*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 1401067
  • จำนวนผู้โหวต : 634
  • ส่ง msg :
  • โหวต 634 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< มิถุนายน 2014 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันอาทิตย์ ที่ 15 มิถุนายน 2557
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 2484 , 17:19:42 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน opads , Chaoying และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้


    ในขณะที่ประเทศไทยถูกจัดอันดับให้ระบบการศึกษาอยู่ในอันดับ 8 ของอาเซียน นักวิชาการด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการก็ยังมึนงงอยู่ ไม่รู้ว่าจะปฏิรูปการศึกษาอย่างไรดีมิให้น้อยหน้าประเทศเพื่อนบ้าน บ้างตั้งคำถามและไม่ยอมรับตัวชี้วัดในการประเมินดังกล่าว ไม่นานนักก็ได้ยินข่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาแห่งชาติ (สกอ.) เตรียมจะผลักดันมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ หรือพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐของมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ เพื่อให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาดำเนินการ

    จริงๆ แล้วพวกเขาลืมคิดไปว่า การบริหารจัดการที่คล่องตัวมากขึ้น ไม่ได้เกี่ยวข้องและแก้ไขปัญหาในเรื่องการปฏิรูปการศึกษาแต่อย่างใด อุปมาอุปไมยดังว่า หากเราเอาแก้วที่ครอบระบบราชการออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว มหาวิทยาลัยก็ยังอยู่ที่เดิมไม่ได้ไปไหน การศึกษาไทยก็ยังไม่มีคำตอบเหมือนเดิม แต่แทนที่ด้วยระบบบริหารจัดการแบบใหม่ด้วยระบบคณะบุคคลเท่านั้น ซึ่งยึดกุมโดยผู้บริหารและสภามหาวิทยาลัย ที่สรรหากันเองตามกฎหมายของแต่ละมหาวิทยาลัยที่บัญญัติไว้ให้อำนาจเอกเทศดังกล่าว

    สถาบันอุดมศึกษาของรัฐแต่ละแห่ง จึงกลายเป็นเพียงมหาวิทยาลัยของรัฐกึ่งเอกชนที่บริหารจัดการเบ็ดเสร็จโดยคณะบุคคลเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางเนื้อหาและรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อปฏิรูปการศึกษาแต่อย่างใด ซ้ำร้ายทรัพย์สมบัติสาธารณะของรัฐที่มหาวิทยาลัยได้ใช้ประโยชน์ กลับตกอยู่ในอำนาจของคณะบุคคลตามมีตามเกิด ที่จะนำมหาวิทยาลัยไปสู่ทิศทางใดก็ได้ จะปฏิรูปการศึกษาหรือแสวงหาผลประโยชน์ จะทำธุรกิจการศึกษาหรือการค้าเชิงพาณิชย์ มหาวิทยาลัยก็มีแค่เพียงความรับผิดชอบในการรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ เพื่อรับทราบเท่านั้น

    มิพักต้องกล่าวว่า การแปรรูปมหาวิทยาลัยในรูปแบบดังกล่าวมิอาจเรียกได้ว่าเป็นการปฏิรูปการศึกษาแต่อย่างใด ที่ผ่านมานั้นยังคงมีเพียงคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบว่า ผลประโยชน์ในการบริหารตกแก่ผู้ใดกันแน่ และมหาวิทยาลัยกับความรับผิดชอบต่อสังคมเชื่อมโยงกันอย่างไร ในขณะที่มหาวิทยาลัยของรัฐหลายแห่งที่ออกนอกระบบไปแล้วยังไม่มีคำตอบ


    ยกตัวอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบไปแล้วเมื่อปี 2551 ซี่งมีการพิจารณาและผ่านกฎหมายในยุคสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่แต่งตั้งโดยเผด็จการทหาร กฎหมายเฉพาะดังกล่าวมหาวิทยาลัยมีอำนาจเบ็ดเสร็จโดยอธิการบดีและสภามหาวิทยาลัย ท่ามกลางผลประโยชน์มหาศาลที่ตรวจสอบอย่างยากลำบาก ดังเช่นกรณี สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีอำนาจบริหารอสังหาริมทรัพย์ของรัฐมูลค่าจำนวนนับหมื่นล้าน แต่การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของสังคมและสื่อมวลชนล้วนถูกอ้างว่าเป็นเรื่องภายใน เปิดเผยไม่ได้? (ผู้เขียนเคยขอข้อมูลไป)


    บางคนกล่าวว่า มหาวิทยาลัยในกำกับรัฐดังกล่าว ก็มีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบอยู่แล้ว แต่จริงๆ แล้ว เป็นอำอำนาจของสภามหาวิทยาลัยที่จะมีมติแต่งตั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินให้เป็นผู้สอบบัญชีรายได้ของมหาวิทยาลัยต่างหาก สุดท้ายแล้วนโยบายมหาวิทยาลัยออกนอกระบบมันจึงเป็นเพียงนโยบายการลดขนาดข้าราชการลง ตามนโยบายธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) เพื่อลอยแพมหาวิทยาลัยให้คณะบุคคลดูแลบริหารจัดการเท่านั้น เพื่อลดความรับผิดชอบของรัฐลง

    ระบบการศึกษาไทยในปัจจุบัน ในกระแสการศึกษาในยุคทุนนิยมโลกาภิวัตน์ หลายมหาวิทยาลัยจึงใช้ระบบการศึกษาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ฝ่ายบริหารแต่เพียงถ่ายเดียว หลายแห่งทำธุรกิจการศึกษาแบบฟาสต์ฟู้ด หรือ Mc University หลายแห่งแปรรูปคณะวิชาต่างๆ ในรูปแบบธุรกิจการศึกษา กระทั่งพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ซึ่งเป็นสมบัติของมหาวิทยาลัย เพื่อหาประโยชน์ทางการค้า โดยสร้างศูนย์การค้า หรือ mixed used complex ต่างๆ

    ยิ่งประเทศไทยของเราใช้ระบบการศึกษาในกลไกตลาด ผลิตบัณฑิตเพื่อรับใช้กลไกตลาดมากเท่าไหร่แล้ว บัณฑิตของเรายิ่งไปไกลห่างจากประชาชน ห่างจากชุมชนท้องถิ่นมากขึ้นเท่านั้น การศึกษาจะมีประโยชน์อะไรหากขับไล่ลูกหลานออกจากสังคมท้องถิ่นมาทำงานในเมืองอุตสาหกรรมใหญ่อย่างกลไกจักรกล โดยไม่สามารถกลับไปรับใช้สังคมท้องถิ่นได้

    หลายคนย้อนไปตั้งคำถามถึงปรัชญาการศึกษาที่แท้จริงว่าคืออะไร เราอาจพบว่า การศึกษาน่าจะเป็นองค์ความรู้ของมนุษยชาติ เพื่อพัฒนาอารยธรรมของสังคมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงไม่ควรเป็นองค์ความรู้เพื่อผูกขาดหรือแสวงหากำไรเฉพาะตามกลไกทุนนิยมทางเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงควรให้ระบบการศึกษาเป็นการบริการสาธารณะของรัฐ ที่ใครก็ตามที่ต้องการศึกษาเรียนรู้ก็สามารถเข้าถึงได้ เพื่อสร้างสังคมที่พัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกันต่อไป

    แต่เหตุใดปัจจุบันเราเอาระบบการศึกษาเข้าสู่ระบบตลาด และขึ้นต่อทุนนิยมโลกาภิวัตน์ ผูกขาดสิทธิบัตรการศึกษาบางเรื่องราวกับว่ามีคนคิดองค์ความรู้เหล่านั้นขึ้นมาเองจากสุญญากาศ ทั้งที่องค์ความรู้เหล่านั้นต่อยอดมาจากองค์ความรู้ของสังคมโดยรวม ปัญหาดังกล่าวทำให้สุดท้ายเทคโนโลยีและองค์ความรู้จึงถูกผูกขาดกับเอกชนไม่กี่กลุ่ม ที่แสวงหากำไรจากความรู้ของสังคม เทคโนโลยี จนนำมาสู่ยุคธุรกิจการศึกษาในปัจจุบัน

    ทางออกของการปฏิรูปการศึกษาไทยในปัจจุบัน จึงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องหยุดธุรกิจการศึกษาในรูปแบบดังกล่าว เพื่อไม่ให้ใครผูกขาดองค์ความรู้ทางการศึกษา องค์ความรู้ทางสังคม เพื่อผูกขาดประเทศไทย คงไม่ต้องอ้างเหตุผลลดทอนปัญหาว่าเหตุใดระบบการศึกษาของเราได้อันดับที่ 8 ในประเทศอาเซียน หากเราคิดแค่เพียงแปรรูปมหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ เพื่อลอยแพการศึกษาให้ใครก็ไม่รู้รับผิดชอบโดยไม่ยึดโยงกับสังคมและรัฐ

    พวกเขาไม่เคยคิดที่จะปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ ทั้งการปฏิรูปเนื้อหาและระบบการเรียนการสอนที่ล้าหลัง ยุคสมัยที่คำตอบไม่ได้มีอยู่โดยปรนัย แต่ต้องแสวงหาคำตอบเอาเองโดยการตั้งคำถามจากคำตอบที่มี

    คงไม่ต้องเปรียบเทียบว่า เหตุใดประเทศในสหภาพยุโรป โดยเฉพาะประเทศแถบสแกนดิเนเวียให้นักศึกษาเรียนฟรีถึงปริญญาเอก เพราะเขาต้องการพัฒนาศักยภาพของคนในสังคมของเขา ซึ่งถือเป็นมูลค่าของทรัพยากรมนุษย์ที่ประเมินค่าไม่ได้ ไม่ต้องคิดแม้แต่ต้นทุนงบประมาณที่ต้องสูญเสียไป

    หากเราปฏิรูปการศึกษาได้ โดยไม่เน้นแต่เพียงรูปแบบเท่านั้น การปฏิรูปการศึกษาของไทยจะนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองไปด้วยเช่นกัน.

 

 

 

(เผยแพร่ครั้งแรก คอลัมน์โลกและเรา หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับแทบลอยด์ วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน 2557)

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เมธา วันที่ : 18/06/2014 เวลา : 15.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

ขอบคุณทุกความเห็นครับผม
ป.ล.พี่เจ้าหญิงชอบง่วงหงาวหาวนอนนะเนี่ย 55

ความคิดเห็นที่ 6 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กำหนัน from mobile วันที่ : 17/06/2014 เวลา : 07.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

เร่งรีบอย่างมีสติครับ

ความคิดเห็นที่ 5 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 16/06/2014 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

อ่านได้ครึ่งหนึ่งแล้ว..เดี๋ยวมาอ่านต่อ ..ง่วงแระ
การศึกษาจะปฏิรูปอย่างไร ท้าทาย อยากรู้เหมือนกัน จะสู้เขาได้ยังไง เพราะเราเอาความเป็นสมัยใหม่มาใช้อย่างผิดๆ ..แต่ประเทศอื่นเค้าสอนแบบที่เราว่าแบบเก่าเชยๆ แต่เค้าทำได้ดีมาก

ความคิดเห็นที่ 4 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 16/06/2014 เวลา : 16.12 น.

น่าเสียดายนะ วิเคราะห์ได้ดีมาก เเต่มีคนอ่านน้อย


"พวกเขาไม่เคยคิดที่จะปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ ทั้งการปฏิรูปเนื้อหาและระบบการเรียนการสอนที่ล้าหลัง ยุคสมัยที่คำตอบไม่ได้มีอยู่โดยปรนัย แต่ต้องแสวงหาคำตอบเอาเองโดยการตั้งคำถามจากคำตอบที่มี"


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ตาเรน วันที่ : 16/06/2014 เวลา : 14.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sammaapii
เรียนฟรีจริง ๆ  ขอเชิญแวะเยี่ยมตาเรนที่  >>> http://www.webudon.net

วิเคราะห์ได้ถูกใจจัง...เอาไปหมื่นโหวต...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เมธา วันที่ : 16/06/2014 เวลา : 03.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

ครับ เปลี่ยนแปลงกันเสียทีเถิด

ความคิดเห็นที่ 1 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 15/06/2014 เวลา : 18.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

อยากจะให้ปฏิรูปการศึกษากันอย่างจริงจังซะทีเหมือนกัน
ไม่ใช่ทำทุกอย่างแค่ผักชีโรยหน้า ประกวด ประเมิน กันจนไร้เหตุผล
ผลสุดท้าย สิ่งที่ทำไม่ได้เพื่อเด็กกันซักเท่าไหร่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน