*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 1401219
  • จำนวนผู้โหวต : 634
  • ส่ง msg :
  • โหวต 634 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< เมษายน 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน 2557
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 2265 , 14:53:46 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน นายยั้งคิด , ชบาตานี โหวตเรื่องนี้


   อาจจะกล่าวได้ว่า คุณภาพของชีวิตของผู้คนคือตัวชี้วัดคุณภาพของสังคมในขณะเดียวกัน หากความยากไร้ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของปัจเจกชนมีน้อยลงเท่าไหร่แล้ว คุณภาพของสังคมจะมีมากขึ้นได้อย่างไร

    ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมในปัจจุบัน ผมได้แต่ตั้งคำถามว่า ที่ผ่านมารัฐไทยดูแลพลเมืองของตนเองดีมากน้อยแค่ไหน เหตุใดความรุนแรงทางสังคมได้ขยายบานปลายจนดูเหมือนไร้ทางออกในปัจจุบัน และอาจกระทั่งกลายเป็นสงครามกลางเมืองในไม่ช้า หรืออีกไม่นาน ไม่ต่างจากรวันดาหรือซีเรีย

    ในประเทศที่เคยได้ชื่อว่าเป็น แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง เป็น อู่ข้าวอู่น้ำของโลก ผลผลิตทางเกษตรกรรมของไทยได้หล่อเลี้ยงดูแลสังคมโลกมาช้านาน แต่เหตุใดในวันนี้ ชาวนาไทยซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติต้องทยอยผูกคอตาย โบกมือลาชะตากรรมอันรันทดกันไปหลายคนแล้ว

    ประเพณีสงกรานต์ของไทยในวันนี้ ได้ลือเลื่องไปทั่วภูมิภาคและทั่วโลกมากกว่าเมืองใดในอินโดจีน น้ำท่าเพื่อการกสิกรรมของไทยสมบูรณ์พูนผลจนพวกแอฟริกาตกใจ เพราะพวกเขาเคยฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันมาแล้ว เพราะสงครามแย่งน้ำ แต่ในเมืองไทยที่ทรัพยากรสมบูรณ์ไม่ว่าน้ำหรือน้ำมัน วันนี้เรากลับกำลังทำสงครามความเชื่อทางการเมืองกัน แม้อาจเป็นเครือญาติหรือกระทั่งพี่น้องกัน แต่ความคิดเห็นต่างทางการเมืองอาจมีความผิดถึงตาย


    เราเดินทางมาถึงวันนี้ได้อย่างไร?


    นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 ทำให้เรามีสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตยทางการเมืองจนถึงทุกวันนี้ คณะราษฎรนำโดยนายปรีดี พนมยงค์ และนักการเมืองรุ่นเก่าๆ ได้พยายามพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้สังคมไม่มากก็น้อยในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการจัดการเศรษฐกิจเพื่อสังคมโดยรูปแบบสหกรณ์ การผลักดันเค้าโครงร่างเศรษฐกิจและกฎหมายประกันความสุขสมบูรณ์พูนผลของประชาชนในช่วงเวลาที่ทุกข์ยากลำบาก แต่ต่อมาเผด็จการทหารและขุนศึกทั้งหลายก็ทำลายความชอบธรรมต่างๆ ลงไป จนบีบคั้นให้คนยากไร้ทั้งหลายเลือกหนทางต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมทางสังคมด้วยอาวุธในนามพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

    ในสมัยนั้น จอมพล ป. พิบูลสงคราม อดีตหนึ่งในคณะราษฎร ถึงขั้นเคยพูดว่า “ถ้าประชาชนไม่มีที่ดิน จะรักชาติได้อย่างไร” เพื่อกระจายการถือครองที่ดินของประชาชนโดยออกกฎหมายจำกัดการถือครองที่ดิน อาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ถึงกับเคยเขียนข้อเสนอเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตและคุณภาพของสังคมในบทความที่ยิ่งใหญ่และสมบูรณ์ที่ชื่อ “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” เขาเห็นว่าตั้งแต่เกิดจนถึงตาย คนไทยควรมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่ได้รับการดูแลจากรัฐ ในฐานะผู้จัดวางการอยู่ร่วมกันของสังคมโดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม

    แต่อาจจะกล่าวได้ว่า หลังจากนั้นเป็นต้นมา ผู้มีอำนาจทางการเมืองที่มีส่วนกำหนดนโยบายให้สังคมประสบพบเจอชะตากรรมอันเลวร้ายลงมากที่สุดคนหนึ่งคือ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในยุคเผด็จการเต็มขั้นที่อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ทั้งหมดถูกโอนถ่ายมาอยู่ในมือแค่คนเพียงผู้เดียว

    เขาได้ออกแบบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับแรก กำหนดผูกขาดให้ประเทศไทยเดินตามก้นธนาคารโลกโดยไม่ตั้งคำถาม โดยใช้ระบบทุนนิยมเสรีเท่านั้นในการชี้นำทางของประเทศไทย โดยให้กลไกตลาดคืออนาคตของทุกสิ่งทุกอย่าง

    ผลพวงจากแผนพัฒนาบนแนวทางดังกล่าว ทำให้การพัฒนาสังคมไทยที่ผ่านมาเน้นแต่เพียงรูปแบบทางวัตถุแต่เพียงอย่างเดียว แต่ความเจริญทางจิตใจกลับได้รับข้อยกเว้นจนสังคมไทยเต็มไปด้วยความรุนแรง การพลัดพราก อาชญากรรม และความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในปัจจุบัน

    ที่ดินที่ประเทศไทยเคยมีประมาณ 320 ล้านไร่ เฉลี่ยให้คนได้ใช้ประโยชน์ได้เพียงคนละ 4-5 ไร่เท่านั้นเมื่อหักพื้นที่ป่าไม้ออกไป วันนี้กลับพบว่าชาวนามากมายไร้ที่ดินทำกิน มีหนี้สินมากมายจากการผูกขาดตลาดเกษตรกรรมของนายทุนข้ามชาติและการเกษตรแบบพันธสัญญา

    นับแต่นั้นมาสังคมไทยก็ล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด ท่ามกลางความทุกข์ยากและความเหลื่อมล้ำ คนไทยช่วยเหลือขอทานด้วยการให้ทาน แต่ไม่เคยคิดแก้ไขปัญหาทั้งระบบ เพราะเมื่อปัญหาเกิดขึ้นกับคนสองคนขึ้นไปแล้วเหมือนกันล้วนก็คือปัญหาทางโครงสร้าง ผู้คนแสวงหากำไรและความร่ำรวยจากระบบและความสัมพันธ์ทางสังคมที่ไม่เป็นธรรมมาหลายสิบปี นักการเมืองไทยก็เช่นเดียวกัน แนวคิดทางเศรษฐกิจแบบนี้ทำให้พวกเขาคิดถึงแต่ตนเอง ค่านิยมดังกล่าวทำให้แนวคิดเศรษฐศาสตร์การเมือง เศรษฐศาสตร์สังคม ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม หรือเศรษฐกิจแบบผสมผสานถูกลืมเลือนและหายไป จนไม่มีใครกล้าเสนอให้เป็นทางออกของสังคม

    ถึงเวลาแล้วหรือยัง เพียงพอแล้วหรือยัง ที่วันนี้ประเทศไทยขายรถเบนซ์ได้มากที่สุดในโลก แต่เรากลับมีคนทุกข์ยากลำบากมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ จนกลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในเอเชีย และช่องว่างระหว่างคนจนคนรวยห่างกันมากถึง 15 เท่า มากกว่าจีนและอินเดีย

    ความเหลื่อมล้ำและความยากจนในเมืองไทย นับได้ว่าคือใจกลางของความขัดแย้งในปัจจุบัน และระบบทุนนิยมคือใจกลางของปัญหาในสังคมไทยอย่างที่สำคัญ ถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงสังคม เพื่อสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ เพราะปัญหาความเหลื่อมล้ำคือปัญหาของชาติที่แท้จริง 

    ถ้าชาวนาไม่มีที่ดิน พวกเขาจะรักชาติได้อย่างไร.

 

photo by Prayong Doklamyai

(คอลัมน์โลกและเรา-เมธา มาสขาว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน 2557)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 15/04/2014 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

บทความนี้ ยอดเยี่ยมมากครับ เรื่องที่ดินทำกินก่อตัวเป็นปัญหามานาน พรรคปชป.ประกาศตลอดมาว่าจะเสนอกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินนี้ แต่ก็ยังไม่สำเร็จสักที เนื่องเกรงว่าจะแพ้โหวตในสภาแล้วรัฐบาลต้องลาออกนั่นเอง

ความคิดเห็นที่ 2 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 14/04/2014 เวลา : 19.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

สังคมไทยที่เคยเป็นสังคมแห่งการพึ่งพาอาศัยกัน กำลังจะกลายเป็นสังคมที่แก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่นกัน
มือใครยางสาวได้สาวเอา ต้นเหตุทั้งหมด เพราะเราขาดผู้นำบ้านเมืองที่ไร้คุณธรรมนั่นเอง

ความคิดเห็นที่ 1 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พายุ@หิมะ วันที่ : 14/04/2014 เวลา : 16.57 น.

สมัยรัฐบาลอภสิทธิ์ดำเนินเรื่องโฉนดชุมชนจนสำเร็จ
แล้ววันนี้...เป็นยังไงครับ


ไม่มีใครสานต่อเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน