้องอาศัยทั้งทักษะและประเพณี"

คุณธรรมรัตน์กล่าวว่า ในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ช่วงนั้นชายังมีไม่มาก ประกอบกับเกิดภาวะสงคราม ชาของมารียาจค์ แฟรร์ จึงหายไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง ยี่สิบปีที่ผ่านมาทายาทตระกูลอองรี (Henry Mariage) ค้นพบชาตัวนี้และนำกลับมาสร้างใหม่ให้ดียิ่งขึ้นอีกครั้ง โดยร่วมหุ้นกับคุณ กิตติชา แสงมณี ซึ่งเป็นนักนิยมดื่มชาและเชี่ยวชาญด้านชาชาวไทย ร่วมกันเปิดบริษัท มารียาจค์ แฟรร์ ขึ้นมาใหม่ คัดเลือกชาเด่นๆ ของแต่ละพื้นที่นำมาเบลนด์จนได้ชาที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวแตกต่างกันมากกว่า 500 ชนิด และมีเพียง 3 ประเทศที่ได้รับลิขสิทธิ์ในการจำหน่ายชาฝรั่งเศสชั้นเลิศนี้ คือ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และ ไทย (มีเฉพาะที่โรงแรมโอเรียนเต็ล, ซาลอง เดอ โอเรียนเต็ล (Salon de l'Oriental) ชั้น G ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช้อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ และโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ดาราเทวี เชียงใหม่)

แขกประจำของ มารียาจค์ แฟรร์ มีทั้งดาราเจ้าบทบาท อิซซาแบล อัดจานี่, เอเรียล ดอมบาสเล่, โซฟี่ มาค์โซ รวมถึงอดีตนักเตะชื่อดัง ซีเนอดีน ซีดาน และผู้มีชื่อเสียงระดับโลกอีกหลายคน เช่น มาดอนน่า, คลอเดีย ชิฟเฟอร์, กวินเนต พัลโทรว์, ไคลี่ มิน็อค, เอลตัน จอห์น, ฮิวจ์ กรานท์, จอห์น กัลเลียอาโน่, โอลิเวอร์ มาติเน่, โซเฟีย คอปโปล่า ต่างก็หลงใหลรสชาติชาชั้นเลิศยี่ห้อนี้

ชา 'มารียาจค์ แฟรร์' ผลิตด้วยใบชาเกรดเอจากแหล่งชาที่ดีที่สุด คัดสรรอย่างใส่ใจทุกขั้นตอน นำมาผสมกันแบบ Exclusive Blend โดย 'ที มาสเตอร์' ออกมาเป็นชาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น เอรอส (Eros) ชาที่ได้รับการขนานนามตามเทพธิดาแห่งความรักตามความเชื่อของกรีกโบราณ เหมาะสำหรับคู่รัก ให้กลิ่นหอมของดอกชบาป่าและดอกมัลโล่ มาร์โค โปโล (Marco Polo) ชาดำคุณภาพสูง กลั่นผสมผสานกับดอกไม้และผลไม้นานาชนิดจากจีนและทิเบต ให้กลิ่นหอมยวนจมูกและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เต โอ ทิเบต (The' au Tibet) ทำจากชาดำของจีน ผสมกับดอกไม้แห้งและผลไม้แห้งทิเบต ให้กลิ่นหอมที่เจือกันระหว่างมะลิ วานิลลา ส้มแมนดาริน กุหลาบ และมะกรูด เต ดู ดรากอง (The' du Dragon) ใบชามีลักษณะทรงกลมคล้ายลูกบอลลูกจิ๋ว จริงๆ แล้วเกิดจากการนำยอดใบชาทีละใบมาจับจีบม้วนเข้าด้วยกันจนมีลักษณะคล้ายดอกไม้ที่ยังตูมอยู่ จากนั้นก็นำไปอบและทำให้แห้ง เมื่อนำไปแช่น้ำร้อนในกาน้ำชา ใบชาก็จะแตกตัวออกสวยงามคล้ายดอกดาวเรือง ให้กลิ่นน้ำชาที่หอมละมุนคล้ายดอกมะลิ เมทีส (Metis) ชาแดงจากแอฟริกาใต้ผสมเข้ากับผลไม้ตระกูลส้ม เครื่องเทศ ดอกไม้อีกหลายชนิด เป็นชาแดงที่ปลอดกาเฟอีน 100 เปอร์เซ็นต์ ซากุระ ทูธาวด์ซัน (Sakura 2000) เป็นการผสมชาเขียวเข้ากับดอกซากุระที่กำลังจะบาน ชาเขียวสไตล์ญี่ปุ่นที่สดกว่าชาเขียวของจีน กลิ่นหอมให้ความรู้สึกสดชื่นและเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่ คาซาบลังกา (Casablanca) ชาที่เกิดจากการรังสรรค์ส่วนผสมที่แปลกใหม่แต่ลงตัวระหว่างชาเขียวและมินต์โมร็อกโกกับใบมะกรูด คาซาบลังกาจึงมีคุณค่าต่อร่างกายและทำให้จิตใจปลอดโปร่ง เป็นอาทิ

การดื่มชามารียาจค์ แฟรร์ หรือชาฝรั่งเศส นิยมแช่ชาในกาชงชาด้วย น้ำร้อนอุณหภูมิ 90-95 องศาเซลเซียส นาน 3-15 นาที (แตกต่างกันไปตามประเภทชา) ชาฝรั่งเศสไม่จำเป็นต้องเทน้ำชาทิ้งในกาแรกเหมือนชาจีน การเทน้ำชาแรกทิ้งส่วนใหญ่มักเป็นชาจีน ที่ทำเพราะต้องการทำความสะอาดใบชาก่อนแล้วจึงใส่น้ำที่สอง ทำให้ใบชาแตกตัวง่ายขึ้น ได้รสชาติของชามากขึ้น

แต่สำหรับการดื่มชาแบบฝรั่งเศส นิยมรินน้ำชาทิ้งก่อนเพียงครึ่งถ้วยในถ้วยแรก ไม่ได้เป็นการทำความสะอาดใบชา แต่เป็นเพราะชายังขึ้นไปไม่ถึงพวยกาน้ำชา น้ำส่วนนี้จึงยังไม่มีรสชาเต็มที่

ก่อนดื่มชา ควรใช้ริมฝีปากบนแตะน้ำร้อนทีละนิด เพื่อตรวจสอบอุณหภูมิน้ำว่าร้อนเกินไปหรือไม่ ถ้ายกขึ้นดื่มเลย น้ำร้อนอาจลวกลิ้น ทำให้ไม่สามารถรับรสน้ำชาได้

คุณธรรมรัตน์กล่าวว่าในบรรดาชานับหมื่นชนิด เราสามารถจัดกลุ่มชาในโลกให้เข้าใจง่ายขึ้นได้เป็นชา 8 กลุ่มใหญ่ คือ

ชาขาว (White Tea) ใช้เฉพาะยอดอ่อนของต้นชา เมื่อเด็ดมาแล้วก็จะนำไปทำให้แห้งโดยตากแดด เป็นที่รู้กันทั่วโลกว่าชาขาวมี 2 ประเภท คือ ซิลเวอร์ นีดเดิล (Silver Needle) หรือเข็มเงิน เป็นชาขาวที่ค่อนข้างหายาก ราคากิโลกรัมละอยู่ในหลักหมื่นบาท เพราะผลิตได้ยาก เนื่องจากแต่ละปีมีวันเก็บใบชาเพียง 2 วัน เป็นสองวันในเดือนพฤษภาคมของทุกปีที่ใบชายังห่อตัวอยู่ ถ้าเลยจากสองวันนี้ในฤดูกาลเก็บแล้วใบชาจะบาน ชาขาวประเภทที่สองคือ ไวท์ พีโอนี (White Peony) หรือโบตั๋นขาว เป็นชาขาวที่เกิดจากการที่ใบชา เข็มเงิน บานออกมา รสชาติใกล้เคียงกัน แต่รสชาติเข็มเงินค่อนข้างอ่อนกว่าไวท์ พีโอนี คุณธรรมรัตน์แนะนำให้ดื่มชาขาวในช่วงระหว่างอ่านหนังสือ หรือทำคอมพิวเตอร์ เพราะชาขาวมีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ดี ไม่แนะนำให้ดื่มคู่กับขนมหรืออาหาร เนื่องจากรสชาติชาขาวอ่อนละมุนมาก รสชาติอาหาร-ขนมจะกลบรสชาติชาขาวหมด อาจรู้สึกเหมือนดื่มน้ำร้อนเปล่าๆ

ชาเขียว (Green Tea) เมื่อเก็บยอดอ่อนใบชาที่ยังห่อตัวอยู่เพื่อใช้ทำชาขาวไปแล้ว วันต่อๆ มาใบชาที่เหลือก็จะเริ่มบาน ถ้าเก็บใบที่สองกับใบที่สาม หมายถึงจะนำมาทำชาเขียว เมื่อเก็บใบชามาแล้วก็จะทำให้แห้ง ซึ่งจะแยกอีกว่าทำให้แห้งแบบจีนหรือแบบญี่ปุ่น ก็จะทำให้ได้ชาเขียวที่แตกต่างกันออกไปอีก ชาเขียวที่ดีของจีนยกให้กับชาเขียวหลงจิ่ง เนื่องจากภูมิอากาศ สภาพแวดล้อม ขั้นตอนการผลิต ทำให้ชาเขียวหลงจิ่งมีคุณภาพดีมาก ชาเขียวเหมาะกับการดื่มคู่อาหารจีน ถ้าดื่มตอนเช้ามีคุณประโยชน์คือช่วยล้างสารพิษในร่างกายให้ออกมากับการขับถ่าย ถ้าขับรถนานๆ หรือเกิดภาวะนั่งเครื่องบินนานๆ การดื่มชาเขียวสามารถช่วยปรับสภาพร่างกายให้เข้าสู่สภาวะปกติได้เร็ว

ชาเหลือง (Yellow Tea) มีเฉพาะเมืองจีน จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมโดยทั่วไป เกิดจากการเก็บใบชาเหมือนกัน เก็บแล้วนำมาม้วนเพื่อเก็บน้ำมันใบชาไว้ เพื่อทำให้รสชาติเพิ่มขึ้น สีเปลี่ยน พอม้วนเสร็จก็นำไปทำให้แห้ง เมื่อแห้งแล้วก็จะได้ชาเหลือง สีใกล้เคียงกับชาเขียว แต่จะออกสีเหลืองกว่าเล็กน้อย เพราะชาเขียวไม่ม้วนใบชา เวลาม้วนใบชาน้ำมันก็ยังอยู่ในใบชา เป็นการเก็บน้ำมันไว้เพื่อให้ออกมาทำปฏิกิริยากับอากาศในภายหลัง ชาเหลืองเหมาะสำหรับการดื่มคู่อาหารจีนทุกชนิด เนื่องจากกรรมวิธีการผลิตทำให้เหมาะกับการดื่มคู่อาหาร สารที่อยู่ในชาเหลืองจะช่วยกำจัดไขมันที่ค่อนข้างมีมากในอาหารจีน และช่วยส่งเสริมรสชาติอาหารจีนให้ดียิ่งขึ้น

ชาสีน้ำเงิน (Blue Tea) ชาวตะวันออกรู้จักกันในนามชาอู่หลง เมื่อเก็บใบชามาแล้วก็จะม้วนใบชาทันทีแล้วนำไปหมัก ซึ่งสามารถทำให้แตกออกมาเป็นชาอู่หลงอีก 2 ชนิดคืออู่หลงแบบจีนกับอู่หลงแบบไต้หวัน การดื่มชาอู่หลงช่วยลดความมันในการรับประทานอาหารจีน แก้เลี่ยน ชำระล้างไขมันจากอาหาร ลดคอเลสเตอรอล ในใบชาอู่หลงมีกรดอะมิโนทีอามีน สามารถหักล้างกับสารกาเฟอีนที่มีอยู่ในใบชา ช่วยระบบการย่อยสลายของอาหารในร่างกาย ทำให้ระบบการย่อยอาหารดี คนจีนจึงนิยมดื่มชาอู่หลงพร้อมติ่มซำ อาหารทะเล ขนมไหว้พระจันทร์

ชาดำ (Black Tea) ประเทศที่มีการผลิตชาดำคือจีน อินเดีย ศรีลังกา นิยมดื่มเพื่อเติมความกระปรี้กระเปร่าในยามเช้าของวัน เพราะในชาดำจะมีสารกาเฟอีนที่ทำให้รู้สึกสดชื่น พร้อมช่วยกระตุ้นระบบกล้ามเนื้อหัวใจ และการไหลเวียนของโลหิต ชาดำที่นิยมดื่มกันมี 2 ประเภท คือ 'ชาอัสสัม' จากประเทศอินเดีย และ 'ชาปู่เอ๋อ' จากประเทศจีน ในการดื่มชาดำนั้นนิยมนำมาผสมกับสมุนไพรและดอกไม้อื่นๆ กลายเป็น ชาเอิร์ลเกรย์ (Earl Grey) ชาอิงลิช เบรกฟัสต์ (English Breakfast) และชามาร์โค โปโล (Marco Polo) เป็นต้น

ชาแดง (Red Tea) เป็นชาโลกใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบและเพิ่งผลิตเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เหมาะกับดื่มคู่กับขนมหวานทุกชนิด ไม่ทำให้ขนมเสียรสชาติ เพราะรสชาติชาแดงออกแนวผลไม้ (Fruity) ดื่มง่าย ดื่มก่อนนอนก็เหมาะ ดื่มช่วงบ่ายก็ดี เพราะไม่มีกาเฟอีน เนื่องจากไม่ได้ทำจากต้นคามิเลีย แต่ทำจากต้น ลอยบอส (Rooibos) พืชเฉพาะถิ่นพบที่แอฟริกาใต้ที่เดียว

ชาอีก 2 กลุ่มใหญ่ที่เหลือคือกลุ่ม ชาที่มีเฉพาะในเมืองจีน ที่อื่นไม่มี เนื่องจากไม่มีการผลิต เป็นชาที่ใช้ใบแก่ที่สุด หมักนานที่สุด หมักในดินในถ้ำ บริโภคเฉพาะในเมืองจีน และกลุ่ม เฟเวอริต ที (Favourite Tea) เป็นชาที่เกิดจากการผสม (Blend)

ของกินที่นิยมรับประทานคู่กับน้ำชาฝรั่งคือ ขนมอบ ซึ่งมีด้วยกันหลายอย่าง จัดวางมาในชั้นวางต่างระดับที่มีรูปทรงเฉพาะตัว ลำดับการรับประทานขนมอบคู่การดื่มน้ำชาฝรั่ง คุณธรรมรัตน์แนะนำให้รับประทาน สโคน (Scone) ก่อนเป็นอันดับแรก สโคนเป็นขนมอบประเภทขนมปัง มีลักษณะใกล้เคียงกับบิสกิตของอเมริกัน แต่เป็นก้อนหนาและนุ่มกว่า มักใส่ลูกเกดหรือผลไม้ตากแห้งชนิดอื่นๆ ลงไปด้วย ควรรับประทานสโคนก่อนเพราะเป็นขนมอบที่ควรรับประทานขณะที่ขนมยังมีความอุ่น ลำดับต่อไปควรรับประทานเครื่องเคียงประเภท แซนด์วิช และ คานาเป้ เนื่องจากมีส่วนประกอบที่เป็นอาหารทำสดใหม่ หลังจากละเลียดดื่มน้ำชานั่งอ่านหนังสือนั่งเอ้อระเหยไปเรื่อยๆ ก็ปิดท้ายด้วยขนมอบประเภท บราวนี่ และ ขนมเค้ก ต่างๆ

ขอให้การดื่มชาฝรั่งครั้งต่อไปเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ @

 

หมายเหตุ:

- โรงแรมโอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โทร.02-659-9000

- ซาลอง เดอ โอเรียนเต็ล ชั้น G ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช้อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ โทร.02-259-8710

- โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ดาราเทวี เชียงใหม่ โทร.053-888-888 ต่อ 8834



ขอบคุณ เนื้อหาจาก กรุงเทพธุรกิจ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน