*/
  • สายลมที่ผ่านมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-08-21
  • จำนวนเรื่อง : 2831
  • จำนวนผู้ชม : 7044372
  • จำนวนผู้โหวต : 1652
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1652 คน
<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 14 ธันวาคม 2550
Posted by สายลมที่ผ่านมา , ผู้อ่าน : 16249 , 02:40:48 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

แนว : ดราม่า / ประวัติศาสตร์
ความยาว : 103 นาที

ณ ประเทศสยาม พุทธศักราช 2429 ศร เด็กหนุ่มที่มีความผูกพันกับดนตรีไทยมาตั้งแต่เกิด ต้องผ่านอุปสรรคนานัปการ กว่าจะได้รับการถ่ายทอดฝีไม้ลายมือในเชิงระนาดจาก ครูสิน บิดาซึ่งเป็นครูสอนดนตรีไทย ที่มีชื่อเสียงแห่งอัมพวา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากสูญเสียพี่ชาย ซึ่งเป็นนักระนาดหนุ่ม ที่ต้องพบจุดจบของชีวิต ด้วยน้ำมือของคู่ปรับ ผู้พ่ายแพ้ในการดวลระนาด ทำให้ครูสินหยุดการสอนดนตรีไทยลง

จนกระทั่งได้รับการเตือนสติจากหลวงพ่อ ทำให้ครูสินคิดได้ว่า ไม่ควรปิดกั้นโอกาสและความสามารถของลูกชายคนเล็ก ที่มีพรสวรรค์ทางด้านระนาดตั้งแต่วัยเยาว์ จึงกลับมาสอนดนตรีไทยอีกครั้ง ศรในวัยสิบกว่าขวบ จึงได้รับการถ่ายทอดฝีมือในทางระนาดจากบิดา โดยมี ทิว เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือ เป็นทั้งกำลังใจและผู้ฟังที่ดีมาตลอด

จนย่างเข้าเป็นหนุ่ม ศร (อนุชิต สพันธุ์พงษ์) กลายเป็นดาวเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝีมือในเชิงระนาด ที่ยากจักหาใครทัดเทียมในอัมพวา ผ่านการประชันขันแข่งเวทีแล้วเวทีเล่า จนเกิดลำพองในฝีมือของตน 

กระทั่งได้มีโอกาสเดินทางเข้าสู่บางกอก เมื่อบิดาได้พาไปชมการประชันทางด้านการแสดงระนาดของคณะครูแก้ว ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของบิดา ที่นั่นเองที่ศรได้เรียนรู้ถึงความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรก

เมื่อได้มีโอกาสขึ้นเล่นระนาดแทน นายขวด (บุ๋มบิ๋ม) ซึ่งเป็นมือระนาดเอกของคณะครูแก้ว จนตกอยู่ในห้วงการประชันทางฝีไม้ลายมือกับ ขุนอิน (อาจารย์ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า) นักระนาดเอกผู้มีทางระนาดที่แข็งกร้าวดุดัน และเป็น 1 ไม่เป็น 2 รองใคร จนพบกับความปราชัย

ศร ซี่งครั้งหนึ่งเคยมั่นใจ และลำพองในฝีมือระนาดของตนเอง ต้องเดินทางกลับบ้านด้วยหัวใจที่แตกสลาย เสียงระนาดอันดุดันหนักหน่วงของขุนอิน ยังคงดังกึกก้อง เป็นเหมือนภาพหลอนที่ยังคงอยู่ในศีรษะของเขา

หลังจากความภาคภูมิใจถูกทำลายไปจนหมดสิ้น แต่แล้วความสับสน ท้อแท้ สิ้นหวังกลับกลายเป็นความมุมานะที่จะฝึกฝนฝีมือ จนสามารถคิดค้นเทคนิคการตีระนาดที่ไม่เหมือนใคร

จนชื่อเสียงของศรร่ำลือไปจนถึงพระบรมมหาราชวัง ศรได้รับการอุปถัมภ์ให้เป็นนักดนตรีประจำราชสำนักจากเจ้านายในวัง (สมภพ เบญจาธิกุล) จนได้พบกับ แม่โชติ (อาระตี ตันมหาพราน) สตรีผู้สูงศักดิ์ในวัง และได้กลายเป็นคู่ชีวิตในเวลาต่อมา

         

หนทางการเป็นนักระนาดเอกมือหนึ่งของแผ่นดิน ดูเหมือนยังคงห่างไกลจากจุดที่ศรยืนอยู่ ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ศรจะต้องเรียนรู้ ตั้งแต่การฝึกสมาธิ, การควบคุมสติ และอารมณ์ ที่พร้อมจะพลุ่งพล่านอยู่ตลอดเวลา

ตราบใดที่ยังไม่สามารถสะบัดเสียงตีระนาด ที่แสนจะบาดหูจากระนาดทางดุอย่างขุนอิน ยังมีบททดสอบอีกหลายประการ ที่การพิสูจน์ในความสามารถที่แท้จริงของศร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลายทางกับการประลองความสามารถทางระนาด กับมือหนึ่งของแผ่นดินอย่างขุนอิน ในที่สุด ศรก็สามารถเอาสติชนะขุนอินคู่ปรับเก่าได้

ศรเดินทางผ่านยุคทองของดนตรีไทย จากวัยหนุ่มสู่วัยชรา เขากลายมาเป็น ท่านครู (อดุลย์ ดุลยรัตน์) ครูดนตรีอาวุโส ผู้มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย รวมทั้ง เทิด (ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง) ลูกชายของทิว เพื่อนสนิทแต่วัยเยาว์ ซึ่งเดินทางมาขอฝากตัวเป็นศิษย์ และคอยอยู่ดูแลรับใช้ใกล้ชิด

ในวัยที่ร่วงโรยนี้ ท่านครูยังคงเปิดรับต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ รวมทั้งกระแสดนตรีตะวันตก ที่ ประสิทธิ์ (สุเมธ องอาจ) ลูกชายของท่านเอง ที่ได้เดินทางไปศึกษา และติดเอามาจากประเทศญี่ปุ่น

แต่แล้ว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของบ้านเมือง ทั้งด้านการปกครองและวัฒนธรรม รวมทั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้น ทำให้รัฐบาลมีนโยบายปรับปรุงประเทศ และพลเมืองให้มีความทันสมัย เป็นอารยะตามแบบชาติตะวันตก มีกฏระเบียบมากมายออกมา ควบคุมศิลปวัฒนธรรมแขนงต่างๆ รวมทั้งดนตรีไทย โดยมีนายทหารหนุ่ม พันโทวีระ (พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง) เป็นผู้ดูแลนโยบายนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ก่อให้เกิดผลกระทบ และสร้างความปวดร้าวแก่นักดนตรีไทยทุกคน รวมทั้งท่านครู ซึ่งยังคงหาญกล้า ใช้เสียงเพลงของเขาต่อสู้ เพื่อพิสูจน์คุณค่าของดนตรีไทยที่เขารักดั่งชีวิตดูเหมือนว่า ชะตากรรมจะนำให้บุรุษหนึ่ง ได้เดินทางผ่านยุคทองแห่งดนตรีไทย ค้นพบชัยชนะและความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญจากวัยเยาว์ สู่ช่วงบั้นปลายของวัยชรา จากจุดสูงสุดสู่จุดต่ำสุด

เมื่อดนตรีไทยเริ่มถูกปิดกั้นจากทางรัฐบาล ที่ต้องการให้ประเทศเป็นศิวิไลซ์ เป็นอารยะตามแบบตะวันตก สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สร้างความปวดร้าวให้กับคนดนตรีไทยทุกคน รวมทั้งศร แต่เขาก็ยังหาญกล้าใช้เสียงเพลงต่อสู้ เพื่อให้ดนตรีไทยที่เขารักดั่งชีวิตนั้น อยู่รอดจากการถูกทำลาย...

โหมโรง ถ่ายทอดภาพชีวิต และเส้นทางการมุ่งหน้า สู่ความเป็นนักระนาดเอกมือหนึ่งของแผ่นดิน จากอัตชีวประวัติบางส่วนของ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) บรมครูของนักดนตรีไทย ผู้ผ่านยุคทองที่รุ่งเรืองอย่างสูงสุด และยุคสมัยที่กล่าวได้ว่า เป็นช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดของวงการดนตรีไทย

หลวงประดิษฐ์ไพเราะ
( ๒๔๒๔ - ๒๔๙๗ )

โดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

ตำแหน่ง หลวงประดิษฐ์ไพเราะ คือ ผู้ที่มีความสามารถในกระบวนเพลงทั้งการเล่นและการแต่งเพลงให้เป็นที่นิยมได้อย่างดีเด่น ผู้ได้รับพระราชทานทินนามนี้ จึงเท่ากับเป็นผู้ต่อชีวิตให้แก่ดนตรีไทยโดยแท้ครูดนตรีไทยท่านแรกที่ได้รับราชทินนามนี้ คือ

พระประดิษฐ์ไพเราะ หรือ ครูมี (แขก) ดุรยางกูรในรัชการที่ 2 ครูดนตรีท่านนี้ได้ขื่อว่าเป็นเอกทางปี่ ถึงกับมีกล่าวไว้ในกลอนไหว้ครูเสภาว่า "ครูมีแขกคนนี้เขาดีครัน  เป่าทยอยลอยลั่นบรรเลงลือ" เพลงทยอยที่กล่าวถึงนี้คือเพลง "ทยอยเดี่ยว" ซึ่งครูมีเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นไว้สำหรับเดี่ยวปี่ตกมาถึงเดี๋ยวนี้ ก็ยังพอจะหาฟังเพลงนี้ให้เป็นขวัญหูได้อยู่บ้างหากมีบุญพอ เพราะทุกวันนี้ผู้เล่นเพลงนี้ มีให้นับตัวได้น้อยนัก

นต่อมาที่ได้เป็นพระประดิษฐ์ไพเราะเช่นกัน คือ ครูตาด ตาตะนันท์  ครูดนตรีในรัชกาลที่ 6

ท่านสุดท้ายคือ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (จางวางศร) ซึ่งได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ในรัชกาลที่ 6

ใครเคยสังเกตบ้างว่า ก่อนที่เทียนจะดับนั้นมักทอแสงสว่างสดใสที่สุดเสียก่อนแล้วจึงดับวูบลง ช่วงระยะที่หลวงประดิษฐ์ไพเราะยังมีชีวิตอยู่นั้น เป็นยุคที่ดนตรีไทยกระเดื่องเฟื่องฟูที่สุด เมื่อสิ้นท่านก็เหมือนสิ้นยุคทองของดนตรีไทยไปด้วย ทุกวันนี้ขออย่าได้เป็นอย่างเทียนเล่มนั้นเลย เจ้าประคุณ!

พระยาประสานดุริยศัพท์ (ครูแปลก ประสานศัพท์)

ครูหลวงประดิษฐ์ไพเราะ นามเดิมว่า "ศร" เป็นบุตรคนสุดท้องของนางยิ้ม และครูสิน ศิลปบรรเลง ครูปี่พาทย์ผู้มีชื่อเสียงแห่งจังหวัดสมุทรสงคราม และเคยเป็นศิษย์ของ "ครูมีแขก" พระประดิษฐ์ไพเราะมาก่อนด้วย

ท่านเกิดที่ตำบลคลองดาวดึงส์ จังหวัดนั้น เมื่ออายุเพียง 5 ขวบ ก็ตีฆ้องวงเป็นเพลงได้โดยไม่มีใครหัดให้ แต่ก็ยังไม่ได้สนใจจะหัดจริงจังอย่างใด

กระทั้งเริ่มประทับใจดนตรีไทยจนรักที่จะเรียนจะหัดเอา เมื่ออายุได้ 11 ขวบ ในงานโกนจุกตัวเอง บิดาท่านได้จัดให้เป็นงานใหญ่ มีปี่พาทย์มาประชันวงกันหลายวง ได้เห็นฝีมือความสามารถของนักดนตรีเหล่านั้น และรู้สึกถึงความไพเราะของเพลงขึ้นมาทันที จึงได้เริ่มหัดกับบิดาด้วยความตั้งใจแต่นั้น  และในชั่วเวลาไม่นานนัก ก็สามารถออกประชันวงกับเขาได้เช่นกัน

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงลพบุรีรา

จากการได้ออกแสดงฝีมือนี้เองทำให้ชื่อเสียงของนายศร เป็นที่เลื่องลือในหมู่นักดนตรีมากขึ้น โดยเฉพาะในงานใหญ่ครั้งแรก คือ งานโกนจุกเจ้าจอมเอิบ และเจ้าจอมอบ ธิดาเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ จังหวัดเพชรบุรีนั้น ฝีมือระนาดเอกของนายศรปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด คือ การได้ตี "ไหว" คำว่า "ไหว" นี้เป็นภาษาทางดนตรีโดยเฉพาะระนาดเอก หมายถึง การตีได้รัวเร็วอย่างยิ่ง ใครตีได้อย่างนี้จัดว่ามีฝีมืออยู่ในขั้นสูงทีเดียว

ครั้งนี้เองที่ทำชื่อให้นายศรบุตรครูสินไว้มาก อีกครั้งหนึ่งที่สำคัญ คือ การประชันวงในวันคล้ายวันเกิดของเจ้าคุณจอมมารดาสำลี พระมารดาพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี นายศรได้แสดงฝีมือการเดี่ยวระนาดเอกเพลงกราว ในเถาเพลงนี้เป็นเพลงที่ต้องใช้วิธีการบรรเลง ยากมาก และกินเวลาถึง 1 ชั่วโมง นายศรบรรเลงได้อย่างดียิ่ง เป็นที่พอพระทัยของเจ้านายที่เสด็จมาในงานนั้น สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ซึ่งเป็นนักดนตรีฝีพระหัตถ์เยี่ยมถึงกับประทานรางวัล

สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ (สมเด็จวังบูรพา )ทรงฉายพร้อมพระโอรสและพระธิดา

เหตุการณ์สำคัญที่ชักนำให้นายศรได้เข้ามาอยู่ในวังบูรพาภิรมย์ คือ เมื่อสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดชเสด็จไปบัญชาการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสถ้ำเขางูจังหวัดราชบุรีสมเด็จเจ้าฟ้าฯ วังบูรพาองค์นี้ ได้ทรงทราบกิตติศัพท์ของนายศรจึงรับสั่งให้หาตัว  เมื่อได้ทรางสดับฝีมือของนายศรแล้ว ทรงพอพระทัยมากถึงกับทรงขอตัวจากบิดาท่านให้เข้ามาเป็นมหาดเล็กในพระองค์ นายศรจึงได้เข้ามาเป็นมหาดเล็กจนได้เป็นจางวาง คือ เป็นใหญ่ในบรรดามหาดเล็กอยู่ในวังบูรพาภิรมย์ตั้งแต่เมือมีอายุได้เพียง 19 ปี

หลวงประดิษฐ์ไพเราะ และนางโชติ

ระยะอยู่ในวังบูรพาภิรมย์นี้เองที่ชื่อของจางวางศรและวงดนตรีวังบูรพาภิรมย์เป็นที่ยกย่องกันทั่วไป ทั้งสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดชก็ทรงโปรดชุบเลี้ยงด้วยพระมหากรุณาเป็นอย่างยิ่ง ทรงอุปถัปภ์ให้อุปสมบท ณ วัดบวรนิเวศวิหาร 1 พรรษา  โดยสมเด็ดพระมหาสมณเจ้า กรมพระวชิรญาณวโรรสทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อจากนั้นทรงพระกรุณาจัดการแต่งงานให้กับ นางสาวโชติ หุราพันธ์ ธิดาพันโทพระประมวญประมาญพล  จางวางศรได้ตั้งในปฏิบัติหน้าที่สนองพระกรุณาด้วยความจงรักภักดีอย่างสุดความสามารถตลอดมา

    

ความสามารถของจางวางศรนั้น ไม่จำเพาะเพียงฝีมือการบรรเลงดนตรีไทยได้ทุกเครื่องมือเท่านั้น ท่านยังมีความสามารถในการประดิษฐ์เพลงขึ้นใหม่ตลอดถึงการปรับปรุงเพลงที่มีอยู่แล้ว ขยายอัตราจังหวะขึ้นเป็นสามชั้น และทอนลงเป็นชั้นเดียวที่เรียกว่า "เพลงเถา" ได้อีกด้วย การปรับปรุงเพลงประเภทนี้ท่านได้ทำไว้ถึงร้อยกว่าเพลงและยังนิยมเล่นกันมาจนถึงทุกวันนี้ มีเพลง "ลาวเสี่ยงเทียน" เป็นต้น

จางวางศร (รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ในรัชกลที่ ๖ )

สมัยนั้น การขับเสภาแล้วร้องส่งยังมีอยู่ ว่ากันว่าบางทีมีการลองภูมิกันในระหว่างคนขับเสภากับวงดนตรี คือ เมืองถึงตอนจะร้องส่งคนร้องขึ้นเสียงใด เมื่อจบแล้ว ดนตรีต้องรับเสียงนั้นให้ได้ โดยไม่เสียเพลงด้วย ครั้นท่อนสองจึงปรับให้ลงกันและวงวังบูรพาภิรมย์ ยังไม่ได้ต่อแต่จางวางศรก็นำวงรับร้องเอาตัวรอดไปได้ทุกเพลงเสมอมาครั้งหนึ่ง กรมหลวชุมพรเขตอุดมศักดิ์ซึ่งมักจดเพลงมาจากบ้านนอก เมื่อเสด็จหัวเมืองแล้วนำมาร้องส่งเพื่อจะให้จนแต่ก็ไม่เป็นผลมาแล้ว คราวนี้ นำเอาเพลงคุณป้าคุณลุงซึ่งมีถึง 10 จังหวะมาร้องส่งวงบูรพาฯ ไม่ได้ต่อเพลงนี้ไว้แต่ด้วยปฏิภาณอันเฉียบแหลมและเชาวน์ไวของจางวางศรก็ยังเอาตัวรอดได้แม้จะมีขลุกขลักอยู่บ้าง กรมหลวงชุมพรฯ จะปรับเป็นแพ้ แต่สมเด็จวังบูรพาไม่ทรงยินยมรับสั่งว่า จังหวะมากนักเขาถูลู่ถูกังไปได้ก็ดีแล้ว เมื่อเลิกเล่นแล้วจางวางศรถึงกับบ่นว่า ถ้าขืนเอาเพลงอย่างนี้มาร้องส่งเราคงจนจนได้

จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต (๒๔๒๔-๒๔๘๗ )

เพลงนี้เองท่านได้จดจำไว้ และเปลี่ยนเป็นทางต่าง ๆ ให้ชื่อใหม่ว่า "อะแซหวุ่นกี้" ซึ่งยังคงเล่นกันอยู่จนทุกวันนี้

มีเรื่องเล่าถึงความสามารถของจางวางศรอีกเรื่องหนึ่งคือ ในงานหนึ่งจางวางศรตีระนาดเอกอยู่ในวง พอโหมโรงตั้งสาธุการไปจนถึงเชิด ปรากฏว่ามีเสียงกลองทัดดังผิดปรกติจางวางศรหันไปดูก็เห็นว่าเป็นคนกลองฝีมือดีจากนอกวังเข้ามาตี และเริ่มรุกจังหวะอย่างขนาดใหญ่ ท่านหันมายิ้มและพยักหน้าเป็นทีว่าสนุกละ แล้วท่านก็ตีเพลงเชิดอย่างสนุก เพลงเชิดนั้น เขาเรียกเป็นตัว ๆ ท่านปล่อยตัวเชิดไม่รู้กี่ตัวต่อกี่ตัว เชิดไม่จบ ไม่ซ้ำกันเลย และยังไม่ยอมลงเร็วจนคนในวงเหงือหยด คนกลองยิ่งรุกยิ่งเร่ง ท่านก็ยิ่งหนี ยิ่งเร็วยิ่งไหว แต่ยังไม่ยอมลง

จนที่สุดท่านหันมาดู เห็นคนกลองผู้นั้นเหงือท่วมตัวพยักหน้าขอลงท่านจึงรัวลงพอลงไม้กลองสุดท้าย คนกลองก็ฟุบเป็นลมตรงหน้ากลองคู่นั้นเอง พอฟื้นขึ้นมา ก็คลานไปกราบจางวางศร ท่านเข้ากอดแล้วว่า "ตั้งแต่ทำโหมโรงมา เพิ่งสนุกจริง ๆ วันนี้ คราวหน้ามาใหม่นะ" แล้วทั้งคู่เลยได้สนิทสนมกันเพราะได้รู้มือกันนั้นเอง

หลวงประดิษฐ์ไพเราะ ได้ถึงแก่กรรมเมื่อ 8 มีนาคม พ.ศ 2497

ผลงานกำกับอีกครั้งของ อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์  ดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์โดย อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์, ดลกมล ศรัทธาทิพย์, พีระศักดิ์ ศักดิ์ศิริ

อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ ชื่อเล่นที่บ้านขื่อว่า "ลูกหมู" บิดารับราชการตำรวจชื่อ สืบพงษ์ (จำยศไม่ได้) และคุณปู่ก็เป็นตำรวจเช่นกัน คุณพ่อและคุณปู่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับสำนักพิมพ์ รวบรวมกฏหมายในด้านต่างๆ เกิดวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2505 ประวัติการทำงานของคุณอิทธิสุนทรได้สร้างสรรค์ผลงานบันเทิงหลายชิ้นและเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมทั่วไปมาโดยตลอด อาทิ เป็นผู้เขียนบทและร่วมแสดงในรายการเพชฌฆาตความเครียด

เป็นโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับรายการพลิกล็อค, วิก 07 ให้กับบริษัทเจเอสแอล ซึ่งแต่ละรายการได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนั้น และ เป็นผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณา และเขียนบทให้กับบริษัทกิมมิค ไดเรคชั่น โดยมีผลงานเรื่อง “ลูกบ้าเที่ยวล่าสุด”, “ปู่ครับ ผมรักพ่อ”, “พระจันทร์ลายกระต่าย” และล่าสุดได้ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากภาพยนตร์เรื่อง “โหมโรง”

ด้วยผลงานภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จหลายเรื่อง และเป็นอีกผู้หนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้วงการภาพยนตร์ไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทำให้คุณอิทธิสุนทรได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย อาทิ

รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม เขียนบทยอดเยี่ยม ชมรมวิจารณ์บันเทิง ปี 2536 จาก “ลูกบ้าเที่ยวล่าสุด”

รางวัลภาพยนตร์ส่งเสริมเยาวชน ปี 2536 จาก “ลูกบ้าเที่ยวล่าสุด”

รางวัลเมขลา ละครสร้างสรรค์ดีเด่น ปี 2542 จาก “พระจันทร์ลายกระต่าย”

ประวัตินิสิตเก่าดีเด่น คณะสถาปัตย์จุฬาฯ เข้าเรียน 2523-2527 มีเพื่อนที่เป็นที่รู้จักรุ่นเดียวกันเช่น เกรียงไกร อมาตยกุล(ซุโม่เอ๋), บำเพ็ญ ชำนิบรรณการ (ซูโม่แห้ว),กฤษณพงษ์ เกียรตืศักด์ (บก.นิตยสาร WALLPAPER) สุทธฺศักดิ์ สุจริตานนท์ (นายกสมาคมที่เกี่ยวกับการโฆษณา) มัธยมต้น อำนวยศิลป์หระนคร มัธยมปลาย เตรียมอุดมศึกษา

โหมโรง หรือ The Overture นำแสดงโดย

อนุชิต สพันธุ์พงษ์ (จาก 15 ค่ำ เดือน 11) รับบท ศร ในสมัยรัชกาลที่ 5 ตัวเอกของเรื่อง ซึ่งเขาต้องใช้เวลาในการหัดเล่นเครื่องไม้เครื่องมือ และฝึกซ้อมดนตรีไทยประเภทต่างๆ อาทิ ซอ ฆ้อง ระนาดทุ้ม ฉิ่ง โดยเฉพาะระนาดนานถึง 8 เดือน เพราะต้องสวมบทมือระนาดเอกฝีมือดี ที่มีแนวทางในการเล่นระนาดแนวใหม่ในสมัยนั้น นั้นคือการเล่นระนาดเชิงพริ้วไหว ซึ่งต้องโชว์ลีลาในการสะบัดข้อมือ ลงระนาดด้วยตัวเอง

ไม่เพียงเท่านั้น ยังต้องกล้อนผมแต่งเนื้อแต่งตัวให้เข้ากับยุคสมัย โดยต้องนุ่งโจงกระเบน เพราะตัวละครที่เขาแสดง เดินเรื่องราวชีวิตอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทำให้ต้องมีการเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ในการแสดง โดยเฉพาะการโชว์ฝีไม้ลายมือ ในการเล่นระนาดได้อย่างสมจริง ซึ่งกว่าจะได้อย่างที่เห็นในภาพยนตร์ ก็ต้องใช้ความสามารถ และพึ่งพาความอดทน ในการฝึกซ้อมอย่างจริงจัง

อดุลย์ ดุลยรัตน์ รับบท ท่านครู หรือ ศร ในยุคสมัยรัชกาลที่ 8

พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบท พันโทวีระ นายทหารหนุ่มผู้ยึดมั่นในคำสั่งของรัฐบาล ในการปรับปรุงวัฒนธรรม ให้เทียบเท่าอารยะธรรมตะวันตก

อาระตี ตันมหาพราน รับบท แม่โชติ สตรีในวังผู้สูงศักดิ์ ผู้เป็นกำลังใจให้ศร

สุเมธ องอาจ รับบท ประสิทธิ์ ทายาทเพียงคนเดียว ของบรมครูทางด้านดนตรีไทยผู้ยิ่งใหญ่

ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง (จาก โอเคเบตง) รับบท เทิด ลูกชายทิวเพื่อนสนิทของศร

อาจารย์ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า จากวง 'บอยไทย' รับบทเป็น ขุนอิน นักระนาดเอกมือฉกาจ คู่ปรับเก่าของศร ผู้ซึ่งทำให้ศรได้เรียนรู้ถึงความผ่ายแพ้เป็นครั้งแรก

สมภพ เบญจาธิกุล รับบทของเจ้านายจากในวัง ผู้ทรงโปรดปรานในความงดงามของดนตรีไทย และเป็นผู้ผลักดันให้นักระนาดหนุ่มผู้ทะนงตนอย่างศร ได้กลายเป็นระนาดเอกมือหนึ่ง

ชุมพร เทพพิทักษ์ รับบท ทิว เพื่อนรักที่เป็นกำลังใจ และคอยอยู่เคียงข้างศร

บุ๋มบิ๋ม สามโทน รับบทเป็นนายขวด มือระนาดจอมอู้แห่งบางกอก ที่เปิดโอกาสให้ศร ได้ประชันกับขุนอินเป็นครั้งแรก

อุดม ชวนชื่น ศิลปิน ลิเก นักแสดงตลกรุ่นอาวุโส มารับบทเป็นช่างซ่อมเครื่องดนตรีไทยในยุคสงครามโลก

สมชาย ศักดิกุล แห่ง 15 ค่ำเดือน 11 มาเป็นอีกหนึ่งนักแสดงรับเชิญ

รวมไปถึงเหล่านักแสดง และอาจารย์ผู้คร่ำหวอดทางด้านดนตรีไทย มาร่วมถ่ายทอดความสามารถ ผ่านแผ่นฟิล์มอีกนับไม่ถ้วน อาทิเช่น อ.เกริกเกียรติ พันธุ์พิพัฒน์, ลูกปู ดอกสะเดา, มืด ไข่มุก, อ.อภิธาร สมานมิตร และ วัชรากร บุญเพ็ง

ทีมงานสร้างประกอบด้วย ผู้กำกับภาพ ณัฐวุฒิ กิตติคุณ (ลูกบ้าเที่ยวล่าสุด, นางนาก, จันดารา, โกลคลับ, เจ็ดประจัญบาน, ตะเคียน, องค์บาก, องคุลีมาล, ละครโทรทัศน์เรื่อง 'พระจันทร์ลายกระต่าย') บันทึกเสียงโดย คอนราด แบรดลี่ สเตเลอร์

ฝึกสอนดนตรีโดย อาจารย์ถาวร ศรีผ่อง ผู้เล่นระนาดเอกให้กับมหาราชาคอนแชร์โต และเป็นมือระนาดที่สามารถเล่นระนาดโชว์ พร้อมกันทีเดียวถึง 4 ราง

ที่ปรึกษาดนตรีโดย อัษฎาวุธ สาคริก อาจารย์ผู้สอนและทำงานเผยแพร่ดนตรีไทย ในมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ

ที่ปรึกษาการแสดงโดย อรชุมา ยุทธวงศ์ กำกับศิลป์โดย รัชชานนท์ ขยันงาม, นวชาติ สำเภาเงิน, เกียรติชัย คีรีศรี ออกแบบเครื่องแต่งกายโดย พราวเพลิน ตั้งมิตรเจริญ ออกแบบหน้า-ผมโดย มนตรี วัดละเอียด ผู้ช่วยผู้กำกับได้แก่ พีระศักดิ์ ศักดิ์ศิริ (ขอเก็บหัวใจไว้ที่เธอ, ฉลุยหิน), สวนีย์ อุทุมมา, นฤมล สุทัศนะจินดา, ศรีรัตน์ บุญวัธนะศักดิ์ ดนตรีประกอบโดย ชาติชาย พงษ์ประภาพันธุ์ (นางนาก, จันดารา, โคลนนิ่ง คนก๊อปปี้คน, มนต์รักทรานซิสเตอร์, บางระจัน, ขุนแผน, นช.นักโทษชาย, ตะลุมพุก, องคุลีมาล, โอเคเบตง) และ ชัยภัค ภัทรจินดา

เกร็ดภาพยนตร์

เพลงโหมโรง หมายถึงเพลงที่บรรเลงก่อนที่จะแสดงโขน ละคร หรือก่อนที่จะมีการบรรเลงดนตรี เพลงโหมโรงเป็นเพลงบรรเลงล้วนๆ ไม่มีการขับร้อง และกลายเป็นเพลงสัญลักษณ์ ก่อนที่จะเปิดการแสดงใดๆ ที่ต้องใช้ดนตรีไทยประกอบจุดประสงค์ที่แท้จริง

ที่ต้องมีเพลงโหมโรงก่อนนั้น มีผู้ให้ข้อสันนิษฐานไปหลายทาง เช่น เป็นเสียงโฆษณาให้ทราบว่า จะมีการแสดงดนตรีหรือมหรสพ หรือการแสดงนั้นๆ กำลังจะเริ่มขึ้นแล้วบ้าง เป็นการอุ่นเครื่องให้กล้ามเนื้อทำงานได้คล่องแคล่ว เพื่อให้บรรเลงเพลงต่อไปได้สะดวกขึ้นบ้าง เป็นการทดสอบความถูกต้องของเสียงในเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น เพื่อจะได้แก้ไขให้ถูกต้องบ้าง จนถึงการเอาภูตผีเทวดา เทพเจ้า เข้ามาเกี่ยวข้องกับการบรรเลงก็มี อันล้วนแล้วให้เกิดประโยชน์ ทั้งผู้ฟังดนตรีและนักดนตรีเอง

มีผู้ให้ข้อคิดเห็นว่า เพลงโหมโรงของไทย มีส่วนคล้ายกับเพลงโหมโรงของชาวตะวันตกที่เรียกว่า Overture แต่จะต่างกันตรงที่ว่า เพลงโหมโรงของไทยบรรเลงก่อนจะเปิดการบรรเลงดนตรี หรือแสดงโขน ละคร ส่วน Overture ของตะวันตก บรรเลงก่อนที่จะเปิดการแสดงโอเปร่า (Opera)

ระนาดเอก เป็นเครื่องดนตรีที่วิวัฒนาการมาจากกรับ โดยประดิษฐ์ไม้กรับให้มีขนาดลดหลั่นกัน โดยประดิษฐ์ไม้กรับให้มีขนาดลดหลั่นกัน เจาะรูร้อยเชือกแล้วนำไปแขวนบนรางไม้ เพื่อช่วยอุ้มเสียงให้เกิดความไพเราะ ลักษณะของระนาดค่อยเปลี่ยนแปลงขึ้นเรื่อยๆ มีเสียงไพเราะยิ่งขึ้น จนถือว่าเป็นเสียงมาตรฐานในวงดนตรีไทย ระนาดรางหนึ่งจะมี 21 ลูก คำว่าระนาด เป็นคำไทยแผลงมาจากคำว่า "ราด" หมายถึงการวางเรียงแผ่
ออกไป นับเป็นเครื่องดนตรีที่สำคัญของวงปี่พาทย์ไทย ทำหน้าที่แปลงลูกฆ้องให้เป็น
ทำนองเต็ม มีกลเม็ดสลับซับซ้อน มีเก็บ สะบัด ขยี้ ฯลฯ ผู้เล่นจะต้องมีความสามารถ มีความชำนาญ เพราะระนาดเอกมีเสียงเด่น และเป็นเสียงนำในวงปี่พาทย์

ก่อนที่จะมาใช้ชื่อภาพยนตร์ว่า โหมโรง อิทธิสุนทรได้ตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า The Overture มาก่อน ความหมายของทั้งสองคำคล้ายคลึงกัน สิ่งที่เหมือนกันคือ ทั้งสองคำต่างเป็นศัพท์ของการเล่นดนตรี และมีเป้าหมายคือเล่นเพื่อเปิดการแสดง เพื่อประกาศว่าดนตรีจะเริ่มแล้ว หรือเป็นการเล่นเพื่อวอร์มอัพ

เพลงประกอบภาพยนตร์ชุดนี้ จำนวนทั้งสิ้น ๑๗ เพลง ได้แก่

๑. อัศจรรย์ เพลงร้องปิดท้ายภาพยนตร์ ความยาว ๓.๒๗ นาที

๒. แขกบรเทศ เพลงประกอบในตอนช่วงแรกวัยหนุ่มของศร ความยาว ๐.๕๕ นาที

๓. ต้นวรเชษฐ์ เพลงประกอบตอนเข้าบางกอก ที่พบปะหน้ากับขุนอินรอบแรก ความยาว ๑.๓๑ นาที

๔. คำหวาน เพลงประกอบสีซอ จีบสาว หวานจับใจครับ นึกถึงภาพในภาพยนตร์ช่างสวยงามและติดใจกับเพลงนี้มาก ๆ ครับ ความยาว ๑.๓๒ นาที

๕. กระต่ายเต้น เพลงประกอบที่ "เปียก" เล่นเฮฮากับพรรคพวก ความยาว ๑.๑๕ นาที

๖. โหมโรงประเดิมชัย เพลงประกอบการประชันกันครั้งที่สองกับขุนอิน จากฝ่ายขุนอิน ความยาว ๑.๓๗ นาที

๗. โหมโรงอัฐมบาท เพลงประกอบในการประชันกัน จากฝ่ายศร ความยาว ๑.๓๔ นาที

๘. โหมโรงช่อผกา เพลงที่สองในการประชันกันแบบเดี่ยวระนาด จากฝ่ายขุนอิน ที่เต็มไปด้วยความหนักแน่น ความยาว ๑.๒๒ นาที

๙. โหมโรงจีนดอกไม้ เพลงตอบโต้ในการประชันเดี่ยวระนาด จากฝ่ายศร ที่ร่ายบทเพลงบทระนาดเอกได้อย่างสุดพลิ้ว ความยาว ๑.๓๗ นาที

๑๐. แสนคำนึง บทเพลงระนาดเพลงสุดท้าย จากครูศร (ในภาพยนตร์) ความยาว ๓.๐๖ นาที

สำหรับชุดหลังคือเพลงที่ ๑๑. ถึง เพลง ๑๖. เป็นการบรรเลงจากเครื่องดนตรีสมัยใหม่ ที่เป็นเพลงบรรเลงคลอไปในบรรยากาศของภาพยนตร์ครับ

๑๑. แรกพบ เพลงซอประกอบกับเครื่องดนตรีสมัยใหม่ เปิดคลอในช่วงแรก ๆ วัยเยาว์ ความยาว ๒.๑๐ นาที

๑๒. เติบโต ความยาว ๒.๓๕ นาที

๑๓. เบิกบาน ๐.๔๖ นาที

๑๔. สำนึก ๑.๐๙ นาที

๑๕. ชัยชนะ ความยาว ๒.๐๙ นาที

๑๖. ความหวัง ความยาว ๒.๒๓ นาที

๑๗. อัศจรรย์ (บทสมบูรณ์) เพลงปิดท้าย ความยาว ๔.๓๘ นาที

โหมโรงประเดิมชัย

โหมโรงอัฐบาท

โหมโรงจีนตอกไม้

โหมโรงช่อผกา

โหมโรงที่ถามถึงทั้ง 4 เพลงนั้น เป็นการบรรจุเพลงสำหรับงานสร้างภาพยนตร์ “โหมโรง” ในฉากสำคัญ 2 ฉากด้วยกันโดยจัดวางน้ำหนักลีลาของเพลง อารมณ์และสีสันบรรยากาศของภาพไปตามบทภาพยนตร์ที่อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ ผู้กำกับ เขียนไว้เป็นโจทย์เบื้องต้น สำหรับการตีความเป็นภาษาดนตรี 3 เพลงแรกเป็นของ วงกอไผ่

ส่วนเพลงสุดท้ายเป็นของพี่ปอง อ.ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า หรือ “ขุนอิน” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในหมู่มิตรรักแฟนเพลงจนถึงทุกวันนี้


ฉากแรก เป็นช่วงที่ศรยังอยู่ในถิ่นเดิมคือลุ่มน้ำแม่กลอง ต้อยตามวงครูสินจากอัมพวาไปประชันกับวงปี่พาทย์นายหยกเมืองราชบุรีที่เทศาฯ

ส่วนฉากหลังเป็นการประชันฝีมือกันระหว่างศรเมื่อมาเป็นนักระนาดคนใหม่ในวังของสมเด็จฯ ต้องพบกับขุนอินมือระนาดวังหลวง

ถ้าถามว่า ทั้ง 4 เพลงใช้ประชันขันแข่งกันในโลกของความจริงหรือเปล่า ?

คงไม่ใช่สำหรับดนตรีไทยในขนบที่สืบทอดกันมาแต่อดีต เพราะกระบวนเพลงโหมโรงเสภานั้นมีโครงสร้างมีหลักเกณฑ์องค์ประกอบที่เคร่งครัดกว่านี้มาก รวมถึงใช้เวลาและรายละเอียดของเพลงที่ซับซ้อนกว่านี้

แต่นี่เป็นการจำลองเพลงโหมโรงเสภามาอย่างย่นย่อเพื่อให้เหมาะกับเวลาของภาพยนตร์ เหมาะกับภาษาหนัง ซึ่งต้องการความรวบรัดและชัดเจนในการสื่อสาร เล่าเรื่องผ่านพฤติกรรมความรู้สึกของตัวละครต่างๆทั้งคนเล่นดนตรี คนดูดนตรี หรือการจับคู่ความขัดแย้งของคาแรคเตอร์ในมิติต่างๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังคงยืนอยู่บนหลักวิชาการดุริยางคศิลป์ไทยอยู่ เป็นการดัดแปลงโดยเคารพครูบาอาจารย์รากฐานเดิม ซึ่งคิดว่าผลลัพธ์เมื่อกลายเป็นภาพยนตร์แล้วก็คงจะสื่อในการตอบโจทย์ได้บ้างไม่มากก็น้อย


โหมโรงประเดิมชัย
วงนายหยก ราชบุรี

นายหยก ตีระนาด วงตั้ง แต่งโดยคุณนิค ชัยภัค ภัทรจินดา โดยการนำเพลงนางนาคสองชั้นของเดิมมาขยายเป็นสามชั้น หน้าทับปรบไก่ ท่อนแรกเป็นทางเก็บ ท่อนหลังมีการยักเยื้องทำนองแทรกลูกล้อลูกขัด ลงท้ายวาอย่างฝั่งธนโบราณ

ชื่อประเดิมชัย เป็นชื่อใหม่ ชัยภัคตั้งเอง ล้อกันอยู่ตอนที่อัดเสียงว่าคงเป็นชื่อย่อของ “ประเดิมชัยภัค” กระมัง

โหมโรงอัฐมบาท
วงครูสิน อัมพวา

น้าชุ่ม ตีระนาดล่ม, ศร ตีระนาดชนะ ดัดแปลงมาจากเพลงแปดบทสามชั้นของคุณครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ลูกเล่นในเพลงสมคบคิดกันหลายคนในวงกอไผ่ มีลูกล้อเลียนเพลงต้นแบบหลายเพลงทั้งแปดบท-เขมรปี่แก้วทางสักวาและอื่นๆ ลงท้ายวงอย่างปกติ

โหมโรงจีนตอกไม้
วงสมเด็จฯ

ศรตีระนาดรอบแรกตะกั่วหลุด รอบหลังเปลี่ยนผืนระนาดของพ่อ ตีจนจบเป็นที่พอใจของผู้ฟัง

เกิดจากการประสมเพลง 5 ส่วน เข้าด้วยกัน

1.ขึ้นหัวเป็นรัวระนาดนำที่นายเบิ่งทำไว้

2. ต่อด้วยเพลงจีนตอกไม้ของครูปื๊ด สุพจน์ โตสง่า ที่เคยตีอัดแผ่นไว้กับห้างกมลสุโกศล เอามาเป็นลูกอ้างอิงและเป็นจุดสนใจของตัวเพลงหลัก (ซึ่งมีอิทธิพลพอสมควรในตอนตะกั่วหลุดและเป็นโลโก้หนึ่งของหนังที่คนจำได้)

3. ตามด้วยรัวระนาดยืนเสียงเดียวกับมีการสอดทำนองเครื่องตีอื่นๆในวงเป็นฉากหลัง โดยยึดหลัก counterpoint ของดนตรีฝรั่งมาแปลงร่างใหม่ โดยตีโจทย์แบบหนังจีนเป็นว่าสูงสุดคืนสู่สามัญ-ความสงบสยบความเคลื่อนไหว-ประจัญบานด้วยดาบเดียว อะไรทำนองนี้ และเป็นจุดเปลี่ยนของจิตใจนายศรด้วย (เสียงๆเดียวนี่มีความหมายนะ)

4. ลงท้ายคึกคักด้วยอาหนูชั้นเดียวทางเปลี่ยน เป็นทางเพลงของคุณครูหลวงประดิษฐไพเราะที่ท่านต่อไว้ให้ครูสุบิน จันทร์แก้ว แล้วครูสุบินนำมาถ่ายทอดต่อให้พวกเราอีกทีหนึ่ง แต่มือฆ้องและลีลาเพลงดัดแปลงใหม่โดยคุณชัยภัคให้ดูมีความโลดโผนมากขึ้น

5. ลงท้ายวาแบบจีน อันนี้เป็นผลงานคุณชัยภัครับไปเต็มๆ

ชื่อเพลง คงชื่อเดิมไว้ไม่เปลี่ยน โดยมี 2 ความหมายคือ

1.ชื่อนี้คนรู้จักกันดีอยู่แล้ว ต้องรักษาคุณค่าตรงนี้ไว้

2. เพลงมีสำเนียงจีน และนัยยะของการตี/บรรเลงระนาดคือการตอกไม้นั่นเอง ก็เป็นการสื่อสารที่ตั้งใจให้ผู้ฟังได้คิดถึงกัน


โหมโรงช่อผกา
วงวังหลวง ขุนอินตีระนาด

ที่จริงเพลงนี้เคยได้ยินมาบ้างก่อนจะมีสร้างหนังเรื่องนี้ แต่มาคุ้นหูเอาจริง ๆ ตอนที่ต้องบรรจุไว้ในฉากของขุนอินตีระนาดกราดเกรี้ยวดุดันแก้มกระเพื่อมนี่แหละ เป็นผลงานของพี่ปอง อ.ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า ลูกชายเจ้าของเพลงจีนตอกไม้นั่นแหละ ต้นเค้าของเพลงมาจากท่อนรับของทำนองว่าดอกในเพลงลา แต่มีการปะหัวปะท้ายด้วยไอเดียใหม่ของพี่เขา ถ้าจะเอาอารมณ์โหมโรงประชันรุ่นใหม่ เพลงนี้ตอบโจทย์ได้เยอะทีเดียว

1. มีวรรคขึ้นเพลงที่ปี่ในเป่าแบบรัวประลองเสภา (ตอย..แล็ด...) แล้วระนาดขยี้รับ

2. ต่อด้วยกลองสองหน้าตี ปะปะพรึงพรึงแบบเพลงเร็ว มีทำนองติดหูสลับระหว่างวงกับเดี่ยวระนาด

3. ถอนจังหวะมาเป็นปรบไก่สองชั้น ระนาดเดี่ยวลูกรับทำนองว่าดอก

4. แล้วห่อด้วยทำนองเพลงเร็วอย่างใน 2 5. ลงท้ายวาจบเพลง พร้อมทั้งถลึงตามองศร ตอนหลังพี่ปองขยายเพลงนี้ให้เป็นทางเดี่ยวสำหรับทุกเครื่องมือ และเมื่อต้นปี 2548 จำได้ว่าเคยทำเพลงนี้เป็นเถา เอาไปเล่นที่งานประชันกรมประชาสัมพันธ์

รางวัลและเกียรติคุณ

นอกจาก โหมโรง จะเป็นภาพยนตร์จากประเทศไทยที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในเวทีรางวัลออสการ์ครั้งที่ 77 ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมแล้ว โหมโรงยังได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย รวมทั้ง

รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 14 ประจำปี พ.ศ. 2547

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (อดุลย์ ดุลยรัตน์)

รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 13 ประจำปี พ.ศ. 2547

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง)

สตาร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ อวอร์ดส์ ครั้งที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2547

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (อดุลย์ ดุลยรัตน์)

.
.

ขอขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.pantip.com/cafe/chalermthai/newmovie/theoverture/ov.html

บทเพลง อัศจรรย์ - ประกอบภาพยนต์"โหมโรง"

โดย เกียร์ติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ จาก www.esnips.com 

และ เพลงบรรเลงระนาด โหมโรง จาก www.ijigg.com

ขอขอบคุณ

http://www.oknation.net/blog/PRIMES

ผู้ซึ่งส่ง Tag "เพลง /หรือ หนังแห่งสายลมหนาวของคุณ"

มาให้สายลมฯ

เพื่อระลึกถึง ภาพยนต์แห่งความภาคภูมิใจของสยามประเทศ

ขอขอบคุณทุกท่านค่ะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 64 (0)
พระจันทร์ วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 23.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sasithorn
เพราะเชื่อว่า...โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ...รู้หรือไม่รู้...เท่านั้นเอง

... ชื่นชมค่ะ ...

พระจันทร์

ความคิดเห็นที่ 63 (0)
mookie วันที่ : 16/12/2007 เวลา : 07.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

โอ้ววว


ตอบแถก...


หรือทำวิทยานิพนธ์กันเนี่ย....

ความคิดเห็นที่ 62 (0)
ป.ประพันธ์ วันที่ : 16/12/2007 เวลา : 01.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/in-my-place
My Heart always leads my Head  

หนังดีจริง ๆ ครับ
ข้อมูลครบครัน
รร.สอนดนตรีไทย
น่าจะมีเยอะ ๆ นะครับ

ความคิดเห็นที่ 61 (0)
เสี่ยวป้อ วันที่ : 15/12/2007 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/seaugpor
  "เสวนา กับ เสี่ยวป้อ มีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางอันหลังมากกว่า 555"

ท่าทางป้ายังไม่ตื่น ชิมิ!!

ความคิดเห็นที่ 60 (0)
veerin วันที่ : 15/12/2007 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

โหมโรง..เป็นภาพยนต์ที่น่าชื่นชมมากๆเลยค่ะ..

ชื่นชมในการถ่ายทอดคุณค่าแห่งศิลปะ วัฒนธรรมออกมาได้อย่างงดงามยิ่งนัก..

ชอบดนตรีไทยและผูกพันกับดนตรีไทย มาตั้งแต่เด็กเลยค่ะ จึงชอบเรื่องนี้เป็นพิเศษค่ะ

ความคิดเห็นที่ 59 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 15/12/2007 เวลา : 08.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

ชอบเหมือนกันค่ะ...มี DVD เก็บไว้เป็นสมบัติแล้วด้วย
ดูหลายรอบแล้วยังประทับใจไม่รู้ลืม

ขอบคุณสำหรับข้อมูล...ที่ลงรายละเอียดเอามาก ๆ ดีมาก ๆ เลยค่ะ...ชอบ ๆ +1

ความคิดเห็นที่ 58 (0)
bioslife วันที่ : 15/12/2007 เวลา : 08.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/biosLife
http://www.oknation.net/blog/bioslife2 (คุยกับน้า เรื่องเพลงมาฝากเพื่อน)


ยอดเยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 57 (0)
สายธาร วันที่ : 15/12/2007 เวลา : 06.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cyberfrogy
 http://www.facebook.com/groups/dhammayatrahttps://www.facebook.com/BAAN.RAI.SAITHARN http://www.oknation.net/blog/DigitalTour


ดูแล้วครับ...ดีมากๆ...หนัง รักษ์ดนตรีไทย..เด็กไทยน่าจะสนใจมากกว่านี้นะ


ขอบคุณครับสำหรับสิ่งดีๆที่นำมาฝาก

ความคิดเห็นที่ 56 (0)
mylife วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 22.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mae23

ทำเรื่องราว

ได้ละเอียดจัง

ประทับใจหนัง

ความคิดเห็นที่ 55 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 22.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

เรื่องโหมโรงสอนให้รู้ว่าการต่อสู้กับเผด็จการนั้น วิถีที่ดีที่สุดคือใช้ความนุ่มนวลแห่งดนตรีสอนเผด็จการให้ซาบซึ้งในประชาธิปไตยและความงดงามในวัฒนธรรมของชาติ

ความคิดเห็นที่ 54 (0)
ล้านเล็กๆ วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 21.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lan-car-fair

รักดนตรีและชื่นชมนักเล่นดนตรี.....ครับ

อ่านเอ็นทรี่นี้จบ...

รักเจ้าของเอ็นทรี่นี้...ซะแล้ว

ปล. ชอบเพลง...คำหวาน...นะครับคุณซอส...
อยากเล่นให้คุณฟังจังครับ กรึ๋ยๆๆๆ ( +1 โลด)

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
apooh วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 21.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bedtaled
Reduce..Re-use..Re-cycle

โห ทึ่งค่ะคุณซอส ไม่ให้เที่ยงวันยันเที่ยงคืน(เลยไปบ่ายสาม)ได้ไงคะ ก็มันยาวซะขนาดนี้
.
.
ชอบฉากในสวนที่ศร เจอนางเอกครั้งแรกมากค่ะ ทั้งภาพทั้งเสียง เพอร์เฟคสมเป็นอารมณ์รักจริงๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
BITCH วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 19.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bitch

แรกพบ
เติบโต
เบิกบาน
สำนึก
ชัยชนะ
ความหวัง
อัศจรรย์(บทสมบูรณ์)
สรุปแล้ว
.
.
.
ยอดเยี่ยมจ้ะ....

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
ThailandNeverDie วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 18.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thailandneverdie
"รักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด..."

ดูแล้วครับ...ขอให้มีหนังไทยแบบนี้อีกครั้งครับ

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 17.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


คุณพรี่ ๆ ทุกท่านขรา

วันนี้หนูเอาแรงมานั่งทำบล็อกจนหมดแล้ว

หมดแรงตอบคอมเมนต์จริง ๆ ค่ะ

พี่มาหนูกะดีใจ พี่จากไปหนูก๊ะคิดถึงนะ

ทำมันตั้งแต่เที่ยงคืน ยันเที่ยงวัน มาเสร็จอีกที ตอนเกือบบ่ายสาม

ไม่รู้ทำไปได้ไง ไม่ได้หลับได้นอน

พึ่งจะรู้ว่า "สามารถทำเรื่องไร้สาระ (เช่นการเขียนบล็อก เฉพาะของตัวเองนะ ไม่ได้อ้างถึงผู้อื่นใด) ให้เป็นสาระได้กะเขาเหมือนกัน"

"เหนื่อย" โครต โครต

ขออภัยหาไม่ได้ไปหาใคร

และจะกลับมาใหม่ "แม้นชาติไม่ต้องการ"

และจะตามกลับไป "สมนาคุณทุกท่านอย่างสาสม"

"รับประกันความเสียหาย บุบสลายตาม ๆ กัน"

พระคุ้มครองทุกท่านค่ะ

สายลมฯ


ความคิดเห็นที่ 49 (0)
jobkaka วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 17.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chonnaphat

บล็อกมือใหม่ เข้ามาเยือนครับ

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
เสือจุ่น วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tigerjun
สู่ฝัน กรุงเทพฯ เมืองจักรยาน ติดตามข่าวได้ที่ Bangkok Bicycle Campaign


ขออนุญาต ทำภาพตอบแบบนี้บ้างได้ไหม
ดูมันเท่ สุดๆ

กลับมาดู กลับมาอ่านอีกรอบ
แถมมี ยูตูบ มาให้ชมอีก

เพลงก็เพราะสุดๆ

อยากฟังโหมโรง จีนดอกไม้จัง

อ้าวจีน ตอกไม้ ไม่ใช่ "ดอกไม้"
วันหลังจะส่งดอกไม้มาด้วย ช่วยรับไปช่อใหญ่ๆ เลยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
iheartia วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 16.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/iheartia
...Live is Beautiful...Enjoy Your Life Now!...


อืมม์....วิชาการ ล้วนๆ

แล้วเราจะแทรก "เก็บตก" ตรงไหนดี ล่ะที่นี้

........

........

เอาอย่างนี้แล้วกัน

.......

แวะมาเยี่ยม มาเยือน มาย้ำมาเตือนให้คิดถึงกัน

มาขอบคุณ ที่มีเรื่องราวอันหลากหลายมาฝากกันตลอด


ชวนอ่าน การเมืองที่กำลังยับยี่ยู่ หลวงปู่ช่วยได้

.....

.....

ทายสิจ๊ะ ใครเอ่ย???

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
buppha วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 16.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supermom

ว่าแล้วไปค้นกรุมาดูดีกว่า

สุขสันต์วันศุกร์นะจ๊ะ


ความคิดเห็นที่ 45 (0)
anytime วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 16.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anytime

ขอบคุณมากค่ะที่แจ้งให้ทราบ กำลังอยากดูอีกอยู่เลย เมื่อเช้านี้ยังฟังเพลงไม่ครบทุกเพลงน่ะค่ะ

ฉากนี้แหละค่ะ ที่ประทับใจมากๆ ทั้งฟังทั้งดูแล้วก็ยิ้มคนเดียวอีกแล้วล่ะค่ะ ฉากนี้แสดงให้เห็นเลยค่ะว่า ภาษาดนตรี เป็นภาษาเดียวกัน ไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ ก็เข้ากันได้ดีมากๆ เลย สงสัยอาทิตย์นี้ต้องไปค้นซีดีมาดูอีกแล้วสิ ใจมันจดจ่อเสียแล้วคุณสายลมเอ๋ย ขอบคุณนะคะ

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
เสี่ยวป้อ วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 16.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/seaugpor
  "เสวนา กับ เสี่ยวป้อ มีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางอันหลังมากกว่า 555"

นโยบายชีวิตป้า
ทำบล๊อคเรื่องใหญ่
คอมเม้นไวเรื่องรอง
ปากท้องเรื่องเล๊ก
ปัญหา.....ป้าไม่มี(ไม่มีคู่ร่วมทดลอง ....ที่เว้นไว้ก็คือเจ๊ก ส่วนญวนมีไปแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ๋า)


ความคิดเห็นที่ 43 (0)
fonsasami วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fonsasami
http://www.namfardress.com 

ข้อมูลเพียบ....

โหมโรงเป็นหนังไทยที่เราคนไทยภูมิใจค่ะ

และทำให้เด็กไทยหันมารักดนตรีไทยมากขึ้นด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
เสี่ยวป้อ วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/seaugpor
  "เสวนา กับ เสี่ยวป้อ มีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางอันหลังมากกว่า 555"

ป้าทำเรื่องเอนทรี่นี้ได้
ละเอียด จิ๊บ....อ๊ายยย.....
เปรียบเที่ยบประมาณ
ดูสามก๊กจบฉากเดียว
ป้าเลยสาธยาย ตั้งตั้ง กำเนิด เล่าปี่ ซุนวู โจโฉ เลยนะเนี่ย
มะได้โม้นะ
พูดจิง นะจ๊ะ


ความคิดเห็นที่ 41 (0)
buppha วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supermom

รีบมาจนตกบันได ที่ทำงานเลยค่ะคุณน้อง

ได้ยินเสียงเรียกแต่ไกล

ยอดเยี่ยมจริงๆ
ไม่รู้ว่าจะชมยังไงดี
เจ้เคยติดตามประวัติท่านหลวงประดิษฐ์ไพเราะตั้งแต่ลงในหนังสือศิลปวัฒนธรรม

และดีใจมากเมื่อ คนที่หนูปลื้ม นำมาทำเป็นภาพยนต์จ๊ะ

ขอบคุณจากใจที่ทำentry นี้

(แหมวันนี้มาเป็นเรื่องเป็นราวเนอะ)







+1

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
เจ้าชายเย็นชา วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aiem

สุดยอดครับ+1

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
raksanok วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raksanok
 raksanok เพราะควมสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

สุดยอดเลยค่ะคุณซอส

ช่างขยันทำจริงๆเลย

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
redribbons07 วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 15.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ตามมาดูรอบ 2 ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
kamolnum วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 15.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum

อลังการงานสร้างจริงๆ เอนทรี่นี้
เดี๋ยวจะกดไล่ดูเพลงโหมโรงทั้งสี่เพลงจ้ะ
โหวตๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
auguzzy วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 15.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

คุณพี่ครับ

คุณพี่ช่างเก่งเหลือเกิน

หนูชอบมากๆ นะหนังเรื่องนี้

คุณพี่อยากได้เพลงมั้ย หนูจะส่งให้

ลืมโหวตไปเลย

ซึ้ง

อึ้ง

ทึ่ง


ความคิดเห็นที่ 35 (0)
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinn

ข้อมูลเพียบเลย พี่Sos
แสดงถึงความตั้งใจค้นคว้า
หาข้อมูลนะเนี่ย (ชนะเลิศ)

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
kamolnum วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 14.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum


เจ๊แกชอบตีฉิ่งค่ะพี่กมลขา
-----------------------------------



จิงเหงอ ว๊าาา แย๊จัง
ตัวใครตัวมันนะอิ๋ว รีบเผ่นเหอะ เราโดนเอาเลือดหัวออกแน่ๆเยย

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
PRIMES วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 14.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PRIMES
The Portrait in my heart. 

เสียงระนาดประหลาดจิตคิดสดับ

ประสานรับตะโพนล้อซอสามสาย

แว่ววังเวงเพลงแสนเศร้าบ้างเร้าใจ

ต่างเป็นไปในลีลาน่ายินยล

ขอบคุณครับซอสที่ตอบ tag. นี้ให้ด้วยความตั้งใจรู้สึกได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
redribbons07 วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 13.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

วันนี้เรื่อง ดีมาก ๆ ค่ะ
+1 vote

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
auguzzy วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

ทั้งเรื่องผมชอบอยู่ 3 ฉากครับ

1. ฉากที่ศรในวัยเยาว์เดินตามผีเสื้อเข้าไปเห็นระนาด

2. ฉากที่พระเอกเจอนางเอกครั้งแรกแล้วยืนแอบมอง ฉากนั้นนางเอกสวยมาก แสงและสีสุดยอด ดนตรีนี่เล่นเอาผมอินไปเลยว่าเป็นนายสอน

3. ฉากการสนทนาของคุณอดุลย์(สอนวัยชรา) กับตำรวจ(คุณพงพัฒน์) สีหน้าแววตา และน้ำเสียงถือเป็นสุดยอดแล้วครับ ตอนที่ตำรวจยกขบวนกลับแล้วสอนในวัยชราเล่นระนาดนั้น ขนลุกครับ (ตอนพิมพ์นี่ยังลุกเลย) สะท้อนให้เห็นว่า ราก เหง้าความเป็นไทยน่ะ ยังไงก้อไม่มีวันตาย ต่อให้กระแสอันเชี่ยวกรากจากที่ไหนๆ ก้อมาทำลายไทยไม่ได้ ขอเพียงคิดเป็นทำเป็นครับ

ซอสครับ สุดยอดครับ หนังเรื่องนี้

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
เมอร์ซีไซด์สีแดง วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LIVRED

สุดยอดภาพยนต์ไทย เรื่องหนึ่งที่ดีมากครับ
กำเนิดขุนอิน

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ew*-* วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 12.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witita
...ต้นไม้ที่แข็งแรง ก็ย่อมมากจากรากที่ฝังแน่นในพื้นดินประเทศชาติที่เข้มแข็ง ก็ย่อมมาจากวัฒนธรรมที่แข็งแรงด้วย... (โหมโรง)


เจ๊แกชอบตีฉิ่งค่ะพี่กมลขา


ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ew*-* วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witita
...ต้นไม้ที่แข็งแรง ก็ย่อมมากจากรากที่ฝังแน่นในพื้นดินประเทศชาติที่เข้มแข็ง ก็ย่อมมาจากวัฒนธรรมที่แข็งแรงด้วย... (โหมโรง)

หนูมาช้าตลอดกาล

เจ๊ชอบฉากเดียวกันเลย

ไปและไม่อยากต่อความยาว

ฮิ ฮิ้ว

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
Nozz วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 12.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nozzila
:A40: คืออะไร หาคำตอบได้ที่http://www.oknation.net/blog/nozzila/2008/04/25/entry-1

เรื่องนี้ดูแล้วคิดถึงดนตรีไทย

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
kamolnum วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 12.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum

เป็นหนังในดวงใจ ฉากดวลระนาดระหว่างศรกับขุนอิน ทำได้ดีเยี่ยม ยังจำได้ไม่ลืมเลย

เพิ่งรู้ว่าชอบดนตรีไทยนะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
สุวิริโย วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 12.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/19
 พระภูธรกับบทกลอน, หลักธรรม, การเมือง, และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย...

โอ้ว...รายละเอียดๆจริงๆ หนังดีแบบนี้ติดตามแน่นอนครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
raksanok วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 11.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raksanok
 raksanok เพราะควมสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

ชอบเหมือนกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
เสือจุ่น วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tigerjun
สู่ฝัน กรุงเทพฯ เมืองจักรยาน ติดตามข่าวได้ที่ Bangkok Bicycle Campaign

เป็นบทโหมโรง overture ที่รุนแรง แข็งขัน งดงาม และรื่นเริงมากครับ

ขยันมาก นี่ต้องเลือกฟังเลย
อืม แผ่นซีดีเพลง หายไปไหนแล้วไม่รู้ กลับไปค้นมาฟังอีกดีกว่า

ขอบใจจ้า
โหวตด้วย

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
slipknot วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 10.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยย

ขอบคุณครับ.....

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
roselobster วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

ตอบ tag เพื่อนแบงค์ได้อย่างชนะเลิศศศศศศเลย

เสียดายเจ้าตัวส่ง tag ไม่ได้อยู่เมืองไทย เดี๋ยวส่งข่าวให้

ชนะเลิศศศศศศศศศศศศศศศศศศนะยะซอสที่รัก

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
anytime วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 09.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anytime

หนังเรื่องนี้ก็ประทับอยู่ในความทรงจำของฉันเสมอค่ะ
ได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งสาระ และมีฉากประทับใจหลายฉากมากๆ ค่ะ ชอบบรรยากาศมากเลยค่ะ อย่างนี้ต้องโหวต

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
BlueHill วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 09.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เป็นหนังไทยในดวงใจอีกเรื่องครับ
คุณกนกแนะนำไปให้ดูให้ได้ถ้าเป็นคนไทย การันตีจากคุณกนก ทำให้ผมต้องเข้าไปเบียดเสียดกับคนในโรง ซึ่งตามปกติผมไม่ชอบเลย แล้วก็ไม่ผิดหวัง เป็นหนังไทยที่ดีจริง ๆ โดยเฉพาะฉากประชันระนาดกัน แทบลืมหายใจครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


นอกจากภาพยนต์แล้วนะค่ะพี่ หนูยังปลื้มกับผู้กำกับเป็นการส่วนตัวด้วยค่ะ

คนนี้อ่ะค่ะ หนึ่งในใจ.......ใครคนนี้เลยพี่

ขอบคุณสำหรับโหวตค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 09.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


เช่นกันค่ะพี่ ขอบคุณสำหรับโหวตค่ะ

ภาพยนต์เรื่องนี้เอามาดูเมื่อไหร่ก็ไม่เบื่อค่ะ

เพลงก็เพราะ เนื้อหาก็ดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


พี่ ๆ พี่มาผิดเรื่องและ

ช้างพี่อ่ะ อยู่สุรินทร์อ่ะ ไปตามไป

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
buppha วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 08.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supermom

ประทับใจแต่เช้าเลยค่ะ คุณน้อง

เป็นภาพยนต์แห่งความภูมิใจมากๆ


เอาไปให้ 1

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
feng_shui วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 08.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เป็นหนังเรื่องแรกที่ข้าพเจ้าจดจำแทบทุกซีนได้ มุมกล้อง และ เรื่องราว
เอาไปเลย 1โหวต

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
paedophile วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 08.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำหากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น


ช้างกรูอยู่ไหน ?

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 07.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


เหมียนกานค๊า

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 07.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 

ปลาทับจายฮ่ะ




ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 07.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


คุณพระช่วย!!!

พี่ช่างกล้าพูดเน้อ!!!

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Jui วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 06.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

ยังไม่ได้ดูเลยละ
เกิดไม่ทัน.......

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 06.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ค่ะเป็นภาพยนต์แห่งความภาคภูมิใจเลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 06.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


เห็นด้วยเป็นอย่างมากค่ะ

สุขสันต์วันศุกร์เช่นกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 06.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


สำหรับภาพยนต์เรื่องนี้แล้ว สายลมฯ จะบอกว่าชอบทั้งเรื่องก็คงได้ แต่ฉากที่ประทับใจจริง ๆ สำหรับสายลมฯ นั้น คงเป็นฉากการของการประชันเพลงระนาดหน้าพระที่นั่งใน สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดชของศร และขุนอินมากกว่าฉากอื่น

โดยเฉพาะฉากนี้เริ่มจากที่ภาพยนต์กล่าวว่า ศร นั้น ยกย่องแม้นศัตรูว่าเป็น "อาจารย์" โดยที่ ท่านครู (อดุลย์) จุดธูปไหว้ภาพของขุนอิน ก่อนที่ภาพจะถูกตัอย้อนไปเข้าฉากของการประชันระนาด

จะเห็นได้ว่าท่านได้ให้ความสำคัญแก่ทุกคนในชีวิตท่าน เป็นคนกตัญญู และไม่ลืมตน ยอมรับในความเป็นมาและเป็นไปของตนอย่างบริสุทธิ์ใจ

ท่านเป็นบุคคลที่น่ายกย่องค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Supawan วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 06.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ .. สำหรับบทความดีๆ

ดูแล้วประทับใจมากค่ะ หนังเรื่องนี้

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สอนสุพรรณ วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 05.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen


เป็นภาพยนต์ไทยที่ควรบันทึกไว้ในหอเกียรติยศเป็นอย่างยิ่งครับ...

อรุณสวัสดิ์เช้าวันศุกร์ครับ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
SweetestTears วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 04.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Poison
My Heart always leads my way 



แวะมาสวัสดีตอนเช้าของคุณสายลมฯ

เรื่องโปรดของรัมเลยน่ะค่ะเรื่องนี้ ถ้าบอกว่าชอบตอนไหนมากที่สุด คงไม่พ้น ตอนเพลงคำหวาน..ที่ดอกลั่นทมร่วงลงมา นุ่มนวล เป็นฉากขายแน่ๆหนึ่งฉาก

กับฉากที่ คุณอดุลย์ที่เล่นเป็น"ศร"ตอนอายุมาก เล่นระนาดคลอไปกับเปียนโนที่ลูกชายมาเล่นกันสองคนพ่อลูก ฉากนั้น แสดงพลังระนาดได้จับหัวใจที่สุดเลย คุณสายลมฯชอบฉากไหนมั่งคะ?

(ทั้งที่เรื่องจริงท่านไม่มีบุตรชาย มีแต่บุตรสาว สองคนเท่านั้น)

มากวนเม้นท์ยาวๆบ้านนี้อีกแระ แหะๆ.. ขอโทษนะคะ ยาวตามเคยอ่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 03.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


นังกิต

แกจะไวเกินเหตุและ

อ่านบ้างมั้ยเนี่ย ปั๊ด

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กิต วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 03.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

ยังประทับใจไม่ลืมเลือนเลยครับ

สำหรับเรื่องโหมโรงนี่ครับ


สวัสดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน