*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 1401221
  • จำนวนผู้โหวต : 634
  • ส่ง msg :
  • โหวต 634 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< สิงหาคม 2014 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม 2557
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 3898 , 23:50:34 น.  
หมวด : ตำรวจ-อาชญกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , hayyana โหวตเรื่องนี้

ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ค 'หมอแอร์'

 

  เหตุการณ์ตำรวจฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางชันใช้อาวุธปืนรุมยิงรถยนต์นิสิตคณะนิติศาสตร์ปี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากสงสัยว่ามียาเสพติดไว้ในความครอบครอง นอกจากจะสร้างความตระหนกเสียขวัญให้กับนิสิตผู้เสียหายโดยตรงแล้ว ยังสร้างความหวาดหวั่นแก่ประชาชนทั้งประเทศอีกด้วย โดยต่างพากันตั้งคำถามถึงมาตรฐานการปฏิบัติในการใช้อาวุธปืนของตำรวจ ว่ามีการฝึกอบรมและควบคุมดูแลกันอย่างไร เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ครั้งแล้วครั้งเล่าในหลายพื้นที่


    ภาพตำรวจใส่กางเกงขาสั้นและกางเกงยีนส์ถืออาวุธสงครามไปล้อมจับตัวนายสาธิต เซกัล ในคอนโดมิเนียมย่านถนนสีลมเมื่อหลายเดือนก่อน ก็ยังคงติดตาประชาชนว่าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบในการใช้อาวุธสงครามเพียงใด   

    นอกจากนั้น เหตุการณ์ตำรวจสืบสวนจังหวัดสกลนครยิงไล่หลังรถวิศวกรที่สงสัยว่าค้ายาเสพติดจนเสียชีวิตเมื่อสองปีก่อน รวมทั้งกรณีตำรวจนครบาลรุมยิงรถยนต์ทันตแพทย์หญิงขณะคนร้ายจี้มาจอดรอสัญญาณไฟกลางกรุง จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่ได้ความกระจ่างชัดว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้มีการดำเนินคดีอาญาและวินัยกับข้าราชการตำรวจผู้รับผิดชอบคนใดหรือไม่อย่างไร   

    ปัญหาที่ประชาชนตั้งคำถามตลอดเวลาก็คือ การพกและการใช้อาวุธปืนของตำรวจประเทศไทย ปัจจุบันมีกฎหมายและระเบียบควบคุมกันอย่างไร เหตุใดเหตุการณ์ตำรวจพกพาและใช้อาวุธปืนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือเกินความจำเป็นหรือผิดพลาด หรือแม้กระทั่งนำไปใช้ก่ออาชญากรรมเสียเองจึงเกิดขึ้นในสังคมไทยเสมอๆ                           

    ปัญหาการพกพาอาวุธปืนของตำรวจนั้น หากเป็นตำรวจในเครื่องแบบผู้มีหน้าที่ป้องกันอาชญากรรมในแต่ละช่วงเวลา หรือที่เรียกว่าเข้าเวรนั้น แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยพบเห็นในประเทศที่เจริญแล้ว แตกต่างไปจากประเทศของเราก็ตาม แต่ประชาชนก็ไม่รู้สึกว่าเป็นการพกอาวุธที่เกินเลยไม่สมควร เพราะสามารถมองเห็นว่าเป็นตำรวจคนใด กำลังทำหน้าที่อะไร ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ ยอมรับได้ว่าพวกเขามีความจำเป็นต้องพกอาวุธปืนไว้ป้องกันตัวระหว่างปฏิบัติหน้าที่ มีกฎหมายรองรับ                         

    แต่สิ่งที่ประชาชนรู้สึกหวาดหวั่นอย่างยิ่งก็คือ ภาพตำรวจนอกเครื่องแบบไม่ได้อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่พกอาวุธปืนปรากฏตามที่สาธารณะหรือร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งการนั่งล้อมวงดื่มสุราในงานสังสรรค์ต่างๆ รวมทั้งตำรวจฝ่ายสืบสวนหน่วยเฉพาะกิจต่างๆ มากมาย ที่มักใช้รถปิกอัพสีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหรือทะเบียนปลอม พกอาวุธซุ่มดักจับผู้กระทำผิดกฎหมายในที่เปลี่ยวหรือชุมชน ซึ่งยากที่ประชาชนจะตรวจสอบ แยกแยะ ว่าพวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ ชื่ออะไร สังกัดหน่วยใด จะแน่ใจได้อย่างไรว่าพวกเขาเหล่านั้นมิใช่คนร้าย      

    ความเคยชินต่อการพกพาอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลาของตำรวจไทย ซึ่งต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่เป็นการพกพาที่มิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากบางคนบางเวลามิได้มีหน้าที่หรืออยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่รับผิดชอบ หรือได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนโดยชอบ ได้กลายเป็นอภิสิทธิ์อย่างหนึ่งในอาชีพตำรวจ ที่ทำให้ตำรวจทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีพฤติกรรมในทางมิชอบ มีอำนาจและอิทธิพลทางพฤตินัย สร้างความหวาดหวั่นให้กับประชาชนในสังคมหรือชุมชนตลอดมา ซึ่งไม่เคยมีใครพูดถึงปัญหานี้อย่างจริงจัง และบ่อยครั้งที่เป็นสาเหตุของอาชญากรรมร้ายแรง ไม่ว่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบจากการทะเลาะวิวาท ลุแก่โทสะ ความมึนเมา หรือแม้กระทั่งใช้แก้ปัญหาชีวิตส่วนตัวหรือครอบครัว ตามที่เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง

    นอกจากนั้น การใช้อาวุธปืนของตำรวจแม้อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ก็ยังมีปัญหาเกี่ยวกับความเหมาะสมและจำเป็นที่จะต้องไม่เป็นการใช้เกินกว่าเหตุ หรือประมาท เกิดความผิดพลาดเสียหายต่อชีวิตร่างกายหรือทรัพย์สินของผู้คนทั่วไป หรือแม้กระทั่งผู้ต้องสงสัยว่ากระทำผิด เนื่องจากตามกฎหมาย ตำรวจทุกคนมีสิทธิ์ที่จะใช้อาวุธทุกชนิดเพียงเพื่อป้องกันตนเองหรือผู้อื่นจากภัยอันตรายที่ใกล้จะถึงพอสมควรแก่เหตุ เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 เท่านั้น หาได้มีอำนาจที่จะใช้อย่างพร่ำเพรื่อในลักษณะที่มิได้เป็นความจำเป็นเพื่อการป้องกันตัวเองแต่อย่างใดไม่  

    ไม่ว่าจะเป็นการยิงหมายเอาชีวิตบุคคลใด ด้วยการคิดเอาเองว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อการปราบปรามอาชญากรรม ต้องการให้สังคมเกิดความสงบสุขอย่างที่เคยเกิดขึ้นในยุคฆ่าตัดตอน 2,500 ศพเมื่อสิบปีที่ผ่านมา หรือหากใช้อาวุธด้วยความประมาท เกิดความผิดพลาด มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ก็ไม่พ้นจะต้องรับผิดทางอาญาฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ในลักษณะของการเล็งเห็นผล หรืออย่างน้อยก็ถือว่าเป็นการกระทำโดยประมาท ต้องรับผิดทางอาญาและชดใช้ทางแพ่งแก่ผู้เสียหายอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้     

    สิ่งที่ประชาชนพบเห็นและได้ยินเสมอๆ หลังเกิดเหตุความเสียหายจากการใช้อาวุธปืนของตำรวจหากไม่มีผู้ใดถึงแก่ความตายก็คือ ตำรวจผู้ใหญ่ออกข่าวขอโทษและแสดงเจตนาชดใช้ทรัพย์สินค่าทำขวัญให้ผู้เสียหาย พร้อมกับกล่าวว่าจะกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการใช้อาวุธปืนให้รัดกุมขึ้น แต่ไม่เคยปรากฏว่าได้มีการดำเนินคดีอาญาหรือลงโทษทางวินัยตามกฎหมายกันแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นการสั่งสำรองราชการหรือพักราชการ ซึ่งเป็นมาตรการทางวินัยเบื้องต้นในระบบราชการ มีเพียงการสั่งให้ไปช่วยราชการที่อื่นชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และเมื่อผู้คนลืมเลือนก็ให้กลับมาทำหน้าที่เดิมต่อไป

    ซึ่งหากเกิดกรณีมีผู้เสียชีวิต ก็จะพยายามต่อสู้สร้างพยานหลักฐานเท็จ ให้ข่าวว่าผู้ตายได้พยายามทำร้าย ตำรวจต้องใช้อาวุธปืนยิงป้องกันตัว เช่นกรณีวิศวกรหนุ่มที่ถูกตำรวจไล่ยิงใส่รถจนเสียชีวิตที่จังหวัดสกลนครเมื่อสอง-สามปีที่ผ่านมา ก็ถูกกล่าวหาว่าผู้ตายพยายามขับรถไล่ชนตำรวจ ทั้งที่มีพยานนั่งอยู่ในรถให้การชัดว่า ตำรวจเป็นฝ่ายยิงไล่หลังรถคันดังกล่าวจนถูกวิศวกรคนขับเสียชีวิต  

    ความไม่จริงจังในการปกครอง บังคับบัญชา ลงโทษตำรวจที่ลุแก่อำนาจหรือประมาทเลินเล่อ ซึ่งเป็นผลมาจากระบบการส่งส่วย บ่มเพาะวัฒนธรรมอุปถัมภ์ฝังรากลึกในองค์กรตำรวจ ได้ทำให้ตำรวจที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ลุแก่อำนาจ ไม่ตระหนักว่าการกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้อาวุธเกินความจำเป็น จะเกิดผลร้ายแก่ตน ต้องรับโทษตามกฎหมาย ต่างก็ยังคงพกพาและใช้อาวุธกันด้วยความเคยชินแบบเดิม รอแต่ว่าใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไปจากการใช้อาวุธปืนอย่างลุแก่อำนาจ เกินขอบเขตของตำรวจดังกล่าว    

    ถึงเวลาแล้วหรือยังที่รัฐจะต้องกำหนดมาตรการควบคุมการพกพา และวิธีการใช้อาวุธปืนของตำรวจทุกระดับให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เช่นเดียวกับตำรวจในประเทศที่เจริญแล้วทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติของตำรวจนอกเครื่องแบบในลักษณะของการขับรถปาดหน้า จู่โจมตรวจค้นยานพาหนะหรือบุคคลในทางสาธารณะ ซึ่งหมิ่นเหม่ต่อความเข้าใจผิด ก่อให้เกิดเหตุร้ายเช่นหลายกรณีที่ผ่านมา ควรได้รับการทบทวนว่ามีความจำเป็นต้องกระทำเช่นนั้นต่อไปหรือไม่ เหตุใดจึงไม่ใช้ตำรวจนอกเครื่องแบบทำหน้าที่เพียงสืบสวน รายงานข้อมูลข่าวสาร ส่วนการเข้าตรวจค้นจับกุมให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในเครื่องแบบรับผิดชอบการปฏิบัติ   

    ปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของผู้มีอำนาจรับผิดชอบ การปฏิรูปโครงสร้างตำรวจที่กำลังมีการพูดถึงในช่วงนี้ จะต้องเป็นไปเพื่อการตรวจสอบทั้งการไม่ใช้อำนาจและการใช้อำนาจโดยมิชอบของตำรวจทุกเรื่องทั้งระบบอย่างแท้จริง. 

 

(เผยแพร่ครั้งแรก: คอลัมน์โลกและเรา-เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2557)

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 13/08/2014 เวลา : 20.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ตำรวจไทยไม่ได้รับการฝึกการใช้อาวุธปืนอย่างถูกต้องทั้งจากโรงเรียนตำรวจและหน่วยงานที่เป็นค้นสังกัดครับ
อาวุธปืนที่อยู่ในโรงเรียนตำรวจทั้งหลายมีแต่ปืนลูกโม่ S&W โมเดล๑๐ จนทุกวันนี้ไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนแล้วหรือยัง กระสุนสำหรับซ้อมยิงและกำหนดการฝึกทบทวนไม่น่าจะมีด้วยครับ
สามสิบปีก่อนตอนแข่งยิงปืนกีฬามหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เห็นกับตาว่า ตำรวจไทยเกินครึ่งยิงเป้าระยะ๒๕เมตรไม่โดนกระทั่งเป้าเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เมธา วันที่ : 13/08/2014 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

เพราะตำรวจไม่กวดขัน และวินัยตำรวจกับการใช้ปืนไม่ได้มาตรฐาน, ประเทศไทย ใครๆ ก็เลยเหน็บปืนได้ หรือแอบปลอมเป็นตร.ได้ง่ายๆ

ความคิดเห็นที่ 2 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
suhaimee วันที่ : 13/08/2014 เวลา : 08.51 น.

แค่ตำรวจจราจร กวดขันวินัย จับปรับ ยังพกปืนเลยครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
hayyana วันที่ : 13/08/2014 เวลา : 06.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

อย่าว่าแต่ปืนเลยครับ
ตำรวจต่างประเทศนอกเวลาราชการใส่ชุดไปเบ่งไม่ได้ครับ ต้องถอดเก็บ
พอถอดชุดแล้วเป็นคนธรรมดา จะไปขอตรวจมั่วๆแบบไทยไม่ได้ ต้องแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน
ขั้นตอนปฏิบัติพื้นฐานแค่นี้ทำไม่ได้ก็เลยมีโจรไปเบ่งว่าเป็นตำรวจทั่วประเทศ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน