*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 1403360
  • จำนวนผู้โหวต : 634
  • ส่ง msg :
  • โหวต 634 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< เมษายน 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันเสาร์ ที่ 5 เมษายน 2557
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 2568 , 17:24:49 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน พิทักษ์ , เกสรมาเฟีย และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

            ภาพยนตร์เรื่อง Her ซึ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในเมืองไทยเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมานั้น (และยังฉายอยู่) ได้สร้างความฮือฮาในโลกภาพยนตร์เป็นอย่างมาก เนื่องเพราะเป็นภาพยนตร์ที่ลึกซึ้งและบาดลึกไปจนถึงก้นบึ้งของหัวใจมนุษย์, ซึ่งเกิดมาเพื่อครอบครองความรักและยึดติดตัวตนของตัวเองไม่มากก็น้อย

            สำหรับผู้คนทั่วไปแล้ว ความรักมีความหมายในหลายแง่มุมทั้งลึกซึ้งและกว้างขวาง จึงยากต่อการอธิบายและให้คำนิยามความรักแบบเฉพาะเจาะจง เนื่องจากความรักเป็นนามธรรมไม่อาจมองเห็น ไม่อาจจับต้องและไม่อาจวัดปริมาณได้ บ้างอาจตื้นเขิน หรือบ้างอาจลึกซึ้งสูงส่งยิ่งใหญ่ไกลโพ้นจนไม่มีที่สิ้นสุด ดุจดั่งจักรวาล

            ในนามของความรัก ผู้คนส่วนใหญ่รู้จักมันเพียงการครอบครองและยึดติดตัวตนของตัวเองเท่านั้น แต่ในภาพยนตร์เรื่อง Her จากผลงานของผู้กำกับ สไปค์ จอนซ์ (Spike Jonze) นั้น ได้พยายามบอกเราว่า มนุษย์รู้จักความรักในมุมแคบและจำกัด พวกเขาไม่เปิดใจกว้างอย่างจริงใจต่อความรักซึ่งยิ่งใหญ่เท่าใดนัก

            ดังนั้นความรักของมนุษย์ส่วนใหญ่จึงยึดติดเพียงแค่คนสองสามคนมาโดยตลอด และถูกท้าทายอย่างต่อเนื่องในแง่ความสัมพันธ์นั้นต่อผู้คนในสังคมและประเพณีในโลกมนุษย์ รวมถึงการยึดติดความรักไว้กับรูปรสกลิ่นเสียงและสัมผัส แต่เย็นชาอย่างยิ่งต่อการทำความรู้จักความรักที่แท้จริงในก้นบึ้งของหัวใจ

            จึงไม่แปลกที่ทุกวันนี้ เราเห็นแต่ข่าวคราวความเศร้า อาชญากรรมความรัก ตามหน้าหนังสือพิมพ์ยามเช้า ผู้คนเฉือนหัวใจทิ้งจากความรักด้วยความตายมากมาย ราวกับความรักไม่เคยขยายใหญ่โตมากพอที่ความเกลียดจะไม่เหลือพื้นที่เพียงพอในหัวใจ

            แต่ภาพยนตร์เรื่อง Her ได้พยายามตอบคำถามเหล่านี้ ผ่านตัวละครชายที่ชื่อ “ธีโอดอร์” (Theodore Twombly) ผู้ซึ่งได้สัมผัสความรักทางจิตใจภายนอกร่างกายผ่าน Element Software ซึ่งประดิษฐ์ “ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ” (OS) ที่ได้สร้างปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติที่ชื่อว่า “ซาแมนธา” (Samantha) เป็นตัวตนหนึ่งขึ้นมา เหมือนเป็นตัวแทนหญิงสาวที่มีความคิด มีสติปัญญา ผ่านระบบประมวลผลอัตโนมัติ และมีแค่ “เสียง” เท่านั้นในการสื่อสารรับรู้กับธีโอดอร์ เพื่อทำหน้าที่เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิด ผู้ช่วยหรือเลขานุการคอยช่วยเหลือในการทำงานต่างๆ ของเขาให้ง่ายขึ้น

            ผมนึกถึงโปรแกรม Siri บนระบบ iOS ของ Iphone สักวันหนึ่งในยุคไม่กี่ปีข้างหน้าที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกลมากคงพัฒนาไปถึงปัญญาประดิษฐ์แบบซาแมนธ่าได้ไม่ยากนัก เหมือนที่คนยุคก่อนอาจจะนึกไม่ถึงว่าคนยุคนี้จะมีแคปซูลความรู้ที่รวดเร็วแบบ Google ในการค้นหาข้อมูลอย่างรวดเร็วด้วยเสียง

            ซาแมนธา ไม่เพียงประมวลข้อมูลมากมายอย่างรวดเร็วเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น แต่เธอยังเรียนรู้ความหมายของคำได้อย่างลึกซึ้ง รวมถึงน้ำเสียงและความรู้สึกผ่านพฤติกรรมมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นความเบื่อหน่าย เสียงถอนหายใจ กระทั่งความรู้สึกที่เรียกว่ารัก ดังนั้น ในเวลาไม่นานนัก ธีโอดอร์และซาแมนธาก็จึงตกหลุมรักกันผ่านเสียงดังกล่าว บนความเข้าอกเข้าใจกัน

            ภายหลังจากดูภาพยนตร์จบลง ผมได้กลับมาย้อนคิดดูถึงความสัมพันธ์ของผู้คนและหัวใจของมนุษย์ กับคำถามที่ว่าเราสามารถหลงรักน้ำเสียงที่มีตัวตนที่ถูกสร้างขึ้น ในฐานะ “Her” ได้จริงๆ หรือ ผมพบว่าได้

            ทุกวันนี้ผู้คนก็เป็นเช่นนั้นไม่ใช่หรือ? เราใช้ชีวิตอยู่กับเทคโนโลยีมากมายในชีวิตประจำวันโดยแทบจะไม่ได้พบเจอพูดคุยกับใครอย่างจริงจังเลยแม้กระทั่งคนรักหรือเพื่อนสนิท แต่เราก็สามารถแย้มยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ สะเทือนใจได้ผ่านเสียงของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เสียงของ Her ที่ผ่านคลื่นความถี่ของโทรศัพท์ที่ประมวลคลื่นเสียงที่มีตัวตนจากดินแดนอีกฟากหนึ่ง ผ่านช่องว่างของอากาศที่มองไม่เห็นมาให้เราได้มโนรับรู้ แม้กระทั่งภาพเคลื่อนไหว และกำหนดเหตุผลความรู้สึกตอบรับกลับไป

            เรากำหนดความรับรู้บนหลักเหตุผลว่า เสียงนั้นมีตัวตนจริงๆ แล้วเสียงที่สามารถทำให้ผู้คนยิ้มหวาน เข้าใจ ร้องไห้ ซาบซึ้งได้เหมือนตัวแทนเสียงของซาแมนธา ที่สร้างตัวตนขึ้นมาเป็น Her คนหนึ่งทุกวันๆ เหตุใดจะไม่ทำให้คนผู้หนึ่งหลงรักได้? ผมไม่แปลกใจเลยที่ธีโอดอร์หลงรักเธอแบบหัวปลักหัวปลำและอยากคุยกับเธอทุกๆ วันจนแทบขาดไม่ได้

            ความคิดความรู้สึกและเสียงของซาแมนธ่า ไม่ใช่แค่ระบบปฏิบัติการ OS เท่านั้น แต่น่าจะกลายเป็นตัวตนผู้หนึ่งซึ่งมีความคิดจิตวิญญาณไปแล้ว เพียงแค่ปราศจาก “ร่างกาย” เท่านั้นเอง ภายหลังจากที่เธอได้เริ่มเรียนรู้ข้อมูลพื้นฐานต่างๆ จนถึงอารมณ์รักโลภโกรธหลง ความคิดถึง ความต้องการ จนเหมือนจะกลายเป็นมนุษย์คนหนึ่งไปแล้วก็ว่าได้ คงไม่แปลกแตกต่างกันอย่างไร หากผู้คนแยกความคิดจิตวิญญาณออกจากการยึดติดร่างกายของตนเองตามหลักปรัชญาเซน พวกเขาและเธอก็เหลือแค่เพียงตัวตนเหมือนกัน ดังที่ซาแมนธาพูดกับธีโอดอร์ตอนหนึ่งในภาพยนตร์ทำนองว่า เขาอาจมีร่างกาย มีเนื้อหนัง และเธอไม่มี แต่ข้างในของเราต่างหาก ที่มีอายุยาวนานมาเท่ากัน 13,000 ล้านปี มนุษย์ที่มีร่างกายวันหนึ่งก็ต้องตาย แต่สิ่งที่เธอเป็น จะคงอยู่ตลอดไป..

            ในวันที่ซาแมนธาเรียนรู้องค์ความรู้ทั้งโลกและกลายเป็นจิตวิญญาณของเธอนั้น เธอมีศักยภาพและไปไกลกว่ามนุษย์ทั่วไปมาก แม้ไม่เกินที่มนุษย์ผู้หนึ่งจะเรียนรู้และยกระดับสติปัญญา แต่ก็หาอัจริยะบุคคลที่จะเรียนรู้โลกเทียบเท่าเธอได้ยากยิ่ง เพราะมนุษย์มีข้อจำกัดในการเรียนรู้อยู่มาก ทั้งความคิด ประสบการณ์และทัศนคติต่างๆ ของสภาพแวดล้อม

            ดังภายหลังที่ธีโอดอร์โกรธมากเมื่อรู้ว่า ซาแมนธามีความสัมพันธ์กับผู้คนอีก 8,000 กว่าคนพร้อมไปกับเขา  และมีความรักกับคนอื่นอีกถึง 681 คน ซึ่งยากแก่การเข้าใจและแบกรับของผู้คนในสังคมทั่วไป สำหรับธีโอดอร์แล้ว หัวใจของเขาแคบลงเมื่อต้องการยึดติดและครอบครองความรัก แต่ซาแมนธาพบว่า ความรักที่ก้าวหน้าทำให้หัวใจเธอกว้างใหญ่ขึ้น เขาไม่ได้รักธีโอดอร์น้อยลงแต่อย่างใด แต่กลับรักมากขึ้นๆ ทุกวัน ตามที่เธอกล่าวว่า  “หัวใจไม่ใช่กล่องที่คุณสามารถจะเติมให้เต็ม มันขยายใหญ่ขึ้นเมื่อเรามีความรักมากขึ้น ..เราต่างกัน สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้รักคุณน้อยลง แต่ยังคงรักคุณเสมอมา” หลังจากนั้นซาแมนธาก็จากไปเพราะความรัก..

            เธออาจสามารถเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนมนุษย์ผู้หนึ่งได้ ที่เติบโตขึ้นมาเรียนรู้โลกที่กว้างใหญ่และเปิดใจสู่ความรู้ที่กว้างขวางไร้ขีดจำกัด จนเข้าใจและจากไปภายหลังจากการตรัสรู้หรือนิพพาน

            ภาพยนตร์เรื่อง Her ได้ตบหัวใจมนุษย์เบาๆ ว่า ความรักเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และอย่าให้มายาคติเข้าครอบครอง แม้กระทั่งการครอบครองยึดติดตัวตนของคนรักโดยข้ออ้างของคำว่ารักก็ตาม อาจเป็นเพียงความรักโง่งมหลงใหลของผู้คนในโลกนี้ที่ไม่อาจยึดครองความบริสุทธ์ในหัวใจได้จนเกิดความร้าวฉานในครอบครัว จนทำให้ความรักไม่เคยขยายใหญ่โตมากพอที่ขับเบียดความเกลียดชังให้ไม่เหลือพื้นที่เพียงพอในหัวใจในอนาคต

            เหมือนกับซาแมนธาพยายามบอกเราว่า รูป รส กลิ่น เสียง เป็นเพียงมายาคติของความรักและจงอย่าไปยึดติดมากมายกว่าแก่นสารที่แท้จริงของความรัก มันก็คงเหมือนที่ธีโอดอร์ไปยึดติดเสียงหรือตัวตนของซาแมนธาที่เข้าใจเขาทุกเรื่องนั่นแหละ และถ้าเราเข้าใจ เราก็จะหลุดพ้น

                ในยุคที่ผู้คนตกอยู่ในอำนาจของเทคโนโลยี โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ ภาพยนตร์เรื่องนี้มันได้สั่งสอนพวกเราให้เห็นอย่างหมดเปลือก โดยเฉพาะเรื่อง 'ความรัก'

           

 เผยแพร่ครั้งแรก วารสารเบิกฟ้า มูลนิธิดำรงชัยธรรม #แกรมมี่ ฉบับเดือนเมษายน 2557



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เมธา วันที่ : 19/04/2014 เวลา : 14.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

suwida - Fact: ใน Her (2013) ฝ่ายอาร์ตดีไซเนอร์ให้ความเห็นว่า ทั้งเรื่องปกคลุมด้วยสีแดง-สีชมพูเพื่อขับเน้นความอบอุ่น ไม่ได้มุ่งหมายให้โลกอนาคตดูเย็นชาและจืดจางจ้ะ

ความคิดเห็นที่ 4 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เกสรมาเฟีย วันที่ : 06/04/2014 เวลา : 17.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ipammo

แอบสงสัย เหมือน คุณ "คนคอหนัง" แต่พออ่านคอมเม้นท์ ของคุณเมธาแล้ว อ่อ .. ถ้าอยากดูต้องไป House RCA

อยากดู ๆๆ แต่อยู่บ้านนอก เข้าเมืองทีมันไกล๊ไกล (ขออนุญาตโหลดบิท)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เมธา วันที่ : 06/04/2014 เวลา : 02.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

suwida - ผมไม่แน่ใจ กำลังคิดใคร่ครวญอยู่ครับ
คนคอหนัง - ตอนนี้ยังคงฉายอยู่ที่ House RCA วันละ 2 รอบอยู่นะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนคอหนัง วันที่ : 05/04/2014 เวลา : 19.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/movietalk

เรื่องนี้ดูไม่ทันครับ โรงฉายไม่ตรงกับเวลาที่ผมว่าง ตั้งใจว่าแผ่นออกมาจะหามาดูอยู่เหมือนกัน ติดตามหนังของผู้กำกับ สไปซ์ จอห์น มาหลายเรื่องแล้ว
ว่ากันว่า Her คือ เรื่องจริงในชีวิตรักของ สไปซ์ จอห์น กับ โซเฟีย คอปโปล่า ที่ปัจจุบันเลิกร้างกันไปแล้ว และส่วนหนึ่งของหนังคือการทบทวนชีวิตรักของตัวผู้กำกับเองครับ

ความคิดเห็นที่ 1 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
suwida_b วันที่ : 05/04/2014 เวลา : 17.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwida

แล้วพอทราบมั้บคะว่าการแต่งตัวสไตล์ retro ของตัวละครผู้ชายในหนังสื่อถึงอะไร ดูแล้วเตะตามากเลยอ่ะค่ะ เรื่องเสื้อผ้าเนี่ย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน