*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 510
  • จำนวนผู้ชม : 1430979
  • จำนวนผู้โหวต : 635
  • ส่ง msg :
  • โหวต 635 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน 2551
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 7043 , 19:04:16 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เขตแดนและเขาพระวิหาร เดิมพันแสนล้านของรัฐบาลนายทุน.


พื้นที่ทับซ้อน? กัมพูชาถือว่าเป็นพืนที่ของเขา
ตามแผนที่เดิมของฝรั่งเศส 2515
หรือรัฐบาลไทย(ฝ่ายเดียว) บอกว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน?


รัฐบาลไทยนำมาอ้างใหม่ แผนที่ขอขึ้นทะเบียนหลังการเจรจาเดือนพฤษภาคม 2551
แต่ยังไม่ได้ข้อยุติเรื่องเขตแดนบนพื้นที่ทับซ้อน?

 -------------------------------------------------------

ละครฉากหน้าเพื่ออำพรางเบื้องหลัง การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์โดยเอาอธิปไตยของชาติเป็นเดิมพัน..

            เมื่อปี .. 2505 ได้มีคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ตัดสินกรณีพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทย-ราชอาณาจักรกัมพูชา กรณีปราสาทพระวิหารเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505 ลงความเห็นว่า ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในอาณาเขตภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา ในการปฏิบัติการตามคำสั่งของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศต่อกรณีปราสาทพระวิหารนั้น ประเทศไทยโดยกระทรวงมหาดไทย  ได้กำหนดเขตแดนและเนื้อที่รองรับปราสาทพระวิหารที่ยกให้กัมพูชา ดังนี้ “กำหนดไว้ไม่เกิน 150 ไร่ สัณฐานเป็นรูปห้าเหลี่ยมคางหมู  โดยกำหนดวัดจากบันไดนาคไปทางทิศเหนือ 20 เมตร ทางทิศตะวันออกลากไปจรดหน้าผา ทางทิศตะวันตกวัดจากกึ่งกลางปราสาทและกึ่งกลางทางเดินออกไป 100 เมตร โดยมีการล้อมรั้วลวดหนามรอบบริเวณ มีป้ายบอกเขตแดนเป็นภาษาไทย กัมพูชา และฝรั่งเศส โดยศาลกำหนดให้ไทยถอนกำลังลงมาภายในเที่ยงวันของวันที่ 15 กรกฎาคม 2505 ฝ่ายไทยนำโดย  พลเอก ประภาส จารุเสถียร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้บัญชาการถอนกำลัง”

คำฟ้องของกัมพูชาระบุเฉพาะอำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่ที่ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่  มิอาจขยายให้กว้างออกไปนอกพื้นที่จนครอบคลุมเขาพระวิหารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทิวเขาดงรัก  ฉะนั้น การกล่าวถึงข้อพิพาทในคดีว่าเป็น ‘คดีเขาพระวิหาร’ หรือ ‘คดีปราสาทเขาพระวิหาร’ จึงคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงและเป็นความพยายามบิดเบือนเพื่อผลประโยชน์  ที่ถูกต้องคือ ‘คดีปราสาทพระวิหาร’ โดยจำกัดพื้นที่เฉพาะบริเวณที่ตั้งของปราสาท

  สาเหตุของปัญหานี้นั้น เกิดจากไทยและกัมพูชา ตีความคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศคดีปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2505 แตกต่างกัน ฝ่ายกัมพูชาเห็นว่านอกจากศาลตัดสินว่าปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในอาณาเขตภายใต้อธิปไตยของกัมพูชาแล้ว แล้วยังตัดสินเรื่องเขตแดนด้วย ส่วนฝ่ายไทยเห็นว่าคำพิพากษาตัดสิน เฉพาะเรื่องอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารแต่มิได้ตัดสินบังคับคดีในเรื่องเขตแดนเนื่องจากศาลไม่มีอำนาจ

เรื่องนี้มีข้อพิพาทมาอย่างยาวนาน โดยข้อเท็จจริงคือ แผนที่ของรัฐบาลกัมพูชา ยืนยันตามแผนที่ของฝรั่งเศสเมื่อปี 2515 ซึ่งแผนที่เป็นทางการนี้ คลุมส่วนเกินเข้ามาในพื้นที่เขาพระวิหารมากกว่าที่รับรู้กัน ร่วมถึงพื้นที่บริเวณเกาะกูดและอาณาจักรทางทะเล ซึ่งเป็นคนละฉบับกับแผนที่ประเทศไทย โดยรัฐบาลไทยพูดเพียงฝ่ายเดียวว่าเป็น “พื้นที่ทับซ้อน”  ซึ่งบริเวณนี้ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ตรงปราสาทเขาพระวิหาร ที่รัฐบาลไทยพยายามบิดเบือน และอ้างว่า การให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ไม่เกี่ยวกับเรื่องเขตแดน

หลังจากข้อพิพาทยาวนาน องค์การยูเนสโก ให้ทั้งสองประเทศตกลงเรื่องเขตแดนกันบริเวณเขาพระวิหาร ซึ่งอยู่นอกความรับผิดชอบของยูเนสโก เสร็จแล้วจึงส่งแผนที่ของทั้งสองฝ่ายให้ยูเนสโก โดยยูเนสโกจะตัดสินเรื่องนี้ในวันที่ 2 กรกฎาคม  วันเดียวกับที่อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองจะคลี่คลาย?

ความเป็นมาที่น่าสงสัยก็คือว่า  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายสุรเกียรติ เสถียรไทย) ได้ประชุมกับฝ่ายกัมพูชา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2547 ณ กรุงพนมเปญ  ทั้งสองฝ่ายตกลงในหลักการพื้นฐาน เกี่ยวกับการพัฒนาร่วมเขาพระวิหาร โดยฝ่ายกัมพูชาเห็นชอบที่จะเชื่อมโยง ช่องตาเฒ่า  ซึ่งเป็นพื้นที่ผลประโยชน์ที่ฝ่ายกัมพูชาพยายามผลักดันให้เปิดเป็นจุดผ่านแดนเพื่อการค้าและการท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง  โดยมีโครงการก่อสร้าง Entertainment Complex รองรับอยู่แล้ว  เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาร่วมเขาพระวิหาร

และเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2551 การพบหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายนพดล ปัทมะ กับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายสก อัน ประเด็นกัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างเทศยืนยันท่าทีของไทยในการสนับสนุนในหลักการในการขึ้นทะเบียนดังกล่าว แต่จำเป็นที่จะต้องมีการหารือถึงพื้นที่ทับซ้อนบริเวณรอบตัวปราสาทพระวิหารของกัมพูชานั้นทับซ้อน เข้ามาในพื้นที่ที่ไทยอ้างสิทธิ

วันที่ 6 มิถุนายน 2551 รัฐบาลกัมพูชาได้ส่งแผนที่ให้ฝ่ายไทย ตามที่ได้ตกลงเบื้องต้นในเดือนพฤษภาคม 2551 แต่รัฐบาลไทยยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดให้สาธารณชนและรัฐสภาได้รับทราบ แต่นำเข้าอนุมัติอย่างมีเงื่อนงำในวันอังคารที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยอ้างเพียงว่าได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศและสภาความมั่นคงแห่งชาติแล้ว

ปัญหาเรื่องอธิปไตยของชาติ เหตุใดรัฐบาลไม่เปิดเผยแผนที่ใหม่ที่ตกลงกับกัมพูชาให้ประชาชนรับรู้ ตลอดช่วงทีผ่านมา หรือเรื่องเขตแดนของประเทศเป็นเรื่องของรัฐบาลนายทุนเท่านั้น?

หรือการเฉยชาทางของรัฐบาลไทย เพื่อแลกกับผลประโยชน์ส่วนตนของกลุ่มนายทุนที่ได้จากรัฐบาลกัมพูชา ทำให้ละเลยการเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนที่รัฐบาลไทยอ้าง แต่รัฐบาลกัมพูชาถือว่าเป็นของตนเอง?

โดยปัจจุบัน มีการตั้งด่านเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อเยี่ยมชม “ปราสาทพระวิหาร” ในพื้นที่ฝั่งไทย(พื้นที่ทับซ้อน) โดยที่ทหารและชาวบ้านในพื้นที่ถึงกับอีดอัดกับความไม่ชัดเจนของรัฐบาล หรือว่า ปัญหาเรื่องเขตแดน มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ส่วนตนกับรัฐบาลกัมพูชาแล้ว?..

            ยูเนสโกให้ทั้งสองประเทศไปตกลงเรื่องเขตแดนและยื่นกลับมาภายในวันที่ 16 มิถุนายนเพื่อพิจารณาในวันที่ 2 กรกฎาคมนั้น เหตุใดรัฐบาลไทยกับนิ่งเฉยปล่อยให้กัมพูชายืนยันสิทธิเหนือดินแดนฝ่ายเดียว และมุบมิบเห็นชอบไปตามนั้น หรือตั้งใจยกพื้นที่ทับซ้อนที่รัฐบาลอ้างให้กัมพูชา

            ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ได้นำร่างแถลงการณ์ และแผนที่ที่กัมพูชาจะยื่นให้ยูเนสโก้ขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ให้ คณะรัฐมนตรีดู แต่ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เก็บเอกสารทั้งหมดกลับไป โดยชี้แจงว่าทางกัมพูชาได้ขอร้องว่าอย่าให้รัฐบาลไทยนำผลการเจรจาที่กัมพูชาได้ยอมตามข้อทักท้วงของรัฐบาลไทยมาแถลงต่อสาธารณะชน เพราะจะทำให้ประชาชนกัมพูชาต่อต้านรัฐบาล ซึ่งจะกระทบต่อการเลือกตั้งทั่วไปที่จะกำลังจะเกิดขึ้นในกัมพูชาในเดือนกรกฏาคมนี้?

            นอกจากนี้ ยังได้ชี้แจงรายละเอียดที่ได้รายงานให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทราบ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับฟังว่า กัมพูชายอมรับในข้อทักท้วงของไทยที่ไม่ต้องการให้กัมพูชาใช้แผนที่ของฝรั่งเศสไปยืนยันต่อการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เพราะจะมีพื้นที่บางส่วนของไทยที่ยังตกเป็นข้อพิพาทเรื่องเขตแดนประมาณ 10 เมตร ถูกรับรองรวมไปได้ และทางกัมพูชาควรใช้แผนที่ตามมติ ครม.2505 สมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งใช้เขตแดนโดยนับจากตัวปราสาทเขาพระวิหารไปทางตะวันตก 100 เมตร และ ขึ้นไปทางเหนือ 20 เมตร ซึ่งเป็นแผนที่ที่รัฐบาลของ 2 ประเทศเห็นชอบร่วมกันตามแผนที่ L 7017 ไปเสนอกับยูเนสโกแทน

            เป็นที่น่าสงสัยว่า ที่ผ่านมากัมพูชาแจ้งกลับมายังรัฐบาลไทยมาตลอดว่า สายเกินไปแล้วที่จะหยุดยั้งกระบวนการต่างๆ ที่ได้คืบหน้าไปมาก อีกทั้งยังยืนกรานว่าการจดทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก จะไม่ส่งผลกระทบเส้นเขตแดนของไทย และขอให้ไทยยอมไปก่อน แล้วค่อยมาทำความตกลงในรายละเอียดอื่นๆ กันภายหลัง เป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลกัมพูชาจะยอมตามนั้น

            กาตกลงกันที่จะไม่ให้ปัญหาเส้นเขตแดนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา? มีเงื่อนงำหรือไม่ การไม่ยืนยันในเขตแดนของไทยเพื่อให้สิทธิกัมพูชาเหนือพื้นที่ทับซ้อน หรือจะตอกย้ำข้อครหาที่ว่า รัฐบาลไทยได้ยอมรับแผนที่ของกัมพูชา เพื่อแลกเขตแดนกับผลประโยชน์ทางธุรกิจมหาศาล

            จริงหรือไม่ที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร มีผลประโยชน์แอบแฝงแลกเปลี่ยนกันกับรัฐบาลกัมพูชา มีการลงทุน Casino และ Entertainment Complex บริเวณเขาตาเฒ่า เกาะกง และการลงทุนในธุรกิจพลังงาน เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนโลกที่ทักษิณกำลังเป็นนายหน้าหรือไม่..

            จริงหรือไม่ที่รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำหนังสือและสัง่ให้ข้าราชการปิดปากในเรื่องนี้

            เรื่องเหล่านี้คลี่คลายลงระดับหนึ่ง หลังจากวันนี้ (18 มิถุนายน) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศได้ออกมาเปิดเผยแผนที่ใหม่ให้สาธารณะทราบ หลังจากผ่านมติคณะรัฐมนตรี? รวมทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ได้ทำเอกสารเผยแพร่ข้อเท็จจริง (18 มิถุนายน 2551) ระบุว่า

            “กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการทางการทูตอย่างเต็มที่.. โดยเฉพาะในเรื่องแผนที่ที่แนบในการยื่นขอขึ้นทะเบียนของกัมพูชาในเดือนมกราคม 2549 เนื่องจากแผนที่ดังกล่าวมีบางส่วนที่ล้ำเข้ามาในเขตพื่นที่ที่ไทยอ้างสิทธิทับซ้อนทางทิศตะวันตกและทิศเหนือ (พื้นที่ทับซ้อนทั้งหมดประมาณ 4.6 ตารางกิโลเมตร) ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้คัดค้านการขึ้นทะเบียนในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 31 ที่เมืองไครสต์เซิร์ซ ประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อมิให้การดำเนินการดังกล่าวของกัมพูชากระทบต่ออธิปไตยของไทย

             เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือเรื่องนี้กับ นายสก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส โดยมีผู้แทนระดับสูงของยูเนสโกเข้าร่วมด้วย ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่า  ไทยจะสนับสนุนการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกซึ่งเสนอโดยกัมพูชา  และกัมพูชาจะขอขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทพระวิหาร โดยฝ่ายกัมพูชาจะจัดทำแผนที่ฉบับใหม่แสดงขอบเขตปราสาทพระวิหาร เพื่อใช้แทนแผนที่ฉบับเดิมที่กัมพูชาใช้ประกอบคำขอขึ้นทะเบียน  โดยที่การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก จะไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของแต่ละฝ่ายในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ทั้งสองฝ่ายจะต้องร่วมกันจัดทำแผนบริหารจัดการในพื้นที่ที่อ้างสิทธิทับซ้อนโดยสอดคล้องกับมาตรการอนุรักษ์ระดับสากล เพื่อเสนอคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 ด้วย”..  

            “โดยเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2551 กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับแผนที่ฉบับใหม่จากฝ่ายกัมพูชา ที่จะใช้แทนแผนที่เดิมที่ยื่นไว้เมื่อปี 2549 โดยการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกโดยกัมพูชา จำกัดเฉพาะตัวปราสาทพระวิหาร ตามคำวินิจฉัยของศาลโลก เมื่อปี 2505 โดยไม่มีส่วนหนึ่งส่วนได้ล้ำเข้ามาในพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายอ้างสิทธิทับซ้อน ไม่มีการขอขึ้นทะเบียนพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายอ้างสิทธิทับซ้อนอีกต่อไป และไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของ แต่ละฝ่ายในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมกันในบริเวณดังกล่าวในอนาคต”

            จากหลักฐานนี้ เป็นที่ชัดเจนว่า ก่อนหน้านี้ รัฐบาลกัมพูชาอ้างสิทธิในพื้นที่ทับซ้อนมาโดยตลอด ตามแผนที่ฝรั่งเศส ปี 2515 และยื่นแผนที่นี้เพื่อขอขึ้นทะเบียนในเดือนมกราคม 2549 โดยที่รัฐบาลในขณะนั้นไม่ได้คัดค้าน? แผนที่นี้มีส่วนเกินมาในพื้นที่ทับซ้อนที่ประเทศไทยกล่าวอ้างเพราะแผนที่ไม่เหมือนกัน และมีข้อพิพาทเรื่องแผนที่มากว่า 30 ปี ทั้งบริเวณเขาพระวิหารและข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา บริเวณอ่าวไทย เพราะแผนที่กัมพูชาแบ่งเกาะกูดไปส่วนหนึ่ง และยังตกลงกันไม่ได้ จนมีการค้นพบแหล่งพลังงานในบริเวณนั้นในช่วงรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ผ่านมา (ทั้งนี้ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร  เคยเดินทางไปพักผ่อนช่วงเทศกาลเข้าพรรษาที่เกาะช้าง เกาะกูด พร้อมยกเป็นโมเดลท่องเที่ยวระดับโลก ในเดือนกรกฎาคม 2549) จึงทำให้มีการเจรจาและตกลงกันได้ที่จะร่วมกันพัฒนาแหล่งพลังงานในบริเวณนั้นร่วมกัน

            เป็นไปได้ว่ามีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน ระหว่างความต้องการของรัฐบาลกัมพูชาและรัฐบาลนายทุนไทยที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเป็นตัวแทน  เพียงแต่เพิ่งมีการแก้เกมทางการเมือง โดยรัฐบาลไทย นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพิ่งไปเจรจากับรัฐบาลกัมพูชาใหม่เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้เอง ตามเอกสารของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้รัฐบาลกัมพูชาเปลี่ยนแปลงแผนที่ในการยื่นขอขึ้นทะเบียน ให้เอาตาม แผนที่ L 7017 (แผนที่ซึ่งหน่วยงานรัฐบาลใช้เป็นแผนที่ในการปฏิบัติงานมากว่า 46 ปี ตั้งแต่ปี 2505 ที่ศาลโลกตัดสินว่า กรรมสิทธิ์ปราสาทเป็นของกัมพูชา) และวันนี้(18 มิถุนายน)นั้น นายนพดล ปัทมะ ก็ได้แถลงว่า นี่คือความสำเร็จของรัฐบาลไทยชุดนี้

            คำถามก็คือว่า ทำไมนายนพดล ปัทมะ เพิ่งไปเจรจาในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ ทำไมรัฐบาลไทยเพิกเฉย และไม่เคยคัดค้านแผนที่ของรัฐบาลกัมพูชา และการระบุว่า การขอขึ้นทะเบียนครั้งนี้ ไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของ แต่ละฝ่ายในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมกันในบริเวณดังกล่าวในอนาคต.. ซึ่งเท่ากับว่า อนาคตสามารถตกลงกันใหม่ในเรื่องเขตแดนบนพื้นที่ทับซ้อนตามความต้องการของรัฐบาลกัมพูชาที่เขายึดครองอยู่ได้

            หรือนี่เป็นเพียงฉากหน้า เพื่ออำพรางเบื้องหลังของรัฐบาลนายทุนไทย ที่มีผลประโยชน์นับแสนล้านในเรื่องนี้เป็นเดิมพันการเมืองในระยะยาว โดยเอาอธิปไตยและทรัพยากรของชาติ-ประชาชนแลกเอา.

 

 -------------------------------------------------------


แผนที่ข้อพิพาทที่ยังตกลงกันไม่ได้?

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
มองการณ์ใกล้ วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 21.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/visionary

เขาว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงนะเออ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
พี่ต้นอ้อ วันที่ : 20/06/2008 เวลา : 17.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jamwainaja
UP มั่ง.. ไม่ UP มั่ง   แล้วแต่อารมณ์ 

ทำไงกันดี..
เอาไงกันดี..

พี่น้องชาวไทย...

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
เมธา วันที่ : 20/06/2008 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

pui - ครับ
มะอึก - ขอบคุณพี่มะอึกครับ ที่มาเยี่ยม
ครูแหลม - แผนที่อะไรเอ่ย
tyty - ไม่ต้องระวัง ขัดไปแล้วครับ
samcamera - นั่นนะสิ 55
นิดนรี -

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
indyArt วันที่ : 20/06/2008 เวลา : 09.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pui
Pu_iCreative-indyart

ขอบคุณนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
มะอึก วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 18.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

อ่านด้วยความตั้งใจครับท่านเมธา
ขอบพระคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ครูแหลม วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kulaem
ภาพเขียนของเด็กๆ กับครูศิลปะดุๆ และจินตนาการที่ไม่มีวันหมด


ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
tyty วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tyty1789

เหมือนรัฐบาล

ยอมรับว่า "ปราสาทพระวิหาร" เป็นของกัมพูชาไปซะแล้ว

ยอมรับว่าศาลโลกถูกต้อง

ทั้งที่ยังมีการคัดค้านกันมาตลอด

ง่ายๆ อย่างนี้เลยหรือ ?

ยก "ปราสาทพระวิหาร" ให้เค้าไปเฉยๆ แถมพกด้วยพื้นที่เลยหรือ

จะรีบร้อนไปตาย เอ๊ย!!! รีบร้อนไปใย

ระวังขัดรัฐธรรมนูญ เรื่องอธิปไตยของชาติจนต้องโทษประหารนะเด็กโง่


ความคิดเห็นที่ 24 (0)
samcamera วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 15.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/townhouse

ทั่นบอกว่านี่เป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ของทั่นที่ไปตกลงและยอมรับแผ่นที่ ที่เขมรเขียนขึ้นใหม่แทนของปี 2505

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำแน่นอนค่ะ ไม่งั้นคงไม่ต้องรีบทำ คงต้องมีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์อะไรกันนั่นเอง
น่าจะรอยื่นพร้อมไทยไปเลย ยังไงทางขึ้นก็อยู่ทางฝั่งไทย
และคนไทยก็ยังไม่ยอมรับเรื่องที่ศ่าลโลกตัดสินอยู่มาก เพราะเท่าที่ทราบ เราแพ้ในทางเทคนิค ที่ไม่ได้ไปร้องคัดค้าน ดูจากแผนที่ก็แปลกจริงๆอ่ะ เขตแดนกัมพูชา ไหงขึ้นมาอยู่บนเขาได้เฉพาะช่วงที่เป็นปราสาท

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
indyArt วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pui
Pu_iCreative-indyart

ถ้าเป็นไปได้หนูขออนุญาตินำข้อมูลนี้ไปเผยแพร่ให้คนที่เขายังไม่รู้ให้ได้รับรู้ได้ไหมค่ะ ถ้าคุณเมธาอนุณาตหนูถึงจะเอาไปให้คนที่ยังไม่รู้ได้อ่านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
เมธา วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 13.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

เอกสารประกอบการแถลงเรื่อง การดำเนินการของฝ่ายไทยกรณีกัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ของนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำเนียบรัฐบาลความว่า

"ตามที่กัมพูชาได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการมรดกโลกขอขึ้นทะเบีรยนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยจะมีการพิจารณาเรื่องนี้ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยที่ 32 ณ เมืองควิเบก ประเทศแคนนาดา ระหว่างวันที่ 2-10 กรกฎาคม 2551 นั้น

กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการทางการทูตอย่างเต็มที่ และต่อเนื่อง โดยประสานงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะในเรื่องแผนที่ที่แนบในการยื่นขอขึ้นทะเบียนของกัมพูชาในเดือนมกราคม 2549 เนื่องจากแผนที่ดังกล่าวมีบางส่วนที่ล้ำเข้ามาในเขตพื่นที่ที่ไทยอ้างสิทธิทับซ้อนทางทิศตะวันตกและทิศเหนือ (พื้นที่ทับซ้อนทั้งหมดประมาณ 4.6 ตารางกิโลเมตร) ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้คัดค้านการขึ้นทะเบียนในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 31 ที่เมืองไครสต์เซิร์ซ ประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อมิให้การดำเนินการดังกล่าวของกัมพูชากระทบต่ออธิปไตยของไทย

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือเรื่องนี้กับ นายสก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส โดยมีผู้แทนระดับสูงของยูเนสโกเข้าร่วมด้วย ทั้งสองฝ่ายตกลงกันดังนี้

1.ไทยจะสนับสนุนการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกซึ่งเสนอโดยกัมพูชา

2.กัมพูชาจะขอขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทพระวิหาร โดยฝ่ายกัมพูชาจะจัดทำแผนที่ฉบับใหม่แสดงขอบเขตปราสาทพระวิหาร เพื่อใช้แทนแผนที่ฉบับเดิมที่กัมพูชาใช้ประกอบคำขอขึ้นทะเบียน

3.การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก จะไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของแต่ละฝ่ายในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม

4.ทั้งสองฝ่ายจะต้องร่วมกันจัดทำแผนบริหารจัดการในพื้นที่ที่อ้างสิทธิทับซ้อนโดยสอดคล้องกับมาตรการอนุรักษ์ระดับสากล เพื่อเสนอคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาายในวันที่ 1 กุภาพันธ์ 2553 ด้วย

ทั้งนี้ ไทย และกัมพูชาได้บันทึกข้อตกลงไว้เป็นร่างแถลงการณ์ร่ม (Joint Communique) ซึ่งจะลงนมมเมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลของทั้งสองฝ่ายแล้ว

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2551 กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับแผนที่ฉบับใหม่จากฝ่ายกัมพูชา ที่จะใช้แทนแผนที่เดิมที่ยื่นไว้เมื่อปี 2549 และได้ขอความร่วมมือกรมแผนที่ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ตรวจสอบข้อมูล ภูมิประเทศจริง เพื่อความถูกต้องชัดเจน และได้เจรจาให้ฝ่ายกัมพูชา ปรับแก้แผนที่ดังกล่าวไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของขอบเขตของปราสาทพระวิหารที่กัมพูชาจะขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกล้ำพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิทับซ้อนกัน ซึ่งร่างแถลงการณ์ และแผนที่ฉบับใหม่นี้ ได้รับความเห็นชอบจาก สภาความมั่นคงแห่งชาติเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2551 และจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 โดยมติคณะรัฐมนตรี ดังกล่าวได้มอบอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปลงนามร่างแถลงการณ์ร่วมกับนายสก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อยืนยันข้อตกลงขวงทั้งสองฝ่ายตามที่ตกลงกันไว้ในการหารือที่กรุงปารีสด้วย

การดำเนินการทั้งหมดของฝ่ายไทยสามารถบรรลุให้การขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกโดยกัมพูชา จำกัดเฉพาะตัวปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของกัมพูชา ตามคำวินิจฉัยของศาลโลก เมื่อปี 2505 (คณะรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลาของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์) ให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลโลกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505) โดยไม่มีส่วนหนึ่งส่วนได้ล้ำเข้ามาในพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายอ้างสิทธิทับซ้อน ซึ่งทำให้ฝ่ายไทยสามารถสนับสนุนการขึ้นทะเบียนในลักษณะนี้ได้ และสามารถรักษาสิทธิทางเขตแดนไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีการขอขึ้นทะเบียนพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายอ้างสิทธิทับซ้อนอีกต่อไป และไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของ แต่ละฝ่ายในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมกันในบริเวณดังกล่าวในอนาคต

กระทรวงการต่างประเทศ

18 มิถุนายน 2551"

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
เมธา วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

ในการแถลงข่าวของ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถึงการดำเนินการของฝ่ายไทยกรณีกัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยได้ทำสำเนาคำแปลอย่างไม่เป็นทางการ ของคำแถลงการณ์ร่วม ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2551 เวลา 23.35 น.แต่ไม่ได้ทำสำเนาแผนที่ที่ใช้เป็นหลักฐานในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ซึ่งเนื้อหาในคำแถลงมีดังนี้

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 ได้มีการประชุมระหว่าง นาย สก อาน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักรัฐมนตรีของราชอาณาจักรกัมพูชา กับ นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศของราชอาณาจักรไทย เพื่อสานต่อการหารือเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก การประชุมดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส โดยมี นางฟรองซัวส์ ริวิแยร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายวัฒนธรรมของยูเนสโก เอกอัครราชทูตฟรานเชสโก คารูโซ นายอเซดีน เบส์ชาวุช นางปาโอลา ลีออนซินี บาร์โตลี และ นายจีโอวานนี้ บอคคาร์ดี เข้าร่วมการประชุมด้วย

การประชุมเป็นไปอย่างฉันท์มิตรและด้วยความร่วมมืออันดี ในระหว่างการประชุมทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกัน ดังนี้

1.ราชอาณาจักรไทยสนับสนุนการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ซึ่งเสนอโดยกัมพูชา ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยที่ 32 (ณ เมื่องคิวเบก ประเทศแคนาดา ในเดือนกรกฎาคม 2551) ขอบเขตของปราสาทปรากฏตาม N.1 ในแผนที่ที่จัดทำโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของกัมพูชาตามที่แนบมาพร้อมนี้ ทั้งนี้ แผนที่ดังกล่าวได้กำหนดเขตอนุรักษ์(buffer zone) ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ของตัวปราสาทไว้ด้วยดังปรากฏตาม N.2

2.ด้วยเจตนารมณ์แห่งไมตรีจิตและการประนีประนอม ราชอาณาจักรกัมพูชายอมรับว่าปราสาทพระวิหารจะได้รับการเสนอให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยในชั้นนี้ไม่มีเขตอนุรักษ์ในพื้นที่ทางทิศตะวันตกและทิศเหนือของตัวปราสาท

3.ให้ใช้แผนที่ที่ระบุในย่อหน้าที่ 1 แทน แผนที่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และรวมทั้ง “Schema Directeur pour la Zonage de Preah Vihear” ตลอดจนการอ้างอิงโดยรูปภาพต่างๆ ทั้งหมดที่แสดงให้เห็นถึงเขตคุ้มครอง (core zone) หรือการกำหนดเขตอื่นๆ (zonage) ในบริเวณปราสาทพระวิหารตามที่ระบุในเอกสารประกอบคำขอขึ้นทะเบียนของกัมพูชา

4.ในระหว่างที่ยังไม่มีผลของการปฏิบัติงานของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ในพื้นที่รอบตัวปราสาทพระวิหารทางทิศตะวันตกและทางทิศเหนือดังปรากฏตาม N.3 ในแผนที่ที่ระบุในย่อหน้าที่ 1 ข้างต้น แผนบริหารจัดการในพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการจัดทำขึ้นร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของกัมพูชาและของไทย โดยสอดคล้องกับมาตรฐานการอนุรักษ์ระดับสากล เพื่อรักษาคุณค้าอันเป็นสากลที่โดดเด่นของปราสาท ทั้งนี้ ให้บรรจุแผนกาบริหารจัดการดังกล่าวไว้ในแผนบริหารจัดการฉบับสุดท้ายสำหรับตัวปราสาทและพื้นที่รอบๆ ตัวปราสาท ซึ่งจะต้องเสนอต่อศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 สำหรับการพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกในสมัยที่ 34 ในปี2553

5.การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกจะไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทยในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ของทั้งสองประเทศ

6.ราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทยขอแสดงความขอบคุณเป็นอย่างยิ่งต่อผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก นายโคอิชิโร มัตซุอุระ สำหรับความช่วยเหลือในการอำนวยความสะดวกในกระบวนการอันนำไปสู่การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
เมธา วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

แผนที่สุดท้าย ชัดเจนว่า กัมพูชายืนยันสิทธิดินแดนอาณาเขตของตนมาโดยตลอด ทั้งทางบกและทางน้ำ แต่รัฐบาลนายทุนไทย ไม่ต่อรองผลประโยชน์ชาติแต่ไปแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ส่วนตน..

ว.แหวนลงยา - ขอให้ชัยชนะเป็นของประชาชน
tkgb - หลังจากไปผมไปเกนติ้ง ถึงทราบว่า ธุรกิจนี้ก็เป็นหมื่นๆ ล้าน
star612 - ต้องช่วยๆ กันเปิดเผยครับ
สิงห์ดำ30 - คุ้มสำหรับนายทุนและรัฐบาลนอมินีครับ
tengpong - นพดล พูดถึงทักษิณ ว่า "นายผม" ทุกคำที่กระทรวงฯ
พีร์ระพิชญ์/พี่ชาลี - ตรงกันครับ เรื่องนี้ควรเป็นเรื่องรัฐสภา ไม่ใช่ กต.หรือรัฐบาลเท่านั้น
รัฐธรรมนูญมาตรา 190 "การทำสัญญาระหว่างประเทศต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา และก่อนจะทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น โดยเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบด้วย และเมื่อลงนามในหนังสือสัญญา ก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน คณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญานั้น"
เซียน - ยิ่งเป็นเนติบริกรด้วย กฏหมายคือการหาช่องว่างเพื่อนายเงิน เท่านั้น
BaCon - ผมถึงว่า เรื่องนี้มันแอบแฝง
วัชรากร - ขอบคุณครับ
แม่มด - สถาบันไทยคดีศึกษา มธ. บอกว่า แผนที่นี้ ไม่ใช่แผนที่ที่บอกละติจูด หรือพิกัดอะไรเลย อัตราส่วนของแผนที่ไทยกับกัมพูชาก็ไม่เท่ากัน
Tooh - ครับ เรื่องนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีบางส่วนพูดถึง
คะวันเดือด - จำได้ว่าทหารหลายคนออกมาพูดว่า อยากพูดแต่พูดไม่ได้...
mookie - + หน้าไม่อาย
driftworm/หมาเดือด - ใช่ครับ ถ้าปกปิด ก็คือต้องการหมกเม็ดนั่นเอง
ธมกร -ยินดีครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ว.แหวนลงยา วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 12.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wachira89

มีทนายหน้าหอ เป็น รมต.ต่างประเทศ อันตรายมากครับ

เราจะสู้ ด้วยสติ ไม่ประมาท
ขอให้ชัยชนะเป็นของประชาชน
พบกันที่ทำเนียบ ครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
tkgb วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 11.54 น.


ไทยเสียดินแดน ข้าฯ(ตาแหล่)ก็ไม่ได้เสียอะไรนินา.....
ยังไงตำแหน่งรมต.นี้ก็ส้มหล่นประทานมาให้....ช่วยนายใหญ่ข้าฯซะหน่อยจะเป็นไร......เกาะกงนายใหญ่ฝันมานานแล้ว ก็คงจะได้ดั่งใจล่ะ....นายใหญ่ข้าฯจงเจริญ ชาติจะชิหาย ก็ไม่เกี่ยวกับข้าฯ(ตาแหล่)555 ...555ก๊าก..
ก้า......ก........

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
star612 วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 11.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/star612

ข้อมูลยอดเยี่ยมครับ...

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
สิงห์ดำ30 วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arnon


เอาแผ่นดินไปแลกสิทธิการหาผลประโยชน์บนเกาะกง คุ้มหรือไม่ ใครได้ใครเสีย ฟ้าเท่านั้นที่รู้ ถ้าฟ้ามีตา

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
tengpong วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 11.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

หัวเถิก ทำงานทุกอย่างเพื่อหน้าเหลี่ยม
โจรใส่สูท มันปล้นชาติเอาไปขาย

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
พีร์ระพิชญ์ วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Ravi
กวีแก้ว  แววหวัง  ดั่งถวิล แว่วยิน จินต มรรคสมัย ลอบแดด แผดอ่อน ร่อนรำไร อโณไทย ไต่เลียบ เหยียบผิวทราย ฯ.ฯ

นี่ มันเป็น ประเทศ ของ โคตรมารดา ทั่น ฤาใดกัน

อยากจะยกส่วนแบ่งดินแดน ใหนในประเทศไปให้ก็ได้

..................................

อนิจจา ประเทศ _________

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เซียน วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 11.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sian

นพดลก็แค่อดีตทนายความ คิดว่าผลประโยชน์ของชาติคงเหมื่อนผลประโยชน์ของบริษัทที่ตนเคยเป็นทนายว่าความให้ น่าจะยอมให้เขตพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยกับเขมรมาถึงกรุงเทพเลยดีกว่า วิญญานปู่จะได้ร้อง ได้ลูกหลาน.....ไร

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
BaCon วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 10.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countonme

ยังไม่ทำรังวัด ... จะรีบออกโฉนด .. ได้หรือ ?

ยังไม่รู้เขตแดนแน่นอน ...
แต่ยอมให้เขมรเอาวิหารไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก .. ได้ไง ?


ความคิดเห็นที่ 10 (0)
วัชรากร วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watcharakorn

เขียนได้ยอดเลยคุณเมธา กำลังอยากรู้ความเป็นมาอยู่ทีเดียว
เท่าที่เคยเรียนมาก็ไม่ลึกซึ้ง กำลังคิดว่าจะหาหนังสืออ่านสักหน่อย
ส่วนเนื้อหายังไม่กล้าวิจารณ์เพราะไม่มีองค์ (อิ อิ ไม่มีองค์ความรู้ น่ะ)ขอเก็บข้อมูลก่อน
ขอบคุณมากเลยนะ....คุณเขียนเรื่องนี้ทำให้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดซะแล้ว

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
แม่มด วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 10.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deardog

แล้วเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าแผนที่ที่นำมาแถลงข่าวเป็นแผนที่จริงที่ทำการตกลงกันไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
คะวันเดือด วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 10.31 น.

ลืมไปหรือเปล่าว่า คุณเกิดบนแผ่นดินไทย และเวลานี้ก็รับเดือนจากภาษี่ของเราอยู่ ถึงมาเรียกร้องขอรางวัล ที่อ้างว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ระวังอาจจะไม่มีแผ่นดินกลบหน้า เนี้ยหรือที่บอกว่า คุณพ่อเป็นคนศรีษะเกด

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
คะวันเดือด วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 10.24 น.

กรมแผนที่ทหาร ทำอะไรอยู่ถึงไม่ผู้ใดออกมารับผิดชอบ ปล่อยให้คนคนเดียวออกมาพูดว่ากรมแผนที่ทหาร ได้พิจารณาแล้วว่าถูกต้อง รั้วของชาติรักษารั้วไม่ได้ต่อไปจะมีรั้วใดให้รักษาอีก

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
mookie วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 10.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

หน้าด้าน หน้ามึน


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 19/06/2008 เวลา : 07.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เรื่องเขตแดนเกี่ยวพันกับอธิปไตยของชาติ นายนพดล ทำไมไม่เปิดเผยแผนที่หรือการเจรจราเงื่อนไขต่าง ๆ กับฝ่ายเขมร ทำยังกับว่า ประเทศชาติจะเกิดความเสียหายขึ้นอย่างรุนแรง

อย่าผูกขาดคำว่า รักชาติ ไว้คนเดียวนายนพดล แล้วมองข้ามความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ

นายนพดล เป็นนักกฎหมาย ได้อ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 190 หรือไม่

มาตราดังกล่าวระบุสาระสำคัญไว้ว่า "การทำสัญญาระหว่างประเทศต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา และก่อนจะทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น โดยเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบด้วย และเมื่อลงนามในหนังสือสัญญา ก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน คณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญานั้น"

ถามว่า การเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนกับฝ่ายเขมรอย่างลึกลับ ไม่เปิดเผยรายละเอียด เข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Tooh วันที่ : 18/06/2008 เวลา : 22.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tooh
|Transformers|Star Wars|Robot Jox|Rocketeer|The Twilight Zone|

ถึงแม้ศาลโลกตัดสินว่าตัวปราสาทเป็นของเขมร แต่ไทยก็ไม่เคยยอมรับเรื่องนี้

พันธมิตรฯ เคยออกมาบอกตั้งนานแล้วว่า ไทยจะต้องยื่นคัดค้านการยื่นตัวปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของเขมร ไม่ใช่ไปลงนามยินยอมให้กับเขา

เพราะเกมนี้ของเขมรคือ ใช้มรดกโลกเพื่อเป็นเครื่องมือในการอ้างเป็นกรรมสิทธิ์ตัวปราสาทเขาพระวิหารโดยสมบูรณ์

การลงนามครั้งนี้มีคนได้ผลตอบแทนแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
driftworm วันที่ : 18/06/2008 เวลา : 21.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คิดเหมือน หมาเดือด ในค.ห.ที่ ๑ ในประการหลัง คือทำไมไม่เปิดเผยทุกช่วงทุกซีนทุกฉ็อต อย่างสม่ำเสมอ วันนี้แม้เอาหลักฐานมาอวด ก็ยังวางใจไม่ได้แม้แต่ shot เดียว พฤติกรรมที่ผ่านมามันซ่อนเหลี่ยมคูตลอด
มันไม่มีทางให้เลือก ทั้งเรื่องติดคุก และเรื่องผลประโยชน์แสนล้านในดีลนี้ ต้องเอาหมดทั้งสองเรื่อง ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องมี official hand อยู่ในรัฐไทยไว้ เพื่อทั้งสองเรื่อง
ส่วนในประการแรก เรื่องบทบาทผู้รักษาดินแดนนั้น ใบ้ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ธมกร วันที่ : 18/06/2008 เวลา : 19.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krugarn

น่าติดตามครับ...
*
อีกคนละเรื่องเดียวกัน
มาชวนอ่าน...

* อะไรที่ผมประหวัดรู้สึกหรือครับ ขณะผมกลับมาย้อนอ่านบทกวีและดูภาพเวียงวังร้างรก ปรักหักโทรม เหลือเพียงรอยซากสึกกร่อนผมก็พลันวาบรู้สึกถึงการก่อตัวของความเลวร้ายของสายใยอำนาจฉ้อฉล อยุติธรรมต่างๆ จนเป็นแรงกดกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านและขับต้อนอย่างต่อเนื่องในกรุงเทพมหานครวันนี้ มันเหมือนเห็นภาพรางๆ ของ “กรุงเทพมหานครร้าง!” ในอนาคต ซ้อนทับกับภาพ “เวียงคอกช้างดิน-อู่ทองเมืองร้าง!”
*
และอ่านต่อที่ ทุ่งสักอาศรม นะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
หมาเดือด วันที่ : 18/06/2008 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oldhome

เรื่องแผนที่ทับซ้อนหรือเรื่องแผนที่ความจริงทหารน่าจะเป็นหน่วยงานที่รู้ดีที่สุดว่าประเทศชาติจะได้หรือเสีย แต่กลับไม่เห็นผู้รักษาดินแดนออกมาโต้แย้งหรืออธิบายข้อเท็จจริงกับบ้านเมืองว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง แล้วการที่รัฐมนตรีกระทรวงบัวแก้วมีการเจรจาประเด็นที่เป็นปัญหาอธิปไตยมาตุภูมิของประเทศทำไมไม่เอามาเปิดเผยข้อเท็จจริงให้กับเจ้าของประเทศทุกผู้ทุกคนได้เข้าใจปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ออกมาแถลงการแบบงุบงิบงุบงิบสร้างความสงสัยให้กับเจ้าของประเทศต้องออกมาเดินขบวนขับไล่ ไม่รู้คนหน้าเหลี่ยมเลี้ยงลูกน้องยังงี้ไว้ได้ยัง ไม่อยากบอกว่าโง่แต่มันไม่ฉลาด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน