*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 1401219
  • จำนวนผู้โหวต : 634
  • ส่ง msg :
  • โหวต 634 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< พฤษภาคม 2014 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤษภาคม 2557
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 2409 , 13:31:54 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน BlueHill , rattiya โหวตเรื่องนี้

photo by New York Times www.nytimes.com

นับถึงเวลานี้ เราเดินทางท่ามกลางความขัดแย้งและความสูญเสียมาไกลมากแล้ว นับตั้งแต่การรัฐประหาร 2549 ซึ่งได้ทำลายพัฒนาการหลายอย่างของสังคมลงไป จนแบ่งประชาชนออกเป็น 2 ขั้วข้างทางการเมือง และทิ้งความเกลียดชังไว้เบื้องหลังมากพอ จนถึงจุดประทุของเหตุการณ์ในปัจจุบัน

บางคนอาจบอกว่า สาเหตุของปัญหายุคใหม่เกิดขึ้นภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2540 เพราะการละเมิดหลักนิติธรรมและกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอ ได้นําไปสู่การใช้อํานาจนอกระบบในการแก้ไขปัญหา ซึ่งได้ทำลายพลวัตรประชาธิปไตยและพัฒนาการของขบวนการประชาชนลงอย่างน่าเสียดาย ต้นเหตุของปัญหาครั้งแรกนั้น ว่ากันว่าเกิดจากคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในปี 2547 ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาใน “คดีซุกหุ้น” ว่ากระทําผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 295 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักแห่งกฎหมายแต่อย่างใดตามรายงานของ คอป.

น่าเสียดายที่เราผ่านพ้นเหตุการณ์พฤษภาวิปโยคมาในปี 2535 ด้วยความเชื่อมั่นว่าสังคมประชาธิปไตยจะเติบโต ภายหลังกองทัพได้ขอโทษผู้สูญเสีย และมีกฎระเบียบกลาโหมออกมาว่า การจะใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามหรือสลายการชุมนุมของประชาชน สามารถทำได้โดยใช้มติคณะรัฐมนตรีเท่านั้น แต่เราได้สูญเสียบรรทัดฐานต่อมา ด้วยการออกกฎหมายอำนาจพิเศษที่ละเว้นความรับผิดชอบทั้งทางอาญาและทางปกครองแก่ผู้นำที่เผด็จอำนาจ โดยเฉพาะกฎหมายการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี 2548 และกฎหมายความมั่นคงฯ ปี 2551 ซึ่งล้วนเป็นกฎหมายเผด็จการชัดเจน

ด้วยการบิดเบือนหลักนิติธรรมและอำนาจตามกฎหมายพิเศษดังกล่าว ไม่ว่าใครเข้ามาเป็นรัฐบาล พวกเขาก็เผด็จอำนาจปราบปรามประชาชนในฐานะชนชั้นปกครองเหมือนกันไปหมด อนาคตของประชาธิปไตยไทยหายใจแผ่วเบานับตั้งแต่กฎหมายเหล่านั้นออกมาแล้ว

มิพักต้องพูดถึงกฎหมายนิรโทษกรรมที่ผ่านมาเลยว่า ประเทศไทยไม่เคยสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองและกระบวนการยุติธรรมต่อผู้นำรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงเลย เพราะพวกเขามักออกกฎหมายล้มล้างความผิดให้ตนเองในเวลาต่อมา ยิ่งมีอำนาจพิเศษตามกฎหมายใหม่ด้วยแล้ว พวกเขาก็ไม่เคยกลัวที่จะรับผิดทางอาญาจากการเข่นฆ่าปราบปรามประชาชน หรือจากข้อหากบฏจากการรัฐประหาร ดังจะเห็นได้ชัดเจนจากวัฒนธรรมการอุ้มฆ่าของเจ้าหน้าที่รัฐไทย ที่อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อไม่ให้รับผิดในข้อหาฆ่าคนตาย

ดังนั้น คงสิ้นหวังว่าประเทศไทยจะมีใครมีความรับผิดชอบทางการเมืองสูงเหมือนประเทศเกาหลีใต้หรือญี่ปุ่นในอนาคตอันใกล้นี้ ตราบใดที่เราไม่เคยสร้างบรรทัดฐานความรับผิดทางการเมืองขึ้นมา

และเราจะสร้างบรรทัดฐานความรับผิดทางการเมืองขึ้นมาได้นั้น เราจะต้องยกเลิกกฎหมายที่ให้อำนาจพิเศษเหล่านั้นลงให้หมดเสียก่อน หาไม่แล้ว เราก็พายเรืออยู่ในอ่าง ล้มลุกคลุกคลานในวัฏจักรการเมืองน้ำเน่าเหมือนเดิมต่อไป

ไม่มีใครรับผิดชอบในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ไม่มีใครรับผิดชอบในเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 และยังไม่มีใครรับผิดชอบในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2553 แต่ก็ยังดีที่กฎหมายนิรโทษกรรมในเรื่องดังกล่าวตกไป เพราะการเคลื่อนไหวของประชาชน

เมื่อนักการเมืองเล่นการเมืองไม่มีความรับผิดชอบ นับถึงเวลานี้ เราจึงเดินทางท่ามกลางความขัดแย้งและความสูญเสียมาไกลมากพอแล้ว กับหลายชีวิตวีรชนที่ล้มตายหายหน้าไป ท่ามกลางอุดมการณ์ทางการเมืองสีเสื้อต่างๆ นับตั้งแต่การรัฐประหาร 2549 บนทางแยกของประเทศไทยที่ดูเหมือนเดินมาถึงจุดแตกหัก ไม่มีใครยอมใคร และดูเหมือนไม่มีทางออกจากความขัดแย้ง

 

อีกฝั่งหนึ่งต้องการเลือกตั้งก่อนปฏิรูป และอีกฝั่งหนึ่งต้องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง บนเส้นที่ทับกันบางๆ ระหว่างสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม กับสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของประชาชน บนสงครามของชนชั้นนำที่พวกเขาไม่เคยต้องแบกรับความผิดและการสูญเสีย

ยุทธวิธี “แบ่งแยกแล้วปกครอง” ล้วนใช้โดยชนชั้นนำมาอย่างต่อเนื่องแต่โบราณ และเราจะรู้เข้าใจได้ก็ต่อเมื่อพบว่า ในระดับ “ชาวบ้าน” พวกเขาลุกขึ้นเข่นฆ่าสังหารกันเองอย่างเอาเป็นเอาตายโดยไม่ได้เป็นใหญ่ ฉันใดก็ฉันนั้น ในวันนี้ หากเราเฝ้ามองสังคมไทยด้วยใจเป็นธรรม เราย่อมเห็นพี่น้องที่มาจากหมู่บ้านเดียวกันกำลังเตรียมอาวุธเข้าห้ำหั่นสัประยุทธ์กันอย่างเมามาย

สำหรับประเทศไทยแล้ว แก่นแท้ของความขัดแย้งไม่ใช่ระหว่างประชาชนกับประชาชน ไม่ใช่ระหว่างพรรคการเมืองกับพรรคการเมือง และยิ่งไม่ใช่ระหว่างสงครามกลางเมืองของชนชั้นนำไทยในขณะนี้

ตัวอย่างจากต่างประเทศและบทเรียนในประวัติศาสตร์ได้บอกเราว่า ประชาธิปไตยจะกินได้อย่างไรถ้าไม่มีความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ เราจะมีเสรีภาพทางการเมืองได้อย่างไร ตราบใดที่รัฐสภายังเป็นเผด็จการพรรคการเมือง เราจะสู้เพื่อใคร ตราบใดที่ปัญหาทางชนชั้นยังถูกเลือกปฏิบัติในรัฐธรรมนูญและกฎหมายอยู่

ในทางการเมือง ที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบังคับให้รัฐมนตรีต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และบังคับให้ ส.ส.ต้องสังกัดพรรคการเมือง ประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไรหากไม่แก้ไขเรื่องเหล่านี้ ยังไม่นับรวมถึงเสรีภาพทางความคิดที่ประเทศไทยยังดำรงกฎหมายที่ล้าหลังอยู่ ยิ่งมิพักต้องพูดถึงว่า ข้อเสนอมาตรา 7 ตามรัฐธรรมนูญ ยิ่งไม่ใช่ทางออกของทางการเมืองไทย และไม่ใช่หนทางแห่งประชาธิปไตยแต่อย่างใด

ในทางเศรษฐกิจ ที่ชนชั้นนำผูกขาดตลาดและรัฐสภา การเลือกตั้งอาจเป็นแค่รูปแบบเพื่อให้ทุกคนดูเหมือนจะมีสิทธิเสมอภาคกันโดยพื้นฐาน แต่ก็กำหนดบทบาทคนจนส่วนมากในสังคมให้เป็นทาสในระบบทุนนิยมต่อไปแม้จะมีอำนาจเลือกตั้งก็ตาม
เราจะเลือกตั้งอย่างไรถ้าไม่มีตัวเลือก เราจะปฏิรูปอะไรถ้าไม่มีข้อเสนอ เราจะปฏิวัติอย่างไรถ้าไม่มีอุดมการณ์ชี้นำ

เราไม่อาจแยกสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม กับสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ออกจากกันได้ เช่นเดียวกับที่เราไม่อาจปฏิรูปได้ถ้าไม่มีการเลือกตั้ง และเราไม่อาจเลือกตั้งได้อย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม หากไม่ยกเลิกการบังคับ ส.ส.สังกัดพรรค และยกเลิกกฎหมายพรรคการเมือง เพื่อสร้างระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาที่แท้จริง.

 

 

photo by New York Times www.nytimes.com

(เผยแพร่ครั้งแรก คอลัมน์โลกและเรา-เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับแทบลอยด์วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2557)

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เมธา วันที่ : 20/05/2014 เวลา : 10.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

ใช่ครับ, ขอบคุณครับสำหรับความเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สีเงิน วันที่ : 19/05/2014 เวลา : 11.54 น.

พรรคการเมืองมีความสำคัญมากต่อระบอบประชาธิปไตยกล่าวคือหากพรรคใดได้เสียงข้างมากก็จะเข้ามาบริหารประเทศ หลักการสำคัญของพรรคการเมืองที่ได้มาตรฐาน คือ พรรคเลือกคน ประชาชนเลือกพรรค แต่พรรคการเมืองบ้านเราใช้วิธีเอาปริมาณเป็นเป้าหมายก่อนเพื่อจะได้เป็นรัฐบาลส่วน ส.ส. ขี้เหร่อย่างไรไม่สนใจค่อยให้รางวัลปลอบใจกันทีหลัง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน