*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 1403274
  • จำนวนผู้โหวต : 634
  • ส่ง msg :
  • โหวต 634 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< กรกฎาคม 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม 2557
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 4710 , 12:56:34 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน ni_gul , Roonny และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนสุดท้าย...ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ "Cor Pan" ทวิตข้อความสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์
เที่ยวบินเอ็มเอช 17 ที่ถูกยิงตก ว่า "ถ้ามันสูญหายไป นี่คือรูปร่างหน้าตาของเครื
่องบิน" 

An image being shared from an alleged #MH17passenger saying: "if it disappears, this is what it looks like." 
https://twitter.com/GideonResnick/status/489810380512694272/photo/1

 

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับการจากไปของผู้โดยสารและลูกเรือรวม 298 ชีวิตของเครื่องบินโบอิ้ง 777 ของมาเลเซีย เที่ยวบินที่ MH 17 ซึ่งล่าสุดว่ากันว่า เครื่องบินลำนี้โดนจรวดมิสซายที่เรียกว่า Buk Missile ยิงตก หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอเมริกาให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า ระบบเรดาร์อันหนึ่งตรวจสอบพบระบบยิงมิสซายเปิดสัญญาณยิงและจับไปที่เครื่องบินก่อนจะตก ขณะนี้สหรัฐอเมริกากำลังวิเคราะห์ข้อมูลวิถีของจรวดมิสซายอยู่ว่ายิงมาจากจุดใดกันแน่

นับเป็นโศกนาฏกรรมซ้ำร้ายครั้งที่ 2 ในรอบปีของมาเลเซีย นับจากเมื่อครั้งที่เครื่องบินโบอิ้ง 777 ชนิดเดียวกัน  เที่ยวบินที่ MH 370 หายสาบสูญไปจากหน้าจอเรดาร์ในวัน 8 มีนาคม 2557 โดยผู้โดยสาร 239 คนยังคงหายสาบสูญไร้ร่องรอยจนถึงปัจจุบัน เชื่อกันว่า MH 370 ถูกบังคับให้หายไป โดยมีบุคคลเข้าแทรกแซง หรือก่อเหตุของสลัดอากาศ ตามที่ The National Transportation Safety Board (NTSB) ของสหรัฐอเมริกา ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การที่ไม่สามารถตรวจจับสัญญาณหรือติดต่อกับเครื่องบินได้ อาจมีใครบางคนตั้งใจปิดเครื่องรับ-ส่งเรดาร์ ที่จะทำให้ภาคพื้นดินไม่สามารถระบุพิกัดและทิศทางของเครื่องบินลำดังกล่าว

กระทั่งว่ากันว่า เป็นการจี้เครื่องบินโดยผู้เชี่ยวชาญทางอากาศและเทคโนโลยีระดับสูง โดยเครื่องบิน Airborne Warning and Control System (AWACS) หรือเครื่องบินปฏิบัติการภารกิจในระบบเตือนภัยและควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศของสหรัฐอเมริกา Hijack ไปและลงจอดที่ Diego Garcia ฐานทัพของสหรัฐอเมริกาในมหาสมุทรอินเดีย ก่อนนำ “สินค้า” ที่จะนำส่งจีนลงอย่างปลอดภัยและทำลายหลักฐานทั้งหมดโดยควบคุม MH 370 บินมุ่งสู่ขั้วโลกทางทิศใต้ จนกระทั่งน้ำมันหมดและตกลงห้วงมหาสมุทรอันไกลโพ้น

พูดกันตามจริงก็ยังไม่มีใครเชื่ออยู่ดีว่ามนุษย์เราจะโหดร้ายถึงเพียงนั้น กระทั่งล่าสุดที่ MH 17 ถูกยิงตกที่ชายแดนยูเครน-รัสเซีย และพบศพผู้คน 298 ชีวิตตกกระจายเกลื่อนในรัศมี 15 กิโลเมตรห่างจากชายแดนรัสเซียราว 60 กิโลเมตร ในพื้นที่ครอบครองของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ฝักใฝ่รัสเซีย เหตุการณ์นี้ได้ตอกย้ำว่า โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดจากฝีมืออำมหิตของมนุษย์อย่างชัดเจน และนี่คือการสังหารหมู่อย่างเลือดเย็นที่สุดอีกครั้งหนึ่งในยุคสมัยของเรา

ขณะที่ต่างฝ่ายต่างออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ก่อเหตุยิง Buk Missile รัฐบาลยูเครนได้ออกมากล่าวหาว่า กลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนเป็นฝ่ายลงมือยิงเครื่องบิน MH 17 ตก พร้อมให้เหตุผลว่า ก่อนหน้านี้ไม่นาน เพิ่งเกิดเหตุเครื่องบินลำเลียงทางทหารของยูเครนถูกยิงตก กลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนอาจเข้าใจผิดคิดว่า เครื่องบินลำดังกล่าวเป็นเครื่องบินทหารของยูเครน แม้ว่าเครื่องบินจะส่งรหัสสัญญาณว่าเป็นเครื่องบินพลเรือนแล้วก็ตาม ขณะที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนก็ออกมาปฏิเสธและอ้างว่าพวกเขาไม่มีอาวุธชนิดใดที่มีแสนยานุภาพมากพอที่จะยิงเครื่องบินที่บินในระดับความสูงถึง 10 กิโลเมตรจากภาคพื้นดินได้ ฝ่ายกองทัพยูเครนต่างหากที่เป็นคนยิง

ขณะที่รัฐบาลยูเครนเรียกร้องความรับผิดชอบจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่เรียกตนเองว่าสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ โดยอ้างบันทึกการดักฟังการสนทนาระหว่างแกนนำกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรัสเซียและเผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าว ซึ่งระบุว่า พวกเขายิงเครื่องบินพลเรือนตก 

ดูเหมือนว่าคนที่รู้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุจากหลักฐานทางเทคโนโลยีที่มีอยู่ หลังเกิดเหตุพวกเขารีบติดต่อกันและกันทันที บารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โทรศัพท์สายตรงคุยกับ วลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ทันทีหลังได้รับรายงานเบื้องต้นเมื่อเครื่องบิน MH 17 ถูกยิงตกแล้ว สื่อมวลชนยังไม่ทราบว่าพวกเขาคุยอะไรกันบ้างและต่อรองอะไรกันอยู่ เพราะถ้อยความทั้งหมดยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้ออกมาพูดในวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลยูเครนต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบต่อเหตุเครื่องบินโดยสารถูกยิงตกดังกล่าว เพราะว่าอยู่ในดินแดนของยูเครนและกล่าวว่ามันจะไม่เกิดขึ้นเลย หากว่ายูเครนไม่กลับมาปฏิบัติการกวาดล้างทางทหารต่อฝ่ายกบฏแบ่งแยกดินแดนอีกรอบ ขณะที่เลขาธิการสหประชาชาติ ก็ได้ออกมาเรียกร้องให้เปิดการสืบสวนนานาชาติเต็มรูปแบบต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

อย่าลืมว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้เกี่ยวกันกับวิกฤติการในยูเครนและสงครามแบ่งแยกดินแดนในหลายพื้นที่ ความขัดแย้งแบบขั้วข้างทางการเมืองในยูเครนลงรากฝังลึกมานานหลายปีแล้ว จนกระทั่งแบ่งประเทศเป็น 2 ขั้วข้าง ภาคตะวันตกและภาคกลางของยูเครนสนับสนุนพรรค Fatherland ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้ สนับสนุนพรรค Party of Regions ซึ่งฝักใฝ่รัสเซีย โดยเฉพาะไครเมียยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ความมั่นคงในภูมิภาคแถบนี้ของรัสเซียด้วย และมีฐานทัพเรือใหญ่ที่เรียกว่า กองเรือรบทะเลดำ (Black Sea Fleet) อยู่ในพื้นที่ เนื่องจากปัจจุบันรัสเซียในฐานะผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยบริษัทอุตสาหกรรมก๊าชและพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย Gazovaya Promyshlennost (Gazprom) ยังต้องส่งก๊าซไปยังยุโรปโดยผ่านระบบท่อส่งก๊าซในยูเครนเป็นหลัก

Photo: ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีมหาดไทยยูเครน นายแอนตัน เกราเชนโก เขียนในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ถูกยิงตกโดยเครื่องยิงจรวดบัค? (Buk Missile) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องยิงจรวดดังกล่าวผู้สื่อข่าวได้เห็นมาแล้วขณะรายงานข่าวฝ่ายกบฏในยูเครนในเมือง Snizhne ของยูเครน

โดยมีรายงานว่าถูกยิงด้วยจรวดมิสไซล์ ส่วนที่ปรึกษา รมว.มหาดไทยยูเครน เผยเครื่องบินเอ็มเอช17 ถูกยิงโดยมิสไซล์ที่ความสูง 33,000 ฟุต หรือเท่ากับ 10 กิโลเมตรจากพื้นดิน

ซีเอ็นเอ็นรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า พบกล่องดำเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบินเอ็มเอช 17 แล้ว ตกอยู่ห่างจากชายแดนรัสเซียราว 60 กิโลเมตร ในพื้นที่ครอบครองของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนฝักไฝ่รัสเซีย ทั้งยังตั้งคำถามเพิ่มเติมด้วยว่า สำนักงานความปลอดภัยทางอากาศยุโรป (อีเอเอสเอ) ออกคำเตือนสายการบินให้หลีกเลี่ยงการบินผ่านพื้นที่ชายแดนยูเครนตะวันออก ติดต่อกับรัสเซีย เนื่องจากมีการปะทะกันอย่างรุนแรง โดยเตือนให้สายการบินหลีกเลี่ยงในเส้นทางดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2557 แต่ทำไมเครื่องบินลำนี้จึงยังบินผ่านเส้นทางที่มีความเสี่ยงเช่นนี้

(ภาพ Buk Missile คุณปู่สมัยสงครามเย็น)

 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องยิงจรวด (Buk Missile)  ดังกล่าว 
ผู้สื่อข่าวได้เห็นมาแล้วขณะรายงานข่าวฝ่ายกบฏในยูเครนในเมือง Snizhne ของยูเครน


ท่ามกลางสงครามดังกล่าว หลายคนสงสัยว่า ทำไมต้องเป็น MH 17? เครื่องบินโบอิง 777 ของสายการบินจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งบรรทุกผู้โดยสาร 283 คน และลูกเรืออีก 15 คน เดินทางออกจากสนามบินนานาชาติสคิปโอล์ในกรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ เมื่อเวลา 10.15 น. มุ่งหน้ายังกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย ในวันดังกล่าว ก่อนถูกยิงตกในภูมิภาคโดเนตสค์ทางภาคตะวันออกของยูเครน ในพื้นที่ครอบครองของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน 

มีรายงานข่าวว่า กอร์ สเตรลคอฟ ผู้บัญชาการกองกำลังกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ได้โพสต์ข้อความลงใน Socia Media เมื่อตอนประมาณ 13.37 น. หรือ 20.37 น.ตามเวลาของประเทศไทย ประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนที่เที่ยวบิน MH 17 จะสูญหายไปหลังการติดต่อครั้งสุดท้ายว่า นักรบของเขายิงเครื่องบินอานโตนอฟ อาน-26 ตกลงในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากความเข้าใจผิด ขณะที่ในวันเดียวกัน บัญชีบนทวิตเตอร์ชื่อ “สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์” ได้ระบุว่า พวกเขายึดระบบยิงขีปนาวุธที่เรียกว่า Buk Missile มาจากทหารยูเครนได้ ซึ่งอาวุธดังกล่าวมีแสนยานุภาพสามารถยิงเครื่องบินที่บินในความสูงระดับ MH 17 ได้

ภายหลังเกิดเหตุ การบินไทยและสายการบินพันธมิตรทั่วโลกต่างประกาศหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ สำนักงานความปลอดภัยทางอากาศยุโรป (EASA) ได้ออกคำเตือนให้ทุกสายการบินหลีกเลี่ยงการบินผ่านพื้นที่ชายแดนยูเครนตะวันออก ติดต่อกับรัสเซีย ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา เนื่องจากมีการปะทะกันอย่างรุนแรง ซึ่งนำมาสู่คำถามต่อมาว่า ทำไมเครื่องบินลำดังกล่าวจึงยังบินผ่านเส้นทางที่มีความเสี่ยงเช่นนั้นต่อไป

โศกนาฏกรรมครั้งนี้นั้น ทำให้ผู้โดยสารชาวเนเธอร์แลนด์ อย่างน้อย 154 คน ออสเตรเลีย 27 คน มาเลเซีย 23 คน อินโดนีเซีย 11 คน อังกฤษ 6 คน เยอรมนี 4 คน เบลเยียม 4 คน ฟิลิปปินส์ 3 คน แคนาดา 1 คน ไม่ทราบสัญชาติแน่ชัดอีก 47 คน รวมถึง ลูกเรือชาวมาเลเซีย 15 คน เสียชีวิตทั้งหมด แน่นอน เขามีครอบครัวและญาติพี่น้องอีกมากมายที่รับไม่ได้กับการสูญเสียครั้งนี้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า สงครามภายในยูเครน ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปทั่วโลก.

สถานการณ์จราจรในน่านฟ้ายุโรปหลังจากเกิดเหตุ ทุกสายการบินเลี่ยงผ่านน่านฟ้ายูเครนกันหมด


(เผยแพร่ครั้งแรก: คอลัมน์โลกและเรา-เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม 2557)

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เมธา วันที่ : 31/07/2014 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

นักเดินทางตัวเขื่อง - เป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุด เมื่อเกิดจากฝีมือมนุษย์ หากเกิดตามธรรมชาติ ก็ยังพอปลอบประโลมใจได้บ้าง

BlueHill - ครับพี่

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 21/07/2014 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

ถึง..อย่างไรก้อเศร้ามากๆ..
ชีวิต..นะ

ความคิดเห็นที่ 3 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 21/07/2014 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ทำให้เชื่อว่า MH370 น่าจะเกิดเหตุวินาศกรรมแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 2 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เมธา วันที่ : 21/07/2014 เวลา : 14.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

มีข่าวว่า ธรรมดา MH17 ต้องบินผ่านเหนือน่านฟ้าไครเมีย แต่ได้รับวิทยุแจ้งเตือนหลีกเลี่ยงที่จะบินเหนือน่านฟ้าของคาบสมุทรไครเมีย และบริเวณตอนใต้ของยูเครน เพื่อความปลอดภัย เพราะปัญหาน่านฟ้าที่ยังมีปัญหาพิพาทอยู่ เลยขับผ่านด้านตะวันออกเหนือเมืองโดเนตสก์แทน โดยบินอยู่เหนือเขตควบคุมการบินถึง 300 เมตร หรือ 1,000 ฟุต ในช่วงที่โดนขีปนาวุธยิงตก โดยเครื่องบินบินได้บินอยู่ที่ ระดับ 33,000 ฟุต (10,000 เมตร) เพื่อความปลอดภัย ซึ่งถือเป็น ‘น่านฟ้าเปิด’ อีกทั้ง ทางการยูเครนได้มีคำสั่งห้ามเครื่องบินทุกลำบินที่ระดับ 32,000 ฟุต หรือต่ำกว่า

โดยก่อนหน้านี้ การบินผ่านเหนือน่านฟ้าโดเนตสก์ปลอดภัย เนื่องจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนโดเนตสก์มีอาวุธที่สามารถยิงเครื่องบินได้ในระดับต่ำกว่า 3-4,000 เมตรเท่านั้น นักวิเคราะห์ของนิตยสาร HIS Jane's Defence บอกว่า จรวดประทับไหล่ยิง ที่พวกกบฏใช้กันทั่วไปในภาคตะวันออกของยูเครน คงจะยิงเครื่องบินที่ระดับความสูงปกติไม่ถึง เครื่องบินพาณิชย์ลำนี้อยู่ในระยะยิงของบัค หรือจรวดรัสเซียอีกรุ่นหนึ่ง คือ S-300 แต่ก่อนหน้านี้นั้น พวกเขายึดระบบยิงขีปนาวุธที่เรียกว่า Buk Missile มาจากทหารยูเครนได้ ซึ่งอาวุธดังกล่าวมีแสนยานุภาพสามารถยิงเครื่องบินที่บินในความสูงระดับ MH 17 ได้ โดยมีรายว่าเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน สำนักข่าวในรัสเซีย ITAR-TASS อ้างการเปิดเผยของพวกแบ่งแยกดินแดนทางตะวันออกของยูเครน ไม่ไกลจากจุดตกของเครื่องบินมาเลเซีย ว่า พวกตนยึดระบบป้องกันจรวดได้ชุดหนึ่ง มีระบบบัครวมอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า จรวดนำทางด้วยเรดาร์จากยุคทศวรรษ 1970 ในครอบครองของพวกกบฏ มาจากการสนับสนุนของรัสเซีย หรือเป็นอาวุธที่ยึดมาจากกองทัพยูเครนกันแน่ ขณะที่สำนักข่าว RIA Novosti ในกรุงมอสโก อ้างแหล่งข่าวระบุว่า กองพันทหารบกของยูเครนได้ติดตั้งระบบบัคชุดหนึ่งใกล้กับเมืองโดเนตสค์ก่อน เหตุเครื่องบินตกดังกล่าวหนึ่งวัน เชื่อว่าจรวดที่ยิงโบอิง 777 มาจากชุดนี้ พร้อมกับบอกว่า พวกกบฏทางตะวันออกของยูเครนไม่มีระบบบัค

ความคิดเห็นที่ 1 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
INDYLOVE วันที่ : 21/07/2014 เวลา : 11.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

นับเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดจากฝีมืออำมหิตของมนุษย์ในการสังหารหมู่อย่างเลือดเย็นที่สุดอีกครั้งหนึ่งในยุคสมัยของเรา มนุษย์สมัยนี้ใจร้ายขึ้นทุกวัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน